
เหมือนกำแพงถูกเขาปล่อยร้าง เหมือนคนสร้างไม่ได้ตั้งใจ ทิ้งให้เราทนเหงาอยู่เรื่อยไป ฝ่าพายุร้ายไปตามลำพัง
เลือกทางเดินที่คิดและหวัง หากแม้นต้องพังก็ยังยอมทน ฝืนชะตาที่แสนมืดมน เก็บฝันเบื้องบนจนกลายเป็นจริง
สุดแต่ใจจะไขว่คว้า.....ๆ ๆ ๆ.... ตั้งใจทำดังหวังวาดไว้ ไม่คิดฝันไปให้ไกลเกินจริง รู้คุณค่าของคนไม่ทิ้ง ไขว่คว้าให้จริง ฝันคงไม่ไกล ....
ห้องนั่งเล่นแห่งความรักวันนี้ ท่านอาจารย์เริ่มด้วยเสียงเพลง สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ทั้งนี้เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาในสัปดาห์ที่แล้วนั้น ...มีการจากไปของเพื่อนของเรา ที่ละครฉากสุดท้ายเขาได้จบลงด้วยการไขว่คว้าอารมณ์กุศลอันเป็นที่พึ่งให้กับเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การสร้างนิมิตปิดทองพระธาตุเจดีย์ และนำผ้าไตรไปบูชาพระอาจารย์ต่างๆ ซึ่งล้วนเกิดจากการให้อารมณ์โดยท่านอาจารย์
มาวันนี้อาจารย์จึงพยายามชี้นำให้พวกเราได้รู้ซึ้งว่าอารมณ์สุดท้ายที่คนเราจะสามารถไขว่คว้าให้ได้มานั้น มันต้องเกิดมาจากการเริ่มต้นทำในปัจจุบันนี้ก่อน ไม่ใช่ไปไขว่คว้าเอาตอนใกล้ตาย เพราะตอนจะตายนั้น ทุกขเวทนามีมาก อารมณ์ที่จะยึดได้ต้องเป็นอารมณ์ที่คุ้นเคยจริงๆ ...คนที่ไม่ชอบพระ ไม่ชอบเสียงสวดมนต์ ต่อให้มีใครไปสวดให้ฟัง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ใจเขาจะไปจับเสียงนั้นมาเป็นอารมณ์ เพราะทุกอย่างมันต้องเกิดจากความเคยชิน นั่นก็คืออาจิณกรรมของเขานั่นเอง ....นอกจากนั้นแล้ว ยังมีอีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของลูกศิษย์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปตอนเช้ามืดวันเสาร์นี้ ด้วยโรคมะเร็ง(ตับ)เช่นเดียวกัน โดยที่อาจารย์ได้รับทราบเรื่องการเจ็บป่วยของเขาขณะที่อยู่ต่างจังหวัดในวันศุกร์ เพราะลูกศิษย์ได้โทรศัพท์ไปปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไร อาจารย์จึงแนะนำให้หาเทปบทสวดมนต์ที่แม่ชอบเปิดให้ฟัง เพราะถ้าหากลูกสวดไปร้องไห้ไปก็จะยิ่งทำให้แม่จิตซัดส่าย หรือถ้าแม่ลืมตาขึ้นมาก็ให้พูดถึงเรื่องราวที่อาจารย์เคยพาไปไหว้พระธาตุเจดีย์ชะเวดากอง ที่ประเทศพม่า โดยให้ถามว่าจำได้ไหมที่ไปคราวนั้นแม่นั่งคู่ไปกับอาจารย์บุษกร จำได้ไหมที่ได้ไปทำบุญตามที่ต่างๆ ...ให้พูดทุกๆ อย่างเพื่อให้แม่ได้ระลึกถึงกุศลที่เคยทำมา แล้วอาจารย์ก็ตั้งใจว่าเมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ ก็จะรีบไปเยี่ยม แต่ขณะที่เดินทางกลับนั้นก็ได้รับโทรศัพท์บอกว่าอาจารย์ไม่ต้องไปก็ได้ ที่โทรมาเพื่อให้ช่วยบอกหลวงพ่อ...อาจารย์จึงบอกว่าเห็นความต่างกันระหว่าง ๒ คน ...คนแรกต้องการให้อาจารย์ไปหา แต่คนที่สองบอกว่าไม่ต้องไปก็ได้ ...นี่ไง สุดแต่ใจจะไขว่คว้า
เรื่องความตายสำคัญมาก ที่อาจารย์เล่ามานี้เพื่อให้พวกเราได้เห็นว่า เราไม่สามารถบังคับบัญชาอะไรได้เลย ทุกชีวิตย่อมมีเอกสิทธิ์ส่วนตัว และในส่วนตัวนั้นต้องไม่ลืมว่ายังมีสังคญาติซึ่งแต่ละคนก็มีนิสัยที่ไม่หมือนกัน สุดแต่ใจจะไขว่คว้าจริงๆ ดังในเนื้อเพลงที่ว่า เลือกทางเดินที่หวังวาดไว้ เพราะว่าแต่ละคนต้องเลือกเอง และต้องเดินไปเอง