มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๗




เหมือนกำแพงถูกเขาปล่อยร้าง เหมือนคนสร้างไม่ได้ตั้งใจ ทิ้งให้เราทนเหงาอยู่เรื่อยไป ฝ่าพายุร้ายไปตามลำพัง… เลือกทางเดินที่คิดและหวัง หากแม้นต้องพังก็ยังยอมทน ฝืนชะตาที่แสนมืดมน เก็บฝันเบื้องบนจนกลายเป็นจริง

สุดแต่ใจจะไขว่คว้า.....ๆ ๆ ๆ.... ตั้งใจทำดังหวังวาดไว้ ไม่คิดฝันไปให้ไกลเกินจริง รู้คุณค่าของคนไม่ทิ้ง ไขว่คว้าให้จริง ฝันคงไม่ไกล ....



ห้องนั่งเล่นแห่งความรักวันนี้ ท่านอาจารย์เริ่มด้วยเสียงเพลง “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า” ทั้งนี้เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาในสัปดาห์ที่แล้วนั้น ...มีการจากไปของเพื่อนของเรา ที่ละครฉากสุดท้ายเขาได้จบลงด้วยการไขว่คว้าอารมณ์กุศลอันเป็นที่พึ่งให้กับเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การสร้างนิมิตปิดทองพระธาตุเจดีย์ และนำผ้าไตรไปบูชาพระอาจารย์ต่างๆ ซึ่งล้วนเกิดจากการให้อารมณ์โดยท่านอาจารย์

มาวันนี้อาจารย์จึงพยายามชี้นำให้พวกเราได้รู้ซึ้งว่าอารมณ์สุดท้ายที่คนเราจะสามารถไขว่คว้าให้ได้มานั้น มันต้องเกิดมาจากการเริ่มต้นทำในปัจจุบันนี้ก่อน ไม่ใช่ไปไขว่คว้าเอาตอนใกล้ตาย เพราะตอนจะตายนั้น ทุกขเวทนามีมาก อารมณ์ที่จะยึดได้ต้องเป็นอารมณ์ที่คุ้นเคยจริงๆ ...คนที่ไม่ชอบพระ ไม่ชอบเสียงสวดมนต์ ต่อให้มีใครไปสวดให้ฟัง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ใจเขาจะไปจับเสียงนั้นมาเป็นอารมณ์ เพราะทุกอย่างมันต้องเกิดจากความเคยชิน นั่นก็คืออาจิณกรรมของเขานั่นเอง ....นอกจากนั้นแล้ว ยังมีอีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของลูกศิษย์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปตอนเช้ามืดวันเสาร์นี้ ด้วยโรคมะเร็ง(ตับ)เช่นเดียวกัน โดยที่อาจารย์ได้รับทราบเรื่องการเจ็บป่วยของเขาขณะที่อยู่ต่างจังหวัดในวันศุกร์ เพราะลูกศิษย์ได้โทรศัพท์ไปปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไร อาจารย์จึงแนะนำให้หาเทปบทสวดมนต์ที่แม่ชอบเปิดให้ฟัง เพราะถ้าหากลูกสวดไปร้องไห้ไปก็จะยิ่งทำให้แม่จิตซัดส่าย หรือถ้าแม่ลืมตาขึ้นมาก็ให้พูดถึงเรื่องราวที่อาจารย์เคยพาไปไหว้พระธาตุเจดีย์ชะเวดากอง ที่ประเทศพม่า โดยให้ถามว่าจำได้ไหมที่ไปคราวนั้นแม่นั่งคู่ไปกับอาจารย์บุษกร จำได้ไหมที่ได้ไปทำบุญตามที่ต่างๆ ...ให้พูดทุกๆ อย่างเพื่อให้แม่ได้ระลึกถึงกุศลที่เคยทำมา แล้วอาจารย์ก็ตั้งใจว่าเมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ ก็จะรีบไปเยี่ยม แต่ขณะที่เดินทางกลับนั้นก็ได้รับโทรศัพท์บอกว่าอาจารย์ไม่ต้องไปก็ได้ ที่โทรมาเพื่อให้ช่วยบอกหลวงพ่อ...อาจารย์จึงบอกว่าเห็นความต่างกันระหว่าง ๒ คน ...คนแรกต้องการให้อาจารย์ไปหา แต่คนที่สองบอกว่าไม่ต้องไปก็ได้ ...นี่ไง สุดแต่ใจจะไขว่คว้า

เรื่องความตายสำคัญมาก ที่อาจารย์เล่ามานี้เพื่อให้พวกเราได้เห็นว่า เราไม่สามารถบังคับบัญชาอะไรได้เลย ทุกชีวิตย่อมมีเอกสิทธิ์ส่วนตัว และในส่วนตัวนั้นต้องไม่ลืมว่ายังมีสังคญาติซึ่งแต่ละคนก็มีนิสัยที่ไม่หมือนกัน สุดแต่ใจจะไขว่คว้าจริงๆ ดังในเนื้อเพลงที่ว่า เลือกทางเดินที่หวังวาดไว้ เพราะว่าแต่ละคนต้องเลือกเอง และต้องเดินไปเอง

โดย วยุรี [26 ก.ค. 2550 , 09:00:27 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ห้องนั่งเล่นแห่งความรักอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก ความเมตตา และความห่วงใย จากหลวงพ่อและท่านอาจารย์ โดยมีพี่วยุรีเป็นสื่อกลางบรรยายให้ทราบ

ทำให้ตระหนักและประทับใจในความดีของท่านทั้ง ๒ เป็นอย่างยิ่งค่ะ

....ความรักอันบริสุทธิ์ของหลวงพ่อที่มีให้คนทั้งโลก ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หลวงพ่อท่านทำให้เห็นเป็นเยี่ยงอย่างของพรหมวิหารธรรมที่สมบูรณ์ที่สุด

....ความเสียสละชอบทำทาน ของท่านอาจารย์ ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้เยี่ยงท่าน

ทำให้นึกถึงบทธรรมของท่านพระธรรมกิตติวงศ์ วัดราชโอรสาราม เรื่องลักษณะของมหาบุรุษ ท่านได้กล่าวไว้ว่า คนที่เป็นมหาบุรุษ หรือบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ น่าเคารพน่านับถือนั้น ก็คือคนที่มีลักษณะในด้าน เสียสละ มีลักษณะที่พอจะมองเห็นได้ ๔ ลักษณะ คือ

๑. มีเพื่อให้ ซึ่งอาจารย์ก็มีลักษณะดังที่กล่าวนี้ ตามที่พี่วยุรีเล่ามา

๒. ได้เพื่อแจก ซึ่งก็ตรงกับการกระทำของท่านอาจารย์ด้วยเช่นกัน

๓. แบกเพื่อสบาย ยอมรับภาระเพื่อให้ผู้อื่นสบาย
พี่ๆน้องก็ย่อมจะทราบดีว่าท่านอาจารย์มีลักษณะแบบนี้

๔. ตายเพื่ออยู่ ลักษณะที่๔ อาจจะเข้าใจยาก
หมายถึงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อฝากไว้ในโลกนี้ แม้ตัวจะตายไป ก็ขอให้ผลงานนั้นยังปรากฏอยู่ คือทำฝากไว้กับโลกนั่นเอง

เมื่อทบทวนดูแล้ว ท่านอาจารย์มีคุณสมบัติครบทั้ง ๔ อย่าง ต้องตามลักษณะมหาบรุษดังนี้แล

กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ในกุศลทานอันประณีตที่ท่านอาจารย์ได้ทำมาด้วยดีค่ะ

ขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะที่ถ่ายทอดธรรมพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวประกอบให้ได้รับทราบด้วย

กราบนมัสการระลึกพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพสักการะยิ่งค่ะ


โดย ธัญธร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ก.ค. 2550 , 16:21:11 น.] ( IP = 124.121.171.21 : : )


  สลักธรรม 12




บันไดเลื่อนแห่งชีวิตเลื่อนไปเรื่อยๆ เลื่อนไปสู่ความตาย
ชีวิตนี้สั้นนัก เราถูกเวลาฆ่าไปทุกๆวันโดยไม่รู้ตัว
และเราก็เผาผลาญเวลาให้หมดไปกับสิ่งไร้สาระมากมาย จึงนับว่าขาดทุนยิ่งนัก

“ถ้าเผื่อลูกคิดจะเป็นผู้ให้ (เป็นครู) ต้องมีจิตเมตตา นั่นคือทำใจให้เหมือนละอองฝน หรือละอองน้ำ"
ครั้งแรกก็คิดเพียงว่าหลวงพ่อสอนให้ใจเย็นเหมือนน้ำฝน แต่เมื่อได้รับฟังคำอธิบายแล้ว
ก็เห็นได้ถึงความเมตตาที่หลวงพ่อมีให้ตลอดมา ดุจละอองฝนจริงๆ ท่านให้ด้วยหัวใจ
โดยมิได้หวังที่จะได้รับตอบแทนเลย
และเมื่อมามองที่ตนเอง... ขณะที่สอนหนังสือ ก็หวังให้เขาเข้าใจได้ดังที่เราเพียรอธิบาย
แต่เมื่อไม่เข้าใจก็เกิดความท้อแท้ว่าเราไม่เอาไหน ขณะนั้นเราได้ปล่อยให้ปัจจัยภายนอกมาบ่งการชีวิตเสียแล้ว

ส่วนคาถาที่หลวงพ่อให้มานั้น นับว่าครอบคลุมได้ในทุกสถานการเลย

ห้องนั่งเล่นแห่งความรักในครั้งนี้ จึงช่วยหล่อหลอมจิตใจลูกให้มีกำลังกล้าแข็งขึ้นค่ะ


กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาที่หลวงพ่อมีให้เสมอมาค่ะ




กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์และพี่วยุรีเป็นอย่างยิ่ง
ที่นำข้อธรรมะที่มีค่ามาฝากเป็นประจำค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ก.ค. 2550 , 16:55:51 น.] ( IP = 124.121.171.21 : : )


  สลักธรรม 13

ทุกครั้งที่เข้ามาในห้องนั่งเล่น
ดูเหมือนชีวิตกำลังถูกหล่อหลอม

หากเคยเป็นไม้เนื้อแข็ง ก็กำลังจะกลายเป็นไม้เนื้ออ่อน

และก็เกิดความรู้สึกว่า หัวใจของหลวงพ่อ
ช่างงดงาม และเปี่ยมด้วยเมตตาอย่างมากมาย

นับว่าเป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสรับธรรมอันมีค่าในแต่ละครั้ง

การถูกสอนให้หัดเป็นผู้ให้ ที่เปรียบกับการทำใจให้เหมือนฝน
เป็นความไพเราะอย่างสุดซึ้ง

ชีวิตกับเวลาดูจะต้องเร่งรีบหาทางเดินให้ถูก
และเตรียมเสบียงชีวิตไว้ให้พร้อม

บทเพลงสุดแต่ใจจะไขว่คว้า ดูจะบรรเลงให้ชีวิตได้กับมาตึกตรองชีวิตมากขึ้น

ขอน้อมกราบบูชาหลวงพ่อด้วยความเคารพสักการะอย่างสูงสุด
ขอน้อมกราบบูชาท่านอาจารย์ที่นำธรรมอันไพเราะ
ด้วยอรรถะ พยัญชนะ และมุ่งตรงสู่กระแสใจ
กราบขอบพระคุณ อ.วยุรี มากค่ะ
ที่ทำให้ชีวิตมีโอกาสดีๆเช่นนี้
และก็ทำให้เกิดอาการซึ้งใจเป็นขณะๆ
จนบางครั้งไม่สามารถจะพิมพ์เป็นตัวหนังสือได้
น้ำตาฃึมเลยนะคะ
ขอบคุณมากๆค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ก.ค. 2550 , 20:50:07 น.] ( IP = 125.24.51.0 : : )


  สลักธรรม 14



บ่อยครั้งในหลายเหตุการณ์ที่ปล่อยให้ปัจจัยภายนอกมาบงการชีวิต เพราะยังไม่ได้ฝึกจิตให้ดี จะหมั่นบำรุงเหตุแห่งสุขให้ยิ่งขึ้น ทุกอย่างอยู่ที่ใจไขว่คว้าจริงๆค่ะ

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อ และท่านอาจารย์ ขอบคุณพี่วยุรีค่ะ

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ก.ค. 2550 , 10:43:12 น.] ( IP = 122.154.3.253 : : )


  สลักธรรม 15

ตั้งแต่ได้เข้ามาในห้องนั่งเล่นแห่งความรักแล้ว รู้สึกว่าจิตใจได้รับการพัฒนาขึ้นมากค่ะ แต่ก็ยังสังเกตุได้ว่าปัจจัยภายนอกยังมีอิทธิพลต่อจิตใจอยู่มาก เนื่องจากยังขาดการบำรุงเหตุ นั่นเอง จะพยายามใช้เวลาที่มีอยู่ เอาใจใส่และบำรุงเหตุให้มากๆขึ้นและสม่ำเสมอขึ้นเจ้าค่ะ

กราบเคารพสักการะในพระคุณของหลวงพ่อเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์และอาจารย์วยุรีที่นำธรรมะมาถ่ายทอดเจ้าค่ะ

โดย สุธาดา (suthada.t) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ก.ค. 2550 , 22:12:57 น.] ( IP = 58.9.148.120 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org