มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๘))








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวก่อนผมได้ศึกษาเจตสิกไป ๒ ตัว คือ วิจารเจตสิก กับอธิโมกขเจตสิก วิจารนั้นได้แก่เจตสิกที่ทำหน้าที่ประคองอารมณ์ ส่วนอธิโมกขเจตสิกนั้นได้แก่ เจตสิกที่ตัดสินอารมณ์เด็ดขาด ผมก้พอจะเข้าใจ ในวันนี้ ผมจะขอศึกษาเจตสิกตัวต่อไปอีก

ก.เจตสิกตัวต่อไปนั้นได้แก่ วิริยเจตสิก ซึ่งเป็นตัวการที่ช่วยให้เกิดความเพียรขึ้นมาในอารมณ์ต่างๆ

วิริยเจตสิกนี้ย่อมสนับสนุนธรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับตนไม่ให้มีการถอยหลัง ที่เรียกกันว่า ความเพียร ซึ่งจะเกิดขึ้นและเป็นไปอยู่เสมอๆ ในอิริยาบถต่างๆ เช่น การยืน เดิน นั่ง นอน หรือในธุรกิจการงานสารพัดอยู่เสมอ แต่เป็นไปโดยมิได้รู้สึกตัว

ป. เมื่อเกิดขึ้นและเป็นไปแล้ว เหตุใดจึงมิได้รู้สึกตัว ผมหวังว่าคุณลุงคงจะได้ยกตัวอย่างขึ้นมาให้ได้เห็นบ้าง

โดย พี่เณร..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:15:33 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ก. วิริยเจตสิกนี้ เป็นธรรมชาติที่มีความพยายาม อดทน ต่อสู้ กับความยากลำบากทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบุญ เป็นบาป ดีหรือชั่ว การศึกษาเล่าเรียนหรือประกอบการงานทุกๆ อย่าง เพื่อจะให้กิจการงานนั้นบรรลุผลลงไปให้จนได้

แต่อย่างไรก็ดี ความพากเพียรทั้งหลายเป็นไปแบบอัตโนมัติ โดยไม่รู้สึกตัวอยู่เสมอ เพราะจิตใจมัวแต่ไปเพ่งเล็งแต่อารมณ์อย่างอื่นๆ เช่น หลานท่องหนังสือเพื่อหวังจะให้จำได้ ซึ่งต้องอาศัยวิริยเจตสิกอันเป็นตัวพากเพียร จึงเพ่งเล็งลงไปที่จะให้จำโดยมิได้ดูเข้าไปถึงความเพียรของตนที่ท่องตั้ง ๑๐ ครั้ง หรือ ๒๐ ครั้งต่อๆ ไปกันเลยแม้แต่น้อย ด้วยมีความเพ่งเล็งที่จะให้จำได้เป็นสำคัญ แต่ถ้าเป็นโยคีผู้ปฏิบัติวิปัสสนากำหนดดูความเพียรนี้อยู่ แล้วในขณะนั้นก็กำลังมีสติ มีสมาธิที่ไม่ยิ่งไม่หย่อนเกินไป ก็ย่อมจะเห็นวิริยเจตสิกตัวนี้เด่นชัดได้

อย่าว่าแต่การงานอันเป็นไปโดยอาศัยความเพียรอันมีกำลังมากที่เราพอจะพิจารณาเห็นได้เลย แม้ว่าความเพียรที่เกิดขึ้นในอารมณ์เล็กๆ น้อยที่เป็นไปอย่างธรรมดาสามัญ จากการแสดงออกทางกาย ทางวาจา และทางใจ มีการยืน เดิน นั่ง นอน กิน ถ่าย เป็นต้น ซึ่งก็มิใช่อารมณ์พิเศษประการใด ก็ย่อมจะประกอบด้วยวิริยเจตสิกอยู่เสมอ หาไม่แล้วการงานเหล่านั้นก็จไม่บรรลุความสำเร็จลงได้ ด้วยอาศัยวิริยะเป็นปัจจัยสนับสนุนดังนี้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเรียกวิริยะนี้ว่า อุสสาหะ อันแปลว่า สามารถอดทนต่อความลำบากที่กำลังได้รับอยู่ดังวจนัตถว่า

"อุทุกฺขลาเภ สหนํ อุสฺสาโห "

"ความสามารถอดทนเมื่อได้รับความลำบาก ชื่อว่า อุสสาหะ " ซึ่งได้แก่วิริยเจตสิกนั่นเอง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:16:10 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 2



หลานก็ได้ศึกษามาแล้วตั้งแต่ตอนต้นว่า เมื่อจิตใจเกิดขึ้นมารับอารมณ์อย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว เจตสิกต่างๆ ก็เข้ามาร่วมประชุมพร้อมกันหลายประเภทเพื่อการทำงานต่างๆ มีผัสสะรับกระทบอารมณ์ มีสัญญาเก็บหรือจดจำอารมณ์เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อจิตใจเกิดขึ้นมารับอารมณ์ ถ้าจิตใจนั้นเกิดขึ้นมาเป็นความพากเพียรแล้ว วิริยเจตสิกก็ยังต้องเกิดขึ้นมาต่อๆ กันเหล่านั้นมีกำลัง มีความสามารถในกิจการงานทั้งหลาย

ในขณะที่วิริยเจตสิกเกิดขึ้นมาแล้วสัมปยุตธรรมทั้งหลาย อันได้แก่จิต เจตสิกอื่นๆ ที่เกิดพร้อมเกิดร่วมด้วยเสมอไป เพื่อยังให้จิตแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นมาต่อๆ กันเหล่านั้นมีกำลัง มีความสามารถในกิจการงานทั้งหลาย

ในขณะที่วิริยเจตสิกเกิดขึ้นมาแล้วสัมปยุตธรรมทั้งหลาย อันได้แก่จิต เจตสิกอื่นๆ ที่เกิดพร้อมเกิดร่วมกับวิริยะนี้ก็พลอยอุสสาหะไปด้วย ทั้งนี้ด้วยวิริยเจตสิกตัวนี้เองได้เข้าทำการสนับสนุนค้ำจุน เหมือนโต๊ะเขียนหนังสือ ของหลานตัวเมื่อวานนี้ มันจะพังลงมา แล้วหลานได้เอาไม้ชิ้นหนึ่งเข้าไปหนุนเอาไว้ไม่ให้ล้ม แล้วยังใช้งานต่อไปอีกได้ ไม่ล้มลงไปเพราะความกระเทือน

จิตเจตสิกต่างๆ ที่เป็นสัมปยุตธรรมก็เหมือนกัน มันไม่เป็นอัมพาต ทำงานไปได้เข้มแข็งก็เพราะวิริยเจตสิกตัวนี้เกิดร่วมด้วยไปสนับสนุนค้ำจุนให้จิต เจตสิกทั้งหลายบังเกิดมีความพากเพียรหรือแข็งแรงตามไปด้วย ทำให้การรับอารมณ์เป็นไปไม่ท้อถอยหยุดลงเสียกลางคัน ที่ลุงกล่าวมานี้เป็นลักษณะของวิริยเจตสิก

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:16:45 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 3



ป. คุณลุงขอรับ คุณลุงอธิบายมาแล้วผมก็มีความเข้าใจว่า เจตสิกเข้าประกอบกับจิตใจแล้ว จิตนั้นก็เกิดวิริยะอุสสาหะขึ้นมาทีเดียว นอกจากนั้น คุณลุงยังได้กล่าวว่า ไม่ว่ากินอยู่หลับนอน หรือเคลื่อนไหวอิริยาบถประการใดก็ย่อมจะมีวิริยเจตสิกตัวนี้เข้าประกอบด้วยทั้งนั้น

คุณลุงพูดเสมือนหนึ่งว่า วิริยเจตสิกนี้จะต้องเกิดกับจิตทุกประเภทไม่เลือกเลย ลงเป็นจิตเกิดขึ้นมาต้องอาศัยสัมปยุตธรรมเกิดขึ้นพร้อมกันประกอบกันแล้ว ก็จะต้องมีวิริยเจตสิกเข้าร่วมด้วยเสมอไป มิฉะนั้นแล้ว คนเราก็จะกินอยู่หลับนอนไม่ได้เลย

ก. ลุงไม่คิดเลยว่า คนหนุ่มๆ อย่างหลานนี้ มีเหตุผลมากมาย เป็นคนเจ้าความคิดถึงขนาดนี้ ใครๆ มาสอนหลานแล้วก็จะต้องระวังให้ดีทีเดียว

วิริยเจตสิกเกิดร่วมกับจิตประเภทใดได้บ้างนั้น เราจะต้องศึกษากันเมื่อถึงสัมปโยคะและสังคหะ ตอนนั้นหลานก็จะทราบรายละเอียดมากขึ้น จะทราบว่าเมื่อคนร้องไห้มีเจตสิกอะไรประกอบบ้าง เมื่อคนหัวเราะ เจตสิกอะไรเข้าร่วมประกอบด้วยไม่ได้เลย และเมื่อจิตเป็นบาปหรือเป็นบุญนั้น มีเจตสิกประเภทไหนเข้าประกอบกันอย่างไร ตัวไหนเข้าประกอบได้หรือไม่ได้เพราะเหตุใด

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:17:08 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 4



ในเวลานี้ยังเรียนไปไม่ถึงสัมปโยคะและสังคหะดังกล่าว แต่เมื่อหลานเกิดสงสัยว่า วิริยเจตสิกน่าจะเข้าประกอบร่วมกับจิตทุกๆ ดวงดังนี้แล้ว ลุงก็เห็นว่า จะต้องตอบหลานอย่างย่อๆ เพื่อให้หายสงสัยไว้เสียทีหนึ่งก่อน หวังว่าหลานคงจะไม่ซักไซ้ให้ละเอียดต่อไปอีกว่า ตัวไหนประกอบได้หรือไม่ได้ เพราะเหตุใด และถ้าหลานขืนถาม ลุงก็จะไม่ตอบ เพราะต้องคอยให้ถึงบทนั้นเสียก่อน

จิตทั้งหมดมีอยู่ ๘๙ ประเภท จิตที่เกิดพร้อมด้วยวิริยเจตสิกนั้นมี ๗๓ ประเภท และวิริยเจตสิกเข้าประกอบกับจิตเหล่านี้ไม่ได้คือ ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐ สัมปฏิจฉนะจิต ๒ สันตีรณจิต ๓ ปัญจทวาราวัชชนะจิต ๑ รวม ๑๖ ประเภทนี้เท่านั้น เอาจิตออกเสียจำนวนหนึ่งเพราะวิริยะเข้าประกอบร่วมด้วยไม่ได้ ลุงตอบแต่เพียงหลักการเท่านั้นก่อน ยังไม่ให้เหตุผลอะไรอย่างนี้ เป็นที่พอใจหรือยัง (จะศึกษาความพิสดารข้างหน้า)

ป. ก็เป็นที่พอใจแล้วขอรับ ขอได้โปรดอธิบายต่อไปเถิด

ก.หลานก็ได้ทราบมาแล้วว่า การงานทั้งหลายจะต้องอาศัยวิริยเจตสิกเข้าร่วมประกอบด้วย หาไม่แล้วการงานทั้งหลายจะสำเร็จลงไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี การงานทั้งหมดดังกล่าวมาแล้วนั้น ก็ย่อมจะเป็นความดี ความชั่ว เป็นบุญหรือเป็นบาปไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

ดังนั้น ความเพียรที่เกิดมาในการกระทำดี ก็ย่อมได้บุญมาก ความเพียรที่เกิดมากในการกระทำชั่ว บาปก็จะได้มาก ความพากเพียรพยายามก็เป็นการแสดงถึงบุญหรือบาปที่จะได้รับมากหรือน้อย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:17:34 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 5



ตัวการที่เป็นเหตุใกล้ให้จิตฝ่ายวิริยะโดยทั่วไปเกิดได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นบุญหรือเป็นบาปก็ตามนั้น เรียกว่า วิริยารัมภวัตถุ ๘ คือ

๑. กมฺม เกี่ยวกับการงาน มีอยู่ ๒ อย่างคือ
ก. การงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำสำเร็จไปแล้ว
ข. การงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะลงมือกระทำ

๒. มคฺค เกี่ยวด้วยการเดินทางมีอยู่ ๒ อย่างคือ
ก. การเดินทางที่เพิ่งมาถึง
ข. การเดินทางที่จวนจะไปถึง

๓. เคลญฺญ เกี่ยวด้วยสุขภาพมี ๒ อย่างคือ
ก. มีร่างกายที่เริ่มสบาย
ข. มีร่างกายที่เริ่มไม่สบาย

๔. บิณฺฑ เกี่ยวด้วยอาหารมี ๒ อย่างคือ
ก. มีอาหารไม่สมบูรณ์
ข. มีอาหารบริบูรณ์

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:18:10 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 6



๑. เกี่ยวด้วยการงาน ๒ อย่าง คือ

ก. บางคนได้ทำการงานอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นผลสำเร็จลุล่วงไปแล้ว ก็กลับมาคิดว่า งานอย่างอื่นที่ยังทิ้งค้างเอาไว้นั้นก็ยังมีอยู่ ด้วยเหตุดังนี้เอง เมื่องานที่ทำนี้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องรีบทำงานที่ยังค้างอยู่นั้นต่อไปอีก วิริยะจึงได้เกิดขึ้นภายหลังจากการทำการงานสำเร็จลงแล้ว

ข. บางคนจะต้องลงมือทำงาน แล้วก็มาคิดว่า การงานที่เราจะต้องทำนั้นยังรออยู่ ฉะนั้น เราจะต้องรีบทำงานที่รอยู่นี้ให้สำเร็จลงโดยเร็ว เมื่อได้คิดดังนี้แล้ว ก็พยายามทำงานนั้นๆ ให้บังเกิดผลต่อไป วิริยะนี้ก็จะเกิดผลขึ้น ก็โดยอาศัยการงานที่จะต้องลงมือกระทำ

๒. เกี่ยวด้วยการเดินทางมีอยู่ ๒ อย่าง

ก. บุคคลที่ได้กลับมาจากการเดินทางแล้ว ก็คิดว่า งานที่ทิ้งค้างไว้ยังไม่ได้ทำให้สำเร็จลุล่วงไปนั้นมีอยู่ ดังนั้น เราก็ควรที่จะทำกิจการงานนั้นเสียให้เสร็จเด็ดขาดไป เมื่อได้คิดดังนี้แล้ว จึงได้ลงมือทำการงานนั้น จนกระทั่งเรียบร้อย ในเรื่องนี้ก็ได้แก่วิริยะความเพียร ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยการเดินทางที่เพิ่งมาถึง

ข. บุคคลที่จำจะต้องออกเดินทางไปยังที่ใดที่หนึ่งคิดว่า เราจะต้องเดินทางแล้วการงานต่างๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่นั้นยังมี ควรจะต้องลงมือกระทำเสียให้สำเร็จไปจะได้สิ้นห่วง เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว ก็บังเกิดความพยายามขึ้น ในข้อนี้วิริยะเกิดขึ้นโดยอาศัยการเดินทางที่จวนจะไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:18:36 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 7



๓. เกี่ยวด้วยสุขภาพมี ๒ อย่าง

ก. ผู้ที่หายจากโรคภัยไข้เจ็บมาใหม่ๆ แล้วคิดว่า บัดนี้ เราหายป่วยได้มีความสบายแล้ว การงานที่ค้างอยู่ยังมิได้ทำให้สำเร็จไป ฉะนั้น เราจะต้องทำเสียให้เสร็จลงไป จึงเกิดความพยายามขึ้นมา วิริยะนี้เกิดขึ้นได้ก็โดยอาศัยร่างกายที่เริ่มมีความสบาย

ข. บางคนรู้สึกตัวว่า ร่างกายไม่ค่อยจะดีมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน จึงได้คิดว่า โรคที่เป็นนี้อาจจะเรื้อรัง หรืออาจจะเป็นมากขึ้นมาก็ได้ ในขณะนี้ยังมีกำลังพอทำการงานไหว จะต้องขวนขวายทำเสียให้เสร็จไปก่อนที่จำทำไม่ได้ เมื่อคิดแล้วจึงได้ลงมือกระทำ วิริยะนี้เกิดขึ้นโดยอาศัยที่ร่างกายไม่สบาย

๔. เกี่ยวด้วยอาหารมี ๒ อย่าง

ก. บุคคลที่อาหารการกินไม่สมบูรณ์ ขาดตกบกพร่องอยู่เสมอ หรือต้องการอาหารตามที่ตนต้องการแต่ก็มีรายได้น้อย ก็คิดว่าจะต้องขยันขันแข็งทำการงาน เพื่อจะได้มีโอกาสกินอาหารได้พอเพียง ได้อาหารตามที่ต้องการ จึงได้ตั้งอกตั้งใจทำการงานด้วยหวังในเรื่องของอาหาร ดังนี้เป็นความพยายาที่เกิดขึ้นโดยอาศัยการมีอาหารไม่บริบูรณ์

ข. บุคคลที่บริบูรณ์ในเรื่องอาหารก็คิดว่า เวลานี้อาหารการกินก็มิได้เดือดร้อนประการใด แต่ก็ไม่เป็นการแน่นอน หรือไม่มีใครมาให้หลักประกันได้ว่า ต่อไปในอนาคตจะมีอาหารการกินสมบูรณ์อยู่ดังนี้ตลอดไป ดังนั้น เราจะต้องทำการงานตระเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมสำหรับการเผชิญต่อเหตุการณ์อันไม่ราบรื่นในวันข้างหน้า จึงได้บังเกิดความพยายาม วิริยะนี้เกิดขึ้นโดยอาศัยการมีอาหารสมบูรณ์

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:19:01 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 8



ในบรรดาวิริยารัมภวัตถุทั้ง ๘ อย่างนี้ ย่อมจะเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีโยนิโสมนสิการมีความแยบคายในใจ แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีอโยนิโสมนสิการ คือไม่มีความแยบคายในใจแล้วในสังคีติสูตรแห่งปาฏิกวรรคพระบาลีและอรรถกถา แสดงว่า วิริยารัมภวัตถุ ๘ อย่างนี้จะกลับกลายเป็น กุสิตวัตถุ คือวัตถุที่เป็นเหตุให้เกิดความเกียจคร้าน

วิริยเจตสิกเป็นตัวการที่เข้าช่วยอุดหนุนสัมปยุตธรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกันนั้น มิให้เกิดความย่อท้อถอยหลัง คือช่วยให้บรรดาเจตสิกทั้งหลายที่เกิดพร้อมกันกับจิตที่เกิดขึ้นมานั้นร่วมมือกันทำงานโดยไม่ย่อท้อนั่นเอง เมื่อพระโยคีผู้พิจารณาถึงอาการของวิริยะแล้ว ก็ทราบได้ว่า ตัววิริยเจตสิกนี้ มีการไม่ท้อถอยหลังเป็นอาการปรากฏ

วิริยารัมภวัตถุเป็นเหตุใกล้ให้วิริยะเกิดดังที่ได้แสดงมาแล้วนั้น หมายถึงวิริยะโดยทั่วไป จะเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่ว บุญหรือบาปไม่เลือกเลย ในข้อนี้หลานจะต้องทำความเข้าใจเอาไว้เสีย

อย่างไรก็ดี เมื่อได้ทำความเข้าใจในวิริยารัมภวัตถุทั้ง ๘ อันเกิดทั้งฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่วก็ได้แล้ว หลานก็ควรจะทราบถึง ตัวการที่เป็นเหตุใกล้ให้วิริยเจตสิกเกิดได้ ที่เป็นฝ่ายดีที่เป็นฝ่ายกุศลเสียด้วย แต่มิได้เป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายกุศลชนิดธรรมดาสามัญที่บุคคลทั่วไปกระทำอยู่ หากหลานลองคิดดูว่า ใครเป็นผู้ทำลายพระพุทธศาสนาโดยไม่รู้ตัวอย่างที่น่ากลัวเช่นนี้

ผู้ศึกษาเล่าเรียนในธรรมะขั้นละเอียดย่อมจะเข้าใจในเรื่องของนรก สวรรค์ ย่อมจะเข้าถึงเหตุผลตลอดจนข้อเท็จจริง โดยที่มิได้ตกอยู่ในมหาอาณาจักรแห่งความเพ้อฝันดังที่บางคนคิด เรื่องของนรก สวรรค์ จะปรากฏเป็นความจริงขึ้นมาได้กับบุคคลใด ก็จะต้องอาศัยการเล่าเรียนและการปฏิบัติ เพราะมิได้เป็นบทพิสูจน์ชนิดที่เขามาวางให้ปรากฏแก่สายตาได้บนโต๊ะ แต่พระพุทธศาสนาก็ท้าทายไม่ว่าบุคคลใดที่มีความรู้มากๆ มีเหตุผลดีๆ ให้เข้ามาในอาณาจักรอันลึกลับมหัศจรรย์นี้อยู่เสมอ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:19:25 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 9



ผู้มีปัญญาทั้งหลายได้พิจารณาเห็นความจริงว่า การไปเกิดในนรก ในเดรัจฉาน เปรต อสุรกายนั้น มีความทุกข์ ความเดือดร้อนแสนสาหัสประการใด ก็ย่อมจะมีความหวาดหวั่นพรั่นกลัวไม่อยากที่จะเข้าไปใกล้ จึงได้เกิดความเบื่อหน่าย ความโลภทั้งหลายพากันหนีหน้าไปชั่วคราว ในขณะนี้จิตก็จะแจ่มใสด้วยเห็นภัยของการเวียนว่ายตายเกิดจึงได้หันหน้าเข้ามาหาทางที่จะให้พ้นไปจากทุกข์ทั้งหลาย โดยสร้างกุศลที่ประกอบด้วยปัญญาบารมี ตลอดจนการปฏิบัติไปในทางที่ตรงไปสู่พระนิพพาน

ปัญญาที่รู้เห็นตามความเป็นจริงของเรื่องชีวิตอันเกิดขึ้นมาพร้อมด้วยโอตตัปปะความเกรงกลัวต่อบาปเป็นประธาน เป็นตัวสังเวคะโดยแท้จริง ปัญญาที่พิจารณานี้จะเกิดขึ้นก็จะต้องอาศัยสังเวควัตถุ ข ดังกล่าวแล้ว และสังเวควัตถุ ๘ อย่างเหล่านี้เอง ที่เป็นเหตุให้เกิดวิริยะที่ประกอบด้วยปัญญานี้ขึ้นมา

ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นทางกาย ทางวาจา และทางใจ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคทาน รักษาศีล เจริญสมถะและวิปัสสนาภาวนา ด้วยอาศัยความคิดพิจารณาในสังเวคธรรมในประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการ จนเป็นเหตุให้กุศลจิตเกิดขึ้นแล้ว ก็ได้ชื่อว่า อำนาจของสังเวคธรรม คือความสังเวชสลดใจในวัฏฏะทุกข์มีความหวาดเกรงการเวียนว่ายตายเกิด อันเป็นตัวอุดหนุนให้เกิดกุศลดังกล่าว แล้วกุศลที่เกิดขึ้นนี้ก็ได้ชื่อว่าประกอบไปด้วยปัญญาเพราะได้พิจารณาความจริงของเรื่องชีวิต

ผู้ที่มองเห็นทุกข์โทษภัยในวัฏฏะ ผู้ที่บังเกิดความเบื่อหน่ายในเรื่องชีวิต ไม่มีความปรารถนาที่จะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไปอย่างไม่จบสิ้น จึงได้หันไปสู่ทิศทางเดินเพื่อทำลายชาติ คือการเกิดจึงได้ทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ คือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แต่ตัณหาคือความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ อันเคยอบรมสั่งสมมาอย่างโชกโชนก็คอยมารบเร้า คอยมาสะกิดใจให้ใฝ่หาแต่อารมณ์ที่ตนชอบอยู่ตลอดเวลา ชักพาให้เตลิดไปในทิศทางต่างๆ อยู่เสมอ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:19:52 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )


  สลักธรรม 10



แต่อย่างไรก็ดี ด้วยอำนาจของความพยายามที่จะละวาง โดยกำหนดดูความจริงที่เกิดขึ้นตามอารมณ์ต่างๆ ขณะใเจิตใจสงบ มีสติ และมีสมาธิบ้างพอสมควร ในบางครั้งสังเวคธรรมทั้ง ๘ ประการนั้น ก็จะมาปรากฏในห้วงนึก ในขณะนี้ก็จะไปพิจารณาถึงทุกข์ และความเป็นโทษได้อย่างลึกซึ้ง จนได้มองเห็นเป็นความจริงในเรื่องชีวิตที่น่าหวาดกลัวนี้ยิ่งขึ้น ความยินดีติดใจอันเป็นตัณหาที่คอยมาขวางกั้นหนทางปฏิบัติ ก็จะค่อยซบเซาลง ดังนั้น จึงได้ชื่อว่า สังเวคธรรมมีส่วนช่วยเกื้อกูลการปฏิบัติเป็นอันมาก

ในวันนี้ ลุงได้อธิบายถึงวิริยเจตสิกนี้ตัวเดียว เพราะเห็นว่าเป็นตัวสำคัญ เป็นตัวช่วยให้เกิดปัญญาขึ้นมาได้ แต่หลานก็ควรจะได้ทราบถึงลักขณาทิจตุกะของวิริยเจตสิกนี้เสียด้วย คือ

๑. อุสฺสาหน ลกฺขณํ มีความอุสสาหะ เป็นลักษณะ
๒. สหชาตานํ อุปตฺถมฺภน รสํ มีการอุดหนุนสหชาตธรรม เป็นกิจ
๓. อสฺสีทน ปจฺจุปฎฺฐานํ มีความไม่ย่อท้อถดถอย เป็นอาการผล
๔. สํเวค ปทฏฺฐานํ มีความสลด เป็นเหตุใกล้

ลุงก็เห็นเป็นการสมควรที่จะยุติการสนทนากันไว้เสียที ถ้าหลานเรียนมากนักก็อาจจะยุ่ง และจำไม่ค่อยจะได้

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ค. 2550 , 08:20:21 น.] ( IP = 58.9.143.180 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org