มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ (๒๐))








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๒๐)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน ในวันนี้ ลุงจะได้บรรยายถึงเจตสิกตัวสุดท้ายของหมวดอัญญสมานาเจตสิกเสียเลย ในคราวหน้าต่อไปจะได้ขึ้นต้นใหม่ในหมวดอกุศลเจตสิกต่อไป

ฉันทเจตสิกคืออะไร


ฉันทเจตสิก ก็ได้แก่เจตสิกที่มีความพอใจในอารมณ์ ในที่บางแห่งก็แสดงว่า มีความปรารถนาในอารมณ์ ความจริงก็เป็นการถูกต้องเพราะเมื่อมีความพอใจแล้ว ก็ย่อมจะแสวงหาอารมณ์ต่างๆ ที่พอใจนั้น เพื่อจะให้ได้มาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปารมณ์ สัททารมณ์ ไปจนถึงธรรมารมณ์

ป. คุณลุงขอรับ ความพอใจในอารมณ์ ไม่เป็นโลภะดอกหรือ เท่าที่ผมได้ฟังคุณลุงบรรยายเรื่องโลภะมาแล้ว ผมก็ว่าน่าจะเหมือนกัน

ก. จริงทีเดียว โลภะกับฉันทะน่าจะเหมือนกัน แต่ก็หาได้เหมือนกันไม่ ลุงจะขอแยกให้หลานได้เห็นเป็นข้อๆ ดังนี้

๑. โลภะนั้น ได้แก่ความติดใจในอารมณ์ แต่ฉันทะนั้น ได้แก่ความพอใจในอารมณ์เท่านั้น หาได้ติดใจไม่

๒. สำหรับโลภะนั้น เป็นอกุศลเพราะเป็นความโลภ แต่ฉันทะนั้นเป็นอัญญสมานาเจตสิก เป็นเจตสิกที่เข้าประกอบกับบาปก็ได้ หรือบุญก็ได้

๓. เมื่อโลภะเกิดขึ้นมาก็จะต้องมีฉันทะร่วมประกอบด้วย แต่เมื่อฉันทะจะเกิดขึ้นมาแต่ลำพังแล้ว โลภะไม่ต้องประกอบด้วยเลย

๔. การแสวงหากามคุณอารมณ์นั้นก็เป็นกิจของฉันทะ แต่ก็ต้องมีโลภะเป็นประธาน ส่วนการแสวงหาความรู้ เช่นการศึกษาเล่าเรียนธรรมะ การแสวงหากุศลต่างๆ ไปจนถึงนิพพาน ฉันทะจะต้องเป็นประธาน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 ส.ค. 2550 , 07:29:13 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ตามที่ลุงได้บรรยายไปแล้ว หลานก็จะเห็นได้ว่า โลภะกับฉันทะนั้นดูประหนึ่งว่าจะเหมือนกัน แต่เมื่อพิจารณาให้ละเอียดแล้ว ก็แตกต่างกันอยู่เป็นอันมาก ลุงจะขออธิบายเพิ่มเติมจากที่ได้วางเป็นหัวข้อเอาไว้แล้ว

ในข้อที่ ๑ นั้น ว่าถึงความติดใจไม่ติดใจ ลุงได้ชี้ให้หลานเห็นแล้วว่า โลภะนั้นย่อมมีความติดใจในอารมณ์ที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นทวารไหน ไม่ว่าจะเป็นทางทวารตา หู หรือใจก็ตาม ส่วนฉันทะหาได้มีความติดใจในอารมณ์นั้นๆ ไม่

ดังนั้นท่านจึงได้อุปมาฉันทะว่า เหมือนนายพรานผู้ยิงธนู หยิบลูกธนูแล้วก็ยิงไป ไม่ได้เก็บเอาไว้ ไม่ได้มีการยึดติดเหนียวแน่นที่จะเก็บเอาลูกธนูนั้นเอาไว้เลย

ป. คุณลุงขอรับ การเล่าเรียนธรรมะ การทำมหากุศลต่างๆ มีบริจาคทานเป็นต้น หรือการทำสมาธิ ผมก็ว่าหนีความติดใจไปไม่พ้น แล้วจะตัดสินว่าไม่เป็นโลภะได้อย่างไร

ก.หลานตั้งคำถามในเรื่องของความติดใจว่า เมื่อเราเรียนธรรมะหรือการทำมหากุศลต่างๆ มีการบริจาคทานหรอการทำสมาธิ เราก็มีความติดใจในการเล่าเรียน ในการบริจาคทานหรือในการทำสมาธิก็ติดได้เหมือนกัน ฉะนั้น จะถือเอาความติดใจ หรือไม่ติดใจในการทำกุศลเหล่านี้อย่างไรได้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 ส.ค. 2550 , 07:30:01 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )


  สลักธรรม 2



ในข้อนี้ลุงมิได้เถียง เพราะมหากุศลทั้งหลายที่บุคคลใดกระทำลงไป บุคคลนั้นก็อาจมีความติดใจได้ แต่ขอให้หลานคิดลงไปในส่วนลึกของใจว่า การติดใจในการศึกษาเล่าเรียนในธรรมะนั้นเล่าเรียนเอามาทำไม ก็เอามาให้ติดใจเพื่อจะได้มีปัญญา จนกว่าความหลุดพ้นไปจากกิเลส พ้นไปจากโลภะ

ติดใจในการบริจาคทานก็เพื่อจะให้หลุดถอนโลภะออกไป ไม่ได้พกแต่ความเห็นแก่ตัวอันเป็นโลภะ ติดใจในความสงบด้วยการทำสมาธิ ก็เพื่อหวังจะข่มกิเลสเอาไว้ หวังจะไม่ให้โลภะกำเริบขึ้นมาได้ ขอให้หลานลองคิดพิจารณาดูว่า ความติดใจในโลภะเป็นไปดังนี้หรือ

โลภะมีแต่จะติดใจเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ในเรื่องของการกินอยู่ หลับนอน ใช้จ่ายเป็นต้น ไม่ยอมให้กิเลสตัวเล็กตัวใหญ่หลุดถอนออกไปเลย ได้เท่าใดก็หาได้บังเกิดความเพียงพอไม่ คิดแต่จะสะสมเพิ่มเติมให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ

ด้วยเหตุดังนี้เอง ความยินดีพอใจ หรือแม้จะเติมคำว่า ติดใจลงไปในฉันทะ ก็หาได้เป็นโทษไม่ เพราะเป็นการบรรเทาเบาบางทุกข์โทษภัย ในทางธรรมะจึงใช้คำว่า ธรรมฉันทะ เมื่อฉันทะนั้นเป็นประธาน

แต่ถ้าโลภะเป็นประธานแล้วมีฉันทะเกิดร่วมด้วย จะใช้คำว่า ธรรมะฉันทะไม่ได้ เพราะโลภะเป็นตัวการก่อทุกข์โทษภัย และความติดใจก็แตกต่างกันดังนี้

สำหรับในข้อ ๒ และข้อ ๓ นั้น นั้นลุงเห็นจะไม่ต้องอธิบาย เพราะความก็ชัดเจนดีอยู่แล้ว

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 ส.ค. 2550 , 07:30:36 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )


  สลักธรรม 3



ส่วนในข้อที่ ๔ การเกิดร่วมกัน ของเจตสิกที่เป็นโลภะกับฉันทะนั้น ขอให้หลานได้สังเกตดูให้ดี ในเมื่อความโลภเกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นประธาน เช่นอยากได้เงินได้ทองแล้วก็มีฉันทะเกิดร่วมด้วย ทำหน้าที่มีความพอใจในอารมณ์โลภะนั้น ในขณะนี้ฉันทะเพียงแต่เป็นผู้ร่วมแสดงบทบาทด้วย หาได้ทำหน้าที่เป็นประธาน แล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะเป็นประธานได้เลย ในเมื่อโลภะยังร่วมอยู่

แต่อย่างไรก็ดี ถ้าหากว่า ฉันทะนี้ได้เป็นประธานขึ้นมา เช่นในการศึกษาเล่าเรียนธรรม ในการบริจาคทาน หรือในการทำสมาธิแล้ว ฉันทะนี้ก็จะมีกำลังมากจนถึงเป็นอธิบดี คือความเป็นใหญ่ในอารมณ์นั้นๆ ก็ได้ ที่เรียกกันว่า ฉันทาธิปติ ขอให้หลานจำเอาไว้ว่า

๑. เมื่อมีปีติแล้วก็จะต้องมีสุขด้วยเสมอไป

๒. แต่ทว่าเมื่อมีสุขแล้ว อาจไม่มีปีติด้วยก็ได้

๓. เมื่อมีโลภะเกิดแล้ว จำจะต้องมีฉันทะร่วมด้วยทุกครั้ง

๔. แต่ทว่า เมื่อมีฉันทะเกิด ไม่จำเป็นต้องมีโลภะด้วยก็ได้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 ส.ค. 2550 , 07:31:16 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )


  สลักธรรม 4



ป. คุณลุงขอรับ ฉันทะนี้ เมื่อเวลาเกิดย่อมจะเกิดอยู่ในจิตประเภทไหน แล้วผมขอทราบด้วยว่า จิตประเภทไหนที่ฉันทะเกิดร่วมด้วยได้ได้เลย เพราะเหตุใด

ก.จิตที่ฉันทะเกิดร่วมด้วยนั้น หลานไม่ต้องไปจำว่า เป็นจิตอะไรบ้าง ให้บังเกิดความยุ่งยากลำบากใจ จำแต่ตัวเลขน้อยๆ ที่เว้นไว้ก็จะดีกว่า คือจำเพาะแต่ที่ฉันทะเข้าประกอบไม่ได้ซึ่งมีอยู่ ๒๐ เท่านั้นเอง คือ โมหะมูลจิต ๒ กับอเหตุกจิต ๑๘ รวมเป็น ๒๐ เหลือนอกจากนี้ ๖๙ ดวงมีฉันทะเข้าไปเกิดร่วมด้วยได้ทั้งนั้น

ป. โมหะมูลจิต กับอเหตุกจิตนั้น เหตุใดฉันทะจึงเกิดร่วมด้วยไม่ได้ ขอรับ

ก. โมหะนั้น เป็นจิตที่โง่ เมื่อเป็นจิตที่โง่แล้ว จะบังเกิดความยินดีพอใจขึ้นมาจะเป็นไปได้หรือ เหมือนลิงที่โง่ไม่มีความฉลาดเท่าเทียมมนุษย์ ไม่ทราบว่า เพชรนิลจินดานั้นเป็นของมีค่า จึงไม่มีความสนใจใยดี สู้ผลส้มเล็กๆ ผลเดียวก็ไม่ได้ หรือคนที่ปฏิสนธิด้วยจิตอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก เป็นบ้าหรือไม่ค่อยจะเต็มบริบูรณ์มาฟังลุงบรรยายธรรมชั้นนปรมัตถธรรมเรื่องยากๆ แล้วจะให้เกิดความพอใจได้อย่างไร

ส่วนอเหตุกจิตนั้น เป็นจิตที่มิได้ประกอบด้วยเหตุ จึงมีกำลังอ่อน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงขาดกำลังอำนาจที่จะสนับสนุนให้จนถึงกับเกิดความยินดีพอใจได้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 ส.ค. 2550 , 07:31:57 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )


  สลักธรรม 5



ป.ผมขอถามเป็นข้อสุดท้ายสักข้อหนึ่งเถิดขอรับ โทสะมูลจิตนั้น เป็นจิตที่ไม่พอใจในอารมณ์ หรือได้อารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนา เช่น ความโกรธ ความเกลียด ความเสียใจทุกข์ร้อน ก็เมื่อเป็นอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนาดังนี้แล้ว เหตุใดฉันทะความยินดีพอใจในอารมณ์จึงเข้าไปเกิดร่วมด้วยได้ ความยินดีพอใจจะเข้าไปอยู่ในความเศร้าโศกทุกข์ร้อนได้อย่างไร ดูไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

ก.จริงของหลานแล้ว มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ฉันทะไม่น่าที่จะเกิดร่วมกับโทสะจริงๆ แต่ฉันทะก็เกิดร่วมกับโทสะได้แน่ ลุงจะขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้ได้เห็นแล้วจะซักถามจากตัวอย่างจนหลานบังเกิดความเข้าใจได้เอง เมื่อวานนี้หลานไปดูภาพยนตร์มาไม่ใช่หรือ สนุกไหม?

ป.ขอรับ ไปดูมา แล้วก็สนุกจริงๆ

ก.หนังที่หลานไปดูมาเมื่อวานนี้แล้วบอกว่า "สนุก" นั้น เป็นหนังเรื่องรักโศกแล้วก็โศกมากเสียด้วย ที่หลานว่าสนุกนั้นก็เพราะคนแต่งเรื่องโศกได้ดีจริงๆ ทั้งตัวแสดง ก็แสดงบทโศกได้เป็นเหมือนเรื่องจริงๆ จึงโน้มน้อมใจคนดูให้เกิดความชอบใจ คิดว่าเป็นเรื่องจริง ตนเหมือนตัวเองออกแสดงด้วย หลานมิได้เศร้าโศกตามไปด้วยบ้างดอกหรือ

ป. เศร้าโศกตามไปด้วยแน่นอนทีเดียวขอรับ ผมเข้าใจแล้ว เพราะเหตุนี้เอง ฉันทะเจตสิกจึงได้เกิดร่วมกับโทสะมูลจิต เพราะพอเขาประกาศว่า ฉายหนังเรื่องรักเรื่องโศก คนทั้งหลายก็พากันชอบใจจะไปดูทั้งๆ ที่จะต้องไปเศร้าโศกเสียใจตามหนังที่เขาเล่นกันเล่นๆ แต่แกล้งทำเป็นจริงเป็นจัง บางคนเตรียมผ้าเช็ดหน้าเพื่อเอาไว้ซับน้ำตาไปด้วย เพื่อจะได้ไปเสียใจ เพื่อจะได้ซับน้ำตาเสียให้ผ้าเช็ดหน้าเปียกชุ่ม ยอมเสียเวลา ยอมเสียสตางค์เพื่อแลกกับความเสียอกเสียใจ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 ส.ค. 2550 , 07:32:31 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )


  สลักธรรม 6



ก.หนังบู๊ ก็มีผู้ชอบดูมากเหมือนกันแม้ว่าจะต้องตกใจ หรือต้องอกสั่นขวัญหายเกิดความเสียวไส้อันเกิดจากผู้แสดงมากเท่าใด ก็ยิ่งชอบใจทนดูอยู่ได้นานๆ ไม่ท้อถอย ด้วยเหตุนี้ ใครจะมาว่า คนทั้งหลายไม่ชอบความเสียใจ ตกใจ ไม่ชอบความทุกข์ร้อนจะได้หรือ

นอกจากนั้น บางคนยังชอบเอาเรื่องความทุกข์ยากลำบาก หรือความเศร้าหมองเร่าร้อนของตนในอดีตมาคิด คิดแล้วคิดอีก บางทีก็คิดเสียจนดึกดื่น นอนหลับไม่ลง หรือเมื่อเวลาว่างขึ้นมาก็อดคิดไม่ได้ในเรื่องเก่าๆ ที่ทำให้เสียใจ เรื่องดังกล่าวนี้เป็นไปอยู่เสมอกับคนที่ช่างคิด คนที่ไม่รู้จักโทษของความคิดผิดๆ ของตนว่า จะให้โทษแก่ตนทั้งในชาตินี้และชาติหน้าอย่างไรบ้าง ถ้าเขาได้เรียนรู้สักหน่อยว่า คิดในเรื่องเก่าๆ ที่เศร้าหมองนั้นไม่ดีมากเพียงใด จะเกิดผลร้ายแก่ตนสักเพียงไหน ก็จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว

ลุงคิดว่า ได้นำหลานเข้ามาทำความเข้าใจกับฉันทเจตสิกพอสมควรแล้ว ลุงขอให้ลักขณาทิจตุกะดังต่อไปนี้

๑. กตฺตุถามยตา ลกฺขโณ มีความปรารถนาเพื่อจะกระทำ เป็นลักษณะ
๒. อารมฺมณ ปริเยสน รโส มีการแสวงหาอารมณ์ เป็นกิจ
๓. อารมฺมเณร อตฺถิกตา ปจฺจุปฎฺฐาโน มีความปรารถนาอารมณ์ เป็นผล
๔. อารมฺมณ ปทฏฺฐาโน มีอารมณ์ เป็นเหตุใกล้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 ส.ค. 2550 , 07:33:02 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )


  สลักธรรม 7

ได้อ่านความละเอียดละออของฉันทะเจตสิกที่ท่านอาจารย์อธิบายพร้อมยกตัวอย่างมานี้ ทำให้เห็นความแตกต่างของสภาพธรรมได้อย่างชัดเจนเลยครับผม นี่ถ้าไม่ได้ศึกษา ไม่ได้รับการอธฺบายยกตัวอย่างแล้ว ก็ยากที่จะเข้าในว่า...ในอารมณ์หนึ่งๆนั้นมีการทำงานของเจตสิกกันอย่างไร ก็คงเดาเอาคิดเอาเองและไม่พ้นความเป็นกลุ่มเป็นก้อนไปได้จริงๆนะครับ

กราบขอบพระคุณในความเมตตากรุณาของท่านอาจารย์อย่างสูงสุดครับ ที่นำแสงสว่างมาสู่ชีวิตให้ผมครับ.

โดย เทพธรรม [1 ส.ค. 2550 , 07:51:04 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )


  สลักธรรม 8


มาศึกษาต่อค่ะ

อ่านแล้วเห็นความแตกต่างกันของฉันทะ และโลภะ ซึ่งมีสภาพใกล้เคียงกันมากได้อย่างชัดเจนค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ส.ค. 2550 , 09:40:33 น.] ( IP = 124.121.173.54 : : )


  สลักธรรม 9


กราบขอบพระคุณในธรรมทาน
แลกราบอนุโมทนาที่นำรายละเอียดที่ควรทราบในเบื้องต้นมาให้ศึกษาไว้ในที่นี้ด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ส.ค. 2550 , 11:26:03 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 10

อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้นค่ะ ระหว่างคำว่าฉันทะและโลภะต่างกันอย่างไร

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [2 ส.ค. 2550 , 20:09:20 น.] ( IP = 58.8.54.61 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org