| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทำวิปัสสนาแล้วจะเห็นอะไร?
สลักธรรม 1เมื่อเข้าใจดังนี้แล้ว ก็มารับทราบอีกนะคะว่า เห็นรูป-นามแล้วจะได้อะไร ? เป็นสิ่งที่ท่านต้องควรทราบอย่างยิ่งในผลลัพธ์ที่จะได้ด้วยนะคะ
ผลลัพธ์ที่ได้จากการเจริญวิปัสสนานั้น คือ ได้เห็นแจ้ง รู้แจ้งตามความเป็นจริง และละความเห็นผิดละความเข้าใจผิดที่เรียกว่า "วิปลาส" ออกเสียได้นั่นเองคะ
วิปลาสมีอยู่ ๔ อย่าง คือ..
๑ อัตตวิปลาส ได้แก่ การเห็นว่าเป็นอัตตาตัวตน คือเห็นว่า เป็นตัวเรา เป็นเรา เป็นของเรา
๒. นิจจวิปลาส คือความเห็นว่าเที่ยง เห็นว่ามั่นคง ไม่ผันแปรเปลี่ยนแปลง
๓. สุขวิปลาส คือ เห็นว่าเป็นสุข เห็นว่าเป็นของดี
๔. สุภวิปลาส คือ เห็นว่าสวยงาม น่ารักน่าปรารถนา
ในวิปลาสทั้ง ๔ อย่างนี้มีความเกี่ยวโยงกันเหมือนลูกโซ่ เพราะเมื่อเห็นว่าเป็นตัวตนแล้ว จะเข้าใจว่าเที่ยง เมื่อเห็นว่าเที่ยงก็จะเห็นว่าเป็นสุข เมื่อเห็นว่าเป็นสุขก็จะเห็นว่าสวยงาม พอใจน่าปรารถนาอยากได้และต้องการเกิดขึ้นนั่นเอง.โดย บุษกร เมธางกูร [1 ส.ค. 2550 , 08:01:59 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )
สลักธรรม 2เมื่อมีความคิดเเห็นเช่นนี้แล้ว นั่นแหละเป็นความเห็นผิดเข้าใจผิดอย่างแท้จริง การที่จะละความเห็นผิดเข้าใจผิดทั้งหมดนี้ได้ ต้องอาศัยการเจริญวิปัสสนาเท่านั้นที่จะละได้ การกระทำอย่างอื่นปฏิบัติอย่างอื่นไม่สามารถที่จะละได้เลย
การที่เห็นเป็นรูปเป็นนาม เห็นว่าไม่ใช่เราไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเราตรงตามความเป็นจริงนี้เท่านั้น ที่จะช่วยถ่ายถอนความยึดมั่น เชื่อมั่นว่าเป็นเรา เป็นตัวเรา เป็นของเราออกไปได้
เมื่อใดเห็นว่ารูปนามไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา รูปหรือนามที่เป็นปัญญาเห็นนั่นแหละ จะประกาศความจริงของมันให้ปัญญารู้เห็นความจริงต่อไปว่า...
รูปมันก็ไม่เที่ยง นามมันก็ไม่เที่ยงมีความผันแปรเปลี่ยนแปลงไม่มีอะไรคงทนอยู่ในสภาพเดิมได้ ทั้งรูปทั้งนามจะอยู่ในสถานะเดียวกัน
เมื่อปัญญาเห็นรูปนามไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาแล้ว ความเห็นผิดความเข้าใจผิดว่าเที่ยงคือ นิจจวิปลาส ก็จะถูกถอนออกไปจากจิตใจ ความเห็นว่าสุขว่าสวยว่างามก็จะพลอยถูกถ่ายถอนออกไปในขณะเดียวกัน โดย บุษกร เมธางกูร [1 ส.ค. 2550 , 08:04:44 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )
สลักธรรม 3ประโยชน์ที่ได้จากการปฏิบัติวิปัสสนาคือ.. ทำให้หมดจดจากกิเลสจากเครื่องเศร้าหมอง ละความเศร้าโศกความร่ำไรรำพัน และดับทุกข์ทางกายทางใจ ทำให้บรรลุพระนิพพาน ซึ่งเป็นการพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ประโยชน์สูงสุดของวิปัสสนามีเพียงเท่านี้ วิปัสสนาไม่ได้มีประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือไปจากนี้เลยค่ะ
ความดีเลิศของวิปัสสนาจึงอยู่ที่พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดนั่นเอง
ส่วนการทำกุศลชนิดอื่น ๆ ไม่ว่าจะต้องใช้ทรัพย์สินมากมายขนาดไหน ก็ไม่ดีเลิศประเสริฐเท่ากับการเจริญวิปัสสนา เพราะกุศลเหล่านั้นไม่สามารถประหารกิเลสได้ ไม่สามารถนำให้พ้นจากกองทุกข์ได้ ส่วนการเจริญวิปัสสนานั้นสามารถทำลายกิเลส เป็นเหตุให้เข้าถึงพระนิพพาน ทำให้พ้นจากกองทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงได้เด็ดขาด
เมื่อได้เข้าใจประโยชน์อันสูงสุดของการเจริญวิปัสสนาแล้ว ท่านจึงจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ก่อนทำวิปัสสนาให้ถูกต้อง เพราะความรู้คู่กับการปฏิบัติ
ด้วยความปรารถนาดี
บุษกร เมธางกูร.
![]()
![]()
![]()
โดย บุษกร เมธางกูร [1 ส.ค. 2550 , 08:07:07 น.] ( IP = 58.9.140.3 : : )
สลักธรรม 5
การกำหนดทิศทางในเบื้องต้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก
เพราะหากเริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิดไปตั้งแต่แรก ก็คงยากที่จะเดินทางให้ถึงเป้าหมายปลายทางที่ถูกต้องได้
กราบขอบพระคุณที่มาย้ำเตือนให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะบังเกิดขึ้นจากการปฏิบัติอีกครั้งค่ะท่านอาจารย์ โดย น้องกิ๊ฟ [1 ส.ค. 2550 , 12:39:16 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 6
เมื่อเห็นทุกข์โทษภัยจากการเกิดมีชีวิตขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ในภพภูมิใดๆก็ตาม ล้วนตกอยู่ในสภาพไตรลักษณ์ คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ อนัตตา
และคุณประโยชน์ของการเจริญวิปัสสนา ก็เพื่อผลแห่งการหมดกิเลสตัณหา หยุดการเกิดการตาย ไม่ต้องเวียนว่ายในสังสารวัฏฏ์อีกต่อไป
ผู้ที่ปรารถนาความไม่เกิด จึงต้องมีศรัทธาอันเกิดจากการศึกษาและปฏิบัติไปตามทางสายเดียวนี้เท่านั้น
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากคะ ที่ย้ำเตือนให้เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติวิปัสสนาค่ะโดย ธัญธร [1 ส.ค. 2550 , 17:44:17 น.] ( IP = 125.27.188.159 : : )
สลักธรรม 8ความรู้ต้องคู่กับการปฏิบัติ จึงทำให้การปฏิบัติมีความถูกต้อง ไม่หลงไปเส้นทางอื่น
กราบขอบพระคุณค่ะ
โดย เซิ่น [2 ส.ค. 2550 , 20:14:07 น.] ( IP = 58.8.54.61 : : )
สลักธรรม 9
ตอบ.. ไม่เห็น ...แต่รับรู้ได้ถึงอาการดับไป เสื่อมไป จางไป ของทุก ๆ สภาวะอาการที่จิตเข้าไปรับรู้(กำหนดรู้)
...ขอให้ท่านผู้รู้ช่วยแสดงความเห็นแย้งด้วยนะครับ
โดย...พระมหาประเสริฐ มนฺตเสวีโดย moniasavi [13 ส.ค. 2550 , 10:34:57 น.] ( IP = 202.28.111.17 : : 172.16.172.235 )
สลักธรรม 10
กราบนมัสการค่ะ
ต้องขออภัยนะคะเพราะอาจมิใช่ผู้ที่รู้อะไรมากนัก ..แต่หากจะให้แสดงความเห็นแย้งเล่นๆ ก็คงจะเป็นตรงเรื่องราวของภาษา ..คือ เห็น กับไม่เห็น
คำว่า "ไม่เห็น" ..แต่รู้ ก็คือสภาพความเข้าไปรู้เห็นธรรมชาติที่แท้จริง โดยสภาพการเห็นนั้นจิตมิได้มาทำงานทางจักขุทวารเลย
คำว่า "เห็น" คือรู้ถึงความเป็นจริงของสภาวธรรมที่เกิดขึ้น ..ก็มิใช่การรับรู้อารมณ์ทางจักขุทวารเช่นกัน
ดังนั้น ในการใช้คำทั้งสองที่มีพยัญชนะและคำแปลที่ตรงข้าม ..แต่ในที่สุดแล้วก็มีความหมายเหมือนกัน คือ เรื่องของการเริ่มจะมีหรือเข้าสู่เส้นทางของผู้ที่ดวงตาเห็นธรรม ซึ่งดวงตาที่ทำหน้าที่เห็นในที่นี้ก็คือ ปัญญา นั่นเอง
ในระดับของสติปัญญาที่แตกต่างกันของผู้ปฏิบัตินั้น การเข้าไปรู้ไปเห็นย่อมจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้น การอธิบายให้ความรู้แก่ผู้ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติ จึงต้องอาศัยบัญญัติธรรมอย่างมากมายเพื่ออธิบายนามธรรมออกมาเปรียบเทียบเป็นตัวอย่างในรูปธรรม
แต่ถ้าหากเป็นผู้ที่มีสติปัญญาและความเพียรที่แก่กล้ามากขึ้นแล้ว การอธิบายมิต้องใช้ถ้อยคำมาก ..เพราะจะทราบแม้กระทั่งจิตที่เข้าไปรู้ในอาการต่างๆ นั้นก็ดับไปด้วย
ขออนุญาตแสดงความเห็นไว้แบบนี้นะคะ และกราบขอบพระคุณมากค่ะที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในลานธรรมแห่งนี้
จักขุปสาทรูป
คำว่า จักขุ ยังจำแนกเป็น ๒ ประการคือ ปัญญาจักขุ และ มังสจักขุ
ปัญญาจักขุ เป็นการรู้ด้วยปัญญา เป็นการรู้ทางใจ ไม่ใช่เห็นด้วยนัยน์ตา มีอยู่ ๕ ชนิด คือ พุทฺธจกฺขุ สมนฺตจกฺขุ ญาณจักขุ ธมฺมจกฺขุ ทิพฺพจกฺขุ
ส่วน มังสจักขุ นั้นคือ การเห็นด้วยนัยน์ตาเนื้อ ไม่ใช่รู้ด้วยปัญญา ได้แก่ จักขุของมนุษย์ และสัตว์ทั้งหลาย องค์ธรรมได้แก่ จักขุปสาท
ปัญญาจักขุ ๕ มังสจักขุ ๑ รวมเป็น ๖ จึงเรียกกันสั้น ๆ ว่า จักขุ ๖ เมื่อเอ่ยว่า จักขุ ๖ ก็หมายถึง ปัญญาจักขุ ๕ มังสจักขุ ๑ นี่แหละ
โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [14 ส.ค. 2550 , 11:56:42 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |