มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย (ตอนที่ ๕)




ตอนที่ ๔

การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย (ตอนที่ ๕)

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง


พระสงฆ์ คือใคร


พระสงฆ์ คือ หมู่ชนที่ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แล้วนำมาปฏิบัติ จนได้บรรลุธรรมอันวิเศษที่พระพุทธองค์ทรงพระประสงค์ เป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ จึงจะเป็นพระสงฆ์อย่างแท้จริง
ดังนั้นผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนสั่งของพระพุทธเจ้า โดยในที่สุดแม้จะไม่ได้ปลงผม นุ่งห่มผ้ากาสาวพัตร์ แต่ถ้าได้ปฏิบัติจนสำเร็จตามพระประสงค์ของพระพุทธเจ้า ก็ได้ชื่อว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ ส่วนผู้ที่ได้ทำการบรรพชาแล้ว แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนคำสั่ง หรือไม่ได้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยของพระพุทธองค์ ก็ไม่ชื่อว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ เพราะภิกษุสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าคือผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรง
ปฏิบัติดี คืออย่างไร ผู้ปฏิบัติดีคือผู้ที่ได้พิสูจน์ตนตรงตามพระวินัย อยู่ในวินัย วิรัติ วินัยบังคับอย่างไร ต้องปฏิบัติตาม เช่น ต้องบิณฑบาต ห้ามหุงข้าว ซื้อกับข้าวกินเอง ให้บิณฑบาตโดยปกติ เพื่อไปโปรดเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้มีโอกาสทำจิตเป็นกุศล ต้องทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น วันพระต้องสวดปาติโมกข์ อย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติดีตรงตามวินัย ส่วนการใช้ผ้าไตรจีวร ให้ใช้ผ้าจีวรมี ๒ ชุดสับเปลี่ยนกัน ไม่เก็บสะสมของ เรียกว่า ปฏิบัติชอบ
ปฏิบัติดี กับ ปฏิบัติชอบต่างกันอย่างไร  ปฏิบัติดี มีวินัยเป็นตัวตัดสิน ส่วนปฏิบัติชอบนั้นทุกอย่างต้องมีสัมมา เช่น สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะเป็นต้น ไม่ใช่ปฏิบัติตามชอบ เช่น ชอบโยมนี้ก็ไปบิณฑบาตบ้านโยมนี้ ชอบโยมโน้น ก็ไปบิณฑบาตบ้านโยมโน้น

ปฏิบัติตรง ตรงต่ออะไร ตรงต่อมรรคอันมีองค์ ๘ ตรงต่อมัชฌิมาปฏิปทา เป็นทางสายกลาง และเป็นทางสายเดียวที่จะเหนี่ยวชีวิตให้พ้นไปจากความทุกข์ทั้งปวงได้

ดังนั้นพระภิกษุสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า ต้องเป็นผู้ปฏิบัติดี มีวินัยเป็นที่ตั้ง ปฏิบัติชอบโดยมีสัมมาควบคุม และปฏิบัติตรงต่อทางมัชฌิมาปฏิปทา ทั้งหมดคือ ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรง เพื่อดำรงชีวิตไปในทาง มรรค ผล นิพพาน สมควรแก่การบูชา เรียกว่า พระสงฆ์

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [3 ส.ค. 2550 , 08:42:03 น.] ( IP = 124.121.174.58 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


คำว่าพระสงฆ์ มีความหมายได้กี่อย่าง


พระสงฆ์ มีความหมาย ๒ อย่าง คือ
๑. ภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป เรียกว่า สงฆ์ มีอำนาจทำสังฆกรรมให้สำเร็จได้ ซึ่งเรียกว่า สมมุติสงฆ์ ถ้ารูปเดียว เรียกภิกษุ

๒. ผู้ที่ฟังคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วปฏิบัติตามจนบรรลุคุณธรรมอันวิเศษที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระประสงค์ ซึ่งเรียกว่า อริยสงฆ์ ได้แก่
  • สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ คือ พระโสดาบัน ซึ่งเป็นสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ปฏิบัติดีแล้ว
  • อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ คือ พระสกทาคามี ซึ่งเป็นสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ปฏิบัติตรงแล้ว
  • ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ คือ พระอนาคามี ซึ่งเป็นสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
  • สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ คือ พระอรหันต์ ซึ่งเป็นสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ปฏิบัติสมควรแล้ว

  • โดย พี่ดา...นำมาฝาก [3 ส.ค. 2550 , 08:44:08 น.] ( IP = 124.121.174.58 : : )


      สลักธรรม 2


    การขอถึงซึ่งพระสงฆ์ เป็นการขอถึงอะไร


    เมื่อเรารู้แล้วว่าพระสงฆ์คือใคร การกล่าว  "สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสงฆ์"  จะถึงได้อย่างไร ในเมื่อพระสงฆ์คือ สงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าที่ปฏิบัติดี มีวินัย ปฏิบัติชอบในสัมมาทั้ง ๘ ปฏิบัติตรงต่อมัชฌิมาปฏิปทา ดี ชอบ ตรง เพื่อดำรงอยู่ในทางมรรค ผล นิพพาน
    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ การขอถึงซึ่งพระสงฆ์ จึงสามารถถึงได้ด้วย การปฏิบัติดีคือมีวินัย  การปฏิบัติชอบคือมีสัมมาทั้ง ๘ และปฏิบัติตรงต่อมัชฌิมาปฏิปทา นั่นคือมีวิปัสสนาเป็นที่ตั้ง เป็นพาหนะ หรือเป็นทางเดินเพื่อไปถึง เพราะการถึงนั้นจะไปด้วยยวดยานใดๆ ไม่ได้ ไม่มีตั๋วขาย ไม่ต้องทำวีซ่า เพียงแต่ผู้ต้องการจะถึงนั้นต้องปลีกเวลามาเพื่อยกใจให้ตั้งไว้ในศรัทธาและตั้งเจตนาของตนเท่านั้น หากเปรียบเป็นการเดินทาง

    ขณะใดที่เรายกใจไว้บนศรัทธา เท่ากับ เราได้ซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว และ
    เมื่อใดที่เราตั้งอยู่ในเจตนา เท่ากับ เราได้ทำวีซ่าแล้ว

    แต่ทุกวันนี้เราไม่เคยยกใจ และไม่เคยศรัทธา แต่อาศัยความคุ้นหน้าคุ้นตาโอภาปราศรัย จิตใจเลยเป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้ มีความชอบ มีความชัง จะเดิน ยืน ลุกนั่ง ก็เป็นไปตามอำนาจของกิเลส

    ฉะนั้นไม่ว่าเมื่อใด ไม่ว่าใครที่มีความเลื่อมใสศรัทธา และตั้งเจตนาอย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในวิปัสสนาธุระ หรือมัคคพรหมจรรย์ อันเป็นกิจสำคัญของพระพุทธศาสนา เท่ากับ ว่าบุคคลผู้นั้นกำลังดำเนินชีวิตเพื่อเป็นคนดีของตถาคตเจ้า
    เพราะเขากำลังทำพระประสงค์ของพระพุทธเจ้าให้สำเร็จลุล่วงตามที่พระพุทธองค์ทรงปรารถนา ดังนั้นเราสามารถสอบถามตนเอง
    ได้ว่าเราเป็นคนดีหรือยัง และการที่เราประกาศตนเองว่า "สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ" นั้น เราทำหรือยัง

    การประพฤติมัคคพรหมจรรย์คือการตั้งชีวิตอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา หรือมรรคอันมีองค์ ๘จะทำให้ชีวิตของบุคคลผู้นั้นเข้าถึงพระธรรม
    หรือที่เรียกว่า "นวโลกุตตรธรรม ๙" ได้แก่ มรรค ๔ ผล๔ นิพพาน ๑

    โดย พี่ดา...นำมาฝาก [3 ส.ค. 2550 , 08:47:21 น.] ( IP = 124.121.174.58 : : )


      สลักธรรม 3


    มัคคพรหมจรรย์ ประกอบด้วยองค์มรรค ๘ ประการ คือ
    ๑. สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นชอบ ในที่นี้หมายถึงปัญญาจักษุ สัมมาทิฏฐิในมรรค มีสภาพรื้อถอนอวิชชา ซึ่งเป็นตอวัฏฏะเท่านั้น
    อวิชชาคือความไม่รู้จักทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
    ส่วนสัมมาทิฏฐินั้นเป็นปัญญาที่ทำให้เกิดรู้แจ้งในอริยสัจ โดยมีกิจ ๔ อย่างคือ
  • ปริญญากิจ  มีกิจ  รู้แจ้งในทุกข์
  • ปหาณกิจ  มีกิจ  ละในสมุทัย
  • สัจฉิกรณกิจ  มีกิจ  แจ้งในนิโรธ
  • ภาวนากิจ  มีกิจ  เจริญในมรรค
    ดังนั้น สัมมาทิฏฐิ จึงเป็นปัญญาที่รู้แจ้งแทงตลอดใน ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
    การปฏิบัติวิปัสสนา จึงเป็นการเข้าไป รู้ทุกข์ เพราะเมื่อใดไม่รู้จักทุกข์ ผู้นั้นจะ พ้นทุกข์ไปไม่ได้

    ๒. สัมมาสังกัปปะ คือ ความดำริชอบ เป็นปฏิปทาให้ถึงมรรค ผล เป็นความปลงใจเชื่อในพระนิพพาน เป็นอาการที่ห้ำหั่นความเห็นผิดออกไป ความดำริชอบ ๓ ประการที่จัดเป็นสัมมาสังกัปปะ ได้แก่
  • ดำริออกจากกามคุณ คือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
  • ดำริอันประกอบไปด้วยความไม่ประมาท
  • ดำริอันประกอบไปด้วยความกรุณา โดยเฉพาะ กรุณาตนเอง เพราะกำลังช่วยตนเองด้วยปัญญา

    ในขณะที่โยคาวจร คือผู้ปฏิบัติกำลังกำหนดรูปหรือนามอยู่นั้น ความเห็นผิดที่คิดว่าเป็นตัวตนถูกห้ำหั่นออกไป อภิชฌา และโทมนัส จึงเกิดขึ้นไม่ได้ ขณะนั้นดำริทั้ง ๓ อันเป็นสัมมาสังกัปปะกำลังเกิดขึ้น

    เมื่อใดที่โยคาวจร มีสติมา สัมปชาโณ และอาตาปี ขณะนั้นดำริทั้ง ๓ เกิดขึ้น


  • โดย พี่ดา...นำมาฝาก [3 ส.ค. 2550 , 08:50:08 น.] ( IP = 124.121.174.58 : : )


      สลักธรรม 4

    ๓. สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ ได้แก่ การงดเว้นจากวจีทุจริตทั้ง ๔ โดยเด็ดขาด

    ๔. สัมมากัมมันตะ คือ การงานชอบ ได้แก่ การงดเว้นจากการงานที่เป็นทุจริตโดยเด็ดขาด

    ๕. สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีพชอบ ได้แก่ การเลี้ยงชีวิตโดยเว้นกั้นจากตัณหา และอวิชชา

    สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ จะเกิดขึ้นในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ขณะที่โยคาวจรกำลังกำหนดรูป หรือนาม

    โดย พี่ดา...นำมาฝาก [3 ส.ค. 2550 , 08:52:04 น.] ( IP = 124.121.174.58 : : )


      สลักธรรม 5

    ๖. สัมมาวายามะ คือ ความเพียรชอบ ได้แก่ ความเพียรในสัมมัปปธาน ๔ คือ
  • เพียรละ บาป ความชั่ว และทุจริตทั้งหลาย
  • เพียรระวัง บาปเก่าๆ ไม่ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะความเห็นผิดคิดว่าเป็นตัวเรา
  • เพียรสร้าง กุศลต่างๆ โดยเฉพาะ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
  • เพียรรักษา อารมณ์ปัจจุบัน ด้วยการมีสติระลึกรู้ในรูป หรือนามที่เกิดขึ้น

    ๗. สัมมาสติ คือ ความระลึกชอบ ได้แก่ ความรู้สึกไปในสติปัฏฐาน ๔ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม

    ๘. สัมมาสมาธิ คือ ความตั้งมั่นชอบ ได้แก่ การดำรงมั่นอยู่ในอารมณ์ปัจจุบัน

    มรรค ๘ นี้ คณาจารย์บางท่านเรียกว่า ไตรสิกขา อันได้แก่
  • ศีล ซึ่งประกอบด้วยองค์ของมรรค คือ  สัมมาวาจา  สัมมากัมมันตะ  และสัมมาอาชีวะ
  • สมธิ ซึ่งประกอบด้วยองค์ของมรรค คือ  สัมมาวายามะ  สัมมาสติ  และสัมมาสมาธิ
  • ปัญญา ซึ่งประกอบด้วยองค์ของมรรค คือ สัมมาทิฏฐิ  และสัมมาสังกัปปะ
    ดังนั้น การที่จะถึงซึ่งพระสงฆ์ได้ ก็โดย การปฏิบัติวปัสสนากรรมฐาน เพราะขณะใดที่โยคาวจรระลึกรู้สึกตัวอยู่กับความจริง (ปรมัตถ์) บนความจริง (ปัจจุบัน) คือกำหนดรูป หรือนาม ในอารมณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นนั้นองค์มรรคทั้ง ๘ เกิดขึ้นพร้อมกัน เท่ากับผู้ปฏิบัตินั้นได้ตั้งชีวิตไว้ในไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง

  • โดย พี่ดา...นำมาฝาก [3 ส.ค. 2550 , 08:54:56 น.] ( IP = 124.121.174.58 : : )


      สลักธรรม 6


    คุณของพระสงฆ์ มีอย่างไร


    พระพระสงฆ์ มีคุณอย่างไร เมื่อนับถือพระสงฆ์แล้ว เราจะได้คุณอย่างไร
    พระสงฆ์มีคุณ ๒ ประการ คือ

    ๑. มีคุณในตัวเอง   เพราะพระสงฆ์เป็นผู้ที่ได้นำกาย วาจา ใจ มาปฏิบัติดี ปฏิบัตชอบ และปฏิบัติตรง จนสามารถดับทุกข์ทั้งปวงได้ นับเป็นคุณสมบัติและคุณวิเศษในตัวเอง คือหมดจดจากอาสวะทั้ง ๔ ได้ เพราะว่า
  • พระโสดาบัน ทำลายสิ้นซึ่ง  ทิฏฐาสวะ
  • พระสกทาคามี ทำลายกิเลสคือ โลภะ โทสะ โมหะ ที่เหลือให้เบาบางลง
  • พระอนาคามี ทำลายสิ้นซึ่ง กามาสวะ
  • พระอรหันต์ ทำลายสิ้นซึ่ง ภวาสวะ และอวิชชาสวะ
    เพราะพระสงฆ์ทั้งสี่ เป็นพระอริยสงฆ์ผู้บริสุทธิ์หมดจด ผู้ใดมีโอกาสได้ทำบุญกับพระอริยสงฆ์ที่ออกจากนิโรธสมาบัติจึงได้รับผลทันทีภายใน ๗ วัน

    ๒. มีคุณเกื้อกูลแก่บุคคลอื่น   ส่วนใดที่พระสงฆ์นำคำสั่งสอนของพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสอนผู้อื่น จนคำสอนของพระพุทธองค์สืบทอดมาถึงเราซึ่งเกิดภายหลัง และมีโอกาสได้เรียนรู้ก็เพราะคุณของอริยสงฆ์เหล่านั้น นับเป็นคุณที่เกื้อกูลแก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณที่พวกเราพุทธศาสนิกชนได้รับโดยตรง


    โปรดติดตามตอนจบ...สำรวจชีวิต กำหนดทิศทาง

  • โดย พี่ดา...นำมาฝาก [3 ส.ค. 2550 , 08:59:32 น.] ( IP = 124.121.174.58 : : )


      สลักธรรม 7

    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง


    อนุโมทนาและขอบคุณพี่ดามากค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

    โดย เซิ่น [3 ส.ค. 2550 , 15:20:34 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


      สลักธรรม 8

    คุณสมบัติของพระสงฆ์ผู้เป็น ..สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ..นั้น กำเนิดได้จากเส้นทางเดียวและเข้าถึงได้เพียงเส้นทางเดียว คือ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

    ขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่ดาด้วยค่ะที่นำความรู้ถูกมาเผยแพร่

    โดย น้องกิ๊ฟ [4 ส.ค. 2550 , 21:06:19 น.] ( IP = 58.9.237.169 : : )


      สลักธรรม 9

    [img]http://picdb.thaimisc.com/dokgaew/10581-10.jpg?n[/mg]


    มาติดตามอ่านต่อ

    ขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่ดาค่ะ ที่นำความรู้ที่เป็นประโยชน์มาฝาก

    โดย ธัญธร [7 ส.ค. 2550 , 16:28:19 น.] ( IP = 125.27.188.125 : : )

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org