
บ่อยครั้งที่ หลวงพ่อเสือ สอนธรรมะเรื่องมงคลชีวิต เมื่อกล่าวถึงหัวข้อเกี่ยวกับการบำรุงบิดามารดา ท่านจะเน้นให้พวกเราทุกคนตระหนักว่า พระคุณของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่นัก แม้นเราจะพยายามทำความดีเพื่อทดแทนพระคุณท่านสักเพียงใด ใช่ว่าจะทดแทนได้หมด พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า บุตรคนหนึ่งที่รู้ซึ้งในพระคุณของพ่อแม่ แม้เขาจะนำแม่มาวางไว้บนไหล่ซ้าย และนำพ่อมาวางไว้บนไหล่ขวา แบกไว้ตลอดเวลา พร้อมทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำให้ท่านทั้งสอง ทุกมื้อ ทุกวัน จะไปไหนก็พาท่านไปด้วย ยามที่ท่านป่วยก็ช่วยดูแลรักษา ไม่ว่าจะปัสสาวะหรืออุจจาระก็จะราดรดอยู่บนตัวบุตรคนนั้น ทำเช่นนี้จนท่านทั้งสองตายจากไป ก็ใช่ว่าจะทดแทนคุณท่านได้หมด แต่ถ้าบุตรคนนั้นสามารถชักจูงให้ท่านเกิดความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย เท่ากับว่าเขาได้ทดแทนคุณท่านได้อย่างแท้จริง และยิ่งบุตรคนนั้นสามารถหันเหชีวิตของท่านทั้งสองให้หันมาปฏิบัติวิปัสสนา นำพาท่านพ้นไปจากความทุกข์ได้เมื่อไร เมื่อนั้นแหละ บุตรผู้นั้นได้ทำกาละแห่งการทดแทนคุณพ่อแม่สิ้นสุดแล้ว
ถ้อยความที่หลวงพ่อนำมากล่าวสอน ดูเหมือนจะอ้อนวอนให้ทุกคนได้เห็นคุณค่าของของความเป็นแม่ที่ต้องเป็นผู้เสียสละ แม้จะไม่ได้รับการตอบแทนจากลูก เพราะกงกรรมกงเกวียนที่หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงตามสภาพแห่งความเป็นไป แต่แม่ก็พร้อมที่จะให้โดยไม่หวังผลตอบแทนจากลูกเลย
หลวงพ่อเคยตั้งคำถามกับลูกศิษย์ว่า หากได้รับข่าวพร้อมกันว่าแม่ของเราเจ็บหนักต้องการเห็นหน้าเรา กับลูกของเราได้รับอุบัติเหตุเรียกหาเรา เราจะไปหาใครก่อน
แทบทุกรายตอบว่าไปหาลูก ก็เพราะความผูกติดคิดว่าเป็นลูกของเรา ...แม้แม่ของเราเองก็เคยคิดเช่นนั้น เพราะเหตุนี้เองผู้ที่เป็นแม่จึงเลี้ยงลูกเพื่อจาก จากไปเพื่อเลี้ยงลูกของเขา และเมื่อลูกของเขาต้องดำรงความเป็นแม่ เขาก็ต้องเผชิญสภาพเช่นเดียวกัน มันช่างเป็นวงจรของกรรมที่น่าสลดและรันทดยิ่งนัก
จะมีสักกี่คนที่วนเวียนกลับไปหาแม่เมื่อรู้แน่แก่ใจในความรักของแม่ หลังจากที่ตนมีความรู้สึกเช่นนั้นต่อลูก
แม่ จึงเป็นนักเสียสละที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะ
..
๙ เดือนที่อุ้มท้อง แม่ต้องประคองดูแลร่างกายตนเองไว้เพื่อรักษาซึ่งชีวิตของลูกน้อย พร้อมรอคอยวันที่จะคลอด ตลอดเวลาแม่ไม่เคยสบายเหมือนก่อน จะลุกยืน เดิน นั่ง นอน ก็แสนลำบาก หากแม่ต้องอดทน ก็เพียงเพื่อลูกเท่านั้น
๙ เดือนที่ลูกถูกปกป้องคุ้มกันภยันตรายโดยแม่ ตั้งแต่เซลล์เดียว จนเป็นกลุ่มก้อน มีปุ่มหัว แขน ขา ตลอดเวลาได้รับอาหารจากแม่โดยไม่ต้องบดเคี้ยว จากเลือดแม่สู่เลือดลูก ความพันผูกจึงเกิดขึ้น ณ วินาทีที่รู้ว่าลูกน้อยได้อุบัติขึ้นแล้ว จนในที่สุดเกิดเป็นรูปเป็นร่าง ล้วนถูกสร้างมาจากแม่ทั้งสิ้น
เมื่อครบ ๙ เดือน สัญญาณเตือนบอกให้รู้ว่าลูกกำลังจะมาแล้ว พร้อมๆกับความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส หลายๆชั่วโมงที่แม่จำต้องยอมทนเพียงเพื่อแลกกับความมีลูกเพียงคนเดียว
แม้คลอดแล้ว ลูกก็ยังต้องถูกเลี้ยงดูประคบประหงม น้ำนมที่แม่หลั่งให้ดื่มกิน เสียงแม่ที่พร่ำสั่งสอน เพลงกลอนที่แม่เห่กล่อม ล้วนเกิดขึ้นมาจากดวงใจรักอันบริสุทธิ์ของแม่
ยามลูกเจริญวัยต้องไปโรงเรียน แม่บางคนดูเหมือนจะต้องเป็นนักเรียนไปด้วย ต้องคอยรับคอยส่ง ต้องเรียนรู้โลกให้ทันเพื่อสอนสั่งลูกได้ พยายามปลูกฝังทุกวิธีเพื่อให้ลูกเป็นผู้มีการศึกษา พยายามหาหนทางเพื่อให้ลูกห่างออกจากความชั่ว เพียงขอให้ลูกเป็นคนดี มีงานทำที่สุจริต
.เพียงแค่นี้ที่แม่ต้องการ