มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ (๒๘)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๒๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป.เมื่อวันก่อนผมได้ฟังคำบรรยายจากคุณลุงถึงเรื่องของความเห็นผิด ผมก็เห็นว่ามีประโยชน์มาก เพราะจะได้ทราบว่า ความเห็นผิดนั้นได้แก่อะไรบ้าง แล้วจะได้ทราบว่า ความเห็นผิดชนิดนั้นๆ เกิดขึ้นแก่ตนเองหรือเปล่า และความเห็นผิดนี้จะพาไปสู่ความสุขหรือความทุกข์ได้เพียงใด

อย่างไรก็ดี ผมก็เห็นว่า คุณลุงอธิบายเรื่องของความเห็นผิดนี้ยังไม่หมด ในวันนี้ผมก็ใคร่จะขอให้คุณลุงได้โปรดอธิบายขยายความต่อไปอีก เพราะเรื่องความเห็นผิดนั้น มีความสำคัญแก่ชีวิตอย่างยิ่ง

ก. ลุงได้บรรยายไปเมื่อคราวที่แล้วถึงทิฏฐิชนิดพิเศษว่ามีอยู่ ๓ ประการ คือ นัตถิกทิฏฐิ อเหตุกทิฏฐิ และอกิริยทิฏฐิ

สำหรับทิฏฐิประการแรก ลุงได้บรรยายไปแล้วเห็นว่า หลานพอจะทำความเข้าใจได้ ดังนั้น ในวันนี้ลุงก็จะได้บรรยายถึงทิฏฐิในประการที่ ๒ ที่ ๓ ต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:02:25 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



อเหตุกทิฏฐิ เป็นความคิดเห็นที่มิได้เชื่อในเหตุที่จะทำให้ผลเกิดขึ้นมาได้ มีพระบาลีสามัญญผลสูตรแห่งศีลขันธวรรคแสดงว่า

นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสาย อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา อเหตู อปฺปจฺจยา วิสุชฺฌนฺติฯ

แปลความว่า ชนกเหตุคือเหตุที่ให้เกิด และอุปถัมภกเหตุคือเหตุที่ช่วยอุปถัมภ์ให้สัตว์ทั้งหลายมีความเศร้าหมอง ลำบากกายลำบากใจนั้นไม่มี

สัตว์ทั้งหลายที่กำลังเศร้าหมองและลำบากอยู่นั้นก็ไม่มีชนกเหตุและอุปถัมภกเหตุแต่อย่างใด

ชนกเหตุคือเหตุที่ให้เกิด และอุปถัมภกเหตุ คือเหตุที่ช่วยอุปถัมภ์ให้สัตว์ทั้งหลายมีความบริสุทธิ์พ้นจากความลำบากกายลำบากใจนั้นไม่มี

สัตว์ทั้งหลายที่กำลังมีความบริสุทธิ์ พ้นจากความลำบากกาย ลำบากใจนั้นไม่เกี่ยวกับชนกเหตุและอุปถัมภกเหตุแต่อย่างใด

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:04:09 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 2



ลุงได้เคยบรรยายมาหลายครั้งแล้วว่า บรรดาสรรพสิ่งทั้งหลายจะต้องอาศัยเหตุเป็นแดนเกิดทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปหรือเป็นนาม ไม่ว่าจะเป็นพื้นแผ่นดินหรือแผ่นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นจิตหรือเจตสิก ทั้งไม่เลือกว่าจะมีชีวิตหรือมิได้มีชีวิตก็ตาม จะต้องอาศัยเหตุเป็นตัวการสำคัญที่จะบันดาลผลให้มีขึ้นมาทั้งนั้น

ปัญหาในเรื่องของเหตุผลนั้น บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายก็มีความเข้าใจและค้นคว้าหาความจริงได้ ฉะนั้น ปัญหาโลกแตกต่างๆ จึงได้ถูกคลี่คลายออกมาเป็นอันมาก ความหลงผิดที่เคยเข้าใจว่า ธรรมชาตินั้นเจ้าเล่ห์เจ้ามายา หรือปรากฏการณ์น่าอัศจรรย์ต่างๆ ของธรรมชาติที่โผล่ออกมาปรากฏแก่สายตานั้นเป็นฝีมือของเทพเจ้าเป็นผู้ดลบันดาลก็ได้ถูกขจัดออกไปจากจิตใจเป็นอันมาก จนหายไปจากความงมงายไร้เหตุผล

ธรรมชาติของชีวิตนั้นละเอียดลออลึกซึ้งยิ่งนักเกินความสามารถที่นักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายจะค้นหาเข้าไปให้ถึง ยิ่งในเรื่องการตาย การเกิด เรื่องกรรมและผลของกรรมด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะหมดหนทางเลยทีเดียว ดังนั้น จึงตกอยู่ในความเป็นมิจฉาทิฏฐิคือความเห็นผิด

อย่างไรก็ดี แม้เรื่องของชีวิตจะลึกลับหรือสลับซับซ้อนอย่างไร ผู้ที่ใช้วิจารณญาณพอสมควรโดยเฝ้าดูพฤติกรรมชีวิตของตัวเองกับของผู้อื่นอยู่เสมอๆ หรือลองศึกษาเล่าเรียนพระธรรม เฉพาะอย่างยิ่งปรมัตถธรรมเสียบ้างแล้ว ความเป็นมิจฉาทิฏฐิก็จะไม่เกิดขึ้น แม้จะเข้าใจได้เพียงเล็กน้อย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:05:41 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 3



ความเป็นมิจฉาทิฏฐิที่เกิดขึ้นมานั้น ก็เพราะความไม่รู้จักใช้ความคิด หรือความอวดดื้อถือดีในความรู้ในความฉลาดของตนเอง ไม่ยอมพิจารณาในปัญหาของชีวิตทั้งไม่ยอมศึกษาหาความรู้ให้จริงจังด้วย

อเหตุกทิฏฐินั้นเป็นการปฏิเสธเหตุ เพราะมีความเห็นว่า จะเป็นผู้ร่ำรวยหรือยากจน จะเป็นความสุขหรือความทุกข์ จะเป็นผู้เจ็บป่วยมากหรือเจ็บป่วยน้อยก็ตาม ก็หาได้ทราบถึงสาเหตุอันแท้จริงมิได้ เข้าใจอย่างมากก็เพียงแค่เหตุผลตื้นๆ ที่ปรากฏต่อหน้าแล้วเห็นได้ง่ายๆ เท่านั้น

เช่นเพราะคนนั้นคนนี้มาทำให้ตนได้รับความทุกข์ยาก ลำบาก หรือสบาย เพราะถูกคนโกง ถูกคนทำร้าย หรือมีโชคลาภขึ้นมาโดยบังเอิญ ดังนี้เป็นต้น

ความคิดเห็นดังกล่าว เป็นความคิดเห็นผิดๆ ของคนที่ขาดการพิจารณาในปัญหาของชีวิต หรือขาดการศึกษาเล่าเรียนพระปรมัตถธรรม จึงหาได้ทราบถึงสาเหตุจากอดีตไม่ว่า ผลที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดเหล่านั้น ย่อมจะมีทั้งเหตุปัจจุบัน และเหตุในอดีตเข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย ทั้งเหตุในอดีตนั้นก็ได้ให้กำลังอำนาจมิใช่เล็กน้อยเลย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:06:33 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 4



ในเรื่องนี้ลุงขอยกตัวอย่างที่ลุงบรรยายไว้ในหนังสือแสงสว่างของชีวิตเล่ม ๑๖ มาวางไว้ให้หลานพิจารณา

เมื่อขโมยคนหนึ่งสมมุติว่า ชื่อ นาย ก. ได้ถูกจับกุมตัวแล้วก็ถูกนำตัวมายังโรงศาล ศาลได้ลงโทษจำคุกขโมยผู้นี้เอาไว้ ๓ ปี

ตลอดเวลาทั้ง ๓ ปีเหล่านี้ ต้องได้รับความลำบากมาก กินอยู่หลับนอนตามความต้องการของตนเองไม่ได้ ต้องถูกจำกัดเขต ตัดเสรีภาพลงไปมาก สังคมก็ถูกตัดเกือบว่าจะสิ้นเชิง ต้องพลัดพรากจากบ้านเรือน บุตร ภรรยาอันเป็นที่รักของตนมา ต้องเศร้าโศกเสียใจอยู่ทุกวันคืนมิได้สร่างซา

เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งมาตั้งคำถามว่า นาย ก. เข้าไปอยู่ในคุกในตะรางเพราะเหตุใด

ในเรื่องนี้ ใครๆก็จะพากันตอบว่า การที่นาย ก. เข้าไปอยู่ในคุกในตะรางนั้น เพราะเหตุที่นาย ก.เป็นขโมย

การตอบดังนี้ก็เป็นการแสดงว่า ขโมยเป็นเหตุ และการติดคุกนั้นเป็นผล

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:07:23 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 5



แต่ถ้าสมมุติว่ามีผู้ใดตั้งคำถามขึ้นมาอีกว่า ขโมยเป็นเหตุ การติดคุกเป็นผลแน่หรือ ถ้าขโมยเป็นเหตุ การติดคุกเป็นผลจริงๆ แล้ว ขโมย ๑๐ ครั้งก็ต้องติดคุก ๑๐ ครั้งเหมือนกัน เพราะทำเหตุขโมยแล้ว ติดคุกก็เป็นผลจากการขโมยอีกทีหนึ่ง

แต่มีหรือไม่ ขโมยตั้ง ๑๐ ครั้งแต่ไม่เคยติดคุกเลยแม้แต่สักครั้งเดียว ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะต้องมีอย่างแน่นอน มีขโมยคนหนึ่งที่ฉกชิงสิ่งของของผู้โดยสารในรถไฟเป็นประจำจนร่ำรวยขึ้นมามากมาย จนสามารถสร้างตึกได้ตั้งหลายหลัง มีภรรยาได้ตั้งหลายคน (ถูกจับได้เมื่อทำมาแล้วหลายปี และขโมยมาแล้วหลายสิบครั้ง)

เมื่อขโมย ๑๐ ครั้ง ก็มิได้ติดคุกทั้ง ๑๐ ครั้ง ดังนี้แล้ว เราจะว่าขโมยเป็นเหตุ แล้วติดคุกเป็นผลกระไรได้

เราจะตัดสินว่า เหตุอันนั้นทำให้ได้รับผลอันนี้จะได้หรือ และไม่มีบ้างเลยทีเดียวหรือที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมิได้กระทำผิดอะไรเลยแม้แต่สักนิด แต่ก็มีสาเหตุมีกรณีต่างๆ แวดล้อมอยู่พรักพร้อมจนเป็นเหตุให้ศาลตัดสินจำคุก ๓ ปี ในข้อหาว่าเป็นขโมย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:08:15 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 6



แน่นอน ผู้ที่มีความผิดจริงๆ รอดตัวพ้นมือกฎหมายไปได้ก็จะต้องมี และผู้ที่ไม่มีความผิดเลยอาจจะต้องติดคุกได้ก็มีเหมือนกัน แต่ก็จะมีเป็นส่วนน้อย

ถึงแม้จะมีเป็นส่วนน้อยก็ตาม เมื่อมีผลคือติดคุกขึ้นมาแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องสาวเข้าไปหาถึงสาเหตุให้ได้ว่า การติดคุกนี้สืบเนื่องมาจากสาเหตุอะไร เมื่อเหตุกับผลมิได้ตรงกันเช่นนี้ จะอธิบายอย่างไร?

เมื่อพิจารณาโดยแยบคาย แล้วอาศัยสภาวธรรมเข้ามาตัดสิน ก็จะได้ความจริงว่า เหตุขโมยนั้น จะปรากฏผลขึ้นมาทันตาเห็นจริงๆ จังๆ ในชาตินี้เลย ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้

เพราะเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม กรรมที่ให้ผลในชาตินี้นั้นมีกำลังอ่อนด้วยเป็นชวนะดวงที่ ๑ แล้วก็ไม่ใช่อนันตริยกรรมที่มีกำลังมากอะไรเลยด้วย ผลชนิดนี้ก็จะเป็นเพียงไม่สบายใจ หรือเห็นอะไรก็คอยจะตกใจ เหมือนคนร้ายที่ระแวงภัยคล้ายกับมีคนคอยตามหลังเป็นต้น

ดังนั้น ผลของกรรมในเรื่องขโมยในชาตินี้ จึงให้ผลเป็นติดคุกในชาตินี้ ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ แต่จะต้องเป็นผลของกรรมในอดีตชาติอย่างแน่นอน ส่วนกรรมที่กระทำในชาตินี้ ก็จะให้ผลมากเหมือนกัน แต่จะต้องเป็นชาติหน้าและชาติต่อๆ ไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:09:09 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 7



เมื่อพิจารณาโดยแยบคาย แล้วใช้สภาวธรรมเข้าตัดสิน ก็จะเห็นได้ว่าขโมยแล้วได้รับผลคือติดคุกนั้น เหตุกับผลยังมิได้ตรงกัน เพราะเหมือนปลูกทุเรียนแล้วบังเกิดผลเป็นมังคุด หรือปลูกต้นมะม่วงแต่ผลกับมาเป็นพุทรา ซึ่งย่อมจะเป็นไปไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ ผลที่ได้รับในชาตินี้ คือการติดคุกตาราง จึงมิได้มีเหตุคือการขโมยในชาตินี้ หากแต่เป็นการกระทำเหตุ คือทำให้ผู้อื่นเสียอิสรภาพในชาติอดีตที่แล้วมา เช่นการกักขังสัตว์ หรือกักขังผู้อื่นให้เสียอิสรภาพ เป็นต้น

เมื่อมีความปรารถนาอย่างไร เมื่อมีเจตนากรรมอย่างไร ก็จะได้รับผลอย่างนั้นตามกำลังแรงของกรรม หรือของเจตนา เหตุกับผลจะต้องตรงกัน จึงจะถูกต้องตามความเป็นจริง

ด้วยเหตุผลอันละเอียดลึกซึ้งย่อๆ นี้ เราจึงได้เห็นผู้ร้ายยังลอยนวลอยู่ได้ เห็นคนขี้โกงยังโกงอยู่ต่อไปโดยไม่มีอันตราย และบางทีเราก็เห็นคนที่มิได้มีความผิดอะไรเลย ได้รับทุกข์โทษภัยอย่างร้ายแรงก็ได้ ทั้งนี้ก็เพราะเราไม่ทราบอดีต กล่าวคือ ชาติที่แล้วและในชาติในๆ เข้าไปนั่นเอง


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 ส.ค. 2550 , 08:09:55 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจาย์อย่างสูงครับ ที่พยายามสอนให้เห็นถึงเหตุ ตามที่ท่านอาจารย์ได้อธิบายยกตัวอย่างขึ้นมาประกอบนี้ ได้ความกระจ่างมากเลยครับผม

จะพยายามตั้งใจศึกษาเพื่อให้เกิดความเห็นอันถูกจริง ตรงต่อสภาวธรรมด้วยความเคารพนับถือในพระธรรมครับผม.

โดย เทพธรรม [14 ส.ค. 2550 , 09:17:30 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 9


มาศึกษาต่อค่ะ

เรื่องของความเห็นผิด แม้สักเล็กน้อยก็เป็นภัยมหันต์
จะเพียรศึกษาและทำความเข้าใจให้มากค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ที่อธิบายให้เห็นชัดถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต

อนุโมทนาและและกราบขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะที่นำสิ่งประเสริฐมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ส.ค. 2550 , 10:31:35 น.] ( IP = 124.121.174.213 : : )


  สลักธรรม 10

เป็นตัวอย่างของความเห็นผิด ที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าหากผู้นั้นมิได้ศึกษาเรื่องของเหตุและผลตามหลักพระพุทธศาสนาไว้อย่างเพียงพอ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้ศึกษาต่อ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ส.ค. 2550 , 12:57:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org