| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วันแม่ ณ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
สลักธรรม 1
อาจารย์กล่าวนำว่า...พวกเราที่พร้อมเพรียงกันอยู่ ณ ที่นี้ ในฐานะที่เราทุกคนเป็นลูกของแผ่นดิน ที่มีพ่อหลวง แม่หลวง ปกครองประเทศชาติ ให้ความร่มเย็นผาสุขมาจนวันนี้ ทำให้พวกเราทุกคนมีโอกาสเดินไปได้ในทุกที่ของประเทศไทย ได้มีโอกาสทำมาหากิน ได้รับทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นจากด้วยความตั้งใจ และการเสียสละของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้เสียสละปกครองอาณาประเทศให้อยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขมาตราบจนทุกวันนี้ ซึ่งนับเป็นบุญของพวกเราเป็นอย่างยิ่งที่ได้อยู่ภายใต้ร่มพระบารมี
วันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ และเป็นวันที่พวกเราทุกคนหวนรำลึกถึงแม่บังเกิดเกล้า และแม่ของแผ่นดิน เราจึงควรน้อมนำทุกอย่าง แม้กระทั่งความทรงจำทุกอย่างที่เรามีอยู่ ... ใบหน้าของแม่ ขอให้ทุกคนมีความสงบตั้งมั่น นึกถึงหน้าแม่ของตนเองให้ได้ และวางท่านไว้ ณ หัวใจเรา เพื่อจะน้อมกาย วาจา ใจ ที่เราได้สร้างคุณงามความดีมาตลอดปีนี้ ขอให้พวกเราทุกคนกราบแทบดวงใจ แล้วเลื่อนต่ำมาแทบเท้าของแม่ พร้อมกับตั้งจิตระลึกถึงพระคุณแม่ผู้ให้กำเนิดเราด้วยความสงบตั้งมั่น
(เมื่อพวกเรากราบนั้น อาจารย์ก็กล่าวเป็นกลอนว่า .)
มะลิรักร้อยไว้ในใจนี้
หอมฤดีกลิ่นรักตระหนักค่า
หมายประคองกรองกราบคุณมารดา
ผู้มอบให้ลูกยาแม้ชีวิต
หยาดน้ำนมผสมรักจากใจแม่
คือสายธารรักแท้ที่หลอมจิต
เป็นสายเลือดจากใจที่ใกล้ชิด
สื่อสำคัญจากจิตที่งดงาม
พระคุณท่านหลากล้นเกินค้นหา
ว่ามีค่าเพียงไหนไร้คำถาม
ให้ชีวิตประสิทธิ์รู้อยู่ทุกยาม
แม่ติดตามรักท่านไปทุกครา
ณ แทบเท้าทั้งสองของแม่นี้
ขอก้มกราบด้วยฤดีระลึกค่า
พระคุณของน้ำนมแห่งมารดา
กราบบูชาเหนือเศียรด้วยเปี่ยมใจ
(แล้วเพลงอิ่มอุ่นก็ดังขึ้น) .....
อิ่มใดใดโลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกรอง รักเรายังปลูกรักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
* ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน
อิ่มใดใดโลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือนพร่ำสอนสอนสั่ง
**ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป ....ใช่เพียงอิ่มท้องที่ลูกร่ำร้อง เพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรักอุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน
![]()
โดย วยุรี [14 ส.ค. 2550 , 08:33:06 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )
สลักธรรม 2ต่อจากนั้นอาจารย์ก็ให้พรพวกเราว่า
...ก็ขอให้กุศลแห่งความกตเวทิตาคุณที่เราได้ทำในวันนี้กับแม่ของแผ่นดิน และกับแม่บังเกิดเกล้าของเราทุกคน ขอจงได้เป็นพลวปัจจัยให้ทุกท่านมีความกตัญญูกตเวทิตาคุณได้ทุกๆชาติ ขออำนาจกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ จงเป็นปฏิพรย้อนกลับมาสนองท่านทุกๆท่าน ให้ท่านเป็นคนที่มั่นคงในความดี เป็นคนตั้งมั่นอยู่ในรากฐานของความกตัญญูได้อย่างล้นพ้น และยิ่งไปกว่านั้นขอให้ชีวิตท่านทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆไปขอให้ทุกท่านมีความเคารพนบนอบ และบูชาในสิ่งที่ควรบูชา เช่นพระคุณของพ่อและแม่ให้มากยิ่งขึ้น และน้อมนำทุกคนให้มีความรักอันยิ่งใหญ่มอบให้กับบิดามารดาได้เช่นนี้ตลอดไป เพื่อจะได้มีความกตเวทิตาคุณ ทดแทนบุญคุณได้สมมาดปรารถนา อันเป็นรากฐานของความเจริญต่อไปได้ทุกคน ขออนุโมทนา...
![]()
ตอนจบพิธี อาจารย์ได้แสดงความรู้สึกว่า....ขณะที่กล่าวถวายพระพร นั้นโดยเฉพาะตอนที่เพลงสดุดีมหาราชาดังขึ้นนั้น อาจารย์บอกว่ามีความรู้สึกปลื้มใจ แล้วรู้สึกแปลกใจตนเองว่าหลายๆครั้งที่มีงานของมูลนิธิอาจารย์จะนึกถึงท่านอาจารย์บุญมี ทั้งๆที่เคยคิดว่ารักหลวงพ่อแสวง เพราะหากมีใครถามว่าอาจารย์รักใคร ก็จะบอกว่ารักหลวงพ่อแสวง แต่พอมีงานครั้งใดไม่ว่าการไปบริจาคเงินให้กับศิริราช หรืองานใดๆ ที่เป็นการประกาศเกียรติคุณให้กับมูลนิธิฯ ใจก็จะร้องบอกอาจารย์บุญมีทุกครั้งว่า ได้ทำหน้าที่ที่อาจารย์มอบให้แล้ว วันนี้ก็เช่นกัน ตอนที่เพลงสดุดีมหาราชาขึ้นนั้น ใจก็ร้องบอกท่านอาจารย์บุญมีว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำนาวาอภิธรรมให้แล่นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยเลยที่จะทำให้มูลนิธิด้อยไปกว่าใครๆ ถ้าเผื่อเปรียบเทียบแล้ว สูงและมากด้วยคุณค่า เพราะมูลนิธิแห่งนี้สอนพระอภิธรรม สอนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นั่นคือสอนเรื่องที่ประเสริฐ สอนสิ่งที่ประเสริฐ นอกจากนี้ก็ไม่ขวางทางโลกด้วย เพราะไม่ว่างานใดๆ มูลนิธิแห่งนี้ก็ทำได้ อาจารย์(บุญมี)รู้ไหม อาจารย์รับทราบไหม ...ไม่ทราบว่าอาจารย์ไว้วางใจหรือเปล่าที่ได้มอบหมายให้ดูแลมูลนิธิ แต่บัดนี้ก็ได้ทำให้อาจารย์เบาใจ สบายใจได้ว่า เรือที่แล่นต่อนั้น นายท้ายเรือคนนี้ได้พิสูจน์ให้ท่านอาจารย์บุญมีเห็นแล้วว่า ได้ทำหน้าที่คัดหางเสือจนมาถึงวันนี้ ไม่เคยทำขาดตกบกพร่อง และได้ทำอย่างเต็มที่
แล้วพอถึงตอนกล่าวบูชาแม่บังเกิดเกล้านั้น อาจารย์บอกว่านึกได้แค่แป๊ปเดียว แต่ก็มีภาพท่านอาจารย์บุญมีขึ้นมา จึงรู้สึกแปลกอย่างที่บอกว่ารักใครระหว่างท่านอาจารย์บุญมีกับหลวงพ่อแสวง แต่ที่รู้ๆก็คือรักผู้ที่อยู่สูงกว่า ...จึงเป็นความรู้สึกที่อยากบอกกับทุกๆคน เพราะได้อ่านเรื่อง เสียงสั่งครั้งสุดท้าย ที่ลงในกระทู้ที่ ๑๐๖๒๐ มีตอนหนึ่งที่หลวงพ่อถามลูกศิษย์ว่า .... หากได้รับข่าวพร้อมกันว่าแม่ของเราเจ็บหนักต้องการเห็นหน้าเรา กับลูกของเราได้รับอุบัติเหตุเรียกหาเรา เราจะไปหาใครก่อน ? แทบทุกรายตอบว่าไปหาลูก ....แต่สำหรับอาจารย์แล้วท่านบอกว่า ท่านจะไปหาแม่ก่อน ด้วยเหตุผลที่ท่านพูดให้ฟังว่า......คนเราหากมีความกตัญญู มีรักที่ยิ่งใหญ่ที่ให้กับแม่แล้ว ลูกก็จะมีรักที่ยิ่งใหญ่ที่ให้กับเราได้ คือมองสูง คว้าสูง
อาจารย์จึงปรารถนาให้กุศลที่ได้ร่วมกันกระทำในวันนี้ จงเป็นพรย้อนกลับมาสู่พวกเราทุกคนว่า... เมื่อใจของท่านสามารถมอบให้และระลึกถึงพระคุณท่านได้มากสุดคือ ให้พ่อกับแม่และพยายามทดแทนพระคุณท่านนั้นเสมอ เมื่อใดที่เราต้องอยู่ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ เราก็จะได้ใจจากลูกมากสุด แต่ถ้าเรารักลูกของเรามากกว่าพ่อแม่ ลูกเราก็ต้องไปรักลูกเขา นั่นคือต่ำลงไปเรื่องๆ มันจึงเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมากว่า ทำไม ครอบครัวแต่ละคน พอพ้นอกก็ไปรักแฟนตนเอง ลูกตนเอง แล้วก็ไหลตามกันไป เพราะเรารักลูกเรามากกว่าพ่อแม่เรา แล้วจะให้ลูกเรารักเรามากกว่าลูกเขาเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อใดเราเอาใจรักแม่เราพ่อเรา บูชาท่านไว้สูงสุด และพร้อมที่จะบอกว่าตายแทนพ่อแม่ได้ ลูกเราก็จะทำอย่างที่เราทำ ......ทั้งหมดนี้มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมากจริงๆ จึงให้พรทุกๆท่านไปว่า ขอให้ท่านมีความกตัญญูมากๆ และสามารถรักษา(ความกตัญญู)ต่อไปได้...
นี่คือส่วนหนึ่งที่เราทุกคนได้ร่วมกระทำกรรมดีในวันนี้ ในวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็ขออนุโมทนาทุกท่าน...
ทั้งหมดนี้คือกิจกรรมอันมีค่ายิ่งแก่พวกเราทุกๆคน ที่ได้มาที่อภิธรรมมูลนิธิในวันนั้น วันที่เราต่างก็ได้พร้อมเพียงกันสร้างสรรความดี ให้เกิดมีขึ้นในชีวิตอย่างมีคุณค่าและควรจดจำยิ่งค่ะ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย วยุรี [14 ส.ค. 2550 , 09:01:30 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )
สลักธรรม 7
ขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะ ที่นำเสนอบรรยากาศแห่งวันแม่ให้ได้ทราบด้วย
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านที่ได้ร่วมกระทำคุณงามความดีให้บังเกิดขึ้น
จากความรู้สึกของท่านอาจารย์ที่เกี่ยวกับคำถามที่ว่า จะไปหาใครก่อนระหว่างแม่ที่เจ็บหนักกับลูกที่ได้รับอุบัติเหตุเรียกหาเรา ซึ่งท่านอาจารย์ได้ให้คำตอบที่ประกอบด้วยเหตุผลอันเหนือชั้น
ทำให้นึกถึงความรู้สึกของตนเองเมื่อขณะที่ได้อ่านกระทู้ของพี่วยุรี
...จะต้องไปหาแม่ก่อน ในเมื่อแม่คือผู้ที่มีพระคุณสูงสุดในชีวิต แม่เจ็บหนักและต้องการเห็นหน้าเรา เราทราบข่าวแล้วก็จะต้องรีบไปในทันที ในขณะที่ลูกจะต้องเข้าใจและรอได้
คิดแบบนั้น แต่ยังไม่ได้มีเหตุผลที่ลึกซึ้งเช่นท่านอาจารย์ และก็คิดต่อไปว่า หรือจะเป็นความรู้สึกของคนที่ไม่มีลูก จึงคิดไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ก็เป็นได้
แต่จากคำตอบและเหตุผลของท่านอาจารย์ก็เป็นแบบอย่างที่แสดงให้เห็นในสิ่งที่ถูกต้องสมควรอย่างยิ่งค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ และครูบาอาจารย์ทุกๆท่านที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้จนมีวันนี้ได้
และกราบระลึกพระคุณแม่ของแผ่นดิน แม่บังเกิดเกล้า เนื่องในโอกาสวันแม่คะ
โดย ธัญธร [15 ส.ค. 2550 , 10:26:07 น.] ( IP = 125.27.195.34 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |