มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วันแม่ ณ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ




เช้าวันอาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคมนี้ ธรรมปฏิสันถารในห้องนั่งเล่นจำเป็นต้องงดไป เนื่องด้วยท่านอาจารย์ได้นำพวกเรากระทำกิจกรรมสำคัญคือ “วันแม่”ที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งครั้งนี้อาจารย์ได้กล่าวนำให้พวกเราทุกคนได้น้อมใจกระทำกุศลจิตตามว่า

“ เนื่องจากวันนี้เป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระแม่ผู้เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา และกรุณาอย่างยิ่งยวดแก่พสกนิกรชาวไทย ในวาระที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบรอบ ๗๕ พรรษานี้ พวกเราชาวมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ นักศึกษาทุกคนที่พร้อมเพรียงกันในห้องนี้ ได้ตั้งตนไว้ชอบประกอบไปด้วยกุศลกิจที่เกิดขึ้นจากการสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรเช้า จึงขอน้อมเอาบุญกุศลเหล่านั้นมาไว้ที่กลางใจของทุกๆคน และขอให้ทุกท่านมองไปที่พระบรมฉายาทิสลักษณ์ที่วางอยู่ ณ เบื้องหน้า เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อพระองค์ท่าน ด้วยการกราบ

ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม คือวันนี้ที่เวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระบรมราชานุญาตกราบถวายพระพร

งามยิ่งเหนือสิ่งใด         ตราตรึงใจเหล่าประชา
คู่บารมีพระราชา         ศรีนคราแห่งเมืองไทย

ทรงแย้มแต้มเติมหวัง        สร้างพลังความสดใส
ฟื้นฟูศิลปะไทย          ปรากฏให้โลกชื่นชม

คือพระราชินี        นารถนรีศรีบรม
พระแม่ผู้พร่างพรม        พระเมตตาสู่แผ่นดิน

ครบรอบเฉลิมพระชนม์        มหามงคลแห่งธานินทร์
ข้าบาทธุลีดิน          กราบถวายพระพรชัย

ขอพระองค์ทรงพระเกษม        จิตปรีดิ์เปรมทุกสมัย
เปี่ยมพระพลานามัย            ทรงพระเจริญยั่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพพุทธเจ้า นางสาวบุษกร เมธางกูร
( ประธานมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ )


(เมื่ออาจารย์กล่าวจบ....เพลงสดุดีมหาราชาดังขึ้น)

โดย วยุรี [14 ส.ค. 2550 , 08:19:19 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อาจารย์กล่าวนำว่า...พวกเราที่พร้อมเพรียงกันอยู่ ณ ที่นี้ ในฐานะที่เราทุกคนเป็นลูกของแผ่นดิน ที่มีพ่อหลวง แม่หลวง ปกครองประเทศชาติ ให้ความร่มเย็นผาสุขมาจนวันนี้ ทำให้พวกเราทุกคนมีโอกาสเดินไปได้ในทุกที่ของประเทศไทย ได้มีโอกาสทำมาหากิน ได้รับทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นจากด้วยความตั้งใจ และการเสียสละของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้เสียสละปกครองอาณาประเทศให้อยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขมาตราบจนทุกวันนี้ ซึ่งนับเป็นบุญของพวกเราเป็นอย่างยิ่งที่ได้อยู่ภายใต้ร่มพระบารมี

วันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ และเป็นวันที่พวกเราทุกคนหวนรำลึกถึงแม่บังเกิดเกล้า และแม่ของแผ่นดิน เราจึงควรน้อมนำทุกอย่าง แม้กระทั่งความทรงจำทุกอย่างที่เรามีอยู่ ... ใบหน้าของแม่ ขอให้ทุกคนมีความสงบตั้งมั่น นึกถึงหน้าแม่ของตนเองให้ได้ และวางท่านไว้ ณ หัวใจเรา เพื่อจะน้อมกาย วาจา ใจ ที่เราได้สร้างคุณงามความดีมาตลอดปีนี้ ขอให้พวกเราทุกคนกราบแทบดวงใจ แล้วเลื่อนต่ำมาแทบเท้าของแม่ พร้อมกับตั้งจิตระลึกถึงพระคุณแม่ผู้ให้กำเนิดเราด้วยความสงบตั้งมั่น

(เมื่อพวกเรากราบนั้น อาจารย์ก็กล่าวเป็นกลอนว่า….)

มะลิรักร้อยไว้ในใจนี้
หอมฤดีกลิ่นรักตระหนักค่า
หมายประคองกรองกราบคุณมารดา
ผู้มอบให้ลูกยาแม้ชีวิต

หยาดน้ำนมผสมรักจากใจแม่
คือสายธารรักแท้ที่หลอมจิต
เป็นสายเลือดจากใจที่ใกล้ชิด
สื่อสำคัญจากจิตที่งดงาม

พระคุณท่านหลากล้นเกินค้นหา
ว่ามีค่าเพียงไหนไร้คำถาม
ให้ชีวิตประสิทธิ์รู้อยู่ทุกยาม
แม่ติดตามรักท่านไปทุกครา

ณ แทบเท้าทั้งสองของแม่นี้
ขอก้มกราบด้วยฤดีระลึกค่า
พระคุณของน้ำนมแห่งมารดา
กราบบูชาเหนือเศียรด้วยเปี่ยมใจ



(แล้วเพลงอิ่มอุ่นก็ดังขึ้น) .....

อิ่มใดใดโลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกรอง รักเรายังปลูกรักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน

* ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

อิ่มใดใดโลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือนพร่ำสอนสอนสั่ง

**ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป ....ใช่เพียงอิ่มท้องที่ลูกร่ำร้อง เพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรักอุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

โดย วยุรี [14 ส.ค. 2550 , 08:33:06 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 2

ต่อจากนั้นอาจารย์ก็ให้พรพวกเราว่า

“...ก็ขอให้กุศลแห่งความกตเวทิตาคุณที่เราได้ทำในวันนี้กับแม่ของแผ่นดิน และกับแม่บังเกิดเกล้าของเราทุกคน ขอจงได้เป็นพลวปัจจัยให้ทุกท่านมีความกตัญญูกตเวทิตาคุณได้ทุกๆชาติ ขออำนาจกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ จงเป็นปฏิพรย้อนกลับมาสนองท่านทุกๆท่าน ให้ท่านเป็นคนที่มั่นคงในความดี เป็นคนตั้งมั่นอยู่ในรากฐานของความกตัญญูได้อย่างล้นพ้น และยิ่งไปกว่านั้นขอให้ชีวิตท่านทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆไปขอให้ทุกท่านมีความเคารพนบนอบ และบูชาในสิ่งที่ควรบูชา เช่นพระคุณของพ่อและแม่ให้มากยิ่งขึ้น และน้อมนำทุกคนให้มีความรักอันยิ่งใหญ่มอบให้กับบิดามารดาได้เช่นนี้ตลอดไป เพื่อจะได้มีความกตเวทิตาคุณ ทดแทนบุญคุณได้สมมาดปรารถนา อันเป็นรากฐานของความเจริญต่อไปได้ทุกคน ขออนุโมทนา...”



ตอนจบพิธี อาจารย์ได้แสดงความรู้สึกว่า....ขณะที่กล่าวถวายพระพร นั้นโดยเฉพาะตอนที่เพลงสดุดีมหาราชาดังขึ้นนั้น อาจารย์บอกว่ามีความรู้สึกปลื้มใจ แล้วรู้สึกแปลกใจตนเองว่าหลายๆครั้งที่มีงานของมูลนิธิอาจารย์จะนึกถึงท่านอาจารย์บุญมี ทั้งๆที่เคยคิดว่ารักหลวงพ่อแสวง เพราะหากมีใครถามว่าอาจารย์รักใคร ก็จะบอกว่ารักหลวงพ่อแสวง แต่พอมีงานครั้งใดไม่ว่าการไปบริจาคเงินให้กับศิริราช หรืองานใดๆ ที่เป็นการประกาศเกียรติคุณให้กับมูลนิธิฯ ใจก็จะร้องบอกอาจารย์บุญมีทุกครั้งว่า “ได้ทำหน้าที่ที่อาจารย์มอบให้แล้ว” วันนี้ก็เช่นกัน ตอนที่เพลงสดุดีมหาราชาขึ้นนั้น ใจก็ร้องบอกท่านอาจารย์บุญมีว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำนาวาอภิธรรมให้แล่นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยเลยที่จะทำให้มูลนิธิด้อยไปกว่าใครๆ ถ้าเผื่อเปรียบเทียบแล้ว สูงและมากด้วยคุณค่า เพราะมูลนิธิแห่งนี้สอนพระอภิธรรม สอนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นั่นคือสอนเรื่องที่ประเสริฐ สอนสิ่งที่ประเสริฐ นอกจากนี้ก็ไม่ขวางทางโลกด้วย เพราะไม่ว่างานใดๆ มูลนิธิแห่งนี้ก็ทำได้ อาจารย์(บุญมี)รู้ไหม อาจารย์รับทราบไหม ...ไม่ทราบว่าอาจารย์ไว้วางใจหรือเปล่าที่ได้มอบหมายให้ดูแลมูลนิธิ แต่บัดนี้ก็ได้ทำให้อาจารย์เบาใจ สบายใจได้ว่า เรือที่แล่นต่อนั้น นายท้ายเรือคนนี้ได้พิสูจน์ให้ท่านอาจารย์บุญมีเห็นแล้วว่า ได้ทำหน้าที่คัดหางเสือจนมาถึงวันนี้ ไม่เคยทำขาดตกบกพร่อง และได้ทำอย่างเต็มที่

แล้วพอถึงตอนกล่าวบูชาแม่บังเกิดเกล้านั้น อาจารย์บอกว่านึกได้แค่แป๊ปเดียว แต่ก็มีภาพท่านอาจารย์บุญมีขึ้นมา จึงรู้สึกแปลกอย่างที่บอกว่ารักใครระหว่างท่านอาจารย์บุญมีกับหลวงพ่อแสวง แต่ที่รู้ๆก็คือรักผู้ที่อยู่สูงกว่า ...จึงเป็นความรู้สึกที่อยากบอกกับทุกๆคน เพราะได้อ่านเรื่อง เสียงสั่งครั้งสุดท้าย ที่ลงในกระทู้ที่ ๑๐๖๒๐ มีตอนหนึ่งที่หลวงพ่อถามลูกศิษย์ว่า .... หากได้รับข่าวพร้อมกันว่าแม่ของเราเจ็บหนักต้องการเห็นหน้าเรา กับลูกของเราได้รับอุบัติเหตุเรียกหาเรา เราจะไปหาใครก่อน ? …แทบทุกรายตอบว่าไปหาลูก ....แต่สำหรับอาจารย์แล้วท่านบอกว่า ท่านจะไปหาแม่ก่อน ด้วยเหตุผลที่ท่านพูดให้ฟังว่า......คนเราหากมีความกตัญญู มีรักที่ยิ่งใหญ่ที่ให้กับแม่แล้ว ลูกก็จะมีรักที่ยิ่งใหญ่ที่ให้กับเราได้ คือมองสูง คว้าสูง

อาจารย์จึงปรารถนาให้กุศลที่ได้ร่วมกันกระทำในวันนี้ จงเป็นพรย้อนกลับมาสู่พวกเราทุกคนว่า... “เมื่อใจของท่านสามารถมอบให้และระลึกถึงพระคุณท่านได้มากสุดคือ ให้พ่อกับแม่และพยายามทดแทนพระคุณท่านนั้นเสมอ เมื่อใดที่เราต้องอยู่ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ เราก็จะได้ใจจากลูกมากสุด แต่ถ้าเรารักลูกของเรามากกว่าพ่อแม่ ลูกเราก็ต้องไปรักลูกเขา นั่นคือต่ำลงไปเรื่องๆ มันจึงเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมากว่า ทำไม ครอบครัวแต่ละคน พอพ้นอกก็ไปรักแฟนตนเอง ลูกตนเอง แล้วก็ไหลตามกันไป เพราะเรารักลูกเรามากกว่าพ่อแม่เรา แล้วจะให้ลูกเรารักเรามากกว่าลูกเขาเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อใดเราเอาใจรักแม่เราพ่อเรา บูชาท่านไว้สูงสุด และพร้อมที่จะบอกว่าตายแทนพ่อแม่ได้ ลูกเราก็จะทำอย่างที่เราทำ ......ทั้งหมดนี้มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมากจริงๆ จึงให้พรทุกๆท่านไปว่า ขอให้ท่านมีความกตัญญูมากๆ และสามารถรักษา(ความกตัญญู)ต่อไปได้...



นี่คือส่วนหนึ่งที่เราทุกคนได้ร่วมกระทำกรรมดีในวันนี้ ในวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็ขออนุโมทนาทุกท่าน...”

ทั้งหมดนี้คือกิจกรรมอันมีค่ายิ่งแก่พวกเราทุกๆคน ที่ได้มาที่อภิธรรมมูลนิธิในวันนั้น วันที่เราต่างก็ได้พร้อมเพียงกันสร้างสรรความดี ให้เกิดมีขึ้นในชีวิตอย่างมีคุณค่าและควรจดจำยิ่งค่ะ.


โดย วยุรี [14 ส.ค. 2550 , 09:01:30 น.] ( IP = 58.9.142.50 : : )


  สลักธรรม 3


กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่ช่วยให้ศิษย์สามารถได้สร้างกุศลครบทั้งกาย วาจา ใจ

ได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อ แม่หลวงของแผ่นดินไทย และระลึกถึงค่าน้ำนมแม่

อนุโมทนาและขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะที่เพียรร้อยเรียงตัวอักษรมาให้น้องๆได้เกิดอปราปรกุศลเจตนาอีกครั้ง

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ส.ค. 2550 , 10:44:28 น.] ( IP = 124.121.174.213 : : )


  สลักธรรม 4

อ่านแล้วก็บังเกิดความภาคภูมิใจที่ได้มาเป็นสมาชิกของมูลนิธิแห่งนี้ เพราะทุกกิจกรรมของมูลนิธินั้นเป็นไปเพื่อสถาบันทั้งสามตลอดมา แม้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อพระพุทธศาสนาเป็นหลักนำ แต่กิจกรรมเพื่อสนองคุณชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่บกพร่องไปจากหน้าที่ของประชาชนชาวไทยเลยแม้แต่น้อย

บรรยากาศในเช้าวันนั้น เต็มไปด้วยความจงรักภักดีและกระแสแห่งกุศลอันเปี่ยมไปด้วยกตัญญูกตเวทิตาต่อพระแม่แห่งชาติ และมารดาของแต่ละคน ตลอดจนผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสต่างๆ ในการกระทำความดีซึ่งประดุจเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิดเส้นทางสายกุศล

กราบขอบพระคุณมูลนิธิตลอดจนครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ให้การอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี มีการกระทำกิจกรรมที่ดีอย่างสมค่าความเป็นมนุษย์

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่วยุรีด้วยค่ะ ที่นำเรื่องอันเป็นกุศลกลับมาให้ระลึกถึงอีกครั้ง

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ส.ค. 2550 , 13:08:53 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์นะคะ
ที่ทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์แบบของความเป็นมนุษย์
และ กตัญญูต่อ ผู้มีพระคุณ

ท่ามกลางบรรยากาศในห้องที่ไม่ใหญ่นัก
แต่อุดมไปด้วยมงคล
และมีทุกๆอย่างของคำว่า
กตัญญูต่อ ชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
ขอบพระคุณ อ.วยุรีนะคะ
ที่เก็บบรรยากาศดีเช่นนี้มาฝาก

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ส.ค. 2550 , 20:19:42 น.] ( IP = 125.24.52.153 : : )


  สลักธรรม 6


ได้ฟังเหตุผลเรื่องความกตัญญุของอาจารย์แล้วก็ต้องยอมรับในเหตุและผลที่อาจารย์ยกขึ้นมาอธิบายจริงๆ


อนุโมทนากับทุกท่านที่ได้ร่วมกันกระทำกุศลพร้อมทั้งกายวาจาและใจเนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและเนื่องในวันแม่อันเป็นที่รักของเราทุกคนขอรับ

โดย เณรจิ๋ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ส.ค. 2550 , 10:14:28 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )


  สลักธรรม 7



ขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะ ที่นำเสนอบรรยากาศแห่งวันแม่ให้ได้ทราบด้วย
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านที่ได้ร่วมกระทำคุณงามความดีให้บังเกิดขึ้น

จากความรู้สึกของท่านอาจารย์ที่เกี่ยวกับคำถามที่ว่า จะไปหาใครก่อนระหว่างแม่ที่เจ็บหนักกับลูกที่ได้รับอุบัติเหตุเรียกหาเรา ซึ่งท่านอาจารย์ได้ให้คำตอบที่ประกอบด้วยเหตุผลอันเหนือชั้น
ทำให้นึกถึงความรู้สึกของตนเองเมื่อขณะที่ได้อ่านกระทู้ของพี่วยุรี
...จะต้องไปหาแม่ก่อน ในเมื่อแม่คือผู้ที่มีพระคุณสูงสุดในชีวิต แม่เจ็บหนักและต้องการเห็นหน้าเรา เราทราบข่าวแล้วก็จะต้องรีบไปในทันที ในขณะที่ลูกจะต้องเข้าใจและรอได้

คิดแบบนั้น แต่ยังไม่ได้มีเหตุผลที่ลึกซึ้งเช่นท่านอาจารย์ และก็คิดต่อไปว่า หรือจะเป็นความรู้สึกของคนที่ไม่มีลูก จึงคิดไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ก็เป็นได้

แต่จากคำตอบและเหตุผลของท่านอาจารย์ก็เป็นแบบอย่างที่แสดงให้เห็นในสิ่งที่ถูกต้องสมควรอย่างยิ่งค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ และครูบาอาจารย์ทุกๆท่านที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้จนมีวันนี้ได้

และกราบระลึกพระคุณแม่ของแผ่นดิน แม่บังเกิดเกล้า เนื่องในโอกาสวันแม่คะ




โดย ธัญธร [15 ส.ค. 2550 , 10:26:07 น.] ( IP = 125.27.195.34 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org