มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ (๒๙)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๒๙)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ที่ลุงยกเรื่องนี้จากแสงสว่างของชีวิตมาแสดงให้หลานได้เห็น อาจจะเป็นการย่อเกินไป จนทำให้ความเข้าใจของหลานเกิดขึ้นไม่มากพอ ดังนั้นลุงจะขอต่ออีกสักเล็กน้อยจากหนังสือเล่มเดียวกันนี้ ในเรื่องของคำว่า เหตุ, ปัจจัย แม้หลานจะได้เคยเรียนมาแล้ว แต่ก็นานมากจนหลานอาจจะต้องการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ก็เป็นได้

เหตุคืออะไร ในเรื่องนี้ถ้าเราจะไปถามใครๆ ว่า "เหตุ" นั้นคืออะไร ก็คงจะได้รับคำตอบที่ไม่สู้จะง่ายนัก จะต้องคิดจะต้องค้นถึงตัวอย่างต่างๆ บางทีก็อาจจะตอบไม่ได้เอาเลย ทั้งๆ ที่เคยใช้คำว่า "เหตุ" นี้มานมนาน

แต่ในหลักธรรมะนั้นวางกำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้แล้ว ซึ่งมาจากภาษาบาลีว่า

หิโนติ ผลํ ปวตฺตตีติ = เหตุ
แปลว่า เหตุคือธรรมชาติที่ทำให้เกิดผล เช่น เม็ดมะม่วงเป็นเหตุ ต้นมะม่วงเป็นผล ช่างไม้เป็นเหตุ บ้านเรือนเป็นผล เป็นต้น

นอกจาก"เหตุ" แล้ว ยังมีคำว่า"ปัจจัย" อีกคำหนึ่งที่เราใช้กันอยู่เสมอๆ แต่ความหมายจริงๆ เราไม่สู้จะเข้าใจกัน บางท่านใช้คำว่าปัจจัยมานาน ครั้นถามว่าปัจจัยคืออะไรก็อึกอักตอบให้ตรงความหมายไม่ได้ และทั้งๆ ที่ยังไม่มีความเข้าใจ บางทีก็ใช้คำว่าเหตุกับคำว่าปัจจัย ทั้งสองคำนี้ควบคู่กันไปเลย เช่น "เหตุปัจจัย"

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 07:54:36 น.] ( IP = 58.9.135.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



คำว่า "ปัจจัย" คืออะไร ปัจจัยนั้นคือเหตุหรือ ถ้าปัจจัยคือเหตุแล้ว เราจะใช้คำว่าปัจจัยซ้ำลงไปอีกทำไม ใช้แต่ "เหตุ" ตัวเดียวไม่ดีกว่าหรือ

คำว่าปัจจัยนั้นมิใช่เป็นตัวเหตุ คือเป็นตัวให้เกิดผลขึ้นมาโดยตรง หากแต่เป็นเพียงตัวสนับสนุนเหตุเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

เมื่อมีผู้มาถามว่ามะม่วงต้นนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราก็จะต้องตอบว่า เกิดขึ้นมาจากเม็ดมะม่วง มันจะเกิดขึ้นมาจากอย่างอื่นหาได้ไม่ ดังนั้น เม็ดมะม่วงก็เป็นเหตุ ต้นมะม่วงก็เป็นผล

ถ้าจะถามต่อไปว่า เม็ดมะม่วงอย่างเดียวทำให้ต้นมะม่วงเกิดขึ้นมาได้หรือ ย่อมจะไม่ได้แน่นอน มันจะต้องอาศัยการรดน้ำ พรวนดิน การใส่ปุ๋ย ดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม

ด้วยเหตุนี้เอง การรดน้ำ พรวนดิน การใส่ปุ๋ย ดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมก็เป็นตัวปัจจัย เพราะปัจจัยนั้นก็คือตัวการที่จะสนับสนุนเหตุ เพราะการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย และดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมเหล่านี้มาช่วยสนับสนุนให้เป็นต้นมะม่วงขึ้นมาอีกทีหนึ่ง

สำหรับบ้านเรือนก็เหมือนกัน จะเป็นผลสำเร็จเด็ดขาดเป็นบ้านเรือนขึ้นมาได้ก็จะต้องอาศัยเหตุ คือช่างไม้ ช่างไม้จึงเป็นเหตุ บ้านเรือนจึงเป็นผล แต่ช่างไม้อย่างเดียวก็ไม่มีความสามารถที่จะดลบันดาลให้เป็นบ้านเรือนขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยปัจจัยตัวสนับสนุนเหตุอีกทีหนึ่ง ปัจจัยอันเป็นตัวสนับสนุนช่างไม้ก็ได้แก่เครื่องมือของช่างไม้นั่นเอง ได้แก่ เลื่อย ค้อน กบ สิ่ว เป็นต้น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 07:55:18 น.] ( IP = 58.9.135.200 : : )


  สลักธรรม 2



ตามที่ได้แสดงมานี้ เป็นการยกสิ่งของขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบให้ทำความเข้าใจในเรื่องของเหตุกับในเรื่องของปัจจัยได้ง่าย แต่ในสภาวธรรมนั้น หมายถึงเหตุที่จะให้เกิดโลภะ โทสะ โมหะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง และอโลภะ อโทสะ อโมหะ คือความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง

ในปรมัตถธรรมนั้น มีเรื่องของเหตุปัจจัยอย่างลึกซึ้งซึ่งปุถุชนผู้มากไปด้วยกิเลสหรือยังมีกิเลสอยู่ไม่อาจที่จะค้นคว้าเข้าไปให้ถึงได้ จึงต้องอาศัยสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วต้องอาศัยทั้งทฤษฎี ทั้งการปฏิบัติจึงจะเข้าไปสู่เหตุและปัจจัยอันล้ำลึกนั้นๆ แล้วจะได้เรื่องราวของชีวิตอันน่าอัศจรรย์

สัตว์ทั้งหลายมีความลำบากกาย มีความลำบากใจ สัตว์ทั้งหลายมีความสุข มีความทุกข์เกิดขึ้นมาแล้ว ก็มองเห็นแต่เหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าอันเป็นเหตุปัจจุบันที่ตื้นๆ เผินๆ ไม่มีความสามารถเข้าถึงเหตุที่สำคัญและลึกซึ้งได้ มิหนำซ้ำยังเข้าใจเหตุกับผลไม่ตรงกันเสียอีก

ดังนั้น จึงพากันพูดว่า ทำดีแล้วไม่ได้ดี ทำชั่วแต่กลับได้ดี เมื่อกระทำการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือกระทำผิดในกาม ตลอดจนเสพสุรายาเมาแล้ว เหตุเหล่านั้นไม่สามารถจะเกิดผลได้ เพราะผลก็ไม่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นชัดเจนได้ทุกครั้งที่ได้กระทำอะไรลงไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 07:55:59 น.] ( IP = 58.9.135.200 : : )


  สลักธรรม 3



กรรมที่กระทำลงไปนั้นมีกำลังอำนาจมาก เมื่อได้กระทำลงไปแล้ว ก็ย่อมจะบังเกิดผลขึ้นมา แต่จะปรากฏผลขึ้นมาเร็วๆ ตามความคิดของใครไม่ได้ จะให้ผลเกิดขึ้นมาให้ทันตาเห็นของใครๆ จะได้อย่างไร ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่กำลังของกรรมนั้นๆ จะต้องอาศัยเวลามากหรือน้อยตามสมควร

เหมือนเราปลูกต้นมะม่วง ก็จะต้องคอยสัก ๕-๖ ปีจึงจะได้ผล ถ้าจะปลูกต้นสัก ก็จะต้องคอยสัก ๘๐ หรือ ๑๐๐ ปี จึงจะได้ไม้สักที่ดี แต่ถ้าปลูกถั่วงอกแล้ว เราก็คงจะได้ผลเร็วภายใน ๒-๓ วันเท่านั้น

เรื่องของกรรมนั้นลึกซึ้งยิ่งนัก ผู้ที่มิได้ศึกษาเล่าเรียนให้บังเกิดความเข้าใจ ก็ย่อมจะบังเกิดความเข้าใจผิดไปได้ และมากคนทีเดียวที่พยายามจะแสดงให้เห็นว่า กรรมที่กระทำลงไปนั้น จะเป็นกรรมที่หนักหรือเบาประการใดก็ตาม ย่อมจะมาให้ผลไม่ได้เลย ซึ่งเป็นความเห็นที่น่าสงสาร

ทั้งนี้เพราะเขาใช้เหตุผลตื้นๆ เผินๆ ด้วยขาดการศึกษาเล่าเรียนในสภาวธรรม หรือขาดโยนิโสมนสิการ คือการทำใจไม่แยบคาย และไม่เคยได้พิจารณาในปัญหาของชีวิตให้ลึกซึ้ง ทั้งไม่ยอมที่จะศึกษาเล่าเรียนจริงจัง แล้วยังบังอาจหมิ่นประมาทผู้ที่มีความเห็นอันถูกต้องเสียด้วย

เขาต้องการบทพิสูจน์โดยต้องการที่จะเห็นผลของกรรมนั้นให้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แม้การงานทั้งหลายก็จะต้องอาศัยเวลาเหมือนกัน เช่นเด็กเล็กๆ ที่หัดอ่าน ก.ไก่ ข.ไข่ จะอ่านได้ จะจำได้ เห็น ก.ไก่ ข.ไข่ ที่ไหนก็อ่านได้ถูกต้องนั้นก็จะต้องอาศัยเวลานาน ต้องอ่านตั้ง ๑๐๐ เที่ยว ๑,๐๐๐ เที่ยว อ่านเที่ยวเดียวสองเที่ยวจะให้จำได้อย่างไร เพราะกำลังที่ให้จำได้นั้นยังไม่พอ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 07:56:31 น.] ( IP = 58.9.135.200 : : )


  สลักธรรม 4



หรือท่านทั้งหลายที่ทำการงานต่างๆ ก็เหมือนกัน จะต้องอาศัยเวลามิใช่เล็กน้อยเลยจึงจะมีความสามารถ เช่นท่านที่เข้ารับราชการได้ ก็จะต้องอ่านหนังสือมาตั้งแต่เล็กๆ เป็นปีๆ ต้องอยู่ชั้นประถมหลายปี ต้องอยู่ชั้นมัธยมอีกหลายปี บางทีต้องเข้าโรงเรียนอาชีพหรือต้องฝึกหัดงานอีกหลายปี จึงจะได้เงินเดือน จำจะต้องสร้างเหตุให้มีกำลังมากขึ้นให้เพียงพอเสียก่อนแล้ว จึงจะได้ผลประโยชน์สมความมุ่งหมาย

อย่างไรก็ดี ผลจากการศึกษาเล่าเรียนก็ได้ความรู้ความฉลาดมากขึ้นทีละน้อยๆ เป็นเครื่องตอบแทน เช่น อ่าน ก.ไก่ ข.ไข่ได้ สอบชั้นประถมได้ สอบชั้นมัธยมได้ และสอบอาชีพได้ แต่จะได้เงินเดือน หรือใครเขาจะจ่ายเงินเดือนให้ก็ต้องทำงานให้เขาได้

ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นได้ว่าต้องอาศัยเวลามิใช่เล็กน้อยเลย เพราะเราไม่อาจเป็นเสมียนได้ภายในวันสองวัน เราไม่อาจเป็นผู้จัดการบริษัทห้างร้านได้ภายใน ๒ ปี ด้วยมีกำลังยังไม่พอ

เพราะเหตุที่ผลของกรรมมิได้แสดงให้เกิดขึ้นมาได้ในทันที และผู้ที่มิได้พิจารณาให้ละเอียดรอบคอบนี่เอง จึงได้ประกาศว่า ผลของกรรมที่ได้กระทำลงไปแล้วนั้น ไม่อาจจะเกิดผลได้เลย

แล้วบางคนยังได้มาตั้งคำถามผมว่า ถ้าผลของกรรมมีจริงๆ แล้ว เหตุใดพวกปล้น พวกฆ่าคน พวกขี้โกงคนทั้งเมือง กรรมชั่วร้ายทั้งหลายเหล่านั้น มันไปหลบหน้าซ่อนตัวอยู่เสียที่ไหน ทำไมมันจึงไม่บันดาลให้พวกปล้น พวกฆ่าคนตาย พวกขี้โกงเหล่านี้ล้มดิ้นลงชักตายไปต่อหน้า

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 07:56:59 น.] ( IP = 58.9.135.200 : : )


  สลักธรรม 5



ท่านทั้งหลายลองคิดดู คำถามเช่นว่านี้ มันจะเป็นไปได้หรือ เหตุผลตามสภาวธรรมจะให้มันผิดไปจากธรรมชาติได้อย่างไร เป็นคำถามของผู้ที่มิได้มีความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตเลย

ผู้ที่มีความเห็นผิดเป็นนัตถิกทิฏฐิ ปฏิเสธผลของกรรม ว่าการกระทำทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นดีหรือชั่ว บุญหรือบาปก็ตาม ย่อมจะให้ผลแก่ผู้กระทำไม่ได้ ทำอะไรลงไปแล้วก็เลิกแล้วกันไป

ส่วนอเหตุกทิฏฐินั้น ปฏิเสธเหตุ มีความเห็นว่า ความเป็นไปของสัตว์ทั้งหลายมิได้อาศัยเหตุซึ่งเป็นบุญหรือเป็นบาปแต่อดีตประการใด สัตว์ทั้งหลายมีความลำบากกายลำบากใจ มีทุกข์หรือมีสุข ไม่ใช่เกิดขึ้นมาจากเหตุที่ทำให้เกิด หรือเหตุที่มาช่วยอุปถัมภ์ให้ทุกข์หรือสุขยังคงอยู่ ทั้งในอดีตเหตุและปัจจุบันร่วมกัน หากแต่ว่าความเป็นไปทั้งหลายเกิดขึ้นมาได้เพราะการบังเอิญเท่านั้นเอง

ผู้ที่ตกอยู่ในความประมาทได้ถูกฆ่าตายมาเสียมากมายก่ายกองแล้ว ผู้ที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องของชีวิตแล้วอวดดื้อถือดีคิดว่าตนมีปัญญามาก ไม่ยอมศึกษาชีวิตเสียให้เข้าใจ ได้ถูกชักนำไปในสารทิศต่างๆ เสียจนนับเวลาไม่ได้ ความโง่ความหลงในเรื่องชีวิตได้พาให้เวียนว่ายตายเกิดมาเสียนับชาติไม่ถ้วนแล้ว ได้ท่องเที่ยวไปยังแดนทุรกันดาร ต้องตกระกำลำบากอย่างแสนสาหัสมาเสียอย่างโชกโชนจนนับครั้งไม่ไหว

เรื่อง อเหตุกทิฏฐิ ตามที่ลุงได้ยกขึ้นมาให้หลานได้พิจารณานี้ ลุงก็คิดว่าคงจะพอทำความเข้าใจให้หลานได้แล้ว ถ้าหลานสงสัยอะไรอีกก็ขอให้ถามมา แต่ถ้ามิได้มีความข้องใจอะไร ลุงก็จะได้อธิบายถึงความเห็นผิดอีกตัวหนึ่ง คือ อกิริยทิฏฐิ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 07:57:30 น.] ( IP = 58.9.135.200 : : )


  สลักธรรม 6

เรื่องที่ท่านอาจารย์อธิบายมานี้ ละเอียดลึกซึ้งมากตริงๆครับ ต้องอาศัยการเรียนและทำความเข้าใจไปที่ละน้อย คอยเพิ่มเติมความรู้ในแง่มุมต่างๆอย่างมากครับ

ซึ่งผมเองก็ได้เคยเรียนเรื่อง เหตุ เรื่องปัจจัย มาก็หลายรอบอยู่ แต่จะให้เข้าใจถูกนั้นก็ยังไม่ได้เลยครับ เพราะต้องอาศัยการอธิบายและการยกตัวอย่างเช่นท่านอาจารย์นั้นยกมาประกอบการเรียนอีกมากครับ

แต่ในบทของเรื่องเจตสิกนี้ โดยเฉพาะทิฏฐิเจตสิกที่กำลังศึกษานี้ อาจารย์ได้ทำให้ผมเข้าใจในเรื่องอเหตุกทิฏฐิได้ดีมากขึ้นขอรับ



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งครับ และระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์เสมอมาครับผม

โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2550 , 08:10:46 น.] ( IP = 58.9.135.200 : : )


  สลักธรรม 7


มาศึกษาต่อค่ะ

อ่านแล้วเห็นความแตกต่างของเหตุ กับปัจจัยได้อย่างกระจ่างชัดค่ะ ยิ่งเรื่องการให้ผลของกรรมนั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเราอยากให้ผลปรากฏเร็วๆ ท่านอาจารย์เปรียบเทียบกับการทำงาน ซึ่งกว่าจะทำงานได้รับเงินเดือนนั้น ต้องเรียนหนังสือกันมานานหลายปีทีเดียว

การยกตัวอย่างใกล้ตัวมาประกอบการอธิบาย ทำให้เข้าใจได้ง่ายค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ที่อธิบายให้เห็นชัดถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต

อนุโมทนาและและกราบขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะที่นำสิ่งประเสริฐมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ส.ค. 2550 , 08:54:26 น.] ( IP = 124.121.173.13 : : )


  สลักธรรม 8

การอธิบายทำให้เข้าใจคำว่าเหตุและปัจจัยมากขึ้น รวมทั้งการให้ผลของกรรมต้องอาศัยระยะเวลาเช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ส.ค. 2550 , 11:19:09 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 9


อ่านแล้วนอกจากจะเกิดความเข้าใจ ความน่ากลัวของความคิดที่ขาดการศึกษาพระธรรม ยังนึกถึงคำว่า ...อย่าประมาทเวรกรรมว่าทำน้อย... เพราะแม้จะยังไม่เห็นผล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผล

กราบขอบพระคุณในคำอธิบายของท่านอาจารย์
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้อ่านทำความเข้าใจ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ส.ค. 2550 , 13:56:43 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org