มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รูปและคำบรรยายพระพุทธประวัติ






อุบัติแห่งพระศาสดา


มีการอุปมาว่า องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ทรงแสดงธรรมอุปมาได้ 4 อย่าง เหมือนหงายของที่คว่ำ เหมือนเปิดของที่ปิด เหมือนชี้ทางกับผู้เดินทางไม่ให้หลงทาง เหมือนจุดประทีปเอาไว้ในที่มืด ประทีปที่จุดไว้ในที่มืดสามารถทำให้ผู้เดินทางได้เห็นอย่างแจ่มชัด ไม่สะดุดและไม่เดินชนสิ่งกีดขวาง ชีวิตจะได้ราบรื่น เมื่อพระศาสดาอุบัติเกิดขึ้น ฝูงชนเป็นอันมากพากันแซ่ซ้องสาธุ ตั้งแต่ราชามหากษัตริย์ ถึงยาจกยากจนแสนเข็ญ รวมถึงสัตว์โลกทั้งหลาย



พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบิน


ก่อนที่พระนางสิริมหามายาจะทรงครรภ์ราชโอรสผู้มีบุญญาธิการเป็นพระศาสดาเอกของโลกนั้น ได้ทรงพระสุบินไปว่า ได้ประทับอยู่ในสวนป่าที่สวยงาม และมีช้างตัวหนึ่งเยื้องย่างนำดอกบัวมาให้ เมื่อพระนางรับดอกบัวไว้แล้วก็ตื่นขึ้น รู้สึกได้ว่าตั้งครรภ์



ชวนพระสวามีรักษาอุโบสถศีล


เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงครรภ์แล้ว ก็รู้ตัวว่าจะต้องทำความดีเพื่อลูกในท้อง จึงได้ชักชวนพระเจ้าสุทโธทนะว่า เสด็จพี่ ตอนนี้น้องมีท้องแล้ว อยากจะให้ลูกในท้องนี่มีศีลธรรมโดยสายเลือด ฉะนั้น เราควรจะต้องแวดล้อมด้วยการมีคุณธรรมกัน ช่วยกันถือศีล งดเว้นประเวณี ถืออุโบสถศีล เพื่อจะได้ลูกในท้องที่มีคุณธรรมมาเกิด ว่านอนสอนง่าย พระนางได้ชวนพระสวามี พระเจ้าสุทโธทนะก็ยินดีปรีดาจะร่วมรักษาศีลอุโบนถเพื่อแวดล้อมพระราชโอรสให้มีคุณงามความดีมาเกิด ผู้หญิงสมัยก่อนนี้ส่วนใหญ่เมื่อตั้งครรภ์ มักจะชวนสามีทำความดี อาตมาจึงขอเตือนว่า พ่อแม่นี่ควรจะทำแต่สิ่งที่ดีงาม ให้ซึมซาบเข้าไปในสายเลือด จะได้ลูกดี ๆ มาเกิด

โดย ไผ่สีทอง...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 13:26:51 น.] ( IP = 58.9.96.33 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



คลอดพระราชโอรส


พระราชโอรสได้คลอดแล้วที่สวนป่าลุมพินีวัน เพราะเดินทางผ่านมาเพื่อที่จะไปคลอดที่บ้านพ่อแม่ของตน เป็นไปตามประเพณี พระพุทธเจ้าตอนที่เป็นพระราชโอรสนั่นมาคลอดที่สวนป่าลุมพินีวัน ตรงนี้ก็น่าคิดที่ว่า พระพุทธเจ้าเป็นลูกกษัตริย์ แทนที่จะประสูติอยู่บนปราสาทบนราชวัง กลับมาประสูติอยู่ที่พื้นดิน และพระพุทธเจ้าก็ใช้ชีวิตอยู่ตามพื้นดิน ประสูติก็ที่พื้นดิน ตรัสรู้ก็ที่พื้นดิน สอนสาวกตามพื้นดิน นิพพานที่พื้นดิน


รับพระราชโอรสกลับพระนคร


เมื่อได้ทราบข่าวพระราชโอรสคลอดยู่ในป่า พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระราชบิดาก็จัดขบวนช้างขบวนม้ามารับพระราชโอรสกลับพระนคร นี่คนดีมีบุญญาธิการมาเกิดจะเกิดในป่าในดง เขาก็เอาม้าเอารถมารับกลับพระนคร ส่วนคนที่มีเศษบาปเศษกรรมมาเกิดเขากลับเอาถังขยะเข้าไปรับ หรือรีดใส่โถส้วม ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด

ฉะนั้น บุญญาธิการเราควรจะสรรค์สร้าง อย่าดูถูกเรื่อบาปเรื่องกรรม เรื่องเศษบุญเศษบาป เศษกรรมกันนัก ควรจะสร้างสมเอาไว้ ถ้าเราชื่อบาป เชื่อกรรม และตั้งใจทำแต่กรรมดี ชาตินี้เราก็ชื่นอกชื่นใจ เป็นคนสบายใจตลอดชีวิต



อสิตดาบสเยี่ยมพระราชโอรส


เมื่อพระราชโอรสกลับมายังพระราชวังแล้ว ปรากฏว่าอสิตดาบสก็ได้เข้าเยี่ยม เมื่อพบพระราชโอรสผู้มีลักษณะบุญญาธิการ อสิตดาบนถึงกับทรุดตัวลงกราบ ทำให้พระเจ้าสุทโธทนะถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด เพราะอสิตดาบสนั้นเป็นที่เคารพของพระเจ้าสุทโธทนะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นอสิตดาบสก้มลงกราบพระโอรสของตนก็แปลกพระทัยยิ่งนักจึงได้ตรัสถามอสิตดาบส ท่านอสิตดาบสก็บอกว่า… อย่าได้แปลกใจเลย บุญญาธิการของพระราชโอรสผู้นี้น่ะมากมายกว่าอาตมานัก ทำไมจะไหว้ไม่ได้

ได้ยินอสิตดาบสกล่าวเช่นนั้น พระเจ้าสุทโธทนะพระราชบิดา จึงกราบพระราชโอรสตามท่านอสิตดาบส

โดย ไผ่สีทอง...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 13:45:12 น.] ( IP = 58.9.96.33 : : )


  สลักธรรม 2



พราหมณ์ทำนายพระลักษณะ


ต่อมาปรากฏว่า มีพราหมณ์จำนวน 8 คนด้วยกัน เข้ามาทำนายพระลักษณะของพระราชโอรส พราหมณ์ทั้ง 7 คน ยกสองนิ้ว มีแต่เพียงพราหมณ์หนุ่มผมดำเท่านั้นที่ยกขึ้นนิ้วเดียว จึงมีนัยยะว่า พราหมณ์ที่ยกสองนิ้วทำนายเป็นสองนัยว่า… ถ้าออกบวชก็จะเป็นศาสดาเอกของโลก และถ้าไม่ได้ออกบวชอยู่เป็นกษัตริย์จะได้เป็นจักรพรรดิราช

ส่วนพราหมณ์หนุ่มผมดำผู้นั้นซึ่งยกขึ้นนิ้วเดียว ทำนายเป็นนัยเดียวว่า…พระราชโอรสผู้นี้จะต้องออกบวชอย่างแน่นอน พราหมณ์หนุ่มผู้นี้ที่ทำนายเป็นนัยเดียวนี้มีชื่อว่าอัญญาโกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ซึ่งต่อมาได้บรรลุดวงตาเห็นธรรมเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา



พระมารดาสิ้นพระชนม์


ต่อมาพระมารดา พระนางสิริมหามายาก็ถึงแก่ทิวงคตสิ้นพระชนม์ไป พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระราชบิดา จึงได้จัดการแสวงหานางนมมาเลี้ยงดูพระราชโอรสต่อไป ผู้เลี้ยงพระราชโอรสนี้ให้แก่พระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นน้าสาวของพระพุทธเจ้า และเป็นน้องสาวของพระมารดา

ต่อมา พระนางปชาบดีได้เป็นมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะอีก แล้วก็ปรากฏว่าเป็นเหตุให้มีพระราชโอรสธิดาอีกสองคน เป็นหญิงหนึ่งคน ชายหนึ่งคน ชื่อ รูปนันทา และนันทะ แต่ปรากฎว่าพระราชโอรสสิทธัตถะได้สร้างความน่ารักน่าเลื่อมใส จึงทำให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงนี่รักมากกว่าลูกตัวด้วยซ้ำ



ความรักของพระบิดา


ต่อมา พระราชโอรสอายุได้สัก 2 ขวบ พระเจ้าสุทโธทนะก็พยายามที่จะให้พระราชโอรสมีความรื่นเริงบันเทิงใจ จึงพยายามหานางสนมที่มีหน้าตาแปลก ๆ จมูกโด่ง ๆ คางยื่น ๆ มาหยอกเล่นให้สบายพระทัย แทนที่พระราชโอรสจะสนุกสนานรื่นเริงเหมือนเด็กทั่วไป ได้พูดถามกับพวกเหล่านางสนมหญิงนั้นว่า พี่หญิง… ที่มาหยอกเล่นให้น้องมีความสนุกเหน็ดเหนื่อยกันบ้างไหม พี่หญิงก็บอกว่า เหนื่อยมากเพคะ เท่านั้นเอง พระราชโอรสจึงพูดกับพี่หญิงว่า ถ้าต้องเหน็ดเหนื่อยก็หยุดไปเถอะ เราน่ะไม่อยากแสวงหาความสนุกบนความทุกข์ของผู้อื่นหรอก นี่ พระราชโอรสมีน้ำพระทัยเมตตามาแต่เล็กแต่น้อย พวกพี่หญิงเหล่านั้นก็ปลื้มใจในคุณงามความมีน้ำใจอันเมตตาของพระราชโอรสผู้นี้ยิ่งนัก

โดย ไผ่สีทอง...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 13:52:27 น.] ( IP = 58.9.96.33 : : )


  สลักธรรม 3



ศึกษาศิลปวิทยาต่าง ๆ


เมื่อพระราชโอรสอายุประมาณ 7 ขวบ พระราชบิดาก็ปรารถนาให้ลูกมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด จึงได้แสวงหาอาจารย์ผู้มีคุณธรรมที่สามารถถ่ายทอดคุณงามความดีให้พระราชโอรส พร้อม ๆ ไปกับให้การศึกษาศิลปวิทยาต่าง ๆ ไม่เหมือนกับพ่อแม่สมัยนี้ที่ปรารถนาให้ลูกได้แต่วิชาความรู้ ไม่สนใจคุณธรรม ไม่ให้จรณะ (ความประพฤติ)

พระอาจารย์ของพระราชโอรสท่านนี้ ก่อนจะร่ำจะเรียนจะให้ลูกศิษย์นั้นเตรียมตัวค้นคว้าวิชาการอย่างดี และงดเว้นสิ่งที่จะเป็นเหตุทำให้จิตใจของลูกศิษย์ตกต่ำ ลูกศิษย์ก็เรียนเก่งมาก สอนอะไรไปก็จำได้หมด จนกระทั่งอาจารย์ไม่มีอะไรจะสอนให้อีกแล้ว



เห็นสัจจธรรม


เจ้าชายสิทธัตถะพระราชโอรส เริ่มเป็นหนุ่มรุ่น ๆ ขึ้นมาเรื่อยตามลำดับตามอายุขัย เพราะท่านก็มีสรีระเหมือนกับคนเราธรรมดา วันหนึ่งได้ไปนั่งดูสัตว์ ก็เห็นมดถูกกิ้งก่ากัด กิ่งก่าก็ถูกงูกัด งูถูกเหยี่ยวมาเฉี่ยวไป พระองค์มองเห็นอะไรมักจะน้อมนึกไปสู่ธรรมะเสมอ เมื่อเห็นว่าสัตว์มันเบียดเบียนกัน ก็นึกว่า โอ้ ไม่น่าจะต้องมาเบียดเบียนข่มเหงกัน ทำร้ายกัน สัตว์ใหญ่รังแกสัตว์น้อย ผู้มีอำนาจเล่นงานผู้ด้อยอำนาจ ผู้ใหญ่บ้านเล่นงานลูกบ้าน ลูกบ้านไม่รู้จะทำอะไรก็วิ่งไล่เตะหมาต่อไป อะไรอย่างนี้ตามลำดับ มักจะมีการกดขี่ข่มเหงกันก็เลยนั่งนึกว่า โอ จะทำอย่างไรให้สัตว์โลกนี้อยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีการกดขี่ข่มเหงเบียดเบียนกัน ผลาญพล่าชีวิตซึ่งกันและกันเสมอ



พระบิดาหวั่นพระทัย


พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระราชบิดา เริ่มเห็นอาการของเจ้าชายสิทธัตถะ มักจะมีปกติชอบสงบ พระองค์เลยทรงหวั่นพระทัย ในสมองมองนึกถึงภาพเมื่อตอนเล็ก ๆ ก็ชอบไปนั่งสงบ เช่น ตอนไปแรกนาขวัญก็นั่งสงบที่โคนต้นหว้า และนึกถึงคำทำนายของพราหมณ์หนุ่มว่า พระราชโอรสนี้มีคติอันเดียว คือจะต้องออกบวช จึงทำให้ผู้เป็นพ่อคิดหาทางออกเฮือกสุดท้ายที่จะกักขังพระราชโอรสเอาไว้ให้อยู่สืบสันตติวงศ์แห่ง
กบิลพัสดุ์ต่อไป จึงพยายามที่จะหาทางกักขังพระราชโอรสให้อยู่ครองเมืองกบิลพัสดุ์ให้จงได้

โดย ไผ่สีทอง...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 14:01:19 น.] ( IP = 58.9.96.33 : : )


  สลักธรรม 4



สร้างปราสาทสามฤดู


พระเจ้าสุทโธทนะจึงทรงสั่งเหล่าเสนาอำมาตย์ข้าราชบริพารทั้งหลาย ให้จัดสร้างปราสาทที่สวยงาม เพื่อให้เป็นเครื่องล่อย้อมใจลูกชายให้ติดอยู่ พระองค์สร้างปราสาทขึ้นมาสำหรับสามฤดู 1. ปราสาทฤดูร้อน 2. ปราสาทฤดูฝน 3. ปราสาทฤดูหนาว ให้ประเล้าประโลมพระราชโอรสให้จงได้ สิ้นค่าใช้จ่ายหมดเท่าไรก็ไม่ว่า ขอเพียงแต่ให้พระราชโอรสเป็นกษัตริย์แห่งกบิลพัสดุ์เป็นใช้ได้ ซึ่งปราสาททั้งสามนั้นพระองค์ได้สั่งให้ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดาร

แต่อนิจจาเอ๋ย… สวนทางกันเสียจริงระหว่างลูกกับพ่อ พ่อต้องการให้ลูกอยู่ในวัง ลูกต้องการที่จะออกแสวงหาสัจจธรรม เห็นรั้ววังเป็นประดุจดังคุกและตาราง



น้ำพระทัยของเจ้าชาย


สิทธัตถะกับเทวทัตเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน วันหนึ่ง เทวทัตเอาศรยิงขึ้นไปถูกหงส์บนอากาศตกลงมา สิทธัตถะผู้มีน้ำพระทัยเมตตาเข้าไปถอนศรเยียวยารักษาจนฟื้นจึงได้เกิดอาการยื้อแย่งกัน ฝ่ายสิตธัตถะก็บอกว่าของฉันนะ ฉันช่วยมันให้ฟื้น เทวทัตก็บอกว่าของเรานะ เพราะเรายิงมัน ในที่สุดตกลงกันไม่ได้ จึงนำเรื่องไปให้พราหมณ์ผู้ใหญ่ตัดสิน พราหมณ์ก็บอกว่า ผู้ใดทำลายชีวิต ก็ไม่ควรจะเป็นเจ้าของชีวิต สิ่งที่มีชีวิตควรจะถูกได้รับความคุ้มครองจากผู้มีเมตตาปรานี เพราะฉะนั้น เมื่อต้องการให้หงส์ตัวนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปก็ควรจะให้สิทธัตถะเถอะ



อุปนิสัยของเจ้าชาย


ภาพนี้เป็นภาพแห่งการแข่งม้าของเจ้าชายสิทธัตถะ ธรรมดาเมื่อมีแข่งขันอะไรก็ตามมักจะทรมานสัตว์เพื่อให้ตนเป็นฝ่ายชนะ เฆี่ยนตีให้มันวิ่งเร็ว ให้มันทำอะไรต่ออะไรคู่ต่อสู้อย่างเลวร้าย โดยหวังแต่จะเอาชนะลูกเดียว สิทธัตถะนั้นม้าก็มีฝีเท้าดี แต่ถ้าขืนไล่ตีให้วิ่งมันก็จะเหน็ดเหนื่อยและเจ็บปวด เจ้าชายไม่ปรารถนาเอาชัยชนะมาเป็นของตัวแล้วยื่นความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับผู้อื่นเป็นอันขาด นี่คือนิสัยของสิทธัตถะ จึงพยายามชะลอดึงม้าเอาไว้ไม่ต้องการให้มันเหน็ดเหนื่อยเกินกำลัง ให้คนอื่นเขาคว้าชัยชนะไป

เรื่องนี้เรามองกันให้ลึก ๆ จะเห็นว่า สิทธัตถะนั้นชนะกิเลส แต่แพ้ในการแข่งขันซึ่งเราพอจะมองเห็นได้ว่า เจ้าชายของเรามีจิตใจเมตตามากมายขนาดไหน

โดย ไผ่สีทอง...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 14:09:51 น.] ( IP = 58.9.96.33 : : )


  สลักธรรม 5



หมั้นพระนางพิมพายโสธรา


ต่อมา พระราชบิดาปรารถนาแล้วว่า จะต้องหาทางกักขังเจ้าชายสิตธัตถะให้อยู่สืบสันติวงศ์ให้จงได้ จึงพยายามไปหาบรรดาสาวงามซึ่งเป็นที่ตรึงตาตรึงใจสิทธัตถะ เจ้าชายได้ตัดสินพระทัยเลือกพระนางพิมพา พระราชธิดาของพระเจ้าสุปปพุทธะประมุขแห่งนครเทวทหะ กับพระนางอมิตาซึ่งเป็นน้องสาวคนเล็กของพระเจ้าสุทโธทนะ นับว่าทั้งสองตระกูลนี้เกี่ยวดองเป็นพระญาติกัน มีความรักกันฉันท์พี่น้องร่วมสายโลหิต ต่างมีการอภิเษกสมรสกันเสมอมา พระเจ้าสุทโธทนะพระราชบิดาจึงได้จัดพิธีหมั้นขึ้นระหว่างเจ้าชายสิทธัตถะและพระนางพิมพายโสธราด้วยการสวมแหวนให้ เพื่อหมายจะจองครองรักให้เจ้าชายอยู่ติดรั้วติดวังไม่ไปไหน



ชักชวนนายฉันนะ


แต่สิ่งที่พระราชบิดาหามาให้ เป็นเสมือนกรงที่คอยขังคนโง่ให้ยินดีในรูปสวย ๆ เสียงเพราะ ๆ กลิ่นหอม ๆ รสอร่อย ๆ สัมผัสนุ่มนวล ซึ่งสิทธัตถะมิได้ตกหรือสยบอยู่กับสิ่งที่พ่อได้หามาให้ จึงได้ชวนฉันนะอำมาตย์คู่พระทัยให้พาหนีออกไปเที่ยวดูความเป็นอยู่ของประชาชน นายฉันนะบอกว่าไปไม่ได้ เดี๋ยวพ่อจะตัดหัว เพราะสั่งไว้ไม่ให้นำเจ้าชายไปไหน ด้วยเกรงว่าถ้าไปพบไปเห็นอะไรเข้าจิตใจจะเบื่อหน่ายคลายความพอใจในการอยู่ในรั้วในวังแล้วจะออกบวชเสีย

เจ้าชายอ้อนวอนฉันนะอยู่นาน จนในที่สุดนายฉันนะต้องยอมพาปลอมตัวออกไป โดยเอาผ้าโพกหัวเป็นแขกปลอมตัวออกไปด้วยกัน



ปลอมตัวออกนอกวัง


ภาพนี้สวยงามตรงที่ว่า แหม โพกผ้าปลอมตัวชมรอบชานเมือง สิทธัตถะนำหน้าฉันนะตามหลัง ได้ไปเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมาย เช่นไปเห็นชายแก่รอชะแง้อยู่ที่หน้าบ้านถามว่า ลุงเอ๋ย ทำไมยังไม่นอนอีก จะนอนหลับได้ยังไงล่ะพ่อคุณ ลูกยังไม่กลับเลยห่วงมันหลับไม่ลง เดินมาเจอหญิงกลางคนร่ำไห้ ยังไม่หลับหรือน้า ได้รับคำตอบว่าสามีฉันยังไม่กลับบ้าน…ห่วง ถามกี่ราย ๆ ก็หลับไม่ลงเพราะความห่วง โถ…ถูกโซ่ถูกบ่วงถูกห่วงร้อยรัด คำก็ห่วงสองคำก็ห่วง นี่ความห่วงอาลัยทำให้หลับไหลไม่ลง พะวงพะวังอยู่



คัดลอกทั้งภาพและคำบรรยายมาให้ชมจากที่นี้ครับ http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/buddhist1/index/index1.htm

โดย ไผ่สีทอง...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2550 , 14:18:12 น.] ( IP = 58.9.96.33 : : )


  สลักธรรม 6

ทั้งภาพทั้งเนื้อเรื่อง อ่านง่ายสบายตาสบายใจดีจังเลยค่ะ

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากนะคะที่นำเรื่องันเป็นมงคลมาให้รับทราบและซึมซับพฤติกรรมของชีวิตที่ดี

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ส.ค. 2550 , 15:03:55 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7


ภาพสวยงามมากค่ะ

กราบอนุโมทนา และขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ส.ค. 2550 , 11:01:25 น.] ( IP = 124.121.171.148 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณไผ่สีทองค่ะ

ที่ได้นำเรื่องพระพุทธประวัติมาฝาก พร้อมทั้งภาพประกอบที่สวยงามด้วยค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ส.ค. 2550 , 11:34:03 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org