มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


โจรผู้ทำลายปม








โจรผู้ทำลายปม
จาก อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พาลวรรคที่ ๕


มีโจร ๒ คนเป็นสหายกัน ได้ปะปนเข้าไปยังพระเชตวันรวมกับมหาชน ที่ต้องการฟังธรรม โจรคนหนึ่งได้ตั้งใจฟังธรรมกถา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เที่ยวมองหาของที่หยิบฉวย

ในโจรทั้งสองนั้น โจรผู้ฟังธรรมอยู่ได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นได้ลักทรัพย์ประมาณ ๕ มาสกที่ขอดไว้ที่ชายผ้าของอุบาสกคนหนึ่งมาเป็นค่าอหาหารของตนได้

ครั้งนั้น โจรผู้ที่ลักทรัพย์ได้กับภรรยาของเขา กล่าวเย้ยหยันโจรผู้เป็นโสดาบันว่า "ท่านไม่มีค่าอาหารในเรือนของตน ก็เพราะความที่ท่านฉลาดเกินไป"

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ส.ค. 2550 , 15:11:05 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



โจรผู้เป็นโสดาบันคิดว่า "เจ้าคนนี้ย่อมสำคัญความที่ตนเป็นบัณฑิต ด้วยความเป็นพาลทีเดียวหนอ" จึงได้ไปยังพระเชตวันเพื่อกราบทูลความเป็นไปนั้นแด่พระศาสดา

เมื่อกราบทูลแล้วพระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่เขาว่า

บุคคลใดโง่ ย่อมสำคัญความที่แห่งตนเป็นคนโง่
บุคคลนั้นจะเป็นบัณฑิตเพราะเหตุนั้นได้บ้าง

ส่วนบุคคลใดเป็นคนโง่ มีความสำคัญว่าตนเป็นบัณฑิต
บุคคลนั้นแล เราเรียกว่า ‘คนโง่’

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ส.ค. 2550 , 15:13:19 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

พระอรรถกถาจารย์อธิบายความเพิ่มเติมไว้ว่า

บุคคลใดเป็นคนโง่ คือมิใช่เป็นบัณฑิต ย่อมสำคัญ คือย่อมรู้ความที่ตนเป็นคนโง่ คือความเป็นคนเขลานั้น ด้วยตนเองว่า "เราเป็นคนเขลา" ด้วยเหตุนั้น บุคคลนั้นจะเป็นบัณฑิตได้บ้าง หรือจะเป็นเช่นกับบัณฑิตได้บ้าง เพราะเขารู้อยู่ว่า "เราเป็นคนโง่" ถ้าเข้าไปหาเข้าไปนั่งใกล้คนอื่นซึ่งเป็นบัณฑิต อันบัณฑิตนั้นกล่าวสอนอยู่ พร่ำสอนอยู่ เพื่อประโยชน์แก่ความเป็นบัณฑิต เรียนเอาโอวาทนั้นแล้ว ย่อมเป็นบัณฑิตหรือเป็นบัณฑิตกว่าได้

ส่วนบุคคลใดเป็นคนโง่อยู่ เป็นผู้มีความสำคัญว่าตนเป็นบัณฑิตถ่ายเดียวอย่างนี้ว่า "คนอื่นใครเล่า? จะเป็นพหูสูต เป็นธรรมกถึก ทรงวินัย มีวาทะกล่าวคุณเครื่องขจัดกิเลสเช่นกับด้วยเรามีอยู่" บุคคลนั้นไม่เข้าไปหา ไม่เข้าไปนั่งใกล้บุคคลอื่น ซึ่งเป็นบัณฑิต ย่อมไม่เรียนปริยัติเลย ย่อมไม่บำเพ็ญข้อปฏิบัติ ย่อมถึงความเป็นคนโง่โดยส่วนเดียวแท้ บุคคลนั้นย่อมเป็นเหมือนโจรทำลายปมฉะนั้น

ตัดความมาจาก คาถาธรรมบท

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ส.ค. 2550 , 15:14:45 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

คาถาธรรมบท พาลวรรคที่ ๕


ราตรียาวแก่คนผู้ตื่นอยู่ โยชน์ยาวแก่คนผู้เมื่อยล้า สงสารยาวแก่คนพาลผู้ไม่รู้แจ้งพระสัทธรรม

ถ้าว่าบุคคลเมื่อเที่ยวไปไม่พึงประสบสหายประเสริฐกว่าตน หรือสหายผู้เช่นด้วยตนไซร้ บุคคลนั้นพึงทำการเที่ยวไปผู้เดียวให้มั่น เพราะว่าคุณเครื่องความเป็นสหาย ย่อมไม่มีในคนพาล

คนพาลย่อมเดือดร้อนว่า บุตรของเรามีอยู่ ทรัพย์ของเรามีอยู่ ดังนี้ ตนนั่นแลย่อมไม่มีแก่ตน บุตรทั้งหลายแต่ที่ไหน ทรัพย์แต่ที่ไหน

ผู้ใดเป็นพาลย่อมสำคัญความที่ตนเป็นพาลได้ ด้วยเหตุนั้น ผู้นั้นยังเป็นบัณฑิตได้บ้าง

ส่วนผู้ใดเป็นพาลมีความสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ผู้นั้นแลเรากล่าวว่าเป็นพาล

ถ้าคนพาลเข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตแม้ตลอดชีวิต เขาย่อมไม่รู้แจ้งธรรมเหมือนทัพพีไม่รู้จักรสแกง ฉะนั้น

ถ้าว่าวิญญูชนเข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตแม้ครู่หนึ่ง ท่านย่อมรู้ธรรมได้ฉับพลัน เหมือนลิ้นรู้รสแกงฉะนั้น

คนพาลมีปัญญาทราม มีตนเหมือนข้าศึกเที่ยวทำบาปกรรมอันมีผลเผ็ดร้อน บุคคลทำกรรมใดแล้วย่อมเดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นทำแล้วไม่ดี บุคคลมีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่ ย่อมเสพผลของกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วไม่ดี

บุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นแลทำแล้วเป็นดี บุคคลอันปีติโสมนัสเข้าถึงแล้ว (ด้วยกำลังแห่งปีติ)(ด้วยกำลังแห่งโสมนัส) ย่อมเสพผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วเป็นดี

คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำหวานตลอดกาลที่บาปยังไม่ให้ผล แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น

คนพาลถึงบริโภคโภชนะด้วยปลายหญ้าคาทุกเดือนๆ เขาย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ซึ่งจำแนกออกไปแล้ว ๑๖ หน ของพระอริยบุคคลทั้งหลายผู้มีธรรมอันนับได้แล้ว

ก็บาปกรรมบุคคลทำแล้วยังไม่แปรไป เหมือนน้ำนมในวันนี้ยังไม่แปรไป ฉะนั้น บาปกรรมนั้นย่อมตามเผาคนพาล เหมือนไฟอันเถ้าปกปิดแล้ว ฉะนั้น

ความรู้นั้นย่อมเกิดแก่คนพาลเพื่อสิ่งมิใช่ประโยชน์อย่างเดียว ความรู้ ยังปัญญาชื่อว่ามุทธาของเขาให้ฉิบหายตกไป ย่อมฆ่าส่วนแห่งธรรมขาวของคนพาลเสีย

ภิกษุผู้เป็นพาล พึงปรารถนาความสรรเสริญอันไม่มีอยู่ ความห้อมล้อมในภิกษุทั้งหลาย ความเป็นใหญ่ในอาวาส และการบูชาในสกุลของชนเหล่าอื่น

ความดำริย่อมบังเกิดขึ้นแก่ภิกษุพาลว่า คฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งสองฝ่าย จงสำคัญกรรมที่บุคคลทำแล้วว่า เพราะอาศัยเราผู้เดียว คฤหัสถ์และบรรพชิตเหล่านั้นจงเป็นไปในอำนาจของเราผู้เดียว

ในบรรดากิจน้อยและกิจใหญ่ทั้งหลาย กิจอะไรๆ อิจฉา (ความริษยา) มานะ (ความถือตัว) ย่อมเจริญแก่ภิกษุพาลนั้น

ภิกษุผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้ารู้ยิ่งแล้ว ซึ่งปฏิปทา ๒ อย่างนี้ว่า ปฏิปทาอันเข้าอาศัยลาภเป็นอย่างหนึ่ง ปฏิปทาเครื่องให้ถึงนิพพานเป็นอย่างหนึ่ง ดังนี้แล้ว ไม่พึงเพลิดเพลินสักการะ พึงพอกพูนวิเวกเนืองๆ ฯ

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ส.ค. 2550 , 15:33:58 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

บุคคลใดเป็นคนโง่ แต่เข้าไปหาบัณฑิต เรียนโอวาทเพื่อประโยชน์แก่ความเป็นบัณฑิต ก็ย่อมเป็นบัณฑิตได้

ขอบพระคุณค่ะ ที่ได้นำเรื่องดีๆ มาฝาก

โดย เซิ่น [16 ส.ค. 2550 , 22:11:21 น.] ( IP = 58.8.45.218 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 10:40:24 น.] ( IP = 124.121.174.84 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org