มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รูปและคำบรรยายพระพุทธประวัติ(๒)






พบคนเจ็บป่วย


ครั้นเดินต่อมา ก็พบกับชายร้องครวญครางอยู่ใต้สะพานแห่งหนึ่ง เป็นโรคไข้ทรพิษ สิทธัตถะจึงเข้าไปดู ฉันนะร้องห้าม สิทธัตถะได้กล่าวตอบไปว่า ฉันนะ ฉันไม่ได้เป็นกษัตริย์ที่เห็นแก่ตัวอย่างพวกเธอหรอก เขาเจ็บป่วยทำไมเราจะช่วยเขาไม่ได้ เมื่อเขามีเรี่ยวแรงทำมาหากินได้ เขายังส่งส่วยส่งภาษีเข้ารัฐ ฉะนั้นเมื่อเขาเจ็บเขาป่วยทำไมเราจะช่วยเขาไม่ได้ นี่แหละคำทำนายที่ว่า ถ้าเป็นกษัตริย์จะได้เป็นจักรพรรดิราช เพราะน้ำพระทัยของพระองค์นั้นยอดเยี่ยม ไม่ต้องยกเมืองไปตี ไม่ต้องยกกองทัพไปตี เขาก็จะยกเมืองให้ครอง เพราะน้ำพระทัยอันเมตตาครอบงำน้ำใจของปวงชน นี่แหละจึงจะเป็นเหตุให้เป็นจักรพรรดิราชครองเมืองมากมายมหาศาลและนานที่สุด



พระกรุณาของพระองค์


ต่อมา พระองค์ได้ไปดูคนทำไร่ไถนา แต่จิตใจโหดร้าย ตีวัว ตีควาย อย่างทารุณ ไม่ใช้ไปด้วยความละมุนละไม เมตตาปรานี เอาแต่ใจเป็นใหญ่ ไปเที่ยวกินเหล้าเมายาพอทะเลาะขัดแย้งมาจากทางบ้านก็มาระบายความทุกข์กับวัวกับควาย พระองค์ได้รำพึงว่า… โถ เจ้าวัวเอ๋ย เมื่อเจ้ามีแรงเขาก็ใช้เจ้าลากไปในนาที่หนักหน่วง ครั้นพอเจ้าแก่หมดเรี่ยวหมดแรงลง พวกเขาก็ยังจะเอาเนื้อของพวกเข้ามาลากเข้าปากเขาอีก ด้วยการฆ่าแล่เนื้อ เอาเนื้อและเลือดมาลากเข้าปากเขาอีก เขาใช้ชีวิตเจ้าอยู่กับการลากจากการไถ พระองค์เห็นแล้วก็สลดสังเวชใจ เกิดความกรุณาสงสารเป็นยิ่งนัก



พบคนแก่ชรา


ต่อมาก็ได้เสด็จไปพบเห็นสิ่งที่น่าสลดสังเวชใจยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือ เห็นคนแก่หลังค่อม ผมหงอก มีหน้าตายุ่งย่น ทั้ง ๆ ที่พ่อพยายามสั่งว่าลุกของตนเสด็จไปทางไหน อย่าให้เห็นคนแก่คนอะไรที่น่าสังเวชใจผ่านมาให้พบเห็น เหมือนกับแรงบันดาลดลใจจึงเกิดเห็นสิ่งเหล่านี้มากระตุ้นทำให้พุทธภาวะเริ่มปริ่มประพิมประพายให้แก่หัวใจของสิตธัตถะมากเพิ่มขึ้น เพราะการเห็นของพระองค์แต่ละครั้ง ไม่ใช่เห็นแล้วจะผ่านไปเลย พระองค์เห็นแล้วได้ใคร่ครวญและพิจารณา สอบถามนายฉันนะว่า นั่นคนแก่ใช่ไหม? ฉันนะตอบว่า ใช่พระเจ้าข้า เราต้องแก่อย่างนั้นไหม? ฉันนะก็บอกว่า ต้องแก่พระเจ้าข้า พิมพา ราหุล ต้องแก่ทั้งนั้นพระเจ้าข้า

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:10:08 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



เห็นคนตายญาติร่ำไห้


ต่อมาเจ้าชายก็ได้เห็นภาพที่ชวนให้สลดสังเวชใจ คือเห็นคนตาย แล้วมีญาติพากันร่ำไห้วิปโยคโศกศัลย์ปานจะขาดใจตายตามไปเสียให้ได้ เห็นดังนั้น พระองค์จึงได้เกิดความรู้สึกสลดสังเวช เหนื่อยหน่าย เบื่อหน่าย พระองค์จึงได้สอบถามนายฉันนะออกไปถึงสิ่งที่พระองค์ได้พบเห็นอยู่นั้น นายฉันนะก็กราบทูลตอบไปว่า เราก็จะต้องแก่ เจ็บ ตาย อย่างนี้ พระเจ้าข้า เท่านั้นเอง พระองค์ก็เริ่มรู้สึกค้านขึ้นในใจว่า มีมืด…ยังมีสว่าง เมื่อมีแก่…ก็ควรจะพ้นแก่ มีตาย…ก็ควรจะพ้นตาย ได้บ้าง



ฟ้าหญิงกีสารำพึง


เมื่อพระองค์กลับวัง เดินด้วยท่าทางอันเรียบร้อยนุ่มนวล ฟ้าหญิงกีสาโผล่หน้าต่างมาพบเห็นเข้า จึงได้อุทานร้องออกมาว่า โอ ถ้าหากใครได้ชายคนนี้มาเป็นสามี หญิงผู้เป็นภรรยาก็จะได้นิพพาน ใครได้ชายคนนี้มาเป็นลูก หญิงผู้เป็นแม่ก็จะได้นิพพาน

นิพพานคืออะไร? นิพพาน คือ ความเย็นอกเย็นใจ สบายใจ เพราะฉะนั้นใครได้ชายดี ๆ มาเป็นสามี หญิงผู้เป็นภรรยาก็จะได้นิพพาน ใครได้ลูกดีดีมาเกิด ผู้เป็นแม่ก็จะได้นิพพาน แต่ถ้าได้ไม่ดีก็บ่นกัน ได้สามีกับเขาคนหนึ่งเหมือนได้ผีเข้าบ้าน มันเอาแต่กินเหล้า เอาแต่เล่นการพนัน อย่างนี้ตกนรกทั้งเป็น



สลดสังเวชพระทัย


ในวันนี้พระองค์ได้เห็นอะไรต่ออะไรมากขึ้น เห็นทั้งข้างใน ทั้งข้างนอก ออกไปข้างนอกก็เห็นแต่สิ่งที่สลดสังเวชใจ กลับมาข้างในก็ยังเห็นนางสนมกำนัลนอนหลับใหลอาการน่าเกลียด นอนน้ำลายไหล นอนผ้านุ่งผ้าถุงหลุดลุ่ย กัดฟัน นอนกรน อาการที่เคยน่าดู ที่เคยหลงใหล เดี๋ยวนี้เหมือนประดุจดังป่าช้าในวัง

ความสลดสังเวชนี่เอง จึงเขย่าพุทธภาวะของสิทธัตถะให้ทอแสงออกมามากขึ้น คิดหาทางพ้นจากความทุกข์นั้น เพราะความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดจาก รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสทางเนื้อหนัง

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:16:51 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )


  สลักธรรม 2



มโนสำนึกของสิทธัตถะ


ในที่สุดเลยเป็นเหตุให้ในคืนวันนี้สิทธัตถะนอนไม่หลับ ได้เห็นภาพต่าง ๆ ที่ได้ไปดูนั้นปรากฏขึ้นในมโนสำนึก ภาพที่เห็นก็เช่น คนทำมาหากินตีเหล็กอย่างเหน็ดเหนื่อย เหงื่อไหลไคลย้อย แต่มัวเมาเสีย พอได้เงินได้ทองก็มากินเล่นฉลองหมด แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำใหม่ ได้มาใหม่ก็กินเล่นจนหมด ไม่คำนึงถึงอนาคตว่าจะต้องแก่ ต้องป่วย ต้องใช้หรือหาไม่ได้ก็จะเดือดร้อน เอาแต่กิน…หลง…มัวเมา บางคนก็หน้าเศร้า เลี้ยงลูกมานานแล้ว ยังต้องมาเลี้ยงหลานตำข้าวป้อนหลานอีก บางคนก็มานั่งวิปโยคโศกศัลย์ สูญสิ้นสามี สูญสิ้นลูกรัก สูญสิ้นเงินทองข้าวของ ทำให้เจ้าชายยิ่งคิดว่า เมื่อมีมืด ยังมีสว่าง เมื่อมีทุกข์…ก็ต้องหาทางพ้นทุกข์ให้จงได้



บ่วงเกิดขึ้นกับเราแล้ว


วันหนึ่งขณะที่ประทับอยู่ในอุทยานพร้อมกับคิดในเรื่องหาทางพ้นทุกข์อยู่นั้น อำมาตย์สองคนได้เข้ามากราบทูลว่า ฟ้าชายพระเจ้าข้า ขณะนี้ พระนางพิมพาได้คลอดพระราชโอรสมาแล้ว ทำให้สิทธัตถะถึงกับอุทานออกมาว่า.. “บ่วง” เกิดขึ้นแล้วหรือ ราหุลัง ซาตัง…ราหุลเกิดแล้ว บ่วงเกิดกับเราแล้ว การมุ่งมาดปรารถนาว่าจะเป็นสมณะจะหมดโอกาสเสียแล้วหรือ? ราหุล…ราหุล เจ้าเกิดมาจะเป็นบ่วงพ่อเสียแล้วหรือ? ความเป็นสมณะคงจะหมดโอกาสแล้วหรือ?

ในที่สุด พระองค์ก็ทรงอุทานและนึกขึ้นว่า จะต้องเป็นสมณะให้จงได้ จะต้องหาทางพ้นจากบ่วงเพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ให้จงได้



เสด็จหนีออกบวช


ในคืนนั้นจึงได้ชวนนายฉันนะเสด็จหนีออกบวช ในเรื่องนี้มีอยู่สองนัย นัยหนึ่งว่าหนีออกบวช แต่บางแห่งพุทธประวัติบอกว่า ออกบวชซึ่งหน้า ทำให้พ่อแม่น้ำตาลนองหน้า

ในภาพนี้เล่าว่า เมื่อนายฉันนะได้รับม้า และรับเครื่องทรงกษัตริย์แล้ว พระองค์ก็บอกให้เอาไปคืนพ่อ ฉันไม่ขอแต่งเครื่องทรงกษัตริย์นี้อีกแล้ว จะขอแต่งเครื่องทรงของนักพรตนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ย้อมน้ำฝาดต่อไป

เจ้าม้ากัณฐกะรู้ว่าเจ้านายที่แสนดีของมันจะต้องจากมันไป มันก็ยืนซึมน้ำตาไหลอาลัยรักเจ้านายที่แสนดีของมัน ในที่สุดความเสียดายอาลัยรักในเจ้านายที่แสนดีของมันมันก็ถึงกับใจแตกตาย ณ ที่ตรงนั้น

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:23:10 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )


  สลักธรรม 3



การบวชแบบพราหมณ์


ภาพนี้จะเป็นอีกนัยหนึ่ง ว่าด้วยประเพณีของพราหมณ์ คือพ่อ หมายถึงพระเจ้าสุทโธทนะนั้นถือศาสนาพราหมณ์มาก่อน เมื่อถึงเดือนจะมีการออกบวช ซึ่งมักจะต้องมีการออกบวชกันเป็นประจำ ต่อมาฟ้าชายสิทธัตถะได้ออกบวชจนพอใจ ถึงกับมีการคิดจะตัดผมออก ประเพณีของพราหมณ์มีว่า ถ้าตัดผมออกแล้ว เป็นอันว่าอยู่ในวังกันไม่ได้อีกแล้ว พ่อแม่พี่น้องวงศ์ตระกูลจึงน้ำตานองหน้า



ยังยินดีในรสอาหาร


การบวชครั้งนั้น ก็บวชอย่างเรียบร้อย แต่ได้ผลดีที่สุด ได้สุขสงบเย็น ได้สติปัญญา ได้ศีล ได้สมาธิ ได้อริยสัจ ได้โพธิญาณ

ฟ้าชายสิทธัตถะออกบวชใหม่ ๆ นั้น ท่านยังยินดีในรสอาหาร จึงได้น้อมนึกไปถึงอาหารในวัง เพราะบิณฑบาตได้อาหารที่ไม่ดี น้อมนึกว่า ถ้าเราไม่ไปออกบวช ก็จะได้ฉันของที่ดีกว่านี้ ในบาตรนี่มันปนเปไปหมด นั่งนึกอยู่พักใหญ่ แต่สติอันฉับไวของพระองค์จึงได้ยั้งเตือนใจตนเองขึ้นว่า …สิตธัตถะ แกนี่จะมานั่งพิรี้พิไรถึงอาหารในรั้วในวังอยู่ได้ยังไง บัดนี้ออกบวชเพื่อปรารถนาโพธิญาณแล้ว จะมาหลงใหลในเรื่องการกิน ขัดขวางโพธิญาณของเราทำไม เท่านั้นเองพระองค์ก็ทรงเสวยอาหารที่ได้มานั้นลงคออย่างสะดวก



พิมพายโสธราผู้น่าสงสาร


โถ…อนิจจา พิมพาต้องเศร้าเพราะสามีของเจ้าออกบวชซะแล้ว นางก็ได้แต่รำพึงรำพันว่า…สามีของฉันเขาจากไป พระนางพิมพานั้นกอดราหุลลูกน้อยร่ำไห้ แล้วก็ตัดพ้อต่อว่า โธ่ ลูกของแม่ ไม่รู้ว่าพ่อของเจ้าเขาเกลียดแม่หรือเกลียดลูกกันแน่ เขาจึงทิ้งเราไป ไม่กลับมาให้เห็นหน้า ถ้ารู้ว่าแม่ไม่ดีก็น่าจะบอกให้แม่แก้ไข ไม่น่าจะจากลูกและจากแม่ไปอย่างนี้เลย

นี่คือการรำพึงรำพันร่ำไห้ของพิมพาผู้น่าสงสาร เมื่อฟ้าชายสิทธัตถะไม่ได้กลับมาร่วมหอ หอรักก็เป็นหอร้าง

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:29:32 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )


  สลักธรรม 4



แสวงหาโพธิญาณ


เจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ออกบวชเพราะรังเกียจ แต่ออกบวชเพราะห่วงชาวโลกว่าจะต้องทุกข์โศกอยู่กับกิเลสบีบคั้น จึงแสวงหาปรารถนาโพธิญาณ และเมื่อพบกับปัญหาอะไรขณะที่บวชนั้นก็พยายามจะแก้จะแนะจะสอนเขาเรื่อยไป หญิงคนหนึ่งลูกของเธอต้องสิ้นชีวิตลง นางวิปโยคน้ำตานองหน้าเข้ามาหานักบวชสิทธัตถะให้ช่วยขจัดทุกข์อันเกิดจากลูกที่รักมาตายจาก พระองค์ก็ออกอุบายว่าให้ไปหาเมล็ดผักกาดในบ้านที่ไม่เคยมีญาตตายมาสักสองสามเมล็ด จะมาฝนทำยาให้พื้น หญิงนี้ก็ดีใจมาก อุ้มศพลูกไปหาเมล็ดผักกาดแต่ไม่มีบ้านไหนที่ไม่มีญาติตายสักบ้านเดียว มีแต่เมล็ดผักกาดเท่านั้น นางอุ้มลูกหาจนลูกเน่าคาอกจึงปลงตก หญิงคนนี้ต่อมาได้เป็นภิกษุณีที่เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง



ส่งถึงจุดหมายปลายทาง


วันหนึ่ง พระองค์ได้เดินผ่านไปเห็นฝูงแกะฝูงแพะที่เขาไล่ต้อนไปสู่เมืองของพระเจ้าพิมพิสาร เพื่อจะฆ่าบูชายัญ พระองค์เห็นตัวไหนขามันหัก เดินไปทัน ก็เข้าไปอุ้ม แล้วไปส่งเขาถึงจุดหมายปลายทาง

นี่แหละน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาของพระองค์ ได้ทำกับฝูงสัตว์เหล่านั้นให้ได้รับความสุขทุกอย่างเท่าที่จะทำได้



พระเจ้าพิมพิสารบูชายัญ


เมื่อพระองค์มาถึง เห็นพระเจ้าพิมพิสารกำลังจะจัดการเผาแพะแกะเพื่อบูชายัญ พระองค์ก็ร้องห้าม และถามความประสงค์ พระเจ้าพิมพิสารก็บอกว่า ทำเพื่อต่ออายุให้เราอยู่ยืน และมีความราบรื่นในปราสาทราชวัง พระองค์ทรงตรัสกับพระเจ้าพิมพิสารว่า…

เมื่อต้องการให้กระจกยิ้มกับเรา ทำไมเราไม่ยิ้มให้กับกระจก ต้องการอยู่ยืนยาวนาน ทำไมจึงไม่ปล่อยชีวิตสัตว์ไว้ให้มันยืนยาวนาน เพื่อชีวิตเราจะได้อยู่ยืนยาวนานได้ เมื่อเราทำชีวิตของเขาให้สั้น ประหารชีวิตของเขา แล้วเราจะได้ความมีอายุยืน ความมีสุขภาพสมบูรณ์ได้อย่างไร เมื่อเราให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นก็ย่อมถึงเราอย่างแน่นอน

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:35:18 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )


  สลักธรรม 5



แสวงหาอาจารย์


หลังจากพระเจ้าพิมพิสารฟังพระพุทธเจ้าแล้วก็เข้าใจ จึงหยุดกระทำการบูชายัญเช่นนั้นเสีย พระองค์จึงได้หลีกจากไปเพื่อแสวงหาอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งกระโน้น ที่เรียกว่าอาฬารดาบสและอุทกดาบส เรียนจนจบสมาบัติเจ็ดและสมาบัติแปด เรียกว่าเรียนจบหลักสูตรสูงสุด ของคณาจารย์ทั้งสองแล้ว

คณาจารย์ทั้งสองจึงได้ชวนพระองค์อยู่เป็นอาจารย์สอนต่อไป แต่พระองค์เห็นว่าสิ่งที่ได้เรียนกับอาจารย์ทั้งสองยังไม่สูง ยังไม่สิ้นอาสวะ จึงได้ลาจากไป ไม่ขอรับที่จะเป็นคณาจารย์ร่วมสำนักกับอาจารย์ทั้งสอง



บำเพ็ญทุกรกิริยา


เมื่อจากอาจารย์ทั้งสองมาแล้ว พระองค์ก็ได้คิดค้นหาวิชาที่จะตรัสรู้ให้จงได้ ให้พ้นเกิด พ้นแก่ พ้นเจ็บ พ้นตาย จึงได้ไปทรมานพระวรกายต่าง ๆ นานา

ภาพการทรมานกายนั้นส่วนใหญ่เราจะได้เห็นแต่เพียงภาพทรมานอดอาหาร แต่ในพุทธประวัติชุดนี้ ได้ทุ่มเทพยายามใช้ทุนรอนในการวาดมากมาย ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจในพุทธประวัติได้กว้างขวางมากขึ้น พระองค์ได้ทรมานตัวเองหรือเรียกกันว่าบำเพ็ญทุกรกิริยา ทำกิริยาที่ทรมานพระองค์เอง เพราะต้องการทำให้กิเลสเหือดแห้ง นี่เป็นความเข้าใจในตอนแรกของพระองค์



อยู่หลีกเร้นเพียงผู้เดียว


บางครั้งพระองค์ไปอยู่ในป่า ปรารถนาไม่ให้ใครพบเห็น ใครแบกขวานมาผ่าฟืนในป่า พระองค์ก็วิ่งหนีไปไม่ต้องการให้ใครเห็นหน้าพระองค์ เรียกว่าอยู่หลีกเร้นแต่เพียงผู้เดียวไม่ปรารถนาพบหน้าตาของมนุษย์ บางครั้งพระองค์จากร้อนสู่ร้อน จากหนาวสู่หนาว เช่นเมื่อแดดร้อนพระองค์ก็ไปอยู่กลางแดด เมื่อหนาวจัดก็ไปอยู่กลางหิมะ

เพื่ออะไร? เพื่อความอดกลั้นอดทนอันยิ่งใหญ่ บางครั้งพระองค์ไปออกบิณฑบาตแก้ผ้า หรอว่าสลัดจีวรเครื่องพันธนาการออก เหลือแต่พระวรกายล่อนจ้อน เดินเก็บผลไม้ที่หล่น ที่อยู่บนต้นก็ไม่เก็บ เสวยประทังชีวิตไป บางครั้งพระองค์เอาขี้เถ้าทาหัวทาตัวรอบไปหมด



คัดลอกทั้งภาพและคำบรรยายมาให้ชมจากที่นี้ครับ
http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/buddhist1/index/indexpic36.htm

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:43:33 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )


  สลักธรรม 6

มาติดตามอ่านพระพุทธประวัติพร้อมภาพสวยๆ ต่อค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณไผ่สีทองด้วยค่ะ ที่ได้นำมาฝาก

โดย เซิ่น [16 ส.ค. 2550 , 22:12:36 น.] ( IP = 58.8.45.218 : : )


  สลักธรรม 7


แม้จะเป็นวิถีชีวิตที่เลือกแล้ว..แต่ก็มิใช่เรื่องง่ายเลยที่จะไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ นึกถึงคำว่าความเพียรขึ้นมาอย่างชัดเจนในใจ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 10:07:53 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8


กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2550 , 10:04:20 น.] ( IP = 124.121.172.142 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org