| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รูปและคำบรรยายพระพุทธประวัติ(๒)
สลักธรรม 1![]()
เห็นคนตายญาติร่ำไห้
ต่อมาเจ้าชายก็ได้เห็นภาพที่ชวนให้สลดสังเวชใจ คือเห็นคนตาย แล้วมีญาติพากันร่ำไห้วิปโยคโศกศัลย์ปานจะขาดใจตายตามไปเสียให้ได้ เห็นดังนั้น พระองค์จึงได้เกิดความรู้สึกสลดสังเวช เหนื่อยหน่าย เบื่อหน่าย พระองค์จึงได้สอบถามนายฉันนะออกไปถึงสิ่งที่พระองค์ได้พบเห็นอยู่นั้น นายฉันนะก็กราบทูลตอบไปว่า เราก็จะต้องแก่ เจ็บ ตาย อย่างนี้ พระเจ้าข้า เท่านั้นเอง พระองค์ก็เริ่มรู้สึกค้านขึ้นในใจว่า มีมืด ยังมีสว่าง เมื่อมีแก่ ก็ควรจะพ้นแก่ มีตาย ก็ควรจะพ้นตาย ได้บ้าง
![]()
ฟ้าหญิงกีสารำพึง
เมื่อพระองค์กลับวัง เดินด้วยท่าทางอันเรียบร้อยนุ่มนวล ฟ้าหญิงกีสาโผล่หน้าต่างมาพบเห็นเข้า จึงได้อุทานร้องออกมาว่า โอ ถ้าหากใครได้ชายคนนี้มาเป็นสามี หญิงผู้เป็นภรรยาก็จะได้นิพพาน ใครได้ชายคนนี้มาเป็นลูก หญิงผู้เป็นแม่ก็จะได้นิพพาน
นิพพานคืออะไร? นิพพาน คือ ความเย็นอกเย็นใจ สบายใจ เพราะฉะนั้นใครได้ชายดี ๆ มาเป็นสามี หญิงผู้เป็นภรรยาก็จะได้นิพพาน ใครได้ลูกดีดีมาเกิด ผู้เป็นแม่ก็จะได้นิพพาน แต่ถ้าได้ไม่ดีก็บ่นกัน ได้สามีกับเขาคนหนึ่งเหมือนได้ผีเข้าบ้าน มันเอาแต่กินเหล้า เอาแต่เล่นการพนัน อย่างนี้ตกนรกทั้งเป็น
![]()
สลดสังเวชพระทัย
ในวันนี้พระองค์ได้เห็นอะไรต่ออะไรมากขึ้น เห็นทั้งข้างใน ทั้งข้างนอก ออกไปข้างนอกก็เห็นแต่สิ่งที่สลดสังเวชใจ กลับมาข้างในก็ยังเห็นนางสนมกำนัลนอนหลับใหลอาการน่าเกลียด นอนน้ำลายไหล นอนผ้านุ่งผ้าถุงหลุดลุ่ย กัดฟัน นอนกรน อาการที่เคยน่าดู ที่เคยหลงใหล เดี๋ยวนี้เหมือนประดุจดังป่าช้าในวัง
ความสลดสังเวชนี่เอง จึงเขย่าพุทธภาวะของสิทธัตถะให้ทอแสงออกมามากขึ้น คิดหาทางพ้นจากความทุกข์นั้น เพราะความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดจาก รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสทางเนื้อหนัง โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:16:51 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )
สลักธรรม 2![]()
มโนสำนึกของสิทธัตถะ
ในที่สุดเลยเป็นเหตุให้ในคืนวันนี้สิทธัตถะนอนไม่หลับ ได้เห็นภาพต่าง ๆ ที่ได้ไปดูนั้นปรากฏขึ้นในมโนสำนึก ภาพที่เห็นก็เช่น คนทำมาหากินตีเหล็กอย่างเหน็ดเหนื่อย เหงื่อไหลไคลย้อย แต่มัวเมาเสีย พอได้เงินได้ทองก็มากินเล่นฉลองหมด แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำใหม่ ได้มาใหม่ก็กินเล่นจนหมด ไม่คำนึงถึงอนาคตว่าจะต้องแก่ ต้องป่วย ต้องใช้หรือหาไม่ได้ก็จะเดือดร้อน เอาแต่กิน หลง มัวเมา บางคนก็หน้าเศร้า เลี้ยงลูกมานานแล้ว ยังต้องมาเลี้ยงหลานตำข้าวป้อนหลานอีก บางคนก็มานั่งวิปโยคโศกศัลย์ สูญสิ้นสามี สูญสิ้นลูกรัก สูญสิ้นเงินทองข้าวของ ทำให้เจ้าชายยิ่งคิดว่า เมื่อมีมืด ยังมีสว่าง เมื่อมีทุกข์ ก็ต้องหาทางพ้นทุกข์ให้จงได้
![]()
บ่วงเกิดขึ้นกับเราแล้ว
วันหนึ่งขณะที่ประทับอยู่ในอุทยานพร้อมกับคิดในเรื่องหาทางพ้นทุกข์อยู่นั้น อำมาตย์สองคนได้เข้ามากราบทูลว่า ฟ้าชายพระเจ้าข้า ขณะนี้ พระนางพิมพาได้คลอดพระราชโอรสมาแล้ว ทำให้สิทธัตถะถึงกับอุทานออกมาว่า.. บ่วง เกิดขึ้นแล้วหรือ ราหุลัง ซาตัง ราหุลเกิดแล้ว บ่วงเกิดกับเราแล้ว การมุ่งมาดปรารถนาว่าจะเป็นสมณะจะหมดโอกาสเสียแล้วหรือ? ราหุล ราหุล เจ้าเกิดมาจะเป็นบ่วงพ่อเสียแล้วหรือ? ความเป็นสมณะคงจะหมดโอกาสแล้วหรือ?
ในที่สุด พระองค์ก็ทรงอุทานและนึกขึ้นว่า จะต้องเป็นสมณะให้จงได้ จะต้องหาทางพ้นจากบ่วงเพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ให้จงได้
![]()
เสด็จหนีออกบวช
ในคืนนั้นจึงได้ชวนนายฉันนะเสด็จหนีออกบวช ในเรื่องนี้มีอยู่สองนัย นัยหนึ่งว่าหนีออกบวช แต่บางแห่งพุทธประวัติบอกว่า ออกบวชซึ่งหน้า ทำให้พ่อแม่น้ำตาลนองหน้า
ในภาพนี้เล่าว่า เมื่อนายฉันนะได้รับม้า และรับเครื่องทรงกษัตริย์แล้ว พระองค์ก็บอกให้เอาไปคืนพ่อ ฉันไม่ขอแต่งเครื่องทรงกษัตริย์นี้อีกแล้ว จะขอแต่งเครื่องทรงของนักพรตนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ย้อมน้ำฝาดต่อไป
เจ้าม้ากัณฐกะรู้ว่าเจ้านายที่แสนดีของมันจะต้องจากมันไป มันก็ยืนซึมน้ำตาไหลอาลัยรักเจ้านายที่แสนดีของมัน ในที่สุดความเสียดายอาลัยรักในเจ้านายที่แสนดีของมันมันก็ถึงกับใจแตกตาย ณ ที่ตรงนั้น โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:23:10 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )
สลักธรรม 3![]()
การบวชแบบพราหมณ์
ภาพนี้จะเป็นอีกนัยหนึ่ง ว่าด้วยประเพณีของพราหมณ์ คือพ่อ หมายถึงพระเจ้าสุทโธทนะนั้นถือศาสนาพราหมณ์มาก่อน เมื่อถึงเดือนจะมีการออกบวช ซึ่งมักจะต้องมีการออกบวชกันเป็นประจำ ต่อมาฟ้าชายสิทธัตถะได้ออกบวชจนพอใจ ถึงกับมีการคิดจะตัดผมออก ประเพณีของพราหมณ์มีว่า ถ้าตัดผมออกแล้ว เป็นอันว่าอยู่ในวังกันไม่ได้อีกแล้ว พ่อแม่พี่น้องวงศ์ตระกูลจึงน้ำตานองหน้า
![]()
ยังยินดีในรสอาหาร
การบวชครั้งนั้น ก็บวชอย่างเรียบร้อย แต่ได้ผลดีที่สุด ได้สุขสงบเย็น ได้สติปัญญา ได้ศีล ได้สมาธิ ได้อริยสัจ ได้โพธิญาณ
ฟ้าชายสิทธัตถะออกบวชใหม่ ๆ นั้น ท่านยังยินดีในรสอาหาร จึงได้น้อมนึกไปถึงอาหารในวัง เพราะบิณฑบาตได้อาหารที่ไม่ดี น้อมนึกว่า ถ้าเราไม่ไปออกบวช ก็จะได้ฉันของที่ดีกว่านี้ ในบาตรนี่มันปนเปไปหมด นั่งนึกอยู่พักใหญ่ แต่สติอันฉับไวของพระองค์จึงได้ยั้งเตือนใจตนเองขึ้นว่า สิตธัตถะ แกนี่จะมานั่งพิรี้พิไรถึงอาหารในรั้วในวังอยู่ได้ยังไง บัดนี้ออกบวชเพื่อปรารถนาโพธิญาณแล้ว จะมาหลงใหลในเรื่องการกิน ขัดขวางโพธิญาณของเราทำไม เท่านั้นเองพระองค์ก็ทรงเสวยอาหารที่ได้มานั้นลงคออย่างสะดวก
![]()
พิมพายโสธราผู้น่าสงสาร
โถ อนิจจา พิมพาต้องเศร้าเพราะสามีของเจ้าออกบวชซะแล้ว นางก็ได้แต่รำพึงรำพันว่า สามีของฉันเขาจากไป พระนางพิมพานั้นกอดราหุลลูกน้อยร่ำไห้ แล้วก็ตัดพ้อต่อว่า โธ่ ลูกของแม่ ไม่รู้ว่าพ่อของเจ้าเขาเกลียดแม่หรือเกลียดลูกกันแน่ เขาจึงทิ้งเราไป ไม่กลับมาให้เห็นหน้า ถ้ารู้ว่าแม่ไม่ดีก็น่าจะบอกให้แม่แก้ไข ไม่น่าจะจากลูกและจากแม่ไปอย่างนี้เลย
นี่คือการรำพึงรำพันร่ำไห้ของพิมพาผู้น่าสงสาร เมื่อฟ้าชายสิทธัตถะไม่ได้กลับมาร่วมหอ หอรักก็เป็นหอร้าง โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:29:32 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )
สลักธรรม 4![]()
แสวงหาโพธิญาณ
เจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ออกบวชเพราะรังเกียจ แต่ออกบวชเพราะห่วงชาวโลกว่าจะต้องทุกข์โศกอยู่กับกิเลสบีบคั้น จึงแสวงหาปรารถนาโพธิญาณ และเมื่อพบกับปัญหาอะไรขณะที่บวชนั้นก็พยายามจะแก้จะแนะจะสอนเขาเรื่อยไป หญิงคนหนึ่งลูกของเธอต้องสิ้นชีวิตลง นางวิปโยคน้ำตานองหน้าเข้ามาหานักบวชสิทธัตถะให้ช่วยขจัดทุกข์อันเกิดจากลูกที่รักมาตายจาก พระองค์ก็ออกอุบายว่าให้ไปหาเมล็ดผักกาดในบ้านที่ไม่เคยมีญาตตายมาสักสองสามเมล็ด จะมาฝนทำยาให้พื้น หญิงนี้ก็ดีใจมาก อุ้มศพลูกไปหาเมล็ดผักกาดแต่ไม่มีบ้านไหนที่ไม่มีญาติตายสักบ้านเดียว มีแต่เมล็ดผักกาดเท่านั้น นางอุ้มลูกหาจนลูกเน่าคาอกจึงปลงตก หญิงคนนี้ต่อมาได้เป็นภิกษุณีที่เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง
![]()
ส่งถึงจุดหมายปลายทาง
วันหนึ่ง พระองค์ได้เดินผ่านไปเห็นฝูงแกะฝูงแพะที่เขาไล่ต้อนไปสู่เมืองของพระเจ้าพิมพิสาร เพื่อจะฆ่าบูชายัญ พระองค์เห็นตัวไหนขามันหัก เดินไปทัน ก็เข้าไปอุ้ม แล้วไปส่งเขาถึงจุดหมายปลายทาง
นี่แหละน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาของพระองค์ ได้ทำกับฝูงสัตว์เหล่านั้นให้ได้รับความสุขทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
![]()
พระเจ้าพิมพิสารบูชายัญ
เมื่อพระองค์มาถึง เห็นพระเจ้าพิมพิสารกำลังจะจัดการเผาแพะแกะเพื่อบูชายัญ พระองค์ก็ร้องห้าม และถามความประสงค์ พระเจ้าพิมพิสารก็บอกว่า ทำเพื่อต่ออายุให้เราอยู่ยืน และมีความราบรื่นในปราสาทราชวัง พระองค์ทรงตรัสกับพระเจ้าพิมพิสารว่า
เมื่อต้องการให้กระจกยิ้มกับเรา ทำไมเราไม่ยิ้มให้กับกระจก ต้องการอยู่ยืนยาวนาน ทำไมจึงไม่ปล่อยชีวิตสัตว์ไว้ให้มันยืนยาวนาน เพื่อชีวิตเราจะได้อยู่ยืนยาวนานได้ เมื่อเราทำชีวิตของเขาให้สั้น ประหารชีวิตของเขา แล้วเราจะได้ความมีอายุยืน ความมีสุขภาพสมบูรณ์ได้อย่างไร เมื่อเราให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นก็ย่อมถึงเราอย่างแน่นอน โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:35:18 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )
สลักธรรม 5![]()
แสวงหาอาจารย์
หลังจากพระเจ้าพิมพิสารฟังพระพุทธเจ้าแล้วก็เข้าใจ จึงหยุดกระทำการบูชายัญเช่นนั้นเสีย พระองค์จึงได้หลีกจากไปเพื่อแสวงหาอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งกระโน้น ที่เรียกว่าอาฬารดาบสและอุทกดาบส เรียนจนจบสมาบัติเจ็ดและสมาบัติแปด เรียกว่าเรียนจบหลักสูตรสูงสุด ของคณาจารย์ทั้งสองแล้ว
คณาจารย์ทั้งสองจึงได้ชวนพระองค์อยู่เป็นอาจารย์สอนต่อไป แต่พระองค์เห็นว่าสิ่งที่ได้เรียนกับอาจารย์ทั้งสองยังไม่สูง ยังไม่สิ้นอาสวะ จึงได้ลาจากไป ไม่ขอรับที่จะเป็นคณาจารย์ร่วมสำนักกับอาจารย์ทั้งสอง
![]()
บำเพ็ญทุกรกิริยา
เมื่อจากอาจารย์ทั้งสองมาแล้ว พระองค์ก็ได้คิดค้นหาวิชาที่จะตรัสรู้ให้จงได้ ให้พ้นเกิด พ้นแก่ พ้นเจ็บ พ้นตาย จึงได้ไปทรมานพระวรกายต่าง ๆ นานา
ภาพการทรมานกายนั้นส่วนใหญ่เราจะได้เห็นแต่เพียงภาพทรมานอดอาหาร แต่ในพุทธประวัติชุดนี้ ได้ทุ่มเทพยายามใช้ทุนรอนในการวาดมากมาย ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจในพุทธประวัติได้กว้างขวางมากขึ้น พระองค์ได้ทรมานตัวเองหรือเรียกกันว่าบำเพ็ญทุกรกิริยา ทำกิริยาที่ทรมานพระองค์เอง เพราะต้องการทำให้กิเลสเหือดแห้ง นี่เป็นความเข้าใจในตอนแรกของพระองค์
![]()
อยู่หลีกเร้นเพียงผู้เดียว
บางครั้งพระองค์ไปอยู่ในป่า ปรารถนาไม่ให้ใครพบเห็น ใครแบกขวานมาผ่าฟืนในป่า พระองค์ก็วิ่งหนีไปไม่ต้องการให้ใครเห็นหน้าพระองค์ เรียกว่าอยู่หลีกเร้นแต่เพียงผู้เดียวไม่ปรารถนาพบหน้าตาของมนุษย์ บางครั้งพระองค์จากร้อนสู่ร้อน จากหนาวสู่หนาว เช่นเมื่อแดดร้อนพระองค์ก็ไปอยู่กลางแดด เมื่อหนาวจัดก็ไปอยู่กลางหิมะ
เพื่ออะไร? เพื่อความอดกลั้นอดทนอันยิ่งใหญ่ บางครั้งพระองค์ไปออกบิณฑบาตแก้ผ้า หรอว่าสลัดจีวรเครื่องพันธนาการออก เหลือแต่พระวรกายล่อนจ้อน เดินเก็บผลไม้ที่หล่น ที่อยู่บนต้นก็ไม่เก็บ เสวยประทังชีวิตไป บางครั้งพระองค์เอาขี้เถ้าทาหัวทาตัวรอบไปหมด
![]()
คัดลอกทั้งภาพและคำบรรยายมาให้ชมจากที่นี้ครับ
http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/buddhist1/index/indexpic36.htm
โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [16 ส.ค. 2550 , 18:43:33 น.] ( IP = 58.9.140.122 : : )
สลักธรรม 6มาติดตามอ่านพระพุทธประวัติพร้อมภาพสวยๆ ต่อค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณไผ่สีทองด้วยค่ะ ที่ได้นำมาฝากโดย เซิ่น [16 ส.ค. 2550 , 22:12:36 น.] ( IP = 58.8.45.218 : : )
สลักธรรม 8
กราบอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา (พี่ดา) [24 ส.ค. 2550 , 10:04:20 น.] ( IP = 124.121.172.142 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |