มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๓๑)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๓๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ความเห็นผิดที่เรียกว่า นิยตมิจฉาทิฏฐินั้น ก็เกิดขึ้นมาได้จากการอบรมนั่นเองเป็นการอบรมความเห็นที่ผิดๆ นั้นมาตั้งแต่ชาติก่อนๆ แล้วก็รวมทั้งการกระทำในชาตินี้ลงไปด้วย เพราะไม่มีสัปบุรุษผู้รู้ทั้งหลายเข้ามาแนะนำชักจูงให้หันไปในทิศทางที่ถูกต้อง หรือเพราะความรู้ ความฉลาด ความสามารถมากของตนเองด้วย ได้ศึกษาวิชาการในแขนงต่างๆ ในทางโลกมากมาย เป็นผู้มีความรู้มีเหตุผลในวิชาการต่างๆ มากเหลือเกินจนคิดว่าตนนั้นแสนจะวิเศษ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้มีความเห็นผิดไปว่า เรื่องของกรรม เรื่องบาป เรื่องบุญ เรื่องตาย เรื่องเกิดนั้น เป็นเรื่องประโลมโลกของคนโบราณ เป็นเรื่องเพ้อฝันของคนสมัยก่อน เป็นเรื่องลมๆ แล้งๆ สำหรับนักวิชาการเช่นเขา และเขาจะไม่ยอมศึกษาไม่ยอมแตะต้องธรรมะที่มีผู้เฝ้ายุให้เขาเข้ามาค้นคว้าหาความจริง ด้วยเชื่อแต่ความรู้ของตนเองมาแต่ต้นเป็นหลัก

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า เพราะผลแห่งการอบรมผิดๆ มาแต่ในชาติอดีต และเพราะความรู้ ความฉลาด ความสามารถมากของตนในปัจจุบันนี่เองที่เป็นกำแพงเข้ามาสกัดกั้นแสงสว่างของชีวิตที่ควรจะได้รับเสียสิ้น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:15:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ความเห็นที่ไม่ถูกต้อง ที่เรียกว่ามิจฉาทิฏฐิ หรือแม้ความเห็นที่ถูกต้องอันเรียกว่าสัมมาทิฏฐิหรือปัญญานั้น เกิดขึ้นมาได้จากหลายเหตุด้วยกัน แต่เหตุที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ การสั่งสมอบรมมาทั้งในอดีต คือชาติก่อนๆ และในชาติปัจจุบัน

แต่อย่างไรก็ดี ความเห็นผิดชนิดที่เหนียวแน่นที่เรียกว่านิยตมิจฉาทิฏฐินั้น จะเป็นเพราะการสั่งสมอบรมมาแต่ในชาตินี้และชาติก่อนเพียงชาติเดียวเท่านั้นก็หาไม่ หากแต่ได้มีความเห็นผิดชนิดนี้มาหลายชาติแล้ว จึงได้มีความคิดเห็นผิดชนิดที่เหนียวแน่น และน่ากลัวเช่นนี้ขึ้นมาได้

แม้ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังนิ่งเฉยเสียไม่ตอบคำถามของบุคคลบางคนจนผู้นั้นหลีกหนีไปเอง

แล้วพระองค์ได้เล่าให้ฟังในภายหลังว่า บุคคลนี้ในสมัยอดีตชาติได้เคยมีความเห็นชนิดที่เหนียวแน่นนี้มาแล้วมากชาติทีเดียว แม้พระองค์จะสอนอย่างไรก็ยากที่จะเปลี่ยนใจได้ เพราะเขาเพ่งเล็งแต่จะใช้สำนวนโวหารข่มขู่หักล้าง เขามุ่งแต่ที่จะเอาความรู้ต่างๆ เข้ามาทับถม เพื่อที่เขาจะเอาความชนะหรือเพื่อให้คู่สนทนาอับจน

ทั้งนี้ก็เพราะว่าเขามีความคิดเห็นผิดชนิดเหนียวแน่นอยู่ภายในจิตใจไม่สามารถที่จะคลายได้ เขาได้เอาความเห็นผิดนี้เข้ามาเป็นเครื่องปิดบังขวางกั้นมิให้เกิดปัญญาขึ้นแก่ตนเอง เสมือนเมฆหมอกอันหนาทึบมาบังดวงจันทร์เสีย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:17:06 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



สำหรับท่านที่เป็นสัมมาทิฏฐิ คือมีความเห็นอันถูกต้องนั้นก็เช่นเดียวกัน ก็เพราะได้เคยอบรมบ่มนิสัยมาแล้วมากมายในอดีต ได้รับอุปการะหรือได้รับปัจจัยสนับสนุนมามิใช่เล็กน้อย จึงได้บังเกิดศรัทธา มีความเชื่อมั่นในเหตุผลที่ถูกต้องในเรื่องของชีวิต บังเกิดวิริยะพากเพียรศึกษาและพิจารณาอย่างลึกซึ้ง บังเกิดสติมิให้จิตไหลไปในทางอกุศล พร้อมทั้งตั้งอยู่ในสมาธิมีความสงบเยือกเย็น และบังเกิดปัญญาจากการศึกษาเล่าเรียน จากการคิดพิจารณา ตลอดจนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ในบรรดาอกุศลทั้งหลาย ย่อมไม่มีอกุศลอะไรที่จะนับว่าดีได้เลย เพราะธรรมดาของอกุศลนั้นๆ เป็นธรรมฝ่ายต่ำย่อมนำไปสู่ทุกข์โทษภัยเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงทุกข์โทษภัยใหญ่หลวง อกุศลต่างๆ ถ้าปรียบเหมือนน้ำก็มีแต่จะไหลลงสู่เบื้องต่ำฝ่ายเดียว ไม่มีกำลังในตัวของมันเองที่จะไหลขึ้นไปสู่ที่สูงๆได้

แม้อกุศลจะเป็นธรรมฝ่ายต่ำ เป็นธรรมที่จะนำไปสู่ทุกข์โทษภัยได้ก็จริง แต่เมื่อเปรียบบรรดาอกุศลทั้งหลาย มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น กับความคิดเห็นผิดชนิดที่เหนียวแน่นไม่คลอนแคลนเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ ไม่ชื่อบุญ ไม่เชื่อบาป ไม่เชื่อผลของกรรมว่าจะให้ผลได้ ไม่เชื่อว่าทำดีแล้วจะได้ดี ทำชั่วแล้วจะได้รับผลร้าย ไม่เชื่อการตายการเกิดแล้ว

อกุศลที่เรียกว่า นิยตมิจฉาทิฏฐินั้นก็จะให้ผลเสียหาย ชีวิตจะได้รับทุกข์โทษภัยร้ายแรงยิ่งเสียกว่าอกุศลอื่นๆ ดังกล่าวมาแล้วมากมาย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:17:46 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ทั้งนี้ก็เพราะว่า ความยึดมั่นผิดๆ ชนิดเหนียวแน่นนี้จะเกิดขึ้นมาตามอารมณ์ต่างๆ อยู่เสมอ เข้ามาสนับสนุนคือเป็นอำนาจหนุนหลังทั้งโดยตรงและโดยปริยายให้อารมณ์ทั้งหลายเกิดขึ้นมา แล้วมิจฉาทิฏฐินี้ก็จะค่อยๆ เจริญยิ่งๆ ขึ้น อารมณ์ต่างๆ จะได้รับการต้อนรับจากมิจฉาสังกัปปะ คือการยกขึ้นสู่อารมณ์ที่ผิดๆ บ่อยๆ มิจฉาวายามะ ความเพียรต่างๆ ก็ผิดๆ อยู่ตลอดไปอยู่เสมอ มิจฉาสมาธิ แม้สมาธิที่เกิดขึ้นตามอารมณ์นั้นๆ เป็นขณะๆ ติดต่อกันไป เช่นความตั้งใจก็ไม่ถูกต้อง ทั้งความไม่ถูกต้องนี้เกิดขึ้นติดต่อกันไปในกาลอันยืดยาว

แม้จะทำกุศลหรืออกุศลจิตจะเกิดขึ้นมาบ้าง ก็จะมีกำลังอ่อนได้ผลน้อยเพราะความเหนียวแน่นในความเห็นผิดนั้นเข้ามาขวางกั้น ทำให้กำลังแรงของเจตนาที่จะเป็นบุญกุศลนั้นลดน้อยลงไป แม้กุศลที่จะเกิดขึ้นมาก็มักจะเกิดเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งมาหนุนหลัง เช่น การทำบุญ การให้ทาน หรือการรักษาศีล จะเกิดขึ้นก็เพราะด้วยหวังประโยชน์ต่างๆเพื่อสนับสนุนอาชีพของตน

เช่น เป็นนายอำเภอ ก็กระทำกุศลลงไปให้ใครๆ เขามีความเข้าใจว่าเป็นคนใจบุญ เพื่อจะได้มีเพื่อนฝูงมาก และเพื่อจะได้รื่นเริงเบิกบานใจ เช่นการทำบุญร่วมกับมีมหรสพ หรือดื่มสุรายาเมากันใหญ่ เหล่านี้เป็นต้น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:18:24 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



นอกจากที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ความเห็นผิดชนิดนิยตมิจฉาทิฏฐินี้ยังจะมาสกัดกั้นทางที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์ หนทางอันเอกในโลกที่มีอยู่หนทางเดียวเท่านั้น คือพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไปเสียด้วย ความเห็นผิดชนิดนี้ ไม่มีหวังที่จะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนเกิดญาณปัญญาขึ้นมาได้

ปัญญาของผู้นั้นจะไม่มีหนทางที่จะเข้าไปสู่กระแสธารแห่งความเป็นอริยบุคคลได้เลยแม้แต่น้อย จะต้องเวียนว่ายตายเกิด ได้รับทุกข์โทษภัยต่อไปอีกจนนับชาติไม่ได้ จนกว่าสิ่งแวดล้อมและการอบรมใหม่ๆ ที่ถูกต้องจะเข้าถึงจิตใจแล้วหันหลังให้กับมิจฉาทิฏฐินั้นๆ ได้ อาจจะเป็นสิบเป็นร้อยหรือเป็นพันชาติก็ได้

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า นิยตมิจฉาทิฏฐินี้เป็นโทษที่ร้ายแรงที่สุด สมดังพระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงไว้ในอังคุตรพระบาลีว่า " ปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ " ซึ่งแปลความว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเห็นผิดชนิดนิยตมิจฉาทิฏฐินี้ มีโทษอันยิ่งใหญ่ที่สุด

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:18:51 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



บรรดาลัทธิหรือศาสนาต่างๆ ส่วนใหญ่ย่อมสนับสนุนให้คนกระทำความดี แล้วสอนให้เห็นโทษของความชั่วว่าจะทำให้ได้รับโทษอย่างไร ด้วยเหตุดังนี้ ใครๆ จะนับถือศาสนาอะไรๆ ก็ยังดี ใครๆ จะยึดพระผู้เป็นเจ้าหรือพระพรหมก็ยังไม่เป็นไร ด้วยยังได้มีที่พึ่งพาอาศัยของใจ ไม่ให้หันเหล่องลอยไปตามสายน้ำในลำธารไหลลงสู่เบื้องต่ำถ่ายเดียว

สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อในเรื่องศาสนา ไม่มีศาสนาที่จะนับถือ หรือไม่เคยนับถือศาสนาไหนเลย หรือไม่มีความเข้าใจว่า ศาสนาไหนจะถูกต้องเลยแม้แต่ศาสนาเดียว คิดว่าศาสนาเป็นยาเสพติดที่มีแต่อันตราย คิดแต่ว่าศาสนาเป็นเครื่องมือสำหรับกอบโกยผลประโยชน์ของบุคคลบางคน หรือคิดแต่ว่าศาสนาทำให้โลกไม่เจริญ นำความล้าหลังมาให้ประชาชาติ

และคิดว่าศาสนาเป็นตัวทุกข์โทษภัยที่จะนำมาให้แก่ประชาชน (ตำหนิติเตียนในหลักการ ไม่ว่าเฉพาะบุคคลบางคนที่หลงงมงาย) พร้อมทั้งมีความเห็นผิดชนิดมิจฉาทิฏฐิเข้าด้วยแล้ว โทษอันนั้นก็จะร้ายแรงหรือแรงกล้าอย่างสุดที่จะพรรณนาทีเดียว เพราะนิรยภูมิอันเป็นที่สิงสถิตชีวิตของสัตว์จำพวกโอปปาติกะ มีกายอันละเอียดแล้วได้รับทุกข์ทรมานอยู่ชั่วกาลนานนั้น จะกลายเป็นบ้านเรือนที่อยู่อันถาวรสำหรับจะอยู่อาศัยของเขา

ผมได้กล่าวมาแล้วว่า แม้จะทำบาป ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือประพฤติผิดในกาม จะนำทุกข์โทษภัยมาให้ก็จริง แต่เมื่อเปรียบกับนิยตมิจฉาทิฏฐิแล้ว นิยตมิจฉาทิฏฐิให้ผลร้ายแรงกว่า ยืนยาวกว่า ทำความเสียหายให้กว้างขวางกว่า เพราะว่าการกระทำบาปต่างๆ นั้น แม้ว่าจะได้รับผลร้ายแรงก็จริง แต่เมื่อชำระหนี้สินร่อยหรอลดลงแล้ว ก็อาจมีใจเป็นกุศลเกิดทำบุญให้ทานได้ง่าย คือตกนรกแล้ว ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนใจบุญได้

แต่ความเห็นผิดที่เหนียวแน่นนี้ จะเกาะกินใจอยู่ทุกชาติๆ จะสนับสนุนให้กระทำการอันไม่ถูกต้องที่จะเป็นบุญกุศล แม้จะทำบุญกุศลก็ได้รับผลน้อย แต่ตรงกันข้ามทำบาปกลับได้รับผลบาปมาก แม้ตกนรกแล้ว ความเห็นผิดๆ ก็ยังติดตัวไปเกิดใหม่ทุกหนทุกแห่งหนุนหลังให้การแสดงออกในความเห็นผิดแทบทุกอารมณ์ต่อไปอีก

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:19:32 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6



ถ้าจะตั้งคำถามว่า ผู้ที่มีความเห็นผิดชนิดนี้มีโอกาสบ้างหรือไม่ ที่จะได้เปลี่ยนใจของตนให้หันกลับมาในทางที่ถูกต้องจนถึงความเป็นพระอริยบุคคลพ้นไปจากทุกข์โดยสิ้นเชิง

หรือจะตั้งคำถามว่า ผู้ที่ยึดนิยตมิจฉาทิฏฐินั้นมีโอกาสปฏิบัติจนถึงมรรคผลนิพพานบ้างหรือไม่

ในเรื่องนี้ ผมขอยกคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศนาไว้ในพระบาลีมหาปัฏฐานว่า " อริยา มิจฺฉตฺตนิยเต ปหีน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ, ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ มิจฺฉตฺตนิยเต ขนฺเธ อนิจฺจโต วิปสฺสนฺติ"

แปลความว่า พระอริยเจ้าทั้งหลายที่เคยเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ ย่อมพิจารณากิเลสคือนิยตมิจฉาทิฏฐิที่ตนได้ประหาณไปแล้ว ย่อมเห็นกิเลสนิยตมิจฉาทิฏฐิที่เคยเกิดมาแล้วในสันดานของตน ย่อมพิจารณานิยตมิจฉาทิฏฐิขันธ์โดยความเป็นอนิจจะ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:20:02 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7



ตามที่แสดงมานี้ ก็จะเห็นได้ว่า พระอริยบุคคลทั้งหลายเคยเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิมาแล้วในกาลก่อนนั้นมีได้ แต่แน่ละ อาจจะนานแสนนานที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏสงสารได้ระหกระเหินเดินทางไกล ต้องเกิดต้องตายในอบายภูมิ และสุคติภูมิมามากมายเสียจนนับไม่ไหว

ในบางสมัยเมื่อทุกข์โทษภัยเข้ามาเบียดเบียนหนักเข้าซ้ำๆ ซากๆ จนทนไม่ไหว จึงได้บังเกิดปัญญาพิจารณาปัญหาชีวิตของตน เบื่อหน่ายชีวิตที่มีแต่การต้องแก้ปัญหามิได้สร่างซา จึงหมดความอาลัยไยดีอีกต่อไป ปัญญาจึงได้เกิดขึ้นมาทีละน้อยๆ เรื่อยๆ ไปหลายๆ ชาติจนแก่กล้าสามารถพาชีวิตของตนไปให้ปลอดภัยได้

หลานที่รัก เรื่องของความเห็นผิดนั้นเป็นเรื่องสำคัญแก่ชีวิตอย่างยิ่งยวด ดังนั้น จึงหวังว่าหลานคงจะได้คิดพิจารณาความเห็นของตนให้รอบคอบที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ บัดนี้เวลาก็พอสมควรแล้ว ลุงขอยุติการบรรยายเอาไว้เพียงเท่านี้

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 09:20:24 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8


มาศึกษาต่อค่ะ

ความเห็นผิดที่เกาะกินใจจนเหนี่ยวแน่น เป็นตัวสนับสนุนให้ผลของบุญที่กระทำนั้นไม่มีกำลัง แต่ในทางกลับกันหากทำบาปแล้วก็ทำให้ผลของบาปอกุศลนั้นมีกำลังมากยิ่งขึ้น

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่กรุณาช่วยอธิบายให้เข้าใจถึงสภาพของความเห็นผิด โดยเฉพาะความเห็นผิดชนิดเหนี่ยวแน่นแน่นอนนี้มีแต่โทษมหันต์

จะเพียรศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติด้วยศรัทธามั่นค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 10:25:53 น.] ( IP = 124.121.174.84 : : )


  สลักธรรม 9

ความเห็นผิดชนิดนิยตมิจฉาทิฏฐิจะมาสกัดกั้นทางที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์ ไม่มีหวังที่จะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนเกิดญาณปัญญาขึ้นมาได้

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์และพี่เณรด้วยค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 11:30:39 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10

ยิ่งอ่านยิ่งเกิดความหวาดกลัวในเรื่องของความเห็นผิด ที่เรียกว่านิยตมิจฉาทิฏฐินี้จริงๆครับ และก็นึกเป็นห่วงตนเองจริงๆครับเพราะเราหารู้ได้ไม่ว่า เราจะต้องไปตกอยู่ในสภาพนั้นอีกไหม ที่ว่าเช่นนี้ก็เพราะการปฏิบัติธรรมที่นำมาซึ่งความเห็นถูกแท้จริงนั้นยังมีน้อยมากจนแทบกล่าวได้ว่า ไม่เพียงพอที่จะมีกำลังต่อต้านกระแสกรรมคือความเห็นผิดนี้ได้เลยครับ

ยิ่งสิ่งแวดล้อมรอบๆชีวิตนั้นก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการเห็นบาปบุญคุณโทษเสียเท่าไหร่ และการอาศัยชีวิตนั้นก็ลำบากลงทุกทีครับ คือมีความน่ากลัวคือภัยรอบทิศแห่งชีวิตนะครับ จึงมีความระวังภัยที่จะเกิดกับชีวิตกันส่วนมาก จนไม่มีเวลาเห็นภัยในวัฏฏสงสารกันเท่าใด

เมื่อไฟชีวิตร้อนแรงมากขึ้น ต่างก็หาวิธีการป้องกัน จนไม่มีเวลาให้กับการเสาะแสวงหาภูมิธรรมอันจะนำไปสู่ทิศทางที่ควรครับ นี่ละครับที่ผมรู้สึกเด่นชัดมาก

แต่เป็นเพราะอาศัยการตั้งเจตนาไว้อย่างแรงและบ่อยๆในทุกๆครั้งที่เข้ามาอ่าน มาทำงานกุศล ขอให้สามารถมั่นคงในการศึกษาหาความรู้ถูกคือสัมมาทิฏฐินี้ได้อย่างมั่นคงนั่นเอง ประกอบกับเร่งรีบเจริญชีวิตไว้ด้วยสติปัฏฐาน เพื่อเป็นการล้อมรั่วชีวิตให้ไม่ออกนอกเส้นทางแห่งความเจริญนี้ละครับท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงสุดครับ ที่อธิบายและยกตัวอย่างให้เกิดความเข้าใจและสลดจิตได้ครับผม



กราบบูชาพระคุณไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2550 , 16:00:43 น.] ( IP = 58.9.145.19 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org