มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๓๒)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๓๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวที่แล้วคุณลุงได้อธิบายถึงเรื่องของทิฏฐิเจตสิกอันได้แก่ผู้ที่มีความเห็นผิด ผมก็มีความเข้าใจ แล้วมีความคิดว่า ความเห็นผิดอันเป็นทิฏฐิของญาติมิตรเพื่อนฝูงนั้น เป็นที่น่าหวาดกลัวเหลือเกิน แต่เขาก็มิได้รู้สึกมีความหวาดกลัวอะไรเลย เพราะไม่ยอมศึกษาเล่าเรียน หรือขาดความพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จึงไม่ทราบความจริง

ด้วยเหตุนี้ถ้าผมมีโอกาสที่จะเปลี่ยนความคิดเห็นของเขาเหล่านั้นได้แล้ว ผมก็จะไม่ลังเลใจ จะรีบหาหนทางให้เขาหายเข้าใจผิดไปให้จนได้ ในวันนี้คุณลุงจะบรรยายในเรื่องเจตสิกตัวไหน ผมก็พร้อมอยู่แล้วที่จะศึกษา

ก. อันการที่หลานมีความปรารถนาดีที่จะช่วยแก้ความเห็นผิดของญาติมิตรนั้น ก็นับว่ามีความคิดที่มีกุศลอยู่มากทีเดียว ด้วยมีความเมตตากรุณาอยากจะให้ญาติมิตรทั้งหลายมีความสุข โดยได้ทราบว่า ทุกข์ที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน สุขจริงๆ นั้นแอบแฝงอยู่ ณ ที่ใด

แต่หลานก็จะต้องมีความเข้าใจอยู่บ้างในเรื่องเหล่านี้ หลานจะต้องเตรียมใจเอาไว้บ้างเพื่อต้อนรับเหตุการณ์ที่จะมากระทบกระเทือนใจอย่างที่ได้ได้คาดฝันในวันข้างหน้า อย่างน้อยที่สุดก็จะต้องทราบเอาไว้สักข้อสองข้อ เพื่อจะได้ไม่ยุ่งยากลำบากใจในภายหลัง แม้ลุงเองก็ได้พยายามปฏิบัติมา และบังเกิดความไม่สบายใจมาแล้วเหมือนกันในเรื่องนี้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:27:48 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ที่ควรจะทราบเอาไว้ก็คือ บุคคลทั้งหลายเขาได้อบรมจิตใจอย่างไรมาในอดีต คือชาติก่อนๆ และชาตินี้ด้วย ถ้าเขาไม่เคยได้ศึกษาและอบรมมาเลยแล้ว ก็ให้ทราบเอาไว้ว่าจะดึงเหนี่ยวเขามาสนใจไม่ได้ง่ายๆ ก็อย่าไปหวังที่จะจูงใจเขาได้สำเร็จ

บางทีอาจจะได้รับถ้อยคำโต้ตอบคัดค้านอย่างหนักหน่วงรุนแรงเข้าก็ได้ อย่าได้คิดว่า คนอื่นจะบังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างที่หลานมีอยู่ บางท่านเราก็จำต้องอดทน เพราะต้องอาศัยเวลานาน

บางคนอกุศลกำลังให้ผลอยู่ กำลังยังมีโลภะ กำลังผูกพันอยู่กับอะไรที่ดึงดูดเขาค่อนข้างมาก พูดง่ายๆ ว่า บุญยังไม่มีโอกาสจะให้ผล ก็จะรีบด่วนให้เขาเข้ามาตั้งใจฟังตั้งใจคิดตามเราไม่ได้ จะต้องคอยต่อไป จะต้องรอให้ผลไม้ค่อยๆ สุก อย่ารีบร้อน

เอาความเมตตาปรานีเข้ามาตั้งไว้ในใจให้เป็นหลักอย่างมั่นคงให้ได้ แม้จะกระทบกระทั่งจากถ้อยคำหรือถูกทักท้วงอย่างรุนแรง ก็จะต้องอดทนเอาไว้ ถ้าหลานทำได้ดังนี้แล้ว จึงจะได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีน้ำใจมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างหาได้ยาก และหลานก็ควรจะได้เริ่มฝึกฝนจิตของตนเองตามที่ลุงว่ามาเสียให้พร้อมแล้ว จึงค่อยลงมือกระทำ

ในวันนี้ลุงจะได้บรรยายเจตสิกอีกตัวหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นเจตสิกตัวที่ออกจะสำคัญอยู่มากไม่น้อยเลย หลานจงตั้งใจเรียนให้ดี ถ้ามีข้อสงสัยอย่างไร ก็ซักถามได้ทุกอย่าง เจตสิกตัวนั้นก็คือ "มานะ"

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:28:31 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 2



มานเจตสิก คืออะไร


มานเจตสิก ได้แก่ ความยกตัว ถือตัว

ประชาชนยังเข้าใจเรื่องของคำว่า "มานะ" นี้แตกต่างมากมายกับในสภาวธรรม คนทั้งหลายรู้จักคำว่า "มานะ" ดี และใช้กันอยู่ทั่วประเทศไทย แต่ไปเข้าใจว่า มานะคือความขยันหมั่นเพียร

ดังนั้นจึงได้สอนกันว่า จงมีความมานะ จงมานะพยายามให้เต็มที่ ผู้ที่ขาดมานะก็ย่อมจะไม่มีความสำเร็จในกิจการงาน

เพราะถือว่า มานะ คือความพากเพียรดังนี้เอง บางคนจึงได้ตั้งชื่อลูกหลานของตนว่า "นายมานะ" เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของลูกหลานเอาไว้ หรือเพื่อจะให้เป็นเครื่องระลึกเตือนใจไม่ให้เป็นคนเกียจคร้านต่อไปในวันข้างหน้า

แท้จริงนั้น ตามหลักปรมัตถธรรมกลับตรงกันข้าม เพราะมานะจะแปลว่า ความขยันหมั่นเพียร หรือเป็นความดีมีกุศลก็หาไม่ หากแต่ตรงกันข้าม เพราะเป็นความไม่ดี และเป็นอกุศลฝ่ายโลภะ ด้วยมานะนั้นแปลว่า ความยกตัว ถือตัว ทะนงตนว่าเป็นคนที่ดีกว่า รวยกว่า หรือเก่งกว่าคนอื่น แล้วนอกจากนั้นหลานก็จะได้เห็นคำสอนที่น่าอัศจรรย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะการถือตัวว่าเลวกว่า ยากจน กว่า หรือไม่เก่งกว่าคนอื่น ก็กลับพลอยเป็นมานะไปเสียด้วย

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:29:01 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 3



ป. การถือตัวว่ารวยกว่าคนอื่นแล้วเป็นมานะนั้น ผมก็ไม่สงสัย แต่การถือตัวว่า ยากจนกว่าคนอื่นแล้วยังจัดว่าเป็นมานะนี่ ผมยังไม่เข้าใจ เพราะการถือตัวว่าจนนั้นเป็นการถ่อมตัว คงจะเป็นความดีมีกุศลจิตเกิดขึ้น จึงจะเป็นการถูกต้อง

ก. อย่าว่าแต่ถือตัวว่า จนกว่าเขาแล้วจะเป็นมานะเลย แม้ถือตัวว่ารวยเสมอเขาก็ยังเป็นมานะด้วยเหมือนกัน

ป. ถ้าเช่นนั้น ก็เป็นการสะกัดกั้นไม่ให้คิดอะไรเสียเลย เพราะคิดว่ารวยกว่าก็ไม่ได้ เสมอกันก็ไม่ได้ แล้วคิดว่าจนกว่าก็ไม่ได้อีก ดูไม่ได้ไปเสียทั้งนั้น

ก.หลานยังเข้าใจไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง จะคิดอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขออย่าให้มีเจตนาที่จะมีความรู้สึกไม่อ่อนน้อม ไม่มีไมตรี ดูหมิ่น หรือเหยียดหยาม รวมลงไปด้วยก็แล้วกัน

ป. คุณลุงได้โปรดลองยกตัวอย่างขึ้นมาให้เห็นสัก ๒ - ๓ ตัวอย่างเถิดขอรับ มิฉะนั้น ผมก็คงจะไม่เข้าใจ เพราะมีหรือที่คนจนไปถือตัวกับคนรวยก็ได้ แปลกจริงๆ มานเจตสิกตัวนี้ เรียนเข้าใจไม่ใช่ง่ายเลย ทั้งๆ ที่ก็แปลว่า ความยกตัว ถือตัว หรืออวดดีเท่านั้นเอง

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:29:30 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 4



ก.ลุงจะยกตัวอย่างขึ้นมาให้ได้เห็น หลานจะได้ทำความเข้าใจง่ายขึ้น เฉพาะอย่างยิ่ง คนที่จนกว่าแล้วยังไปมีมานะถือตัว อวดดีเอากับคนรวยๆ หรือมีมานะถือตัวอวดดีเอากับคนที่เป็นเศรษฐี ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้นั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน

สำหรับคนที่ร่ำรวยเป็นเศรษฐีแล้วอวดดีถือตัวว่ารวยกว่า เด่นกว่านั้น ลุงเห็นจะไม่ต้องยกตัวอย่างขึ้นมา หลานก็คงจะคิดพิจารณาเอาเองก็ได้ เพราะเห็นได้ง่าย แล้วเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ แม้บางคนไม่ได้พูดออกมา แต่กิริยาอาการก็แสดงออกบ่งบอกถึงเจตนาที่แฝงอยู่ภายในอย่างชัดแจ้ง

หลานจะต้องทำความเข้าใจไว้ให้ดีข้อหนึ่งว่า อกุศลอะไรจะเกิดขึ้นมาได้จะต้องอาศัยเจตนาเป็นสำคัญ ดังนั้น มานเจตสิกคือความยกตัว ถือตัวนั้น อาจจะเกิดขึ้นมาทางใจ อันได้แก่การคิดนึก รู้สึกดูถูกดูหมิ่นผู้อื่นอยู่ในใจ เฉพาะในรายที่มีความสามารถเก็บงำความรู้สึกอันนั้นเอาไว้ในใจได้อย่างมิดชิด มิได้แสดงออกมานอกหน้า คือทางกาย ทางวาจาได้

แต่อย่างไรก็ดี ถ้าหากว่า ความสามารถที่จะควบคุมกิริยาวาจามีกำลังน้อยไปสักหน่อย ก็จะถูกอำนาจของมานะกระตุ้นเตือนให้กล่าววาจาเป็นวจีวิญญัติรูป หรือมิฉะนั้นก็แสดงกิริยาอาการอันเป็นกายวิญญัติรูปออกไป ซึ่งถ้าหลานจะสังเกตให้ดีก็จะเห็นอยู่เสมอๆ ในสังคมต่างๆ

คนยากจนบางคนถือเนื้อถือตัวมาก แล้วก็มักจะไม่ค่อยถือเนื้อถือตัวกับพวกคนจนด้วยกันเสียด้วย แต่กลับไปถือเอากับคนร่ำรวย หรือคนที่เป็นเศรษฐีเข้า เช่นเมื่อลูกของตนเข้าไปเล่นหัวคบค้ากับลูกของคนร่ำรวย ก็เอะอะด่าว่าลูกของตนว่า "อย่าไปเล่นกับมัน พวกผู้ดีแปดสาแหรก เราจนเราก็อยู่ตามประสาจน" หรือพูดว่า

"ทำตนอวดว่าเป็นคนร่ำรวย นั่งรถยนต์ชูคอสูง เราจนเราก็ไม่เคยไปขอข้าวมันกิน" หรืดพูดว่า "อวดว่ารวย แท้จริงไปโกงเขามาทั้งนั้น เราจนก็ยังดีกว่า เพราะไม่ได้ไปโกงใคร" บุคคลผู้กล่าวนี้ พูดจาอวดดี ถือตัวว่าจน แล้วไปดูถูกเอาเศรษฐีเข้าแล้ว

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:30:19 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 5



ชายผู้หนึ่งมีอาชีพขับรถสามล้อเครื่อง เจอเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนร่วมชั้นเดียวกัน เพื่อนผู้นั้นจึงได้ถามว่า "ทำไมจึงไม่ไปหาเจ้าเวกมันเล่า เรียนชั้นเดียวมาด้วยกัน เวลานี้เป็นใหญ่เป็นโตเป็นถึงอธิบดีแล้ว จะได้ทำการทำงานมีรายได้ดีขึ้น"

นักขับขี่สามล้อเครื่องเกิดคามสะเทือนใจ แล้วจึงได้ตอบว่า "ผมชอบอาชีพอิสระไม่ได้อยู่ในบังคับของใคร มีเท่าใดก็ใช้เท่านั้น ผมไม่อยากไปง้อมัน พอเข้าไปหาก็คงจะคิดว่าเราไม่มีทางไป หรือไม่ก็จะคิดว่าเราจะมายืมเงินไปใช้ ถ้าเป็นเช่นนี้ผมทนไม่ไหว ให้อดตายเสียดีกว่า"

หรือขอทานคนหนึ่งพูดว่า "อวดเป็นเศรษฐีมั่งมีเงินทอง ความประพฤติไม่ได้ความเลย"

ป. คุณลุงยกตัวอย่างขึ้นมาเช่นนี้ทำให้เข้าใจดี แต่เป็นเรื่องคนรวยคนจน ถ้าเป็นเรื่องอื่นเล่าขอรับ จะเป็นมานะอย่างไร

ก. การยกตัวถือตัวนั้น ไม่เฉพาะเรื่องร่ำรวยหรือยากจน เรื่องอื่นๆ อีกมากมายก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เช่น ถือตัวว่าเป็นคนมีความรู้ ถือตัวว่าเป็นคนดี ถือตัวว่าเป็นคนมียศถาบรรดาศักดิ์ ถือตัวว่าเป็นคนเก่ง และถือตัวว่าเป็นคนสวย เหล่านี้ล้วนแต่เป็นมานะได้ทั้งสิ้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:31:07 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 6



บางทีก็แสดงออกทางกิริยาท่าทาง หรือพูดจาให้เห็นว่า เป็นคนรวย แสดงกิริยาท่าทางหรือพูดจาอวดว่าเป็นคนมีอำนาจวาสนา หรือใหญ่โตด้วยประการต่างๆ การแสดงออกทั้งหลายดังกล่าวมาก็เพราะมีอำนาจของมานะหนุนอยู่ภายในให้แสดงออกดังกล่าว เช่นคนยากจนพอได้ดีมีวานาเกิดร่ำรวยขึ้นมาก็จะทำกิริยา พูดจา หรือการแต่งตัวให้ผิดปกติไปจากเดิม

การลุก การนั่ง ก็มีท่าไปตามความเข้าใจของตนว่า คนร่ำรวยเขาต้องทำอย่างนั้น และเพื่อประกาศว่า เดี๋ยวนี้ "ฉันไม่ได้ยากจนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว" แต่เพราะตัวเองยังใหม่ทำยังไม่ได้แนบเนียน หรือบางทีก็เคอะเขิน จนเป็นเหตุให้คนหัวเราะเยาะเย้ยเป็นที่ชวนหัวของคนทั้งหลาย

คนบางคนก็ยกตัวว่าเก่งไปเสียสารพัดอย่าง ใครๆ สู้ไม่ได้ทั้งนั้น กฎหมายก็รู้ดีจนใครๆ เขาพากันเรียกว่าเป็น "หัวหมอ" วิชาช่างก็รู้เสียสารพัดช่างจนคนทั้งหลายเขาพากันว่าเป็น "ช่างโม้" บางคนก็อวดอำนาจราชศักดิ์ข่มคนอื่นเสียจนน่าเกลียดดูราวกับว่าจะอยู่ค้ำฟ้า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในใจล้วนแต่เป็นไปในทางยกตัวถือตัวดูหมิ่นถิ่นแคลนคนอื่นว่าสู้ตนไม่ได้ ทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นมานเจตสิกเป็นอกุศลทั้งนั้น

บางคนไม่ทราบว่าจะยกตัวอวดตัวอย่างไร เพราะเวลานี้ก็อายุมากแล้ว ความดีหรืออะไรๆ ที่อยากจะอวดก็เก่าเสียหมดแล้ว จึงได้พยายามอวดลูก หลาน หรือญาติมิตรที่ตนรักใคร่ ว่าเก่งอย่างนั้น ว่าดีอย่างนี้ ได้ดีกรียากี่ตัว ไปเรียนต่อต่างประเทศกี่คน แล้วได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ชั้นไหน บางทีมานะหนุนหลังให้แสดงเสียยกใหญ่ จนไม่ทราบว่าผู้ฟังกำลังสนใจอยู่หรือหาไม่ เขากำลังตั้งใจฟังหรือว่าเขาเกรงใจกลัวจะเสียกิริยา จึงอดทนฟังก็ไม่ได้สังเกต

ด้วยอำนาจของความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในส่วนลึกของหัวใจที่อยากจะให้ใครๆ เขายกย่องชมเชยตนอย่างเต็มที่ หรือจะให้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ชนะ บางคนจึงได้พยายามเสียยกใหญ่จนถึงยอมเป็นยอมตาย จะสังเกตได้ในวงการกีฬา เช่น ฟุตบอล หรือการชกมวย เป็นการเล่นที่มักจะเกินขอบเขตของคำว่า "กีฬา" เพราะถึงกับต้องหาม ถึงหยอดข้าวหยอดน้ำ และบางทีก็ถึงตายไปเลยก็มี

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:31:37 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 7



ความยกตัว ถือตัว หรืออยากจะใหญ่นี้ แฝงอยู่ประจำใจของสัตว์ทั้งหลายไม่มีเว้นเลย นอกจากพระอรหันต์ผู้เดียวเท่านั้นที่ปราศจากไปแล้ว มานเจตสิกตัวนี้บางท่านก็มีมาก บางท่านก็มีน้อย บางท่านก็ข่มใจเอาไว้ได้ให้เกิดขึ้นแต่เพียงในใจ บางท่านข่มใจเอาไว้ไม่ไหว หลุดออกมาทางกาย ทางวาจา บางท่านก็จะพยายามหาทางแสดงออกให้จนได้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจึงได้สอนให้เราได้ทราบว่า มันเป็นกิเลสตัวร้ายตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มของโลภะ อันเป็นตัวทำให้บังเกิดความเร่าร้อนใจ บุคคลทั้งหลายไม่ได้ศึกษา หรือไม่ยอมที่จะศึกษา จึงไม่มีความเข้าใจแล้วมองไม่เห็นอันตราย

มานะนั้นจำแนกออกเป็น ๙ ประการ คือ

๑. เป็นผู้ที่ดีกว่าเขา แล้วสำคัญว่า ตัวดีกว่าเขา
๒. เป็นผู้ที่ดีกว่าเขา แล้วสำคัญว่า ตัวเสมอเขา
๓. เป็นผู้ที่ดีกว่าเขา แล้วสำคัญว่า ตัวเลวกว่าเขา

๔. เป็นผู้ที่เสมอกันกับเขา แล้วสำคัญว่า ตัวดีกว่าเขา
๕. เป็นผู้ที่เสมอกันกับเขา แล้วสำคัญว่า ตัวเสมอเขา
๖. เป็นผู้ที่เสมอกันกับเขา แล้วสำคัญว่า ตัวเลวกว่าเขา

๗. เป็นผู้ที่เลวกว่าเขา แล้วสำคัญว่า ตัวดีกว่าเขา
๘. เป็นผู้ที่เลวกว่าเขา แล้วสำคัญว่า ตัวเสมอเขา
๙. เป็นผู้ที่เลวกว่าเขา แล้วสำคัญว่า ตัวเลวกว่าเขา


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [20 ส.ค. 2550 , 07:32:04 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 8

วันนี้ได้มาศึกษาเรื่อง มานะเจตสิก นี้ ได้ความละเอียดละออมาขึ้นครับท่านอาจารย์ และยังสะท้อนให้เห็นเข้าไปภายใต้จิตใจของตนเองได้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่บางครั้งสิ่งที่ได้กระทำออกไปนั้นเราเองคิดว่าเราทำดีมีเหตุผลหรือมีน้ำใจแล้วก็จริงนะครับแต่ถ้าพิจราณาตามที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ ต้องรู้สึกเลยครับว่า นั่นก็มีมานะเจตสิกเข้าครอบคุมส่งให้การกระทำนั้นเกิดขึ้นมานั่นเอง น่ากลัวมากเลยครับท่านอาจารย์



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ที่กรุณาอธิบายเนื้อความของธรรมแต่ละตัวๆให้เด่นชัด เพื่อจะได้รับไว้แก้ไขตนเองต่อไปครับผม

โดย เทพธรรม [20 ส.ค. 2550 , 07:47:02 น.] ( IP = 58.9.143.126 : : )


  สลักธรรม 9

พิษสงของมานเจตสิกนี้มีไม่น้อยเลยนะคะ และก็เกิดง่ายเสียด้วยเมื่อต้องสนทนาปราศรัยกับคนอื่น แล้วก็นำความทุกข์ใจมาให้แบบง่ายๆ เลยเมื่อมีการคิดเปรียบเทียบเกิดขึ้น

กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์

กราบอนุโมทนาและของพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ส.ค. 2550 , 13:43:12 น.] ( IP = 58.9.93.7 : : )


  สลักธรรม 10


มาศึกษาต่อค่ะ

มานะเจตสิกแอบแฝงอำนาจอย่างฉกาจเอาไว้
ดังนั้นการจะพูดหรือแสดงพฤติกรรมอะไรออกไป หากขาดการสังวรระวังให้ดีแล้ว การพูดนั้นก็จะเป็นไปด้วยอำนาจของมานะ

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 ส.ค. 2550 , 09:55:42 น.] ( IP = 124.121.175.20 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org