มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๓๔)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๓๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวที่แล้วผมได้ศึกษาไปถึงเรื่อง มานเจตสิก คุณลุงก็ว่าเรื่องมานเจตสิกจบลงแล้ว

มานเจตสิก เป็นเจตสิกตัวสุดท้ายของหมวดหมู่ฝ่ายโลภะ ซึ่งมีอยู่ ๓ ตัวด้วยกัน คือ โลภะ ทิฏฐิ มานะ ฉะนั้นในวันนี้ ผมจึงมาขอศึกษาเจตสิตัวต่อไป ถ้าคุณลุงจะบรรยายผมก็พร้อมแล้ว

ก.ลุงก็มีความยินดีที่เห็นหลานมีความเอาใจใส่ ลุงก็พร้อมที่จะบรรยายแล้ว เจตสิกตัวต่อไปก็ได้แก่กลุ่มของพวก โทสะ ซึ่งมีอยู่ ๔ ตัว คือ โทสะ อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจเจตสิก

โทสเจตสิก ได้แก่ ความโกรธ ความไม่ชอบใจ

อิสสาเจตสิก ได้แก่ สภาพที่ไม่มีความพอใจเมื่อเห็นผู้อื่นรวยหรือดีกว่า

มัจฉริยเจตสิก ได้แก่ ความหวงแหนในทรัพย์หรือในความดีของตน

กุกกุจจเจตสิก ได้แก่ ความเดือดร้อนรำคาญใจในทุจริตที่ได้ทำแล้ว หรือในอกุศลที่ยังไม่ได้ทำ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:10:05 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



โลภเจตสิก เป็นหัวหน้าของหมวดหมู่ธรรมที่มีความยินดีติดใจในอารมณ์ที่อยากจะให้ได้ อยากจะให้มีขึ้นมา แต่โทสเจตสิกนั้นเป็นหัวหน้าของหมวดหมู่ธรรมที่ไม่มีความยินดีในอารมณ์ เช่น มีความโกรธ หรือไม่ชอบใจในอารมณ์ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วก็จะเห็นว่าเป็นธรรมที่ตรงกันข้าม แต่ก็เหมือนกันในข้อที่ว่าเป็นอกุศลธรรมด้วยกัน เป็นกิเลสด้วยกัน ก่อความเร่าร้อนกระสับกระส่ายด้วยกัน

หลานก็จะได้ศึกษาถึงโทสเจตสิกเป็นต้นไปจนถึงตัวสุดท้าย คือ กุกกุจจเจตสิก เมื่อสงสัยไม่มีความเข้าใจตัวไหนหลานก็ควรจะได้ซักถามให้ละเอียดต่อไป เมื่อมีความเข้าใจถึงเจตสิกแต่ละตัวแล้ว ก็จะได้ทราบว่า เมื่อจิตเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งนั้น มันทำการงานโดยพิสดารอย่างไรบ้าง

คนไทยแทบทุกคน เมื่อพูดถึงคำว่าโทสะ ก็ย่อมทราบกันดีโดยทั่วไปว่าหมายถึงความโกรธ เพราะความโกรธเกิดขึ้นแก่ตนเองและแก่คนอื่นที่รู้เห็นอยู่เสมอๆ

คนไทยแทบทุกคน เมื่อเกิดความโกรธขึ้นมาแล้ว บางทีก็ไม่ได้พูดว่า "โกรธ" แต่กลับพูดคำว่า "โมโห" เพราะไม่เข้าใจว่าโมโหซึ่งได้แก่ตัวโมหะอันหมายถึงความหลงใหล แต่กลับเอามาใช้เป็นความโกรธไปเสีย

นอกจากนั้นยังมีความเข้าใจโทสะอยู่ในวงคับแคบเสียอีกด้วย เพราะไปเข้าใจว่าโทสะได้แก่ความโกรธอย่างเดียวนั้น เพราะความจริงโทสะได้แก่ความโกรธ ความเกลียด ความเสียใจ ความไม่พอใจ ความตกใจ ความทุกข์ร้อน ความกังวลห่วงใย ความไม่ยินดี หรือความยินร้ายในอารมณ์ที่ตนไม่พึงปรารถนา

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:10:50 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 2



ถ้าจะให้เข้าใจโทสะง่ายๆ ก็คือ การได้อารมณ์ที่ตนไม่ชอบนั่นเอง เช่นเห็นรูปที่ไม่ดี ได้ยินเสียงที่ไม่เป็นมงคล ได้กินที่ไม่อร่อย และคิดเรื่องราวที่ทำให้กลุ้ม ดังนี้เป็นต้น

เหตุใดเล่าจิตใจของคนทั้งหลายจึงได้เกิดความโกรธขึ้นมาได้ เรื่องนี้ในวิชาการทางโลกไม่มีคำอธิบาย แม้การค้นคว้าในวิทยาการต่างๆ จะบังเกิดผลขึ้นมามากมายจากเวลาที่เนิ่นนานมานับร้อยหรือพันปี เพราะใช่วิสัยของเขาเหล่านั้นด้วยมิได้มีปัญญาบารมีติดตัวมาจนสามารถแทงทะลุเข้าไปในความเร้นลับมหัศจรรย์ของเรื่องชีวิต จึงต้องอาศัยท่านผู้รู้ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

อยู่ดีๆ จะให้เกิดความโกรธขึ้นมาเองจะได้หรือ อยู่เฉยๆ จะให้เกิดความโกรธขึ้นมาโดยปราศจากเหตุจะได้อย่างไร

ความโกรธ ความเสียใจ ความทุกข์ร้อนจะเกิดขึ้นมาได้ก็จะต้องอาศัยเหตุ คือ อารมณ์ที่ไม่ดีมากระทบกับจิตใจ เช่น รูปที่ไม่ดีไม่ชอบมากระทบตา เสียงสาปแช่งที่ไม่เป็นมงคลมากระทบหู และเรื่องราวที่ตนไม่ชอบเข้ามากระทบใจ บางทีก็มากระทบโดยเหตุอื่น บางทีก็แสวงหามันมา

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:11:23 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 3



ป. ขอโทษเถิดขอรับคุณลุง ผมขอถามขัดจังหวะสักหน่อย ทำไมจึงได้ว่าเรื่องราวที่ตนไม่ชอบแต่กลับไปหามาให้กระทบใจ เพราะทุกๆ คนเขาก็จะแสวงหาอารมณ์ที่ตนชอบด้วยกันทั้งนั้น

ก. ลุงก็ไม่ได้เถียงในข้อที่ว่า ทุกๆ คนย่อมแสวงหาเรื่องราวหรืออารมณ์ที่ตนชอบด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็จะไม่ได้อารมณ์ที่ตนชอบเสมอไป และก็มีอยู่เหมือนกับที่คนเป็นจำนวนมากพากันไปแสวงหาอารมณ์ที่ไม่ดีที่กระทบกระเทือนทำให้เศร้าหมอง แต่กลับชอบให้เกิดมีกับตน

ป. แปลกจริงๆ เช่นอย่างไรขอรับ

ก. หลานว่า อารมณ์เสียใจ ต้องร้องห่มร้องไห้นั้นดีหรือเปล่า ใครๆ พากันชอบหรือไม่

ป. ผมว่าเป็นอารมณ์ที่ไม่ดี แล้วไม่มีใครชอบเลยแม้แต่คนเดียว

ก. แน่หรือ

ป. ผมว่าแน่

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:11:56 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 4



ก. เมื่อประกาศโฆษณาว่าจะฉาย หนังเรื่องโศก พระเอกนางเอกคู่นี้ก็มีความสามารถมาก แสดงบทบาทถึงอกถึงใจจริงๆ ประชาชนทั้งหลายต่างก็ยอมเสียเวลา ค่ารถ และยอมเสียค่าผ่านประตูแพงๆ แม้ว่าค่าผ่านประตูจะหลายสตางค์ก็ตาม

ลุงเองก็เคยพบบ่อยๆ เมื่อผู้ขายตั๋วบอกว่า ชั้น ๑๐ บาท ชั้น ๑๒ บาทหมดแล้ว ผู้ดูที่มีความติดใจจริงๆ ก็จะยอมเสียสตางค์มากขึ้น แม้ชั้นละ ๒๐ หรือ ๓๐ ก็ไม่ว่า ขอให้ได้เข้าไปดู ได้เข้าไปเศร้าโศกเสียใจก็แล้วกัน เมื่อดูเลิกแล้วบางคนถึงกับพูดว่า "สนุกเหลือเกิน" เมื่อกลับมาบ้านแล้วก็บอกญาติมิตรหรือบุตรหลานให้ไปดูให้ได้

ที่เขาบอกว่าสนุกเหลือเกินนั้นก็เพราะว่า ต้องเอาผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาเสียจนผ้าเช็ดหน้าชุ่มโชก บางคนก็แอบซ่อนความรู้สึกสะเทือนใจอย่างแรงเอาไว้ภายใน ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องโศกจริงๆ ก็จะเกิดความโกรธความเกลียดต่อผู้ที่มาทำทารุณกับพระเอกนางเอก

ถ้าเป็นเรื่องรบราฆ่าฟันกันตาย จิตใจก็จะเร่าร้อนคุกรุ่นพลุ่งพล่านตามไปด้วยความตื่นเต้น ตกใจ เสียใจ ใจหายใจคว่ำ ตลอดจนอาฆาตแค้นพยาบาท แท้จริงเป็นเรื่องที่เขาเล่นหลอกๆ ให้ดูทั้งนั้น แต่คนทั้งหลายมิได้คิดว่าเล่นหลอกๆ ในขณะนั้น ต่างก็พากันคิดว่าเป็นเรื่องจริงจังที่กำลังเกิดอยู่ต่อหน้าต่อตา

ตามที่ลุงยกตัวอย่างแล้วอธิบายมาเช่นนี้ ความจริงไม่มีดอกหรือ คนทั้งหลายมิได้แสวงหาความโกรธ ความเกลียด ความเสียใจ ความทุกข์ร้อนให้กับตนเองดอกหรือ แม้หลานเองก็ตาม เมื่อวันก่อนลุงก็เห็นไปดูหนังเรื่องโศก หลานดูแล้วไม่สงสาร ไม่รู้สึกเศร้าเสียใจบ้างดอกหรือ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:12:37 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 5



ป. ในข้อนี้ ผมไม่เถียง ทั้งเถียงก็ไม่ได้ ว่าประชาชนทั้งหลายต่างก็แสวงหาความเศร้าโศกเสียใจให้แก่ตนเองอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนอื่นเขาทำให้ดู

ก.ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้แสวงหาอยู่นั่นเอง แม้ว่าคนอื่นเขาจะทำให้ดูก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี เรื่องที่ทำของตนเองก็มีเหมือนกัน

บางคนสร้างเรื่องราวน่าหวาดหวั่นพรั่นกลัวให้แก่ตนเองเสียยกใหญ่ เช่นว่า ถ้าออกจากงานหรือโดนไล่ออกจะทำอย่างไร หรือเดือนนี้หมอดูได้ทายเอาไว้ว่าจะเคราะห์ร้ายมาก ก็เป็นทุกข์เป็นร้อนอยู่ทุกคืนทุกวัน

บางคนคิดไปไกลจนถึงว่า ถ้าเกิดตายลงไป ทรัพย์สมบัติ ที่ดิน บ้านช่อง ตลอดจนลูกหลานจะปั่นป่วนวุ่นวายกันสักเพียงแค่ไหน บางคนก็สร้างเรื่องขึ้นมาเสียยกใหญ่ในเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ไปจนถึงล้มตาย ทั้งๆ ที่ยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาแม้แต่สักนิด แต่ก็คิดเสียจนตัวเองไม่สบาย

บางคนคิดในเรื่องไม่ดีต่างๆ จนนอนไม่หลับจนดึกจนดื่น แม้เรื่องกระทบกระทั่งกันเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างญาติมิตร สามีภรรยาและบุตรธิดา เป็นเรื่องธรรมดาสามัญหรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาเก่าแก่นานมาแล้วแต่ก็อดคิดไม่ได้ อุตส่าห์สร้างเรื่องขึ้นมาใหม่จนได้แล้วก็ยกเอามาเสียอกเสียใจใหม่ หลานเองไม่เคยบ้างดอกหรือ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:13:06 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 6



ป. ผมต้องขอยอมรับ เพราะไม่อาจที่จะโต้แย้งได้ แปลกจริงๆ

ก. ตามที่ลุงได้อธิบายมา ก็เพื่อให้หลานได้เห็นว่า ความโกรธ ความเสียใจ ความกังวลห่วงใย ทุกข์ร้อน อาจเกิดขึ้นได้เสมอ และคิดขึ้นได้เพราะมีอารมณ์ที่ไม่ดีมากระทบใจ แช่นคนนั่งร้องไห้ จะว่าไม่มีอะไรมากระทบใจเลยได้อย่างไร

หลานได้ชักพาลุงออกไปนอกทางเสียไกล จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปก็ได้ ว่าอารมณ์ที่ไม่ดีเช่นเศร้าหมองเป็นต้นนั้นเป็นอนิฏฐารมณ์ที่ไม่ดีไปเสีย ความจริงคนที่แสวงหาอารมณ์เศร้าหมองเหล่านั้นเขาชอบต่างหาก เขาไม่ได้โกรธหรือเกลียดกลัวต่ออารมณ์ที่มากระทบนั้นๆ แต่ประการใด แล้วยังพยายามดิ้นรนหาหนทางที่จะให้ได้มาเสียด้วยซ้ำ

ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงได้จัดอารมณ์ดังกล่าวนี้เป็น ปริกัปอนิฏฐารมณ์ อันหมายถึงเป็นอารมณ์ที่ดีที่ชอบใจของเฉพาะบุคคล แต่ไม่ใช่ทั่วไปทั้งหมด แต่ก็แน่ละก็ย่อมจะมีอารมณ์ที่ตนไม่ชอบ หรือจิตที่เป็นโทสะแทรกแซงแฝงปะปนลงไปด้วยในขณะที่อารมณ์เหล่านั้นเกิดต่อๆ กันไป

เพราะเหตุที่มีอารมณ์ไม่ดี ไม่ชอบใจมากระทบเทือนถึงอนุสัยที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างมิดชิดภายในจิต อนุสัยกิเลสซึ่งได้แก่ปฏิฆานุสัย ก็จะสนับสนุนให้เกิดอารมณ์เป็นกิเลสอย่างกลาง คือขุ่นมัวใจขึ้นมา แล้วกิเลสอย่างกลางขุ่นมัวใจก็สนับสนุนให้เกิดกิเลสอย่างหยาบ มีการด่าว่าหรือตบตีกันต่อไปอีก

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:13:29 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 7



จิตที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นกิเลสอย่างกลางหรือกิเลสอย่างหยาบ ก็ย่อมจะประกอบด้วย โทสเจตสิกเป็นประธาน และเมื่อจิตเกิดขึ้นโดยมีโทสเจตสิกเป็นประธานแล้ว จิตที่มีโทสเจตสิกเป็นประธานนี้ก็มิได้เกิดขึ้นมาเฉยๆ ลอยๆ เพราะจิตย่อมมีอำนาจหรือมีอิทธิพลทุกๆ ครั้งที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงย่อมแสดงผลของมันออกมาทั้งในทางจิตใจเองและในส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย

จิตที่เกิดขึ้นมาพร้อมด้วยมีโทสเจตสิกเป็นประธาน ย่อมจะก่อให้เกิดความหยาบกระด้าง หรือหยาบคายร้ายกาจ ดุร้าย ขาดความปรานี จิตใจถูกแผดเผาให้เร่าร้อนกระสับกระส่าย หรือบังเกิดความพลุ่งพล่านจนระงับใจไว้ไม่อยู่ จนถึงอาจแสดงออกทางใจให้เร่าร้อน แสดงออกทางกาย ทางวาจา ให้หยาบกระด้างออกไป จนผู้รับทนไม่ไหว แล้วต่างก็โต้ตอบซึ่งกันและกันในทางรุนแรงเท่าที่จะทำได้

โทสเจตสิกก็คือ เจตสิกที่เมื่อประกอบกับจิตดวงใดแล้วก่อให้จิตดวงนั้นบังเกิดความโกรธ ความเสียใจ ความประทุษร้าย ความเคียดแค้นพยาบาท อาฆาตจองเวรกัน

ร่างกายของคนเราหัวเราะได้ ยิ้มได้ หน้าซีดหน้าแดงได้ นั่งได้ เดินได้ แสดงปฏิกิริยาสนองตอบต่อสิ่งที่มาเร้าได้ต่างๆ นั้น ก็เพราะส่วนหนึ่งได้กำลังอำนาจของจิตใจนั่นเองให้แสดงออก ในทางธรรมะเรียกว่า จิตชรูป

เพราะจิตใจมีอำนาจในการผลิตสร้างรูปขึ้นมาได้ต่างๆ ได้เห็นต่อหน้าอยู่เสมอดังนี้ เราทั้งหลายจึงพากันพูดว่า เป็นคนดีหรือเป็นคนไม่ดี โดยดูจากพฤติกรรมที่แสดงออกมานั่นเอง เพราะจิตคิดอย่างไรก็จะแสดงออกอย่างนั้น (คิดอย่างทำอย่างในสายตาคนอื่น)

นอกจากจิตจะก่อให้เกิดความพลุ่งพล่านเร่าร้อนอันเป็นกิเลสอย่างกลางแล้ว อำนาจของมันดังกล่าวยังสามารถก่อให้เกิดกิเลสอย่างหยาบจนถึงทำลายตนเองและคนอื่นได้ด้วย เช่น การฆ่าตัวเองหรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 ส.ค. 2550 , 09:13:54 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 8


มาศึกษาต่อค่ะ

ทำให้ทราบว่าความโกรธ ความเสียใจต่างๆ จะเกิดขึ้นมาเองไม่ได้เลย ต้องมีอารมณ์ที่ไม่ดีมากระทบจิตใจ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าบางครั้งคนเราก็แสวงหาอารมณ์ที่ไม่ดีนั้นมาเอง
ท่านอาจารย์ยกตัวอย่าง เรื่องการชอบดูหนังโศก หรือการจินตนาการเรื่องร้ายๆต่างๆ ขึ้นมาเอง ทั้งๆที่เรื่องนั้นๆยังมิได้เกิดขึ้น ทำให้เข้าใจได้ชัดเจนดีค่ะ

และนอกจากนี้ยังเห็นได้ว่าแต่ละคนที่แสดงพฤติกรรมออกมาหยาบคาย ดุร้าย ก็เป็นไปดวยอำนาจของโทสะนั่นเอง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถทำลายตนเองและผู้อื่นได้

ทำให้เห็นว่าอำนาจของโทสะนี้เหมือนหัวหน้าผู้ร้ายเลยค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ ที่อธิบายให้เห็นชัดถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะที่นำสิ่งประเสริฐมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ส.ค. 2550 , 09:42:21 น.] ( IP = 124.121.175.72 : : )


  สลักธรรม 9

วันนี้มาถึงเรื่องโทสะเจตสิกแล้วครับดีมากจริงๆเลยครับผม กับการอธิบายให้เห็นถึงความเร้นลับพิศดารของจิตใจคนเรา ที่มีโทสเจตสิกบงการชีวิตไว้ได้อย่างแนบเนียนจริงๆเลยครับ

การอธิบายของท่านอาจารย์นี้ตีแผ่ให้เห็นถึงจิตใจที่อาจเรียกได้ว่ามีความใฝ่ต่ำเพราะใฝ่อยู่ในอกุศล (โทสะเจตสิก)สนิดที่ตนเองก็ไม่รู้จักเลย ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากำลังสั่งสมบาปธรรมอยู่เสมอๆ



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งครับในคำอธิบายที่มีค่ายิ่ง ทำให้ผมนึกออกว่า ทำไม่พระภิกษุจึงมีข้อห้ามในการดูการเล่นฟ้อนรำนั่นเอง เพราะเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้จิตตกไปในบาปได้ง่ายๆนั่นเองครับผม

โดย เทพธรรม [22 ส.ค. 2550 , 09:51:53 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )


  สลักธรรม 10

อ่านแล้วก็เข้าใจถึงสภาพของโทสะที่เกิดขึ้นในชีวิต และก็อดที่จะคิดถึงโลภเจตสิกที่ได้อ่านผ่านไปแล้วไม่ได้ที่ท่านกล่าวว่าเป็นตัวการสำคัญของการเกิดในสังสารวัฏ เพราะหากไม่มีโลภะมาเป็นแต่เดิมแล้ว โทสะก็คงยากที่จะเกิดขึ้นได้

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้คำอธิบาย

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ส.ค. 2550 , 11:30:34 น.] ( IP = 58.9.136.94 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org