สลักธรรม 4

ลักขณาทิจตุกกะ เมตตาบารมี
หิตาการปฺปวตฺติลกฺขณา มีความเป็นไปในอาการเกื้อกูล
เป็นลักษณะ
หิตูปสํหารรสา มีอันนำ ประโยชน์เข้าไป เป็นกิจ
อาฆาตวินยรสา วา หรือกำ จัดความอาฆาต เป็นกิจ
โสมฺมภาวปจฺจุปฏฺฐานา มีความสงบเย็น เป็นผล
มนาปภาวทสฺสน- มีอันเห็นสัตว์น่ารัก
ปทฏฺฐานา เป็นเหตุใกล้ ฯ
เมตตาที่เป็นกามาวจรและรูปาวจร เป็นบารมี ฯ
เมตตานั้นมีสัตวบัญญัติเป็นอารมณ์ (ปิยมนาปสัตวบัญญัติ)
มีผลมากมีอานิสงส์มาก และมีอานุภาพใหญ่ ฯ
พระผู้มีพระภาคทรงตรัสคุณว่า ๑ อยู่เป็นสุข, ๒.ย่อมตื่นเป็นสุข, ๓. ย่อมไม่ฝันลามก, ๔. ย่อมเป็นที่รักของพวกมนุษย์, ๕. ย่อมเป็นที่รักของพวก
อมนุษย์, ๖. เทวดาย่อมรักษา, ๗. ไฟ, ยาพิษ หรือศาสตรา
ย่อมไม่กลํ้ากราย, ๘. จิตย่อมตั้งมั่นเร็ว, ๙. สีหน้าย่อมผ่อง
ใส, ๑๐. เป็นผู้ไม่หลงทำ กาละ, ๑๑.เมื่อไม่แทงตลอดคุณ
อันยิ่ง ย่อมเข้าถึงพรหมโลก ดังนี้ ฯ
ลักขณาทิจตุกกะ อุเบกขาบารมี
มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺติ- มีความเป็นไปในอาการ
ลกฺขณา เป็นกลาง เป็นลักษณะ
สมภาวทสฺสนรสา มีอันเห็นความเสมอกัน เป็นกิจ
ปฏิฆานุนยวูปสมปจฺจุ- มีอันเข้าไปสงบความ
ปฏฺฐานา โกรธและยินดี เป็นผล
สัตว์เป็นผู้เสมอกันเป็นกิจ, ไม่ยินดีและยินร้ายในสัตว์
เหล่านั้นเป็นอาการปรากฏ, มีความเห็นมั่นคงในสัตว์ว่ามี
กรรมเป็นของๆตนฯ อนึ่ง อุเบกขาบารมีนี้ พระผู้มีพระ
ภาคเจ้าตรัสว่า. เรา เป็นผู้วางเฉยในสุขและทุกข์ ในยศ
และความเสื่อมยศ เป็นผู้มีใจเสมอในสิ่งทั้งปวง นี้เป็น
อุเบกขาบารมีของเรา. ดังนี้ ฯ
ลักขณาทิจตุกกะ สัพพบารมี
ปรานุคฺคหลกฺขณา
มีการอนุเคราะห์ผู้อื่น เป็นลักษณะ
ปเรสํ อุปการกรณรสา
มีอันทำ อุปการะแก่ผู้อื่น เป็นกิจ
อวิกมฺปนรสา วา
หรือมีความไม่หวั่นไหว เป็นกิจ
หิเตสิตาปจฺจุปฏฺฐานา
มีการแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลเป็นผลปรากฏ,หรือ
พุทฺธตฺตปจฺจุปฏฺฐานา
มีความเป็นพระพุทธเจ้า เป็นผล
มหากรุณาปทฏฺฐานา
มีมหากรุณาเป็นเหตุใกล้ หรือมี
กรุณูปายโกสลฺล- ความฉลาดในอุบายแห่งกรุณา
บารมีทั้งปวง คือ ทาน, ศีล, เนกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ,ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, และ อุเบกขา ฯ
|