| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๓๖)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๓๖)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
ป. ผมได้ศึกษาเรื่องโทสเจตสิกไปเมื่อคราวก่อน คุณลุงได้แยกโทสเจตสิกออกเป็น ๔ คือ โทสะ อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจเจตสิก คุณลุงได้อธิบายเรื่องโทสเจตสิกตัวแรกไปแล้ว ผมก็พอจะเข้าใจ ในวันนี้ผมจะมาขอศึกษาต่อถึงเจตสิกตัวที่ ๒ คือ อิสสาเจตสิก ต่อไป ขณะนี้ผมพร้อมที่จะศึกษาอยู่แล้ว
ก. ลุงมีความยินดีที่เห็นว่าหลานมีความเอาใจใส่ อันนับได้ว่าเป็นความดคิดที่ดีที่ประเสริฐ ทั้งแก่ตัวหลานเองและแก่ผู้อื่น ตลอดไปจนถึงชาติบ้านเมืองด้วย เพราะผู้ที่เข้าใจชีวิตดีแล้ว ไม่ใช่จะทำดีแต่ลำพัง ยังย่อมจะเผยแพร่ความดีนี้ออกไปสู่บรรดาญาติมิตรทั้งหลายไม่ว่าใกล้หรือไกล เหมือนทิ้งดินก้อนหนึ่งลงไปในสระน้ำ น้ำก็ย่อมจะได้รับความกระเทือนแผ่วงกว้างออกไปจากจุดที่ทิ้งนั้น
ในวันนี้ลุงจะได้บรรยายถึงเจตสิกอีกตัวหนึ่งต่อจากที่ได้บรรยายไปแล้วเมื่อคราวก่อน นั่นก็คือ อิสสาเจตสิก หลานเคยได้ยินใครๆ เขาพูดกันถึงคำว่าอิสสานี้บ้างไหม
ป. ความจริงผมก็เพิ่งจะมาได้ยินที่คุณลุงพูดนี่แหละขอรับ ที่ได้ยินบ่อยๆ จนชินหูนั้น ไม่ใช่คำนี้ แต่เป็นคำว่า "อิจฉา" แล้วยังได้ยินหลายคนพูดเติมลงไปอีกด้วยว่า "อิจฉาตาร้อน" แต่บางคนก็เติมคำว่า "อิจฉาริษยา" ผมก็ยังไม่ทราบเหมือนกันว่า อิสสากับอิจฉาริษยานั้น มันแตกต่างกันอย่างไร
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 08:09:15 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )
สลักธรรม 1
ก. อิสสาเจตสิก คืออะไร อิสสาเจตสิก ก็ได้แก่ ความไม่ยินดีไม่พอใจ บังเกิดความริษยาในการได้ลาภหรือได้ยศของผู้อื่น
ป. คุณลุงขอรับ ผมขอถามขัดขึ้นมาในระหว่างสักหน่อย ที่ว่าความไม่ยินดีในลาภยศของผู้อื่นนั้น เป็นอิสสาด้วยหรือ เป็นบาปด้วยหรือ แล้วจะให้มีความยินดีในลาภในยศของผู้อื่น ที่เราไม่รู้จักไม่คุ้นเคยชอบพอกันได้อย่างไร และใครจะหมั่นทำอยู่ได้เสมอ
ก. หลานนี่มีแง่มุมเป็นปัญหามากเหลือเกิน ที่จริง เรียนพระอภิธรรมแล้วมีความช่างคิดช่างคัดค้าน ก็จะช่วยให้การศึกษากว้างขวางดีเหมือนกัน
การไม่มีความยินดีในทรัพย์ ในลาภ ในยศ ของผู้อื่นนั้น ไม่จัดว่าเป็นโทษอะไร แต่ก็ไม่ควรจะยินดีเพราะคิดว่า ผู้อื่นนั้นไม่ควรจะมีทรัพย์ ไม่ควรจะมีลาภ ไม่ควรจะมียศ และความคิดเช่นนี้ จึงจะเป็นอิสสา
ความไม่ยินดี ความไม่พอใจที่เห็นผู้อื่นมีทรัพย์สมบัติ มีลาภ มียศ มีความดี มีความสุขนั้น ชื่อว่า อิสสา
หรือเห็นผู้อื่นมีทรัพย์สมบัติ มีลาภ มียศ มีความดี มีความสุข แล้วก็ไม่สบายใจ เกิดความเร่าร้อนใจขึ้นมา ดังนี้ อิสสาเจตสิกก็เข้าประกอบกับจิตดวงนั้น
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 08:09:54 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )
สลักธรรม 2
ป. คุณลุงขอรับ อิสสาเจตสิกผมก็พอจะเข้าใจแล้วว่า หมายถึงอย่างไร แต่ริษยาเล่าขอรับ แปลอย่างเดียวกันหรือเปล่า คนโดยมาชอบพูดติดกันสองคำ คือ อิจฉาริษยา
ก. อิสสากับริษยานั้นมีความหมายอย่างเดียวกัน แต่ชาวบ้านมักใช้มักชอบพูดติดกันทั้งสองคำ คือ คำว่าอิจฉาริษยา ซึ่งหมายถึงง่ายๆ ว่า ไม่อยากให้ใครได้ดี หรือเห็นใครได้ดีแล้ว ไม่มีความสบายใจ
ป. และคำว่า "อิจฉา" เล่าขอรับ
ก. คำว่า "อิจฉา" นั้น แปลว่า ความปรารถนา ความประสงค์ ตามพจนานุกรมบาลีไทย แต่คนไทยส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า "อิจฉา" ตัวนี้เสียเป็นส่วนมาก นักศึกษาพระอภิธรรมเท่านั้นที่จะใช้คำว่า "อิสสา" แต่อย่างไรก็ดี คนโดยมาเอาคำทั้งสอง คือ "อิจฉาริษยา" มาใช้ก็ได้ความดีเหมือนกัน
ปัญหาต่อไปจากนี้ก็คือ เหตุใดคนทั้งหลายจึงต้องมีความอิจฉาริษยากัน เพราะอยู่ดีๆ จะเกิดความไม่สบายใจด้วยเห็นคนอื่นเขาดีกว่านั้น ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 08:10:28 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )
สลักธรรม 3
ในข้อนี้ก็มิสู้จะสำคัญ ถ้าหากได้ศึกษาให้เข้าใจในเรื่องของโลภะตัณหา หลานก็ได้เรียนมาแล้วว่า ภายในจิตใจของคนเรานั้นย่อมจะแอบแฝงซ่อนเร้นไปด้วยอนุสัยกิเลสหลายอย่างด้วยกัน อย่างหนึ่งนั้นก็ได้แก่ความยินดีติดใจ อยากจะได้อารมณ์ที่ตนชอบอยู่เสมอ และอีกอย่างหนึ่งนั้นมีความอยากใหญ่ไม่ให้เป็นรองใคร
ดังนั้น เมื่อได้กระทบอารมณ์อะไรที่ถูกกับใจแล้ว จึงได้มีความอยากได้ มีความอยากใหญ่ แล้วก็พยายามอย่างสุดกำลังที่จะให้ได้มาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะเป็นไปในทางซื่อตรง หรือในทางคดๆ งอๆ อย่างไรก็กล้ากระทำได้ทั้งนั้น
ด้วยเหตุดังนี้เอง หลานก็จะได้เห็นว่า อำนาจของความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างมิดชิดที่มองเห็นตัวมันไม่ได้นั้น มันมีอำนาจมากเพียงใด คนทั้งหลายจึงได้พากันต่อสู้ฟัดเหวี่ยงกันและกันอย่างเต็มที่ ความสามารถเพื่อช่วงชิงสิ่งที่ตนต้องการ และความใหญ่โตให้แก่ตนเอง โดยมิได้ย่อท้อถอยหลัง
เพราะด้วยอิทธิพลของโลภะตัณหา อยากจะได้ อยากจะดี อยากจะเด่น อยากจะร่ำรวย อยากจะใหญ่โต อยากจะสารพัด เมื่อมีคนที่ดีกว่า เด่นกว่า รวยกว่า ใหญ่โตกว่า เกิดขึ้น จึงได้มีความเร่าร้อนใจ ไม่สบายใจ ด้วยไม่อยากให้ใครมาเกินหน้า
ดังนี้เอง เมื่อมีเพื่องฝูงมาพูดว่า นายแดงคนนี้เป็นคนมีความรู้ดี มีความสามารถมาก เวลานี้ได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นหัวหน้ากองแล้ว เพื่อนที่ฟังแล้วจิตใจถูกกระทบกระเทือน เพราะนายแดงดีเกินหน้าตน จึงได้พูดแสดงความเห็นว่า "นายแดงนั้น ความรู้ความสามารถก็ดีดอก(ไม่มากนัก) แต่เท่าใด เคยเป็นเพื่อนนักเรียนกันกับผมมา ผมย่อมรู้ดี แต่เป็นคนช่างพูดช่างเจรจา ช่างประจบประแจงเจ้านายจนได้ดี ถ้าเจ้านายไม่ช่วยแล้วจะก้าวหน้ามาถึงชั้นนี้ก็เห็นจะยากอยู่ "
เขาพยายามพูดเพื่อหวังว่าจะได้ลดความใหญ่ของนายแดงลงเสียบ้าง นายแดงยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งก่อความสะเทือนใจ เพราะเขาจะยิ่งด้อยลง โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 08:10:59 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อมีท่านผู้หนึ่งชมหญิงสาวซึ่งอยู่แถวบ้านเดียวกันกับคู่สนทนาว่า "ลูกสาวของผู้ที่อยู่ข้างบ้านของคุณนั้น รูปร่างสวยงามน่ารัก ความประพฤติก็ดีเหลือเกิน "
คู่สนทนาเมื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่สบอารมณ์ จึงได้ตอบว่า" จริงของคุณ เว้นแต่การเดินเหินเท่านั้นออกจะน่าเกลียดสักหน่อย " ทั้งนี้ก็เพราะเกิดความคิดไม่สบายใจว่า ลูกสาวของเราก็มี แล้วก็อยู่ใกล้ๆ กันด้วย เหตุใดจึงไม่ชมบ้าง
เมื่อเสียความเป็นใหญ่ไปเช่นนี้ จะให้มีความสบายใจตอบรับไปเฉยๆ กระไรได้ จะต้องหักล้างลงเสียบ้าง ถึงหักล้างลงได้สักเล็กน้อยก็ยังดี
เมื่อมีคนถามว่า รถเก๋งของนาย ก. นั้นใหญ่โตสวยงามเหลือเกิน ซ้ำยังมีเครื่องทำความเย็นเสียด้วย ราคาคงจะเหยียบแสน ท่านเจ้าของรถอันเป็นคู่แข่งก็มีความไม่สบายใจ แต่จะตอบไปด้วยความภาคภูมิใจยิ้มน้อยยิ่มใหญ่ว่า "ยังสู้ของผมไม่ได้ เพราะราคาของมันตั้งสองแสน แถมเป็นรถรุ่นใหม่สั่งพิเศษ ในประเทศไทยมีตกเข้ามา ๓ คัน เท่านั้นเอง" หรือจะพูดทับถมนาย ก. ว่า หาเงินได้มาในทางทุจริตจนซื้อรถคันนั้นได้
เมื่อคนเราอยากใหญ่ดังนี้ ครั้นเห็นผู้อื่นร่ำรวยกว่า ใหญ่โตกว่า ความรู้มากกว่า มียศสูงกว่า จึงไปกระทบกระเทือนเอาความใหญ่ของตนเข้า นั่นก็คือ มานานุสัย ความอยากใหญ่ที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างมิดชิดภายในจิตใจที่เรามองเห็นมันไม่ได้ นอกจากจะได้พิจารณาเข้าไปให้ดีๆ
ด้วยเหตุนี้ จึงได้รับความสะเทือนใจ บังเกิดความไม่แจ่มใสไปจนถึงความเร่าร้อนใจค่อนข้างมาก เมื่อใจถูกรบเร้าอยู่ดังนี้แล้ว จึงได้แสดงออกมาทางหน้าตาหรือกิริยาวาจาอันแสดงถึงเจตสิก "อิสสา" เข้าครอบงำ บางทีบางคนก็ยับยั้งเอาไว้ไม่ไหวจนถึงแสดงออกมานอกหน้า
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 08:11:29 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )
สลักธรรม 5
ป. คุณลุงขอรับ อิสสาเจตสิกตัวนี้เห็นจะเกิดกับคนทุกๆ คนกระมัง
ก. ถูกของหลานแล้ว อิสสานี้จะเกิดแก่ทุกๆ คน นอกจากพระอริยบุคคลเท่านั้น แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน อิสสานี้ก็ไม่ยอมยกเว้น หลานไม่เคยเห็นความอยากใหญ่ของไก่หรือของสุนัขบ้างหรืออย่างไร แม้มันจะพูดออกมาเป็นถ้อยคำให้เราได้ยินไม่ได้ แต่มีการแสดงออกซึ่งความอยากใหญ่ให้เราเห็นอยู่เสมอๆ เมื่อมันเห็นตัวอื่นจะเข้ามาใหญ่กว่ามัน มันก็คิดจะประกาศความยิ่งใหญ่ของมันโดยขับเสียงเจื้อยแจ้วให้เป็นที่รู้โดยทั่วกัน
สำหรับคนเรานั้น สัญชาติญาณได้ถูกกล่อมเกลาเอาไว้เสียแล้ว ความไม่พอใจที่เห็นผู้อื่นดีกว่า ใหญ่กว่า จึงมิได้แสดงออกนอกหน้าซึ่งความไม่พอใจจนเกินไปนัก เพราะกลัวคนอื่นเขาจะว่าเป็นคนขี้อิจฉาริษยาจึงได้สงวนท่าที จึงได้แสดงออกไปโดยอ้อมไม่ชัดแจ้งนัก แต่ภายในใจนั้นเร่าร้อนดิ้นรนไปด้วยความไม่พอใจที่เห็นผู้อื่นดีกว่าตน
บางคนที่อบรมจิตใจของตัวเองมาน้อย ด้วยไม่เคยได้ศึกษาเรื่องราวของชีวิตที่เกี่ยวกับกรรม เมื่อคนรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือเรียนหนังสือมาด้วยกัน หรืออยู่บ้านแถวเดียวกันไปได้ดิบได้ดียิ่งกว่าตน ก็อดทนอยู่ไม่ไหว ก็เป็นเดือดเป็นร้อนอย่างยิ่ง เฝ้าแต่ครุ่นคิดไม่สบายใจ คิดว่าเขาผู้นั้นไม่ควรจะได้ดีเช่นนี้เลย
นรกในปัจจุบันไม่มี ก็สู้อุตส่าห์สร้างมโนภาพให้มีขึ้นมาจนได้ แล้วก็ทุ่มโถมตัวเองลงไป แล้วก็พร่ำพรรณนาว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่มีใครเห็นใจ พระพรหมลิขิตชีวิตของตนให้เป็นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าโกรธเคืองด้วยเรื่องอะไรมาตั้งแต่ครั้งไหน
หรือพูดว่า ดวงไม่ดีจึงสู้คนอื่นเขาไม่ได้ ครั้นถามก็ไม่ทราบว่า ดวงดีหรือไม่ดีเกิดจากอะไร
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 08:12:00 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )
สลักธรรม 6เนื้อหาในกลุ่มของโทสะเจตสิกนี้น่ากลัวไปหมดเลยครับ วันนี้ได้ศึกษาถึงอิสสาเจตสิกนี้ ก็สามารถเห็นพฤติกรรมของจิตเองที่ถูกมานานุสัยยึดครองไว้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ
และเกิดความสลดสังเวคตนเองอย่างยิ่งในสิ่งที่กระทำไปในชีวิตที่ผ่านมาและจะต้องมีต่อไปอีกนานเท่านานตราบที่ชีวิตยังคงเป็นปุถุชนคนหนาแน่นด้วยกิเลสเช่นนี้ครับ
แต่ถึงเวลานี้ท่านอาจารย์ได้อธิบายเสียแจ่มแจ้งถึงการแสดงออกมาของอิสสาเจตสิกให้รับทราบแล้ว ผมก็จะระมัดระวังใจตนเองให้มากขึ้นครับ ด้วยการวางใจให้ถูกและมีเมตตาจิตให้มากในการรับฟังใครๆพูดอะไร หรือเห็นรู้อะไรครับ เพื่ออย่างน้อยจะได้สามารถป้องกันใจตนไม่ให้ใหลไปในทางต่ำให้ได้มากขึ้นครับ
![]()
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งครับ ในความเมตตากรุณาอธิบายถึงความร้ายกาจของอิสสาเจตสิกให้รับทราบ และทำให้มีโอกาสดักใจตนไว้ได้บ้างครับผม.โดย เทพธรรม [24 ส.ค. 2550 , 08:45:49 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |