มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รูปและคำบรรยายพระพุทธประวัติ(๓)






ไม่มีรัก โลภ โกรธ หลง


บางครั้งพระองค์ไปอยู่ในป่าช้า นอนแทรกแซงไปกับกระดูกของซากศพที่ตายจำนวนมากเกลื่อนกลาดไปหมด ปรากฏว่า มีฝูงเด็ก ๆ จำนวนหลายคน เลี้ยงควายกันบ้าง เลี้ยงสัตว์ในริมทุ่งบ้าง เมื่อเห็นพระพุทธเจ้านอนซมอยู่เพราะอดกระกระยาหาร เด็กเหล่านี้ไม่รู้หรอกว่าเป็นพระพุทธเจ้า จึงได้ทำอะไรต่าง ๆ นานากับพระองค์ บ้างก็เอาไม้ยอนหูจนเลือดไหล บ้างก็เอาฝุ่นซัดใส่เข้าไปจนเปื้อนพระวรกาย บ้างก็ยืนปัสสาวะฉี่รดใส่เข้าไปเลย แต่พระองค์ก็อดทน ไม่ได้มีความอาฆาตมาดร้าย พยายามประคองใจไม่ให้มีโกรธ มีเกลียด มีรัก มีชัง



ตรากตรำพระวรกาย


บางครั้งพระองค์ทรงเสวยอุจจาระของพระองค์เอง เมื่อถ่ายออกมาก็เสวยเข้าไป ถ่ายออกมาก็เสวยเข้าไป จนกระทั่งไม่มีจะถ่าย ไม่มีจะเสวย พระวรกายจึงได้เหือดแห้งซีดเซียวถึงขนาดที่เรียกว่าผอมซีด เมื่อเอามือลูบแขนขนก็ร่วงเพราะรากขนเน่า เมื่อจะลุกขึ้นนั้นเล่าก็เซซวนล้มไป เมื่อหวังจะเอามือลูบท้องให้สบายพระวรกายบ้าง ก็ต้องไปแตะเอากับกระดูกสันหลัง พระองค์นั้นได้เล่าไว้ว่า พระองค์ต้องเปียกแต่เพียงผู้เดียว ต้องแห้งแล้งแต่เพียงผู้เดียว กว่าจะตรัสรู้นำพระธรรมมาสอนพวกเรา ต้องลำบากพระวรกายขนาดไหน ที่จะค้นพบสิ่งเหล่านี้มาให้พวกเรา เราจะไม่เสี่ยงลำบากรักษาเผยแพร่กันต่อไปเชียวหรือ



เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่


ต่อมาพระองค์เริ่มเห็นว่า การทรมานพระวรกายนี้คงจะไม่ใช่ทางที่จะทำให้พ้นทุกข์ได้ จึงคิดเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เริ่มจากการขอนมแพะจากเด็กเลี้ยงแพะ ซึ่งเป็นวรรณะต่ำในอินเดียเมื่อครั้งพุทธกาลถือชั้นวรรณะกันมาก ถ้าเป็นคนจันฑาลจะไม่แตะต้องพวกวรรณะกษัตริย์ หรือพราหมณ์เป็นอันขาด หนูน้อยผู้นี้เมื่อจะยื่นนมให้ก็ถามว่าเป็นคนชั้นวรรณะไหน พระองค์ก็บอกว่าเดิมนั้นเป็นวรรณะกษัตริย์ เท่านั้นเองหนูน้อยก็ไม่กล้าจะยื่นนมให้ทั้งที่พระองค์ขอ มือไม้สั่นไปหมด พระองค์ก็บอกว่า ให้เถอะ มือต่อมือน่ะลูกเอ๊ย เรานี้ไม่ได้ถือแล้วชาติชั้นวรรณะ วางไว้ตั้งแต่วันที่ออกมาแล้ว มุ่งที่จะเอาชนะกิเลสอย่างเดียว ไม่ได้มุ่งหมายในการถือชั้นวรรณะอีกแล้ว

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 08:58:41 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



อุปมาเผากิเลส


ต่อมาพระองค์ก็ได้นั่งนึกถึงอุปมา 3 อย่าง คือ อุปมาเห็นไม้สดอยู่ในน้ำ ไม้สดอยู่บนที่แห้ง และไม้แห้งอยู่บนที่แห้ง ถ้าต้องการจะสีให้เกิดไฟลุก มันจะต้องเป็นไม้แห้งที่อยู่บนที่แห้ง ไม่ใช่ไม้สดที่อยู่ในน้ำ…เราอยากจะได้ไฟ เอามาสีเท่าไรก็คงไม่เกิดไฟ ซึ่งอุปมาได้ว่า คนที่ออกประพฤติธรรมยังมีจิตใจชุ่มฉ่ำอยู่กับกาม เช่น ออกบวชแล้วยังชอบยังยินดีในรูปสวย ๆ เสียงเพราะ ๆ กลิ่นหอม ๆ ในกุฏิหรือในวัด มีสิ่งประเล้าประโลมมากเกินไป มันก็เหมือนกับเอาไม้สดมาสี มันไม่มีทางเกิดไฟ หากนักบวชคนใดมีจิตที่ชุ่มไปด้วยราคะ ด้วยความใคร่ในรูปสวย ๆ เสียงเพราะ ๆ กลิ่นหอม ๆ รสอร่อย ๆ สัมผัสนุ่มนวลแล้ว ยากที่จะได้ไฟมาเผากิเลส ฉันใดก็ฉันนั้น พระองค์ได้เกิดอุปมานี้ขึ้นในหัวใจ



อุปมาพิณสามสาย


วันหนึ่ง จวนจะเย็นจะค่ำ พระอาทิตย์คล้อยต่ำ แสงแดดเริ่มอ่อนสลัว ๆ พระองค์เห็นหญิงจำนวนหนึ่งกลับจากเล่นดนตรี แล้ววันนั้นเครื่องดนตรีเขาเกิดดังไม่ ด้วยบ้างก็ขึงตึงไป บ้างก็ขึงหย่อนไป บ่นกันว่าวันนี้ดนตรีมันดังไม่เพราะเลยนะเธอนะ มันขึงตึงเกินไป คนหนึ่งก็บอกว่าหย่อนเกินไปพระองค์จึงได้แวบขึ้นในหัวใจด้วยคำพูดของเหล่าสตรีเหล่านี้ว่า โอ ว่าตึง ว่าหย่อนนี้ จึงดังไม่เพราะ เรานี้หนอก็คงจะเป็นเพราะตึงเกินไปก็ได้ จึงยังไม่ได้รู้อะไร

... ท่านฟังแล้วก็อย่าไปคิดเข้าข้างตัวเราว่า มันคงจะตึงเกินไป ที่เราปฏิบัติกันสมัยนี้น่ะไม่ตึงหรอก มีแต่หย่อน มีแต่ยืดกันไปทุกที ๆ..



นิมิตก่อนตรัสรู้


ภาพนี้เกิดนิมิตครั้งสำคัญอันยิ่งใหญ่ โดยฝันว่า พระองค์นั้นได้บรรทมหลับ มือทั้งสองข้างจรดมหาสมุทรทั้งทิศใต้และทิศเหนือ

พระองค์เล่าว่า ในความฝันครั้งนี้ จะแสดงถึงความตรัสรู้อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์จะแผ่พระศาสนาไปจากเหนือจรดใต้ จากบนพื้นแผ่นดินถึงแม่น้ำมหาสมุทร ข้ามไปหลาย ๆ จุดทั่วโลกเลย หมายถึงว่าแผ่พระศาสนาไปเสมือนกับผู้นอนแผ่แล้ว มีมือและแขนยืดยาวไปจรดมหาสมุทรทั้งทางทิศใต้และทิศเหนือ เหมือนเขาสร้างวัดให้พุทธสาวกของพระองค์ได้ประทับทั่วสารทิศขยายแพร่ใหญ่ไพศาล

ภาพความฝันข้อที่สอง ที่เห็นต้นไม้ขึ้นที่กลางสะดือนั้นมีความหมายว่า พระองค์นั้นจะได้รู้อริยมรรค แล้วประกาศเกรียงไกรแก่มนุษย์และเทวดาขึ้นไปจนถึงพรหม หมายถึงว่าเมื่อพระองค์ประกาศไปแล้ว ศาสนาของพระองค์จะงอกงามขึ้น สูงขึ้น ในจิตใจของมนุษย์ประดุจดังต้นไม้ที่งอกพิสดาร คือไม่ใช่งอกขึ้นตามวันตามคืน หมายถึงว่ามันงอกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะความตรัสรู้ของพระองค์นั้นถูกต้อง ดีงาม

ข้อต่อมา ความฝันที่เห็นว่ามีหนอนหัวดำตัวสีขาว พากันมาไต่ตอมชอนไชที่หน้าแข้ง และที่เท้าของพระองค์นั้น ข้อนี้มีความหมายว่า ต่อไปจะมีอุบาสก อุบาสิกา นุ่งขาวห่มขาว แต่ว่าหัวดำ เหมือนหนอนหัวดำ คือยังไม่ยอมโกนผม ยังไปนุ่งขาวห่มขาวบวชชีพราหมณ์บ้าง อะไรต่าง ๆ นานา ยังเป็นหนอนประเภทตัวขาวแต่หัวดำ แต่ก็พยายามจะชอนไชดูดดื่มซับซึมเอาธรรมรสจากพระพุทธองค์ให้จงได้ ก็นับว่าเป็นหนอนที่ใช้ได้ ถึงว่าจะหัวดำแต่ก็ตัวขาวและก็คงจะมีใจขาวต่อไป

ความฝันข้อต่อมา ก็คือฝันว่า เห็นมีนกสีต่าง ๆ กันบินเข้ามารุมล้อมเท้าพระองค์และก็กลายเป็นสีขาวไปหมด หมายความว่า คนที่ต่างชั้นวรรณะไม่ว่าจะเป็นวรรณะพราหมณ์ แพศย์ กษัตริย์ หรือว่าจะเป็นจัณฑาลคนชั้นต่ำ เมื่อได้ประพฤติธรรมร่วมกันแล้วก็จะขาวบริสุทธิ์ ประดุจดังอยู่ในโลกทิพย์โลกสวรรค์อันเดียวกัน จะเป็นชั้นวรรณะกษัตริย์ วรรณะพราหมณ์ หรือว่าวรรณะแพศย์ วรรณะศูทร หรือคนงานชั้นต่ำ ถ้าลองได้ประพฤติธรรมตามที่พระองค์ทรงอบรมสั่งสอนแล้ว ก็จะมีจิตใจขาวบริสุทธิ์ประดุจดังนกที่ต่างสีเหล่านั้น เมื่อมาอยู่ใกล้เท้าพระองค์แล้วก็จะเป็นสีขาวไปหมด

ความฝันข้อที่ห้าฝันว่า พระองค์เดินลุยไปในกองอุจจาระที่เป็นภูเขาใหญ่ แต่อุจจาระไม่ได้ติดเท้าของพระองค์แม้แต่น้อย หมายความว่า ต่อไปนี้ลาภสักการะจะมีมากขึ้นในพระองค์และสาวกของพระองค์ แต่เมื่อถึงธรรมที่พระองค์สอนแล้ว ลาภสักการะเหล่านั้นจะไม่ติดเปื้อนจิตใจให้หลงใหลมัวเมา สยบอยู่ ประดุจดังเดินไปในกองอุจจาระ แต่อุจจาระไม่เปรอะเปื้อนพระองค์แม้แต่น้อย หมายความว่าไม่มัวเมาในลาภสักการะซึ่งเป็นเสมือนน้ำลายและอุจจาระซึ่งเปรอะเปื้อนคนมาเป็นจำนวนมาก คนส่วนใหญ่นั้นชีวิตต้องเศร้าหมองเพราะลาภสักการะ เพราะยินดีในเงินทอง ข้าวของ ลาภสักการะ ที่เขานำมาปรนเปรอ จนติดสยบอยู่ ไปไหนไม่ได้ บางองค์นั้นบวชเข้ามาแล้วก็มาติดข้าวของเงินทองทรัพย์สมบัติต่าง ๆ นานาจนแน่นกุฎิ ไปไหนไม่ได้…ห่วงกุฎิ

มีเรื่องเขาเล่าว่า พระหลวงตาองค์หนึ่งบวชมาแล้วเก็บสะสมไว้นาน ปรากฏว่าวันหนึ่งโจรมางัดกุฏิ เมื่อกลับจากบิณฑบาต…เป็นลมช็อคตาย อย่างนี้ไม่ใช่พุทธสาวก ถ้าเป็นพุทธสาวกของพระองค์แล้ว จะไม่ให้สิ่งเหล่านี้ครอบงำใจให้เปรอะเปื้อนใจเป็นอันขาด เพราะพระองค์ได้ทรงสอนไว้ ให้สละ ให้ละ ให้ปล่อย ให้วาง

ฉะนั้น ความฝันครั้งนี้ก็จะได้เกิดขึ้นกับสาวกผู้ทำจริง ปฏิบัติจริง ตามรอยพระองค์ไปจึงเป็นความฝันครั้งยิ่งใหญ่ก่อนที่จะตรัสรู้

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 09:07:35 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 2



นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส


เมื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ พระองค์ได้ทรงมีผิวพรรณดีขึ้น และได้เสวยข้าวจากนางสุชาดานำมาถวาย ข้าวที่นางสุชาดานำมาถวายพระพุทธเจ้านั้นเรียกว่า ข้าวมธุปายาส เป็นอาหารจำพวกมังสวิรัติ ไม่ปนเนื้อ ไม่เจือปลา ใช้สำหรับบวงสรวงเทพเจ้าโดยเฉพาะ ข้าวมธุปายาสนี้หุงด้วยนมจากแม่โคจำนวนหนึ่งพันตัว โดยให้กินชะเอมเครือ กินอิ่มแล้วไล่ต้อนออกมาแล้วแบ่งออกเป็นสองฝูง ๆ ละ 500 ตัว แล้วรีดเอานมจากแม่โคนมฝูงหนึ่งให้แม่โคอีกฝูงหนึ่งกิน แบ่งและคัดอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนเหลือแม่โค 8 ตัว แล้วจึงรีดน้ำนมจากแม่โคทั้ง 8 มาหุงเป็นข้าวมธุปายาส



อธิษฐานจิตที่โคนต้นโพธิ์


เมื่อเสวยข้าวมธุปายาสของนางสุชาดาแล้ว ผิวพรรณพระองค์จึงได้เปล่งปลั่งขึ้น ทรงนั่งที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์หรือต้นโพธิ์ โดยการเอาหญ้าคาที่โสตถิยพราหมณ์ถวายมาปูนั่งแล้วอธิษฐานจิต การนั่งบนหญ้าคานั้นหมายถึงจะไม่ให้กิเลสทิ่มแทงจิตใจ

พระองค์ได้อธิษฐานจิตในคืนนั้นว่า เราจะไม่ยอมคลายบัลลังก์ลุกออกจากที่นี้ ถ้าจิตของเราไม่บรรลุถึงอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ แม้เลือดเนื้อในกายจะเหือดแห้ง เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ตามที เราจะไม่คลายบัลลังก์นี้

นี่แหละท่านสาธุชนผู้ชมภาพพระพุทธประวัตินี้แล้ว เคยอธิษฐานอะไรจริงจังในการละกิเลสอย่างพระองค์บ้าง



ผจญมารผู้ขวางทาง


ในคืนนั้น พญามารฝูงใหญ่ก็ได้แห่กันมารังควานพระองค์ มารแปลว่าผู้ขวางทางอันไม่ให้ถึงจุดหมายดีงาม หรือสิ่งที่มาขวางคุณงามความดีที่จะเกิดขึ้นในหัวใจ หรือความประพฤติของเราก็ได้ มารต่าง ๆ ผุดขึ้นในสมอง มาเรียกร้องเชิญชวนให้พระองค์กลับวัง เดี๋ยวพ่อบ้าง เมียบ้าง ลูกบ้าง ทรัพย์สินต่าง ๆ ในพระราชวังบ้าง แต่พระองค์ก็ข่มใจไม่ให้หวั่นไหว ข่มใจระงับไว้ แม้มารจะมาขวางทางอย่างไรพระองค์ก็ใจแข็ง ทรงข่มพระทัยมั่นคงที่จะบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณให้ได้

ถ้าเป็นพวกเราอาจจะวิ่งจีวรปลิว สบงปลิว วิ่งผ้าปลิวกันไปตาม ๆ กัน นี่แสดงว่าน้ำพระทัยของพระผู้มีพระภาคนั้นเหมาะสมที่จะตรัสรู้อย่างยิ่ง

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 09:15:22 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 3



แย้มพระสรวลเยาะมาร


ด้วยจิตใจที่มั่นคง แม้มารจะมาด้วยวิธีไหนก็ไม่สามารถยั่วยวนพระองค์ได้สำเร็จ พระองค์จึงได้ทรงยิ้มเยาะมาร ทรงแย้มพระสรวลเยาะมารว่า เจ้ามารเอ๋ย เจ้าได้พาเราล่องแล่นไปในสังสารวัฏฏ์ ได้เวียนว่ายมานานนักแล้ว เจ้ากลับไปเสียเถอะมารผู้มีบาป เจ้าได้ลวงเราโดยเอาความเป็นกษัตริย์มาล่อเราให้หลงยศ หลงตำแหน่ง เจ้าเอารูปโฉมเลอเลิศของนางสนมกำนัลมาผูกพันเราไว้ เจ้าเอาสวนสระปราสาท เอาพิมพา ราหุลลูกรัก รูปโฉมงดงามของลูกและภรรยา มาผูกพันเรา บัดนี้อย่าได้หวังเช่นนั้นอีกเลย เจ้ามารเอ๋ย กลับไปเถอะ เท่านั้นเอง มารผู้มีบาปก็หงายหลังกลับไป



บำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้


หลังจากมารกลับไปหมดแล้ว พระองค์จึงได้ตั้งความเพียรอันเข้มข้นยิ่งยวดต่อไปแล้วในที่สุดก็ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาโพธิญาณในคืนนั้นเอง

เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาโพธิญาณแล้ว เหล่าพืชพันธุ์ในป่า ต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดเบ่งบานชูช่อชามยิ่งนัก พระองค์ได้เสวยวิมุตติสุขร่วมกับเหล่าสัตว์เล็กใหญ่ในป่านั้น ทั้งฝูงวิหคนกกาในป่าก็พากันรื่นเริง ฝูงกวางและสัตว์ต่างๆพากันรู้สึกว่าชีวิตปลอดภัยยิ่งนัก เพราะต่อแต่นี้ไป พระธรรมคำสอนของพระองค์จะแผ่ไพศาลไปสู่จิตใจโหด ให้กลายเป็นผู้เมตตาปรานีต่อเพื่อนร่วมโลก ซึ่งจะทำให้อยู่กันอย่างสงบสุขและปลอดภัย



อุบาสกคู่แรกในพระพุทธศาสนา


เมื่อพระองค์ตรัสรู้ใหม่ๆทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่ใต้ต้นไม้เกด มีพ่อค้าวาณิชสองคนชื่อตปุสสะคนหนึ่ง ภัลลิกะคนหนึ่ง เดินทางมาจากอุกกลชนบท มาพบพระพุทธเจ้าประทับอยู่ใต้ต้นไม้เกด มีผิวพรรณผ่องใสยิ่งนักก็เกิดความเลื่อมใส ได้นำข้าวสัตตุก้นสัตตุผงหรือข้าวที่ตำเป็นก้อนๆปั้นๆ ซึ่งเป็นเสบียงของตนเข้าไปถวายพระผู้มีพระภาค และขอนับถือพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมกับพระธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้เป็นที่พึ่งที่ระลึก แต่ยังขาดพระสงฆ์ เรียกว่ามีสองพระรัตนตรัย พระรัตนตรัยยังไม่ครบ กล่าวมีเพียงเฉพาะพระพุทธเจ้ากับพระธรรมเท่านั้น

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 09:24:07 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 4



พรหมอาราธนาแสดงธรรม


เมื่อตรัสรู้ใหม่ๆพระองค์รู้สึกท้อพระทัยในการที่จะนำสิ่งที่ตรัสรู้ อันเป็นพระธรรมที่ลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพนั้นสอนชาวโลกเป็นยิ่งยัก แต่ด้วยน้ำพระทัยอันเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่นจึงได้คิดที่จะช่วยสอน แสดงถึงว่าเหมือนมีพรหมผู้ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มาอาราธนา ซึ่งภาพนี้เขาได้วาดให้เห็นเป็นเสมือนกับว่ามีพรหมมาอาราธนา เรียกว่าจากนามธรรมมาเป็นรูปธรรมสักหน่อยหนึ่ง ภาพนี้เขาก็วาดได้สวยมากเป็นพรหมโปร่งแสง สีสันวาว ออกมาอาราธนาให้พระองค์ทรงเห็นใจแก่สัตว์ผู้ทุกข์ยาก มีกิเลสมีธุลีในดวงตาน้อย แต่ขาดผู้แนะนำพร่ำสอน จึงขาดประโยชน์จากการรู้ธรรม ขอพระองค์ทรงโปรดแก่ชนเหล่านั้นเถิด



บัวสี่เหล่าคนสี่ประเภท


ในที่สุด พระผู้มีพระภาคได้อุปมาว่า คนมีสี่จำพวกซึ่งเปรียบได้กับบัวสี่เหล่ากล่าวคือ ๑. บัวประเภทบานแล้ว ได้แก่คนเข้าใจง่าย พูดนิดเดียวก็เข้าใจสว่างไสว ๒. บัวที่กำลังปิ่มน้ำจะบานจะโผล่ขึ้นมา หมายถึงคนที่จะจูงพร่ำสอนกันหลายเที่ยวหลายครั้ง ๓. บัวที่ยังอยู่ลึกไปกว่านั้น หมายถึงคนที่ได้รับฟังหลายครั้งหลายหนแล้วก็ยังจะต้องอาศัย เพื่อนฝูงที่ดีคอยกระตุ้นเตือน และ ๔. บัวที่อยู่ใต้น้ำ หมายถึงคนที่สอนเท่าไรก็ไม่รู้เรื่อง พยายามจะโต้แย้ง จะเถียงจะรั้น จะดันทุรังไปก่อน

ท่านอยู่ประเภทไหน หรืออาจจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นเหล่าที่ห้า หุบๆบานๆพอฟังพอรู้เรื่อง อะไรดีก็สว่างไสวขึ้นแวบหนึ่ง แล้วก็กลับไปมืดมนต่อไปอย่างนั้นหรือ?



นำธรรมะสู่สัตว์ผู้ทุกข์ยาก


เมื่อทรงเปรียบคนได้กับบัวสี่เหล่าแล้ว ในที่สุดพระองค์ก็ได้ทอดพระเนตรได้ตาใน คือธรรมจักษุ มองเห็นบรรดาเหล่าสัตว์โลกทั้งหลายที่ตกอยู่ในความทุกข์ยาก ถูกเพลิงกิเลสเผาผลาญชีวิต พากันระงมร่ำไห้ เจ็บปวดอยู่ด้วยไฟราคะ ไฟโทสะ และไฟโมหะ ทำให้พระองค์ทรงเกิดความสงสารขึ้นอย่างจับใจ และคิดจะนำความจริงที่พระองค์ตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง เผยแพร่ไปสู่เขาเหล่านั้น เพื่อความดับไปแห่งไฟราคะ ไฟโทสะ และไฟโมหะ ให้มอดดับลง เพื่อจะได้อยู่กันอย่างมีความสงบเย็น



คัดลอกทั้งภาพและคำบรรยายมาให้ชมจากที่นี้ครับ
http://www.rmutphysics.com/

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [24 ส.ค. 2550 , 09:33:21 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 5


กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2550 , 09:59:00 น.] ( IP = 124.121.172.142 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านไปก็คิดตามไปถึงความเสียสละของพระพุทธองค์ที่กว่าจะตรัสรู้ธรรมแล้วนำมาแจกจ่ายนั้น ต้องผ่านความยากลำบากอย่างมากมาย

และก็รู้สึกตลกตรงข้อความที่ผู้แต่งเสริมไว้

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะคุณไผ่สีทอง

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2550 , 16:35:58 น.] ( IP = 58.9.144.114 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาในกุศล
ที่คุณไผ่สีทองนำมาฝากนะคะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2550 , 20:53:36 น.] ( IP = 125.24.63.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org