มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รูปและคำบรรยายพระพุทธประวัติ(๕)






มอบอริยทรัพย์ให้ราหุล


พระเจ้าสุทโธทนะต้องการให้พระราหุลเป็นกษัตริย์แห่งกบิลพัสดุ์ต่อไป เมื่อราหุลเข้าพบพระผู้มีพระภาค พระองค์ได้ถามราหุลว่าอยากได้ทรัพย์สมบัติหรืออริยทรัพย์ ถ้าต้องการอริยทรัพย์ก็ไปกับพ่อเถอะ จะมีมอบให้มากมาย แต่ถ้าอยากได้แค่ทรัพย์สมบัติซึ่งมันวิบัติได้ ก็อยู่รับต่อไป ด้วยความรักพ่อ อยากอยู่ใกล้พ่อ ราหุลจึงไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติ พระเจ้าสุทโธทนะถึงกับผิดหวัง ลูกก็ผิดหวังไปแล้ว นี่ยังมาผิดหวังกับหลานอีก จึงได้มีการขออนุญาตพระพุทธเจ้าว่า ต่อไปนี้จะเอาลูกใครเขาไปบวชก็ขอให้ถามบิดามารดาให้เขาอนุญาตเสียก่อน จึงเป็นคำหนึ่งที่พระอุปัชฌาย์ได้ถามผู้เข้ามาบวชว่า บิดามารดาอนุญาตแล้วหรือ? อย่างนี้เป็นต้น ถ้าไม่อนุญาตก็บวชไม่ได้



ตรัสตอบบัญญัตพระวินัย


พระสารีบุตรได้มากราบอาราธนาพระผู้มีพระภาคให้ทรงบัญญัติพระวินัย เพราะเมื่อสาวกอยู่กันมากมายย่อมจะมีการเป็นอยู่ที่ไม่งดงาม

พระผู้มีพระภาคจึงได้กล่าวว่า เรื่องนั้นเรารู้และเข้าใจ เรื่องที่สารีบุตรบอกว่าวินัยเป็นเสมือนเชือกเส้นด้ายที่รวบรวมดอกไม้ต่าง ๆ จะเป็นดอกดาวเรือง บานไม่รู้โรย มะลิ อะไรก็ตาม แต่ถ้ามีเส้นเชือกเข็มร้อยไปแล้ว ก็จะอยู่กันอย่างงดงาม พระองค์ก็บอกว่าเราจะมาสร้างวินัยขึ้นก่อนโดยเหตุการณ์ไม่เกิดนั้น ก็เป็นเรื่องที่ยังไม่บังควร เราจะคอยกำหนดตามทีหลัง ซึ่งเป็นเรื่องค่อยว่าค่อยแก้ไขกันไป ไม่ใช่มาสร้างข้อบังคับอะไรไว้ล่วงหน้าก่อนมากมาย มันจะเกิดเรื่องยุ่งยาก



บัญญัติปฐมปาราชิก


ต่อมา ทรงบัญญัติปฐมปาราชิก ด้วยพระสุทินเป็นต้นเหตุ

มีเรื่องเล่าว่า แม่ของพระสุทินต้องการที่จะได้ลูกสืบวงศ์ตระกูลไว้ ก็เลยพยายามชักชวนให้ไปทิ้งพืชพันธุ์ไว้ช่วงหนึ่งเถิด ที่จริงพระสุทินไม่ปรารถนาที่จะไปเสพสมกามารมณ์อะไรกับภรรยาเก่าอีก แต่เนื่องจากแม่ปรารถนาที่จะให้มีลูกไว้สืบสกุล เมื่อถูกขอร้อง พระอสุทินก็ไปทำให้ตามความต้องการ เมื่อมีพระนำเรื่องนี้มาโจษขานกัน พระพุทธองค์ก็ทรงบัญญัติพระวินัยขึ้นเป็นข้อแรกว่า ภิกษุผู้ปรารถนาที่จะพ้นจากบ่วงทั้งปวงแล้ว ไม่ควรไปยินดีในเมถุนอีก เรื่องนี้เป็นครั้งแรก พระสุทินก็ไม่ผิดหรือขาดจากความเป็นบรรพชิต เพราะไม่ได้มีจิตใจยินดี และตอนนั้นพระวินัยยังไม่ได้บัญญัติ

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [27 ส.ค. 2550 , 09:23:38 น.] ( IP = 58.9.143.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ทรงบัญญัติความฟุ้งเฟ้อ


ต่อมา มีลูกของเศรษฐีมาออกบวช ปรากฏว่าได้ประดับตกแต่งจัดทำกุฏิอย่างสวยงาม พระองค์เห็นว่าจะเป็นการหลงใหลมัวเมาที่อยู่อาศัยมากเกินไป จึงได้สั่งให้ภิกษุรูปนั้นรื้อทำลายกุฏิเสีย หมายความว่าเพื่อไม่ให้หลงใหลยินดีในการอยู่ดีกินดี จนติดใจหลงใหล ไม่มุ่งบำเพ็ญความเพียร ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่สวนทางกับความรู้สึกของคนทั่วไป ซึ่งทะยานใหญ่จนกระทั่งไปดาวน์ไปผ่อนไปส่งเขามากมาย พระองค์นั้นต้องการให้ขูดเกลาให้ อยู่งาม อยู่ง่าย



การฆ่าเป็นบาปอย่างยิ่ง


เมื่อพระองค์ทรงสอนให้พิจารณาเห็นร่างกายสังขารเป็นของเปื่อยเน่า พระจำนวนหนึ่งพากันพิจารณาจนเบื่อหน่ายในสังขาร เข้าใจผิดคิดว่าดับกิเลสคือดับชีวิต ถ้าสิ้นชีวิตถึงจะสิ้นกิเลส ให้สิ้นทุกข์ก็ต้องสิ้นชีวิต จนกระทั่งบรรพชิตพากันไปจ้างเขาให้มาฆ่าตัวให้ตายเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเหลือน้อยเต็มที

พระองค์จึงได้ทรงบัญญัติว่า การฆ่าตัวตาย หรือ ฆ่าผู้อื่นตาย ก็เป็นความผิดขั้นปาราชิกคือขาดจากความเป็นบรรพชิต พระองค์ก็ทรงแก้ไขเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดความพอดิบพอดีในการปฏิบัติธรรมให้ลุล่วงชำระกิเลสได้ไม่ผิดทางว่า ให้ดับกิเลสแล้วปล่อยชีวิตอยู่ต่อไปทำประโยชน์ได้



อวดอุตริมนุษยธรรม


ต่อมาเมื่อบรรพชิตมากเข้าก็ต้องมีคนไม่ดีหลงเข้ามาเป็นธรรมดา ถ้ามีมากขึ้นก็ต้องเสียหายไปเป็นธรรมดา แต่การแก้ไขนั้นก็ต้องมีตามมา พระองค์ก็ได้พยายามแก้ไขบัญญัติ ข้อห้ามไม่ให้กระทำสิ่งที่เสียหาย

เรื่องมีว่า พระไปจำพรรษา เกิดข้าวยากหมากแพง ก็ได้ออกอุบายหลอกญาติโยมว่าให้ทำบุญกับองค์นั้นสิเป็นพระอรหันต์ ญาติโยมก็นำอาหารมาถวายจนอ้วนพี ปรากฏว่าเมื่อพระอีกส่วนหนึ่งไปอยู่ในที่อดอยากก็ผอม แต่ว่าพระเหล่านี้ไม่หลอกลวงโยม ไม่ยอมทำความผิด ต่อมาพระองค์จึงได้ทรงบัญญัติว่า ภิกษุที่ไปอวดอ้างว่าได้ บรรลุฌาน ได้บรรลุพระอรหันต์ ก็ต้องผิด ถ้าไม่มีคุณธรรมวิเศษนั้นเอง ก็ขาดจากความเป็นบรรพชิต ถ้ามีก็ยังถือว่าผิด เป็นการอวดอ้างตนที่ไม่เหมาะสม

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [27 ส.ค. 2550 , 09:30:12 น.] ( IP = 58.9.143.74 : : )


  สลักธรรม 2



อบรมธรรมแก่สาวก


พระองค์ได้พยายามอบรมพระสาวกของพระองค์ให้ทำตนเหมือนสะใภ้ใหม่ คือให้เหมือนภาพแรก สะใภ้ใหม่นั้นต้องเคารพกราบนอบนบพ่อผัวแม่ผัว สะใภ้เก่านั้นบางทีชี้หน้าด่าแม่ผัวพ่อผัว ถ้าเปรียบเทียบกับพระภิกษุ ก็หมายถึงจะต้องทำตัวนอบน้อย เชื่อฟังพระเถระ หรือว่าทำตัวให้รู้จักอาย เข้าสู่วงศ์ตระกูลพ่อผัวแม่ผัวแล้วต้องเป็นคนอายชั่ว กลัวบาป ไม่ใช่เป็นคนหน้าด้าน อายลำบาก อะไรดังที่เขาเป็นกันทั่วไป

นี่ก็เป็นเรื่องที่พระองค์พยายามตะล่อมสาวกของพระองค์ให้ดีงาม ให้เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธา



จงเป็นธรรมทายาท


พระองค์ได้พยายามเน้นพระสาวกของพระองค์ให้เป็นธรรมทายาท อย่าเป็นอามิสทายาท ทรงเล่าย่อๆว่า ถ้าหากมีภิกษุสององค์ องค์หนึ่งตั้งใจเป็นธรรมทายาท จะไม่รับอาหารบิณฑบาตรลาภสักการะของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ทรงเหลือมาให้ ถึงจะอดอย่างไรก็ไม่รับ แต่องค์หนึ่งพยายามจะรับของฉันที่เหลือจากพระพุทธเจ้า หมายความว่าคอยรับลาภสักการะจากคนที่เลื่อมใสศรัทธานำสักการะมาให้พระองค์ เรียกว่ามีแต่รับไม่มีจ่าย หรือที่เรียกกันว่ามีแต่เทค ไม่มีกิ๊ฟ ก็กลายเป็นพระประเภทที่เรียกว่า เป็นญาติข้างกากเดน หรือพวกเศษอาหาร มานอนกอดกากที่ชาวบ้านเขาถวายอยู่ ไม่มุ่งสละละปล่อยวางบำเพ็ญประโยชน์ตนให้มากขี้น ประโยชน์ส่วนรวมให้มากขึ้น



โทษการหลงใหลหลับนอน


พระองค์ได้ทรงแสดงโทษของการหลงใหลในการนอน บอกกับภิกษุทั้งหลายโดยเล่าเรื่องเจ้าแผ่นดินแห่งลิจฉวีให้ฟังว่า เมื่อก่อนโน้นกษัตริย์ลิจฉวีนอนหนุนขอนไม้ ไม่เห็นแก่การนอน มีความเพียรที่จะปกป้องแผ่นดิน ต่อมากษัตริย์ลิจฉวีหันมานอนหนุนหมอนอันนุ่มนิ่ม ก็เกิดนอนตื่นสาย มารหรือศัตรูย่อมได้ช่อง

ฉะนั้นพระองค์ได้ทรงเน้นกับภิกษุทั้งหลายว่าอย่าเห็นแก่นอน มารจะได้ช่อง อย่าปล่อยให้มารผู้มีบาปเข้าครอบงำคือการหลับใหล แล้วเราจะไม่มีความเพียร ความระวัง ในการที่ป้องกันกิเลส เผาผลาญกิเลส ฉะนั้นอย่าเห็นแก่การนอน นี่คือคำสอนและวิงวอนชักชวนของพระผู้มีพระภาคแห่งเราทั้งหลาย

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [27 ส.ค. 2550 , 09:37:51 น.] ( IP = 58.9.143.74 : : )


  สลักธรรม 3



มหาสติปัฏฐาน


ต่อมาพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมกับภิกษุว่า อิริยาบถสี่ คือ การยืน เดิน นั่ง นอน ให้สมบูรณ์อยู่ด้วยสติปัฏฐานสี่ การตั้งสติกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง คือความที่สิ่งนั้นมันเป็นของมันเอง คือเฝ้าพิจารณาอยู่เนือง ๆ ในกาย…การตั้งสติกำหนดพิจารณากายให้รู้เป็นตามเป็นจริง เวทนาการตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนาให้รู้เป็นตามเป็นจริง จิต…การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิตให้รู้เป็นตามเป็นจริง และธรรม…การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรมให้รู้เป็นตามเป็นจริง อย่าปล่อยให้อิริยาบถทั้งสี่เป็นเรื่องคลุกคลี ปราศจากสติปัฏฐานสี่แล้ววันคืนของเธอทั้งหลายจะเจริญ



อสรพิษร้ายของภิกษุ


พระองค์ได้ทรงพูดกับพระอานนท์ถึงเรื่องห่อเงินและทอง ซึ่งตกอยู่ข้างคันนา ที่โจรปล้นแล้วนำมาทิ้งไว้ พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า ห่อเงินและทองเหล่านี้ พวกเราทั้งหลายผู้เป็น บรรพชิตแล้ว ควรจะมองเห็นว่า นี่คืออสรพิษ ส่วนชาวบ้านทั่วไปมีจิตเพ่งเล็งเห็นว่าคือแก้วสารัดนึก เราควรเห็นว่านี่คือแก้วสาพัดพิษ เพราะว่าการแย่งข้าวของเงินทองนั้น ทำให้เข่นฆ่า แก่งแย่ง ล้างผลาญชีวิตซึ่งกันและกัน ฉะนั้นเราไม่ควรมีจิตยินดีในเงินและทอง นี่เป็นคำพร่ำสอนของพระศาสดาผู้ชี้โทษแก่พระสาวกทั้งหลาย ว่าอย่าเป็นผู้ยินดีสะสมในเงินและทอง



แสดงธรรมกระหนาบสาวก


พระองค์ทรงแสดงธรรมกระหนาบภิกษุทั้งหลายว่า…ถ้าขืนปล่อยทำตนให้มัวเมาเปียกแฉะ ซึ่งคนมากล่าวโทษในความประพฤติอันไม่ดีงามของเรา สูตรนี้พระองค์ทรงแสดงอย่างชนิดที่ให้ภิกษุผู้แก้ยาก หน้าด้าน ได้สะเทือนความรู้สึกสักทีหนึ่ง พระองค์ทรงแสดงธรรมโดยกล่าวเปรียบเทียบอุปมาว่า ภิกษุถ้าไม่ประพฤติพรหมจรรย์ให้งาม ให้ดี ประพฤติแหกคอกนอกวินัยแล้ว ก็จะมีลักษณะเหมือนกับการที่ได้กลืนกินก้อนถ่านเหล็กแดงของชาวบ้าน ที่เขาได้ให้ข้าว ให้น้ำ ให้อาหาร แล้วมีแรงทำความชั่ว ให้เร่าร้อนใจต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

ภิกษุทั้งหลาย ระหว่างการได้ลูบไล้สัมผัสกับลูกสาวคณหบดีที่มีผิวพรรณอันนุ่มนิ่มกับการเอาถ่านไฟแผ่นเหล็กนาบลงไปบนหลัง อันไหนจะดีกว่ากัน ภิกษุบางองค์ที่มัวเมาในการทำผิดกับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสอันนุ่มนวลชวนให้หลงใหลก็ตอบว่า ได้ลูบไล้ลูกสาวคหบดีนั่นแหละจะมีความสุข

พระองค์บอกเราว่า…คนที่ประพฤติชั่วแล้ว ควรจะเอาแผ่นเหล็กนาบลูบไล้ให้ตายไปเสียในกองไฟในแผ่นเหล็กนั้น ยังดีกว่าที่จะกลืนกินก้อนข้าวชาวบ้านแล้วประพฤติชั่วจะทำให้ตัวเองต้องตกนรกคือร้อนใจไม่ได้หยุดหย่อน ถ้าได้ตายไปเสียเลยทีเดียว หมดแรงทำชั่วต่อไปจะดีกว่า และพระองค์ทรงเน้นว่า…การที่ได้เอามีดกรีดลงไปในหนังให้ขาดเป็นชิ้น ๆ ให้เลือดหยด กับการได้อภัยโกรธ หมายความว่า ถ้าหากว่าอยู่ด้วยความโกรธ อาฆาตมาดร้ายกับผู้อื่นแล้ว ให้เขาเอามีดเอาเลื่อยมากรีดเนื้อให้ขาดทะลุหนัง แล้วเรายังคุมความโกรธได้ ท่านก็ว่านั้นเป็นสาวกของเรา แต่ถ้าคุมไม่ได้ล่ะก็อย่าอยู่เลย ให้มันตายไปเสียดีกว่า เพราะฉะนั้นมีสาวกที่ขี้โกรธ ที่มัวเมาลุ่มหลงในกำหนัดขัดเคืองอะไรต่าง ๆ ที่ประพฤติไม่ดีอยู่ในจำนวนฟังครั้งนี้ มีพระภิกษุ 180 รูป ปรากฏว่ากระอักเลือดอาเจียนออกมาเป็นโลหิต 60 รูป ขอสึก 60 รูป และบรรลุพระอรหันต์ตรงนี้เอง 60 รูป

ภิกษุผู้ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ฟังแล้วเกิดปิติปราโมทย์ ไม่ขยะแขยงในความประพฤติ ก็บรรลุธรรมไป ส่วนภิกษุผู้ที่ขยะแขยงต่อความประพฤติของตัวเองอย่างหนักก็ถึงกับกระอักเลือดหรืออาเจียนเป็นโลหิตออกมาเลยทีเดียว

ความประพฤติทำให้ตัวเองต้องร้อน ถ้ากลืนกินก้อนข้าวชาวบ้านแล้วประพฤติชั่วก็เท่ากับคลืนกินของร้อนให้ตัวเองได้มีโอกาสหาเรื่องร้อนใส่ปาก ใส่ท้อง ใส่ใจต่อไปนั่นเอง

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [27 ส.ค. 2550 , 09:45:56 น.] ( IP = 58.9.143.74 : : )


  สลักธรรม 4



ความเห็นไม่ตรงกัน


พระภิกษุเป็นจำนวนมากพากันไปอยู่ในป่าโคลิงคสาลวันร่วมกับพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วเกิดความเห็นมีทิฎฐิไม่ตรงกัน พระสารีบุตรว่า ป่านี้จะต้องมีภิกษุที่มีปัญญาเรืองเลิศจึงจะทำให้เกิดความสวยงามขึ้นในป่านี้ พระโมคคัลลานะว่าจะต้องมีฤทธิ์ จึงจะทำให้ป่านี้สวยวิจิตรพิศดาร พระกัสสปะกล่าวว่า จะต้องถือธุดงค์เคร่งครัดจึงจะทำให้ป่านี้สวยชัดน่าชื่นชม อย่างนั้นอย่างนี้ จึงได้พากันนำเรื่องราวมาเฝ้ากราบทูลถามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นว่า ป่านี้จะงดงามต่อเมื่อภิกษุในป่านี้เสร็จภัตตกิจแล้ว ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่น ถอนความพอใจและความไม่พอใจ คลายอุปาทานเสีย ป่านี้แหละจะงดงาม



แม่ทัพธรรม


ภาพนี้พระองค์ทรงแสดงธรรมกับพระปุณณะซึ่งมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการที่จะนำธรรมของพระศาสดาไปเผยแพร่ และเมืองที่จะไปนั้นเป็นเมืองที่มีคนดุร้าย มีคนโหดร้ายมาก พระองค์จึงได้ถามความแน่ใจว่า ปุณณะ ถ้าเธอจะไปเผยแพร่ธรรมในเมืองนั้นคนเขาไม่ชอบเขาด่าว่าเอาจะทำยังไง พระปุณณะตอบว่า…เขาด่าเขาว่าก็จะคิดว่าดีกว่าเขาขว้าง เขาทิ่ม เขาตี ถ้าเขาขว้างด้วยก้อนหินก้อนดินล่ะ…ก็คิดว่ายังดีกว่าที่เขาจะใช้มีดใช้ขวานฟัน ถ้าเขาใช้มีดใช้ขวานฟันลงมาล่ะ…ก็คิดว่ายังดีเราไม่ได้ฆ่าตัวตาย พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ปุณณะ เธอเหมาะสมแล้วที่จะเป็นแม่ทัพธรรม นำธรรมะสู่ประชาชน โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใด ๆ



ความหลุดพ้น


พระองค์ทรงแสดงธรรมกับภิกษุว่า พรหมจรรย์ของตถาคตนั้นเหมือนกับคนคนหนึ่งเดินเข้าไปในป่า ปรารถนาที่จะได้แก่นไม้ แต่แล้วไปติดแค่ใบไม้ เปลือกไม้ กระพี้ไม้ไม่เข้าถึงแก่น พูดง่ายๆว่า พอหลงใหลแค่ได้ลาภสักการะ แค่ศีล สมาธิ ไม่ถึงตัววิมุตติตัวปัญญาอันสูงสุด

ฉะนั้นคนบางคนมาบวชแล้วเกิดลาภสักการะ ทำสมาธิก็ภูมิใจ พอใจ นึกว่าได้แค่นี้ดีที่สุด แล้วเลิกทำ…ไม่ใช่ เรื่องของศาสนาต้องถึงขั้นวิมุตติ คือหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง จึงเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องระวัง พระองค์ทรงย้ำกับสาวกในครั้งกระโน้น ในครั้งกระนี้ถ้าอยู่…พระองค์คงจะเทศน์น่าดูทีเดียวให้เอาเปลือกไปทิ้งเป็นหอบๆกันละ



คัดลอกทั้งภาพและคำบรรยายมาให้ชมจากที่นี้ครับ
http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/buddhist1/index/

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [27 ส.ค. 2550 , 09:53:57 น.] ( IP = 58.9.143.74 : : )


  สลักธรรม 5


อ่านง่ายพร้อมภาพประกอบที่สวยงามมากค่ะ

กราบอนุโมทนา และขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ส.ค. 2550 , 10:21:12 น.] ( IP = 124.121.174.131 : : )


  สลักธรรม 6

คำบรรยายแต่ละตอนอ่านเข้าใจง่ายดีจังเลยค่ะ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยนะคะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ส.ค. 2550 , 12:47:38 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ ที่ได้นำภาพและคำบรรยายมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [27 ส.ค. 2550 , 23:23:49 น.] ( IP = 58.8.45.201 : : )


  สลักธรรม 8


เป็นที่น่าสนใจทั้งภาพ และเนื้อเรื่อง

ขออนุโมทนา ผู้ที่จัดทำ และขอบพระคุณผู้ที่นำมาฝาก
"คุณไผ่สีทอง"" มากค่ะ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ส.ค. 2550 , 14:06:10 น.] ( IP = 58.9.99.95 : : )


  สลักธรรม 9

ภาพประกอบทั้งหมด ทำไม? ไม่ให้เครดิตพ่อผมเลย?

โดย โชคชัย - [15 ก.ค. 2551 , 22:42:16 น.] ( IP = 161.246.1.37 : : 161.246.81.20 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org