มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๓๘)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๓๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวก่อน คุณลุงได้อธิบายเจตสิกตัวที่ชื่อว่า "อิสสา"ไปแล้ว ผมก็พอเข้าใจ วันนี้ผมมาขอศึกษาต่อใหม่อีก คุณลุงจะให้ผมศึกษาเจตสิกตัวไหน ผมก็พร้อมจะฟังการบรรยายอยู่แล้ว

ก. กลุ่มของโทสะลุงก็ได้แสดงไปแล้วว่ามี ๔ ตัวด้วยกัน คือ โทสะ อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจะ

เมื่อหลานได้เรียนไปแล้ว ๒ ตัว ในวันนี้ลุงก็จะได้บรรยายตัวที่ ๓ คือ มัจฉริยเจตสิก

มัจฉริยเจตสิก คืออะไร

มัจฉริยเจตสิก ได้แก่ความตระหนี่ ความเหนียวแน่น ไม่ยอมเสียสละ ในลาภ ในความรู้ เป็นต้น ของตนให้แก่ผู้อื่น

โดย พี่เณร....นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:05:55 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ป. คุณลุงขอรับ ผมขอถามขัดขึ้นมากลางคันสักหน่อยเถิด เหตุใดความตระหนี่ ความเหนียวแน่น ไม่ยอมเสียสละจึงเป็นอกุศลไปได้ เขาไม่ยอมให้เงินทองข้าวของแก่คนอื่นนั้นเป็นบาปด้วยหรือ ทั้งจะเป็นฝ่ายโทสะไปได้อย่างไรกัน ทรัพย์สิน เงินทอง ลาภยศ กว่าจะหามาได้ก็ด้วยความลำบาก บางทีก็ต้องใช้คำว่าแสนเข็ญทีเดียว ดังนั้น เจ้าของจำต้องสงวนหรือหวงแหนไว้พื่อประโยชน์ของตนเองตามสมควร

หากได้ลาภมาเท่าใดก็เผื่อแผ่ไปไม่เลือกหน้าเพราะเกรงจะเกิดเป็นบาป เกรงว่ามัจฉริยะความตระหนี่จะเข้าประกอบ ไม่ช้าก็จะต้องได้รับความลำบากเพราะไม่ตระหนี่เป็นแน่ กฏเกณฑ์เช่นนี้เป็นการทำลายจิตใจ และไม่มีความเป็นธรรมเสียเลย ที่ผมต้องคัดค้านคุณลุงก่อนที่คุณลุงจะอธิบายนั้นก็เพราะผมคิดว่า การหวงแหนทรัพย์สมบัติของตนเองนั้นไม่ควรที่จะว่าเป็นบาป

อนึ่ง บาปที่เกิดขึ้นก็เหมือนกัน ถ้าจะเป็นบาปจริงๆ แล้ว ก็เหตุใดจึงไม่เอามัจฉริยะเข้าไปรวมไว้ในกลุ่มของโลภะเล่าขอรับ เพราะเป็นเรื่องหวงแหน เรื่องของคนขี้เหนียว แต่กลับเอาไปรวมกับกลุ่มของโทสะ อันเป็นความโกรธความเสียใจ ผมเห็นว่าเรื่องไม่ตรงกันเลย มันไม่ควรจะเป็นดังนั้น คุณลุงจัดหมวดหมู่พลั้งเผลอผิดไปหรือประการใด

ก. หลานนี่สำคัญจริงๆ ช่างสังเกต ช่างพิจารณาดีแท้ๆ ลุงยังไม่ทันจะอธิบายก็พบแง่มุมอันน่าคิดเสียแล้ว หลานถามมาเป็นหัวข้อสำคัญที่ควรจะถามก่อนที่จะได้เรียนกันต่อไปเหมือนกัน ฉะนั้น ลุงจึงมิได้ทักท้วง ปล่อยให้หลานซักถามได้ตามชอบใจ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:06:36 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 2



ที่หลานถามมานั้นแบ่งออกเป็น ๒ หัวข้อคือ

เหตุใดมัจฉริยเจตสิก อันได้แก่ความตระหนี่เหนียวแน่น เป็นการหวงทรัพย์สมบัติของตนเอง จึงได้เป็นอกุศล

เหตุใดมัจฉริยเจตสิก เป็นความตระหนี่เหนียวแน่นในทรัพย์สมบัติของตนเอง จึงได้อยู่ในกลุ่มของโทสะ น่าจะรวมอยู่ในกลุ่มของโลภะมากกว่า เพราะเป็นความโลภอยากจะได้เข้ามา

ก่อนที่ลุงจะตอบข้อแรก ลุงจะยกตัวอย่างถามหลานเสียก่อน แม้ว่าจะยังไม่ตรงเป้าหมายนัก ก็พอจะเปรียบเทียบให้เข้าใจได้บ้างเป็นลำดับ

ถ้ามีคนสักคนหนึ่งกำลังตกลงไปในน้ำ แสดงท่าทางว่าว่ายน้ำไม่เป็น มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ พอที่จะหาไม้สักอันหนึ่งยื่นออกไปให้จับ เพื่อช่วยชีวิตของเพื่อนมนุษย์สักคนหนึ่งเอาไว้ แต่เขาก็หาได้ทำเช่นนั้นไม่ หลานคิดว่าบุคคลเช่นนี้เป็นอย่างไร

ป. ผมก็ต้องว่าเขาเป็นคนใจจืดใจดำ ใจคอโหดร้าย เป็นคนไม่มีน้ำใจ ในเรื่องนี้แม้กฎหมายบ้านเมืองก็เอาโทษ แม้จะไม่ใช่โทษหนักก็ตาม

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:07:10 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 3



ก. ถ้าหลานเห็นแมวตัวหนึ่งกำลังจะจมน้ำตายอยู่ต่อหน้า หลานมีโอกาสอย่างเต็มที่ๆ จะช่วยมันขึ้นมาจากน้ำได้ หลานจะทำไม่รู้ไม่เห็นเพิกเฉยละเลยเสียหรือ

ป. ผมคงจะไม่ทำเช่นนั้น การปล่อยแมวให้จมน้ำตายลงไปต่อหน้า ย่อมแสดงว่าเป็นคนใจร้ายไม่มีความเมตตากรุณาเสียเลย

ก. แล้วมีคนอดอยากยากจน หรือคนหิวโหยอดโซมาขอความช่วยเหลือ หลานก็รู้ดีอยู่ว่าเขามิได้แกล้งทำ มิได้หลอกลวงเลยเช่นนี้ หลานจะใจไม้ไส้ระกำไม่ให้ความช่วยเหลือบ้างเลยทีเดียวหรือ

ป. ถ้าผมไม่ช่วยเหลือก็คงจะเป็นคนใจไม้ไส้ระกำเต็มที

ก. วันหนึ่งลุงยืนคอยรถอยู่ที่ถนนแห่งหนึ่งแถวเกษตรกลางบางเขน มีผู้หญิงชราหาบของมาขายตามท้องถนน อายุก็คงจะเกิน ๖๐ ปี หลังก็งอ เดินเซไปเซมาเพื่อขายสินค้ามีกล้วย มะละกอ และผลไม้อื่นๆ ซึ่งน้ำหนักของสินค้าเหล่านั้นก็คงไม่ใช่น้อย

ในทันใดนั้นมีรถเก๋งคันหนึ่งมาจอดอยู่ใกล้ๆ ที่ลุงยืนอยู่ หญิงที่นั่งอยู่ในรถเก๋งคันนั้นอายุราวกลางคนแต่งตัวเรียบร้อย แสดงถึงความมีฐานะและมีการศึกษาดี ร้องเรียกหญิงชราแม่ค้าเข้าไปซื้อผลไม้ ลุงได้ยินเสียงต่อรองกันเป็นการใหญ่ ต่อเล็กต่อน้อยกันอยู่นานเพียงสลึงสองสลึงเท่านั้น

แม่ค้าชราก็อ้อนวอนว่า "ช่วยค่าหาบบ้างเถิดคุณนาย นึกว่าสงสารคนจน หาบเหน็ดเหนื่อยตั้งครึ่งค่อนวันก็ได้กำไรไม่กี่บาท ดิฉันยังจะต้องเลี้ยงหลานเล็กๆ ที่บ้านอีกตั้งสองคน"

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:07:43 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 4



ในเรื่องนี้ หลานลองคิดดูให้ดี คุณนายผู้นี้มิได้กระทำผิดกฎหมาย มิได้กระทำอะไรที่ผิดศีลธรรมอะไรเลย แต่ความตระหนี่เหนียวแน่นเช่นนี้ หลานก็ได้เรียนเรื่องจิตใจมาแล้ว จิตของเขาเป็นอย่างไร อกุศลมิได้เกิดขึ้นกับเขาบ้างดอกหรือ

ป. จะต้องเกิดจิตที่เป็นอกุศลอย่างแน่นอน ในเรื่องนี้ผมก็เคยเห็นมาบ่อยๆ ร้องเรียกแม่ค้าที่พายเรือขายของมาแล้ว ต่อราคากันไม่ตกลง แม่ค้าก็พายเรือเลยไปตั้งไกล แล้วเขาจึงได้เรียกให้กลับมา พร้อมกับพูดเบาๆ พอที่คนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินว่า อยากต่อแล้วไม่ให้เลยแกล้งให้พายเรือไปเสียให้เข็ด

ก. ความตระหนี่เหนียวแน่น ด้วยอำนาจของความเห็นแก่ตัวสูง ย่อมจะทำให้จิตใจบังเกิดความไม่สมประกอบไม่เห็นใจผู้ใด ไม่มีความเมตตากรุณาแฝงอยู่ในจิตใจเสียเลย แล้วจะให้ไม่เป็นจิตอกุศลกระไรได้ ลุงจะขอยกตัวอย่างให้หลานได้เห็นอีกสักตัวอย่างหนึ่ง

เมื่อมีเพื่อนคนหนึ่งหน้าตาหมองคล้ำด้วยความยากลำบากจนก้าวขึ้นมาบนเรือน เจ้าของบ้านเชิญให้นั่งแล้วพูดเปรยๆ ขึ้นมาว่า เต็มทีหมู่นี้ ค้าขายขาดทุนขาดรอนป่นปี้ ต้องเป็นหนี้เป็นสินรุงรัง แม้เงินสักร้อยสองร้อยยังไม่มีใช้ ไม่รู้ว่าจะไปหยิบยืมได้ที่ไหน

ความจริงท่านเจ้าของบ้านมีฐานะดีพอใช้ ถ้าจะให้เพื่อนหยิบยืมบ้างสักเล็กน้อย ก็คงจะไม่กระทบกระเทือนอะไร และเพื่อนผู้นี้ก็เป็นเพื่อนรักกันมานานปีเคยได้ช่วยเหลือกันมาในบางเรื่องราว ในเรื่องนี้ ขอให้หลานลองคิดดู จิตใจของเจ้าของบ้านในขณะนั้นเป็นจิตอะไร

ป. ท่านเจ้าของบ้านเกรงว่าเพื่อนจะมายืมเงินใช้ ตัวเองก็ไม่อยากให้ จึงได้พูดป้องกันการออกปากยืมเอาไว้เสียก่อน ในขณะนี้ต้องไม่มีความพอใจ ดังนั้น จึงต้องเป็นจิตโทสะ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:08:13 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 5



ก. ถูกของหลาน มัจฉริยะจะเกิดอยู่ในกลุ่มของโทสะ มีความไม่ยินดี ไม่พอใจ

ขอให้หลานลองสังเกตดูก็จะพบความจริงว่า มัจฉริยะจะเกิดขึ้นมาได้ ก็จะต้องเป็นไปในตอนที่ไม่อยากจะเสียอะไรไป ถ้าไม่สูญเสียอะไรไปแล้วมัจฉริยะก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อ หลานก็ลองยกตัวอย่างขึ้นมาดูทีหรือ

อย่างไรก็ดี การที่ลุงยกตัวอย่างขึ้นมาหลายตัวอย่างนั้น เป็นการนำทางให้หลานได้เห็นว่า อกุศลจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร จำเป็นจะต้องกระทำอะไรเสมอไปหรือไม่ และความตระหนี่ที่เกิดขึ้นมานั้นจะเกิดขึ้นมาเมื่อจิตบังเกิดความไม่พอใจหรือเสียใจ หลานก็จะเห็นได้ว่า มัจฉริยะนั้นรวมกับกลุ่มของฝ่ายโลภะไม่ได้

ลุงมิได้จงใจจะว่าบุคคลใดโดยเฉพาะ ด้วยเหตุว่าพฤติกรรมของแต่ละชีวิตนั้นย่อมไม่เหมือนกัน แล้วแต่จิตใจของใครในขณะนั้นเป็นหลัก จะวางกฎเกณฑ์ตายตัวไม่ได้ ว่าการกระทำดังนั้นของบุคคลนั้นจะเป็นมัจฉริยะ แล้วแต่เหตุการณ์และเจตนาในขณะนั้นเป็นอย่างไร ถ้าเป็นการสมควรจะให้แล้วเกิดความหวงแหนเอาไว้ก็เป็นมัจฉริยะ แต่ถ้าไม่เป็นการสมควรแล้วก็ไม่ยอมให้นั้น จะกลายเป็นมัจฉริยะไปเสียทุกกรณีอย่างไรได้

อีกประการหนึ่ง ที่ลุงพูดเป็นเชิงตำหนิติเตียนบุคคลตามตัวอย่างที่ยกขึ้นมานั้น เพื่อให้หลานได้เห็นชัดเจนถึงน้ำใจของคน ความจริงลุงก็เคยโดนแม่ค้าเล่นไม่ซื่อ เอาผลไม้เน่าใส่ถุงไว้ก่อนที่จะชั่งน้ำหนักก็หลายหน ไปถึงบ้านแล้วจึงเห็น เคยให้คนยืมสตางค์เพื่อเขาจะได้แก้ทุกข์ก็หลายครั้ง ที่ได้กลายเป็นเหตุทำให้ตัดรอนมิตรภาพไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:08:50 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 6



ป. คุณลุงขอรับ บัดนี้ผมพอจะเข้าใจแล้วในเรื่องของมัจฉริยะ ผมเห็นว่า พระอภิธรรมนั้นละเอียดลออดีจริงๆ ความตระหนี่เหนียวแน่นนี่ ผมและใครๆ อีกหลายคนพากันเข้าใจว่าต้องเป็นฝ่ายของโลภะ แม้หนังสือธรรมะบางเล่มผมก็เห็นแสดงเอาไว้เช่นนั้นถ้าไม่มีหลักจากพระอภิธรรมสำหรับตัดสินแล้ว ก็คงจะถกเถียงกันตาย

ก. ลุงก็เห็นด้วยตามที่หลานมีความเข้าใจว่า คนโดยมากเขามักจะคิดว่ามัจฉริยะนั้นเป็นฝ่ายโลภะ เพราะความตระหนี่เหนียวแน่นหวงแหนทรัพย์สมบัติของตน เรื่องนี้ดูๆ มันก็ไม่น่าจะเป็นไปดังนั้น ถ้าเกิดการถกเถียงกันขึ้นในเรื่องนี้ หลักตัดสินง่ายๆ ก็ขอให้เขายกตัวอย่างขึ้นมาจริงๆ สักตัวอย่างหนึ่งของคนที่ตระหนี่ถี่เหนียว ก็จะเห็นว่า ยกตัวอย่างขึ้นมาครั้งใดก็จะต้องเป็นตัวอย่างจากการบังเกิดความไม่พอใจที่จะต้องเสียสละอะไรไป หาไม่แล้วอารมณ์เช่นนั้นก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้

สำหรับมัจฉริยะนั้น หาใช่แต่หวงทรัพย์สินเงินทองข้าวของเท่านั้นไม่ มัจฉริยะนั้น มีการหวงแหนอยู่ ๕ ประการ คือ

๑.อาวาสมัจฉริยะ ....หวงที่อยู่อาศัย
๒.กุลมัจฉริยะ......หวงตระกูล
๓.ลาภมัจฉริยะ......หวงลาภ
๔.ธัมมมัจฉริยะ......หวงความรู้
๕.วัณณมัจฉริยะ......หวงความงาม

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:09:22 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 7



๑. อาวาสมัจฉริยะ หวงที่อยู่อาศัยนั้นมิได้หมายความว่า เปิดโอกาสให้ใครๆ อาศัยได้ตามใจ ไม่ว่าคนดีหรือคนร้าย แม้คนอาศัยที่ว่าดีๆ ก็อาจก่อให้เกิดความยุ่งยากใจแก่เจ้าของบ้านก็ได้ ถ้าพิจารณาแล้วเป็นไปเช่นนั้น จะจัดว่าเป็นมัจฉริยะไม่ได้ ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่ความเหมาะสม ถ้าหากว่าเป็นการสมควรจะให้อาศัยแล้วไม่ยอมให้จึงจะจัดว่าเป็นมัจฉริยะ ทั้งนี้ต้องดูตรงใจคือเจตนาเป็นสำคัญ

ตัวอย่างเช่นเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด หรือเป็นเจ้าคณะปกครองคณะของตนไม่มีความพอใจที่พระหรือเณรที่จะเข้ามาอาศัย ทั้งๆ ที่เป็นการสมควรทุกประการ เช่นมีศีลาจารวัตรพร้อม ทั้งนี้ก็เพราะความตระหนี่หวงที่อยู่เอาไว้ หรือมีพระภิกษุสามเณรมาอาศัยอยู่แล้วก็ไม่มีความพอใจที่จะให้อยู่ ต้องการให้จากพันไปเสียโดยมิได้มีความผิดอะไร

ถ้าหลานขึ้นบนรถไฟเพื่อโดยสารไปในหนทางอันไกล ก็จะพบคนหวงที่นั่งหลายคนเขาจะเอาของวางกันที่เอาไว้ เสมือนว่าผู้เป็นเจ้าของที่นั่งไม่อยู่อีกสักครู่คงจะมา เขาไม่มีความพอใจที่จะเห็นคนมานั่งเบียด แม้คนอื่นจะยืนอย่างยัดเยียดกันเพียงใดก็ตาม แม้จะมีความลำบากหรือเมื่อยขบสักเพียงใดก็ตาม เขาจะมองดูอยู่เฉยๆ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ใครจะเดือดร้อนประการใดก็มิใช่เป็นเรื่องของตน

ในเรื่องนี้มีผู้มีน้ำใจดีน่ายกย่องสรรเสริญอยู่น้อยคนเหลือเกิน เมื่อที่นั่งว่างลงแล้ว ก็จะรีบพูดเชื้อเชิญผู้ที่ยินอยู่ทั้งหลายให้มีโอกาสได้นั่งบ้าง ลุงเองเมื่อคราวไปเชียงใหม่หาที่นั่งไม่ได้ต้องยืนเป็นชั่วโมงๆ ในขณะนั้นมีสุภาพบุรุษผู้ใจดีผู้หนึ่งกล่าวว่า "มาผลัดกันนั่งเถิดครับ ผมนั่งมานานแล้ว จะขอยืนบ้าง"

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:09:59 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 8



๒. กุลมัจฉริยะ สำหรับฆราวาสก็ได้แก่การกีดกันหวงแหนพวกพ้องเผ่าพันธุ์วงศ์สกุลของตนไม่ต้องการให้สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคนอื่น เพราะเห็นว่าเป็นคนยากจนบ้าง เห็นว่าตระกูลต่ำกว่าตนบ้าง เหล่านี้เป็นต้น แต่ถ้าการกีดกันหวงแหนเพราะเกรงว่าจะบังเกิดความเสียหายแก่วงศ์สกุลของตนเช่นคนไม่ดี ก็ไม่เป็นมัจฉริยะ

สำหรับบรรพชิต ก็ได้แก่การหวงตระกูลของตน เช่นไม่มีความยินดีที่จะให้พระภิกษุอื่น ไปเกี่ยวข้องคุ้นเคยกับตระกูลอุปฐากของตนด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ซึ่งมิใช่เป็นเพราะว่าผู้เข้าไปเกี่ยวข้องได้นั้นไม่ดี เกรงว่าสกุลของตัวจะได้รับความเสียหาย


๓. ลาภมัจฉริยะ บางคนมีลาภมาก จะเป็นเงินทองข้าวของอะไรก็ตาม แต่การได้ลาภมากนั้น บางคนก็เกิดมีมานะยกตัวว่าดี ว่าเด่นกว่าคนอื่น แล้วก็ยกตนข่มท่าน บางคนก็เกิดมัจฉริยะติดตามมามิใช่เล็กน้อย มีความหวงแหนและบังเกิดความไม่สบายใจที่จะแบ่งปันให้แก่คนอื่น แม้แต่จะเป็นการสมควรจะให้หรือสมควรจะแบ่งปันให้แก่คนอื่น แม้แต่จะเป็นการสมควรจะให้หรือสมควรจะแบ่งปันแก่กันบ้างก็ตาม

ส่วนบรรพชิตนั้น สะสมสิ่งของเครื่องใช้เอาไว้เกินความจำเป็นระแวดระวังเกรงว่าใครจะมาขอหรือจะต้องให้ใคร สิ่งของเครื่องใช้ที่มีไว้เกินความจำเป็นมากมายภายในกุฏิเหล่านี้ เราจะพบอยู่เสมอ ผู้มีความรู้ได้พบเห็นเข้าแล้วก็รู้สึกเอน็จอนาถใจ เพราะแน่ละมัจฉริยะจะต้องเกิดแก่พระภิกษุรูปนี้บ่อยๆ และถ้าเพ่งเล็งในลาภที่ทายกทายิกาเขาจัดถวายตน อยากจะได้มากๆ ให้ภิกษุองค์อื่นได้น้อยด้วยแล้ว ความไม่สบายใจก็เกิดขึ้น มิจฉริยะก็เพิ่มพูน

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:10:30 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 9



๔. ธัมมมัจฉริยะ ได้แก่การหวงแหนในความรู้ของตน แต่ความรู้นั้นแบ่งออกเป็นหลายอย่าง

ความรู้ในทางธรรมะ ในพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกาต่างๆ นั้น ชื่อว่า ปริยัติธรรม ส่วนการปฏิบัติธรรมจนได้บรรลุมรรคผลนิพพานชื่อว่า ปฏิเวธธรรม

พระอริยบุคคลผู้ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์แล้ว จะเป็นชั้นไหนก็ตาม จะบังเกิดมัจฉริยะ มีความตระหนี่เหนียวแน่นในความรู้ของตนนั้นย่อมจะเป็นไปไม่ได้

สำหรับปุถุชนที่มีความรู้มีความเข้าใจในสภาวธรรมอย่างลึกซึ้ง ทั้งในการศึกษาและในการปฏิบัติมาแล้วด้วยดี ก็จะไม่มีมัจฉริยะหวงแหนปริยัติธรรมจองตนเอาไว้ หากแต่จะมีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่จะให้ประชาชนเป็นอันมาก ได้โอกาสเดินทางไปสู่สัจธรรมยิ่งขึ้น จะทนลำบากตรากตรำทั้งกายและใจเพื่อจะแพร่กระจายขยายความสุขความสงบไปยังเพื่อนร่วมทุกข์ทั้งหลายเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ดี ปุถุชนผู้ที่มีความรู้ธรรมะยังไม่ถึงขนาด ทั้งยังมิได้ปฏิบัติกินในพระพุทธศาสนา หรือยังมิได้เดินไปในหนทางที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์เลยแม้แต่น้อย ก็อาจจะบังเกิดความหวงแหนในความรู้ของตน ไม่ต้องการให้ผู้อื่นมีความรู้เหมือนตน หรือมีความรู้ดีกว่าตน บุคคลนั้นอกุศลจิตมัจฉริยะก็จะเกิดขึ้น

ยกเว้นแต่เจตนาจะหวงแหนเอาไว้ เพราะเห็นว่าบุคคลผู้นี้มีความประพฤติไม่ดี เช่นชอบตีความจากสภาวธรรมโดยอัตโนมัติของตนเองเสมอมา ทำให้ประชาชนทั้งหลายบังเกิดความเข้าใจผิด ถ้าเป็นเช่นนี้ มัจฉริยะก็ไม่เกิดขึ้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:10:56 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )


  สลักธรรม 10



๕. วัณณมัจฉริยะ เป็นความหวงแหนในรูปร่างผิวพรรณของตนต่อผู้อื่น หรือพูดง่ายๆ ว่าตระหนี่ตัว อยากสวยอยากงามเสียคนเดียว

วัณณมัจฉริยะนี้แบ่งออกเป็น ๒ อย่าง คือ

๑. สริรวรรณะ การมีรูปร่างสวยงาม
๒. คุณวรรณะ การมีคุณความดี

ความปรารถนาที่จะดีกว่าบังเกิดขึ้นภายในจิตใจ ฉะนั้น จึงอยากจะให้ตนนั้นเป็นผู้ที่มีรูปร่างสวยงามกว่า เป็นการหวงตัว หวงในรูปร่างผิวพรรณของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นผู้อื่นแต่งตัว จึงต้องมีการเปรียบเทียบให้เห็นผู้อื่นว่าสู้ตัวไม่ได้เพราะเกรงว่าตัวเองจะเป็นผู้ที่ด้อยไป แต่ไม่ถึงเป็นอิสสาที่บังเกิดความไม่สบายใจที่เห็นผู้อื่นมีคุณสมบัติดีกว่าตนแล้วไม่อยากให้ใครเหนือกว่า

หรือพระภิกษุผู้ปฏิบัติธุดงค์ได้ดีก็มีความพอใจที่จะให้ดีอยู่เฉพาะตนเองเท่านั้น เมื่อผู้ใดสรรเสริญผู้อื่นว่าปฏิบัติดีก็ไม่พอใจ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ส.ค. 2550 , 08:11:35 น.] ( IP = 58.9.139.181 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org