มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๔๐)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๔๐)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวที่แล้วมา ผมได้ศึกษาถึงเรื่องเจตสิกที่ชื่อว่า "มัจฉริยะ" ซึ่งได้แก่ตัวการที่สร้างความตระหนี่เหนียวแน่น หวงแหนในทรัพย์สมบัติของตน ผมก็พอจะเข้าใจแล้ว ในวันนี้ผมจะมาขอศึกษาเจตสิกตัวต่อไป ถ้าคุณลุงว่าง ผมก็พร้อมแล้ว

ก. ดีแล้วหลาน ลุงก็ปลื้มใจที่เห็นว่าหลานศึกษาจริงๆ ได้ติดตามมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ก็นานโขอยู่ ก็ยังมิได้เบื่อหน่ายท้อถอย

หลานได้ศึกษามาแล้วถึงเจตสิกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "อุทธัจจเจตสิก" หลานยังจำได้ดีอยู่หรืออย่างไร ลองว่ามาให้ฟังสักหน่อย

ป. อุทธัจจเจตสิกผมเคยเรียนมาแล้ว และยังจำได้ดี คุณลุงได้สอนผมว่า อุทธัจจเจตสิกนั้นเมื่อประกอบกับจิตใดเข้าแล้ว เป็นเหตุให้จิตนั้นฟุ้งซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ ไม่มีความสงบได้เลย คือยึดมั่นอยู่ในอารมณ์อันเดียวไม่สำเร็จ ย่อมซัดส่ายไปมาในอารมณ์สารพัดทาง

หมายถึง จิตจับอารมณ์ให้มั่นคงไม่ได้ เปรียบเหมือนไฟเทียนที่ต้องสายลม ทำให้ไฟนั้นไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งๆ ได้ ตัวอย่างจริงๆ ก็เช่น คนที่ตั้งใจจะนอนให้หลับ มีอารมณ์ฟุ้งซ่านคิดไปต่างๆ นานา จนไม่มีความสามารถที่จะนอนให้หลับลงได้

โดย พี่เณร....นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 07:38:44 น.] ( IP = 58.9.136.184 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ก. หลานมีความเข้าใจเรื่องอุทธัจจเจตสิกมาก็ดีแล้ว เพราะกุกกุจจเจตสิกนั้นแม้มันจะไม่เหมือนกันกับอุทธัจจเจตสิกไปทั้งหมดก็จริง แต่ก็มีความเป็นไปเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือชอบคิด แล้วบางทีก็คิดไปเสียจนนอนไม่หลับอย่างเดียวกัน

กุกกุจจเจตสิก คืออะไร

กุกกุจจเจตสิก ก็ได้แก่ความเร่าร้อนใจ
หรือมีความฟุ้งซ่านรำคาญใจในอกุศลที่ได้ทำไปแล้ว
และในกุศลที่ยังไม่ได้ทำ


ป. ความในวรรคแรก ลุงหมายถึงว่า คนระลึกถึงบาปที่ได้ทำไปแล้วจึงเกิดมีความฟุ้งซ่านรำคาญใจ หรือเกิดความรู้สึกกลัวบาปขึ้นมาหรือขอรับ

ก. ถูกแล้วหลาน

ป. ในเรื่องนี้น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเมื่อผู้ใดผู้หนึ่งได้สำนึกถึงบาปที่ตนได้ทำไปแล้ว ผมคิดว่า มันควรจะเป็นกุศลมากกว่า แล้วก็ยังดียิ่งกว่าคนที่ทำบาปลงไปแล้วมิได้คิดถึงบาปเสียบ้างเลย คนที่มิได้คิดถึงเหล่านี้ ย่อมไม่มีความสำนึกถึงผลกรรมของตน ก็ย่อมจะกระทำบาปยิ่งขึ้นได้ง่าย และทำต่อๆ ไปอีก

โดย พี่เณร....นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 07:43:32 น.] ( IP = 58.9.136.184 : : )


  สลักธรรม 2



ก. การที่หลานท้วงติงขึ้นมาเช่นนี้ ก็เป็นการดี เพราะลุงจะได้ขยายความออกไปอีก ลุงจะขอถามหลานเสียก่อน

ถ้ามีคนเคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมามาก คือชอบออกป่าล่าสัตว์ หรือชอบยิงนกตกปลามาโชกโชนตั้งแต่ครั้งยังหนุ่มๆ ครั้นล่วงเวลาต่อมาจนบัดนี้ก็เข้าสู่มัชฌิมวัยก็ระลึกถึงความเป็นไปในอดีตของตนได้ ว่ากระทำผิดคิดร้ายต่อสัตว์ผู้ไม่เดียงสาหาปัญยามิได้ อำนาจแห่งความคิดอ่านของตนที่เหนือกว่า มีอาวุธร้ายที่มีอำนาจในการทำลายชีวิตเป็นพิเศษมากกว่า ที่ไหนเลยสัตว์ผู้ไร้เดียงสาเหมือนกับเด็กเล็กๆ จะไม่พอกันล้มตายไปอย่างน่าเอน็จอนาถ ตัวไหนที่พาตัวเองหนีไปได้เพราะบาดเจ็บไม่สาหัสนัก ก็จะทุรนทุรายซอกซอนไปด้วยความตกใจ ด้วยความหวาดเสียวต่อมหันตภัยอย่างไม่คิดชีวิต

บัดนี้เรื่องร้ายที่ชอบทำลายชีวิตสัตว์แม้จะเป็นอดีตไปแล้วก็จริง แต่มันก็หาพ้นไปจากความสำนึกได้ไม่ เพราะกรรมชั่วอันนั้นมันใหญ่พอที่จะกระตุ้นเตือนใจให้สะดุ้งสะเทือนในความโหดร้ายของตนอยู่เสมอจึงเกิดความไม่สบายใจขึ้น

ด้วยเหตุดังที่ได้เล่ามา ลุงจึงขอถามว่า ดวงจิตของบุคคลผู้นี้ ในขณะนี้เป็นจิตอะไร

ป. เป็นจิตที่เศร้าหมองขอรับ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 07:44:25 น.] ( IP = 58.9.136.184 : : )


  สลักธรรม 3



ก. เมื่อเป็นจิตที่เศร้าหมองดังนี้แล้ว จิตก็ตกอยู่ในอกุศล และเป็นอกุศลที่ประกอบด้วยกุกกุจจเจตสิก หลานยังจะสงสัยอะไรอยู่อีกหรือ

ป. ถ้าเรื่องเป็นไปดังที่คุณลุงยกตัวอย่างขึ้นมาดังนี้ จิตจะไม่เป็นอกุศลกระไรได้ ด้วยเหตุที่ระลึกถึงเรื่องราวที่ได้ทำไปแล้วก็ไม่สบายใจหรือกลุ้มใจ

แต่คุณลุงขอรับ การที่คนเราระลึกถึงความเก่าที่ไม่ดีของตน ก็ย่อมจะแสดงว่ามีความดีอยู่ หรือมีกุศลอยู่ เพราะยังระลึกได้ว่า สิ่งที่ตนทำไปแล้วนั้นมันไม่ดี แล้วก็คงจะไม่กระทำต่อไป ความตั้งใจที่จะละเลิกไม่ทำเช่นนี้ มันควรจะเป็นกุศลจึงจะถูกต้อง

ก. หลานเข้าใจดังนั้นถูกต้องแล้ว แต่จะต้องแยกแยะออกไปให้เห็น เพราะว่าจิตใจนั้นเกิดดับรวดเร็วอย่างเหลือเกิน

แต่เราพอจะวางกฎเกณฑ์ลงไปได้ว่า ในขณะจิตที่บังเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะระลึกถึงการกระทำที่ไม่ดีในอดีตของตนนั้น เป็นจิตที่มีกุกกุจจเจตสิกเข้าประกอบ เป็นอกุศลฝ่ายโทสะ แต่ถ้าระลึกว่าไม่ดีแล้ว มีจิตอีกประเภทหนึ่งเข้ามาทำความรู้สึกว่าไม่ดี หรือมาคิดว่าจะไม่ทำอีกต่อไป จิตชนิดนี้ก็เป็นกุศลมีเจตสิกฝ่ายกุศลเข้าประกอบ จิตทั้ง ๒ ประเภทนี้เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นแถว จนจับเนื้อความยากอยู่

โดย พี่เณร....นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 07:45:49 น.] ( IP = 58.9.136.184 : : )


  สลักธรรม 4



ป. คุณลุงขอรับ เมื่อจิตเป็นทั้งอกุศลและกุศล ดังนี้ เราควรจะทำอย่างไรเล่าขอรับ จะควรคิดหรือไม่ประการใด

ก. ความจริงก็ควรจะคิดอยู่บ้างเหมือนกัน หากแต่ควรจะระลึกครั้งหนึ่งคราวเดียว หรือคิดให้น้อยๆ และการที่ลุงแนะนำให้คิดบ้างเช่นนี้ก็เพราะว่า จะได้เป็นบทเรียนให้สำนึกเอาไว้จะได้ไม่กระทำต่อไป

แต่ถ้าคิดบ่อยๆ หรือคิดอยู่เสมอแล้วไม่ดีแน่ เป็นการปลูกเพาะให้อกุศลเจริญ และถ้าเจริญมากๆ แล้วก็จะไปกันใหญ่ จะเป็นทางเดินที่สะดวกขึ้น สุขภาพกาย สุขภาพจิตก็จะเสียหาย ครั้นเวลาตายก็จะอาศัยหนทางเดินสะดวกนี้เป็นทางไป โอกาสที่จะไปทุคติภูมิก็ไม่ยากอะไร เป็นการน่าเกรงอันตรายสำหรับผู้รู้

แต่ผู้ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้มากคนทีเดียวชอบคิด หัดเสียจนเคยตัว มีเรื่องอะไรนิดหน่อยก็เก็บเอามาคิดเสียใจเป็นวรรคเป็นเวรโดยไม่จำเป็นเลย ทั้งนี้ก็เพราะฝึกหัดมาบ่อยๆ จนมีความชำนาญนั่นเอง

โดย พี่เณร....นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 07:50:20 น.] ( IP = 58.9.136.184 : : )


  สลักธรรม 5



ป. การคิดในเรื่องที่ไม่ดีที่ได้ทำมาแล้วบ่อยๆ ย่อมไม่ดีแน่ คุณลุงอธิบายมาผมก็เข้าใจ แต่คุณลุงจะไม่บอกถึงวิธีแก้ไขบ้างหรือ ใครๆ ก็ไม่อยากจะให้จิตของตนเสียหายหรือเดินเข้าไปสู่แดนอันตราย คุณลุงจะแนะวิธีแก้ไขอย่างไร

ก. คิดเสียใจบ่อยๆ ก็ยังทำได้ กว่าจะมีความชำนาญก็เป็นเวลานาน ครั้นเวลานี้ก็เห็นว่ามันไม่ดี ก็จำจะต้องค่อยๆ หัดไม่คิดจนกว่าจะเกิดความชำนาญขึ้น

วิธีฝึกจิตไม่ให้คิดเรื่องไม่ดีเก่าๆ ก็มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ดีที่สุดนั้นก็ได้แก่การศึกษาเล่าเรียนปรมัตถธรรมให้มากๆ ก็จะช่วยได้อย่างหนึ่ง กับอีกอย่างหนึ่งต้องทำความรู้สึกตัว เพราะเวลาอกุศลเกิดนั้นย่อมจะไม่มีสติ หรือเรียกกันว่าขาดสติ หรือจะเรียกว่าเผลอก็ได้

ดังนั้น เมื่อทำความรู้สึกตัวขึ้นมา คือกำหนดรู้จิตอกุศลของตนเองขึ้นมาเมื่อใด เมื่อนั้นเจตสิกก็จะเข้าประกอบ จิตในขณะนี้ก็จะเป็นกุศล ถ้าหากทำการกำหนดความรู้สึกสำนึกตัวเช่นนี้บ่อยๆ แล้ว ก็จะค่อยๆ เลิกคิดสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นอดีตไปเอง

เรื่องนี้ก็อยู่ที่ว่า รู้ว่าการคิดเรื่องที่ไม่ดีนั้นมีโทษมากจริงหรือเปล่า ถ้ามีความเข้าใจว่าโทษมากจริงๆ เสียก่อนแล้ว ก็จะฝึกฝนจิตของตนได้ง่ายขึ้น เพราะจะตั้งใจทำความรู้สึกสำนึกตัวอยู่เสมอๆ ไม่นานนัก อกุศลที่คอยเกิดอยู่ก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเป็นลำดับ หลานจะซักอะไรอีกหรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 07:52:12 น.] ( IP = 58.9.136.184 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่ให้ทั้งความเข้าใจ และทางแก้ไขบาปอกุศลที่เกิดขึ้นมาได้ง่ายๆเพราะความไม่รู้จักหนทางปลีกหนีนะครับ

และยังเป็นการสอนให้เห็นคุณค่าของพลังแห่งสติที่จะสามารถขับไล่บาปอกุศลให้ออกไปจากจิตใจได้ครับ

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 08:11:08 น.] ( IP = 58.9.136.184 : : )


  สลักธรรม 7


เราคงจะมีความสันทัดจัดเจนกับการใช้งานอกุศลเจตสิกกันไม่น้อยเลยนะคะ เพราะในเรื่องของการทำกุศลแท้ๆ ก็ยังอุตส่าห์ปล่อยใจโดยไร้สติปัญญาให้ความกลุ้มกังวลใจอันเป็นความฟุ้งซ่านฝ่ายบาปมาแทรกแซงงานกุศลได้เสมอๆ

กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์ที่ให้ความเข้าใจและให้ข้อคิดที่จะแก้ไขความไม่ดีเหล่านั้น

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะที่นำลงกระทู้เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทาน

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 09:32:30 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 8


ติดตามอ่านมาตลอดค่ะ จะเห็นว่า วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้บาปอกุศลลดถอยกำลังลงนั้นก็คือการศึกษาเล่าเรียนปรมัตถธรรม และคราวนี้ท่านอาจารย์ให้หมั่นทำความรู้สึกตัวเพื่อให้มีสติ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

กราบอนุโมทนาและขอบคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียน

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 09:56:58 น.] ( IP = 124.121.175.3 : : )


  สลักธรรม 9

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายและวิธีการฝึกจิตให้มีสติปัญญา เพื่อลดอกุศลที่เกิดขึ้นในใจ

กราบขอบพระคุณ
พี่เณรและอนุโมทนาด้วยค่ะ ที่นำความรู้มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 10:19:01 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10

สวัสดีคะ....

หนูเคยไปตลาด
แล้วเจอเขาฆ่าปลาเพื่อเอามาขาย
แล้วหนูลองทำดูเอาปลาที่แม่เลี่ยงไว้มาฆ่า
เวลาผ่านไปนานแล้วหนูยังจำเหตุการนี้ได้
ทำอย่างไรก็ไม่ลืมจะทำอย่างไรดีคะ

โดย เพชรรัตน์ - [14 ก.พ. 2552 , 11:53:09 น.] ( IP = 61.19.205.122 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org