| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เปรตที่เป็นญาติพระเจ้าพิมพิสาร
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ลำดับนั้น พระเจ้าชัยเสนก็ทรงทราบว่าพรมแดนเกิดวุ่นวายขึ้น จึงโปรดให้พระเจ้าลูกทั้ง ๓ เสด็จไปปราบปรามเมื่อพระเจ้าลูกทั้ง ๓ เสด็จไปปราบกลับมาแล้ว
ท้าวเธอก็ทรงยินดีได้พระราชทานพรว่า พวกเจ้าต้องการสิ่งใด ก็จงขอสิ่งนั้น
พระเจ้าลูกทั้ง ๓ กราบทูลว่า พวกข้าพระองค์ต้องการจะปฏิบัติพระพุทธองค์
พระราชาตรัสตอบว่า จงขออย่างอื่นยกเว้นอย่างนี้เสีย
พระเจ้าลูกทั้ง ๓ จึงกราบทูลว่า พวกข้าพระองค์ไม่ต้องการอย่างอื่น พระเจ้าข้า
พระราชาตรัสตอบว่า ถ้าอย่างนั้นจงขอให้มีกำหนดการเวลา
พระเจ้าลูกทั้ง ๓ จึงทูลขอ ๗ ปีท้าวเธอก็ไม่ยอมพระราชทาน จึงทูลขอลดลงไปคราวละ ๖ ปี ๕ ปี ๓ ปี ๒ ปี ๑ ปี ๗ เดือน ๖ เดือน ๕ เดือน ๔ เดือน ท้าวเธอก็ไม่ยอม จึงทูลขอเพียง ๓ เดือน ท้าวเธอจึงยอม
ลำดับนั้นพระราชกุมารทั้ง ๓ นั้นก็พากันไปเฝ้าพระปุสสพุทธเจ้ากราบทูลว่าข้าพระองค์ทั้งหลายประสงค์จะปฏิบัติพระองค์ตลอด ๓ เดือน ขอพระองค์จงไปทรงจำพรรษาอยู่ที่บ้านเมืองของข้าพระองค์ตลอด ๓ เดือนด้วยเถิด พระเจ้าข้าฯ
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:35:54 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 2
พระพุทธองค์ก็ทรงรับด้วยพระอาการนิ่งอยู่ พระราชกุมารทั้ง ๓ นั้นจึงส่งหนังสือไปถึงหัวหน้าส่วยในหัวเมืองของตนและหัวเมืองของตน ๆ ว่า พวกเราจะต้องปฏิบัติพระพุทธเจ้าอยู่ตลอด ๓ เดือนนี้ พวกเจ้าจงจัดสิ่งทั้งปวงมีสร้างวิหารเป็นต้นไว้ให้พร้อม
หัวหน้าส่วยก็ได้จัดสิ่งทั้งปวงให้เสร็จแล้วแจ้งไปให้ทราบ พระราชกุมารทั้ง ๓ นั้นก็นุ่งผ้าเหลืองพร้อมกับบริวาร ๑ หมื่น ๒ พัน ๕ ร้อยคนไปอยู่ที่วัด นำพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ ไปสู่วิหารในหัวเมืองของตน แล้วให้จำพรรษาอยู่ในที่นั้น
พระราชกุมารทั้ง ๓ นั้นมีนายคลังอยู่คนหนึ่ง นายคลังคนนั้นพร้อมทั้งภรรยาได้เป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส มั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม นายคลังผู้นั้นได้จัดการถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธองค์เป็นประธานโดยเคารพ
ส่วนหัวหน้าส่วยในหัวเมืองกับบริวาร ๑๑ หมื่น ก็ได้จัดการถวายทานโดยเคารพเหมือนกัน แต่มีบริวารบางพวกไม่พอใจได้ทำอันตรายแก่การให้ทาน ได้กินของที่จะให้ทานเสียด้วยตนเอง ทั้งได้เผาโรงครัวเสียก็มี
พระราชกุมารทั้ง ๓ กับทั้งบริวารได้กระทำการสักการบูชาพระพุทธเจ้าตลอด ๓ เดือน แล้วก็อัญเชิญพระพุทธเจ้ากลับไปสู่เมืองของพระราชบิดา ต่อมาภายหลังพระพุทธเจ้าก็ปรินิพพานอยู่ในเมืองนั้น
พระราชากับพระราชโอรสทั้ง ๓ และหัวหน้าเก็บส่วนกับนายคลัง ก็ได้ขึ้นไปเกิดในสวรรค์ ส่วนพวกที่ทำอันตรายแก่การถวายทานเหล่านั้นได้พากันไปตกนรก
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:36:29 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 3
เมื่อล่วงไปได้ ๙๒ กัปมาถึงภัทรกัปนี้ พวกที่ทำอันตรายแก่ทานนั้น ได้มาเกิดเป็นเปรตในครั้งศาสนาพระกุกสันธพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๒๒) ในคราวนั้นคนทั้งหลายได้ให้ทานอุทิศผลให้แก่พวกเปรต ซึ่งเป็นญาติของตน ๆ ว่า ขอทานนี้จงมีแก่พวกญาติของข้าพเจ้าเปรตพวกนั้นก็ได้สมบัติด้วยอำนาจผลทานที่พวกญาติส่งไปให้
คราวนั้นเปรตจำพวกนี้ ได้พากันไปเฝ้าพระกุกกุสันธสัมมาสัมพุทธเจ้าทูลถามว่า ทำอย่างไรพวกข้าพระองค์จึงจักพ้นจากโลกเปรต พระเจ้าข้า
พระกุกกุสันธพุทธเจ้าจึงตรัสบอกว่า เมื่อแผ่นดินนี้สูงขึ้นได้ ๑ โยชน์ จักมีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าพระโกนาคมนะ (พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๒๓) เกิดขึ้นในโลก พวกเจ้าจงรอทูลถามพระโกนาคมนะเถิด
เปรตเหล่านั้นก็ได้รอทูลถามพระโกนาคมนะพุทธเจ้าจึงตรัสบอกว่าเมื่อแผ่นดินนี้สูงขึ้นไปได้ ๑ โยชน์ จักมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระกัสสป (พระพุทธองค์ที่ ๒๔) เกิดขึ้นในโลกพวกเจ้าจงทูลถาม พระกัสสปโน้นเถิด
เปรตเหล่านั้นก็ได้ทูลถามพระกัสสปพุทธเจ้า ตรัสบอกว่า เมื่อแผ่นดินนี้สูงขึ้นไปได้ ๑ โยชน์ จักมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าโคตมเกิดขึ้นในโลก ในคราวนั้นญาติของพวกเจ้า จักได้เกิดเป็นพระราชาทรงพระนามว่าพิมพิสาร พระราชาพิมพิสารนั้นจักถวายทานแก่พระโคตมพุทธเจ้า แล้วจะอุทิศผลให้แก่พวกเจ้า พวกเจ้าจะได้ทิพยสมบัติพ้น จากความเป็นเปรตในคราวนั้น
เมื่อพระกัสสปพุทธเจ้าตรัสบอกดังนี้แล้ว เปรตเหล่านั้นก็ดีใจเหมือนกับตนจักได้ทิพยสมบัติในวันพรุ่งนี้
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:37:01 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 4
สรุปความเป็นมาของเปรตเหล่านั้นได้ว่า
เมื่อเป็นมนุษย์มีอกุศลจิต ทำลายทานที่จะถวายพระพุทธเจ้าปุสสะ (องค์ที่ ๑๘) อำนาจบาป ทำให้ต้องตกนรกหมกไหม้เป็นเวลายาวนานมาจนถึง พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๒๒ จึงได้เกิดเป็นเปรตอดอยากปากแห้งเนื่องจากมีเจตนาไปทำลายทานที่จะถวายพระพุทธเจ้า ผลเจตนาดังกล่าวที่เก็บไว้ในใจตนเลยผลักดันให้เป็น เปรตอดอยากยาวนาน เปรตเหล่านั้นต้องรอต่อไป
ต่อจากนั้นมาได้ตลอด ๑ พุทธันดร คือ ชั่วแผ่นดินสูง ๑ โยชน์ พระโคตมพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายก็ได้เกิดขึ้นในโลก พระราชกุมารทั้ง ๓ นั้นก็ได้จุติจากเทวโลกพร้อมกับบริวาร ๑ พันแล้วมาเกิดในตระกูลพราหมณ์ในแว่นแคว้นมคธ เวลาเติบโตขึ้นก็ได้บวชเป็นดาบสอยู่ในคยาสีสประเทศ หัวหน้าเก็บส่วยก็ได้มาเกิดเป็นพระเจ้าพิมพิสาร นายคลังได้มาเกิดเป็นวิสาขเศรษฐี ภรรยาของนายคลังได้มาเกิดเป็นธิดาเศรษฐีผู้มีชื่อว่า นางธัมมทินนา บริวารนอกนั้นก็ได้มาเกิดเป็นบริวารของพระราชา
ครั้งพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้ตรัสรู้แล้ว ประกาศประธรรมจักรแล้ว ก็ได้เสด็จไปทรมานพวกดาบส ๓ พี่น้องทั้งบริวาร ๑ พัน แล้วเสด็จไปกรุงราชคฤห์ ได้โปรดให้พระเจ้าพิมพิสารกับพวกพราหมณ์และคฤหบดี ๑๑ หมื่น ซึ่งออกไปเฝ้าให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:38:35 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 5
คราวนั้นพระเจ้าพิมพิสาร ได้ทูลนิมนต์ พระพุทธองค์กับทั้งพระภิกษุสงฆ์ ให้เสด็จเข้าไปฉันที่พระราชวังในวันรุ่งขึ้น เพราะฉะนั้นพอเช้าขึ้นท้าวสักกเทวราช ซึ่งทรงจำแลงเป็นมาณพหนุ่มน้อย ก็ได้เสด็จนำหน้าพระพุทธองค์เข้าไปสู่กรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ที่เคยเป็นดาบส ทั้ง ๓ พี่น้อง กับทั้งบริวาร ก็ได้ทรงรับมหาทานของพระเจ้าพิมพิสารในพระราชนิเวศน์
เปรตเหล่านั้นก็กล่าวกันว่า คราวนี้พระราชาจักให้ทานเพื่อพวกเรา แล้วก็พากันไปยืนล้อมพระราชวัง
ครั้นพระราชาถวายทานแล้ว ก็ทรงนึกถึงที่ประทับของพระพุทธองค์ว่า พระพุทธองค์ควรจะประทับอยู่ในที่ไหนก็ไม่ได้แบ่งผลทานนั้นให้แก่ใคร ๆ
เมื่อพวกเปรตรู้อย่างนั้นก็หมดความหวัง พอถึงเวลากลางคืนก็ได้มาทำเสียงร้อยอย่างน่าสะพรึงกลัวในพระราชวัง พระราชาก็ทรงสะดุ้งกลัว
เช้าขึ้นจึงได้ไปกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระพุทธองค์ว่า ข้าพระองค์ได้ยินเสียงอย่างนั้น ๆ จักมีเหตุผล อย่างไรแก่ข้าพระองค์
พระพุทธองค์จึงตรัสว่า อย่ากลัวเลยมหาราชสิ่งที่ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง จักไม่มีแก่มหาบพิตร ในครั้งพระปุสสสัมมาสัมพุทธเจ้าโน้น พวกญาติของมหาบพิตรได้กินของที่เขาตั้งใจถวายสงฆ์ แล้วได้เกิดเป็นเปรตอดยากอยู่ตลอดกาลนาน เปรตพวกนั้นหวังว่าจะได้รับผลทานของมหาบพิตร แต่เมื่อวานนี้เป็นแต่มหาบพิตรได้ถวายทานแล้วไม่ได้เปล่งวาจายกผลทานให้ เปรตพวกนั้นก็หมดความหวัง จึงได้มาส่งเสียงร้องไห้น่ากลัวดังที่พระองค์ได้ทรงสดับแล้วนั้น
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:39:11 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 6
พระเจ้าพิมพิสารจึงทูลถามว่า ถ้าข้าพระองค์ได้ให้ทานแล้วยังผลทานให้เปรตพวกนั้นจักได้ผลหรือ
พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า ได้รับ
พระเจ้าพิมพิสารจึงกราบทูลว่า ถ้าอย่างนั้น ขอพระองค์จงเสด็จเข้าไปฉันที่วังของข้าพระองค์ในเช้าวันนี้ด้วยเถิดพระเจ้าข้า
กราบทูลดังนี้แล้วก็เสด็จกลับพระราชวัง ได้ตรัสสั่งให้ตกแต่งมหาทาน เสร็จแล้วให้ไปกราบทูลเวลาเสด็จแด่พระพุทธองค์ ๆ กับทั้งพระภิกษุสงฆ์ก็ได้เสด็จเข้าไปในพระราชวัง ประทับนั่ง ณ อาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ถวาย
เปรตเหล่านั้นก็ได้พากันไปยืนอยู่ในที่ต่าง ๆ มีภายนอกฝาเป็นต้น ด้วยหวังว่าเราจะได้ทิพยสมบัติในวันนี้
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:39:43 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 7
พระพุทธองค์ได้ทรงบันดาลให้เปรตเหล่านั้นปรากฏแก่พระราชา
เมื่อพระราชาถวายน้ำทักษิณาคือ น้ำอันเป็นเครื่องหมายแห่งการให้ทานแล้วเปล่งวาจา ขอทานนี้จงมีแก่พวกญาติของข้าพระองค์
ในทันใดนั้นก็มีสระโบกขรณีอันเต็มด้วยดอกบัวตูมเกิดขึ้นแก่พวกเปรต ๆ ได้พากันอาบน้ำดื่มน้ำในสระในโบกขรณีนั้นแล้วก็หมดความกระวนกระวาย สิ้นความกระหายมีสีกายดังทองคำ
เวลาพระราชาถวายอาหารแล้วเปล่งวาจายกผลทานให้ เปรตพวกนั้นก็ได้กินอาหารทิพย์มีร่างกายอิ่มเอิบบริบูรณ์ดี
เวลาพระราชาถวายเครื่องนุ่งห่ม และที่นั่งที่นอนเป็นต้น แล้วยกผลให้เครื่องนุ่งห่ม คือผ้าทิพย์ ปราสาททิพย์ ที่นั่งที่นอนทิพย์ เครื่องใช้สอยทิพย์ต่าง ๆ ก็เกิดแก่เปรตเหล่านั้นในทันใด
พระพุทธองค์ได้ทรงบันดาลให้สมบัติของเปรตเหล่านั้นปรากฏแก่พระราชา เมื่อพระราชาได้ทรงเห็นแล้วก็ทรงดีพระทัยอย่างยิ่ง
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:40:15 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 8
เมื่อพระพุทธองค์ทรงเสวยเสร็จแล้วก็ได้ทรงแสดงติโรกุฑฑคาถา เพื่ออนุโมทนาทานของพระราชา ซึ่งมีเนื้อความว่า
เปรตทั้งหลายได้มาสู่เรือนของตนแล้วก็ยืนอยู่ในที่ต่าง ๆ บางจำพวกก็ยืนอยู่ที่นอกฝา บางจำพวกก็ยืนอยู่ตามที่ต่อแห่งเรือน และตรอกสามแพร่งสี่แพร่ง บางจำพวกก็ยืนอยู่ที่บานประตู
เมื่อคนทั้งหลายจัดข้าวน้ำไว้แล้ว ก็ไม่มีใครระลึกถึงเปรตเหล่านั้นเพราะกรรมของเปรตเหล่านั้นเป็นปัจจัย
บุคคลเหล่าใดซึ่งเป็นผู้มีความเมตตา บุคคลเหล่านั้นย่อมให้ข้าวน้ำอันสะอาด อันประณีตอันสมควรแก่สมณะตามเวลาเพื่อพวกญาติเหมือนกับพระเจ้าพิมพิสารแล้วเปล่งวาจาว่า ขอทานนี้จงมีแก่พวกญาติของเรา ของญาติของเราจงเป็นสุข
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:40:42 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
สลักธรรม 9
เปรตเหล่านั้นครั้นมาพร้อมกันแล้ว เมื่อเขาจัดข้าวน้ำไว้แล้วก็อนุโมทนาโดยเคารพว่า พวกเราได้สมบัติเพราะญาติเหล่าใด ขอญาติเหล่านั้นจงมีชีวิตอยู่ยืนนาน พวกเราเป็นอันพวกญาติได้ทำการบูชาแล้ว พวกทายกย่อมไม่ไร้ผล
การทำนา การเลี้ยงโคย่อมไม่มีเปรตวิสัย การค้าขาย ด้วยเงินก็ไม่มีเงินก็ไม่มีในเปรตวิสัย
พวกเปรตในที่นั้น ๆ ย่อมได้เลี้ยงชีพด้วยทานที่บุคคลให้จากโลกนี้
น้ำฝนที่ตกลงมาในที่ดอน ย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่มฉันใด
ทานที่บุคคลให้จากโลกนี้ก็สำเร็จต่อพวกเปรตฉันนั้น
ห้วงน้ำเต็มด้วยน้ำแล้วก็ไหลไปสู่มหาสมุทรสาครฉันใด
ทานที่บุคคลให้แล้วจากโลกนี้ก็สำเร็จแก่พวกเปรตฉันนั้น
บุคคลผู้ระลึกถึงอุปการคุณที่เขาทำไว้เมื่อก่อนว่าผู้นั้น ได้เคยให้สิ่งนี้แก่เรา ได้เคยทำสิ่งนี้ให้แก่เรา ได้เป็น ญาติ มิตร สหาย ของเรา ดังนี้ แล้วควรให้ทานเพื่อพวกเปรตเหล่านั้น
ไม่ควรร้องไห้ ไม่ควรเศร้าโศกเสียใจ ไม่ควรพิไรรำพันถึงผู้ที่ตายไป เพราะว่าการร้องไห้เป็นต้นนั้นย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ตาย
การถวายทานแก่พระสงฆ์นี้ ย่อมให้สำเร็จ ประโยชน์แก่ผู้ที่ตายไปตลอดกาลนานโดยเร็วพลัน
ญาติธรรมอันนี้มหาบพิตรได้แสดงให้ปรากฏแล้ว มหาบพิตรเป็นอันได้ทำการบูชาอย่างดีแก่พวกเปรตแล้ว ทั้งได้เพิ่มกำลังแก่ภิกษุทั้งหลาย มีบุญมหาบพิตรกระทำแล้วนี้ย่อมมีผลมาก
![]()
โดย ศาลาธรรม [30 ส.ค. 2550 , 11:41:05 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |