มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๙




เช้าวันอาทิตย์นี้หลังจากสวดมนต์ทำวัตรเช้าเสร็จแล้ว ท่านอาจารย์ได้อารัมภบทว่า พวกเราทุกคนต่างก็ได้เรียนกันมาแล้ว และได้ถูกฝึกฝนให้เกิดความคิดว่า เราควรจะใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะดี ดีในที่นี้ก็คงไม่พ้นไปจาก การสิ้นสุดการมีชีวิต หากจะพูดไปแล้วชีวิตคนเรามีแค่ ๓ ตอน คือ เกิด แก่ ตาย แต่สิ่งที่เป็น โศกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส ต่างๆ นั้น ล้วนเป็นเรื่องของวิบากที่ให้ผลมา เช่นการพลัดพรากจากสิ่งที่ตนเองรัก ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ปรารถนาสิ่งใดไม่สมปรารถนา ล้วนเป็นเรื่องของวิบากที่ส่งผลมาให้กับชีวิตเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ...บัดนี้ชีวิตเราเหลืออยู่เพียงอย่างเดียว คือ ตาย

ทุกวันนี้เรารอความตายเท่านั้น สิ่งที่เหลือของชีวิตมีแค่ความตาย(ยกเว้นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในห้องคือ ๒๓ ปี ที่ยังเหลือ ความแก่ และความตาย) สำหรับอุปกรณ์ต่างๆของชีวิตที่มาส่งผลให้นั้นอยู่ที่กรรมดี กรรมชั่วของแต่ละคนที่ทำมาเท่านั้น เราต้องยอมรับให้ได้ว่า ชีวิตที่เราหลงและรักนั้น บัดนี้เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวคือตาย แต่ในเมื่อวันนี้ยังไม่ตาย เรายังมีแรงกันอยู่ ยังมีโอกาสกันอยู่ ในระหว่างที่ยังไม่ตาย จึงควรตะเกียกตะกายหาความดีใส่ตัว ละความชั่วให้หมด แล้วทำตัวเองให้ปรากฏเป็นพระอริยะให้ได้ ปรากฏให้ตัวเองรู้เหมือนกับรูปลักษณ์ที่ปรากฏให้เห็นในกระจก หรือปรากฏให้เห็นเงาตนเองว่าเป็นเงาดี เพราะเวลาเราเดินไปไหนจะมีเงาตามตัว ....



ฉะนั้นอยู่ที่ว่าเราเดินไปทำดีหรือเปล่า ถ้าเผื่อเราไปทำดี เงาที่ปรากฏก็ดี ถ้าเราไปทำชั่ว เงานั้นก็ชั่ว ...ให้ปรากฏจนแจ้งแก่ใจเราให้ได้ว่า เราเป็นคนดี ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะตายลงเมื่อไร

อาจารย์เล่าว่า แม้แต่อาจารย์เองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ป่วยมาก ทั้งอาเจียร และท้องเสียถึง ๑๕-๑๖ ครั้ง หมดเรี่ยวแรงจนกำหนดอารมณ์ไม่ได้เลย (วันอังคารตอนบ่ายๆไปหาอาจารย์ที่บ้าน ท่านต้องคลานออกมาเพื่อเปิดประตูบ้านให้ เพราะหมดแรงจากการท้องเสียตั้งแต่ตี ๓ จึงต้องอยู่ในห้องน้ำตลอดเวลา) ตอนเห็นครั้งแรกนั้นคิดว่าต้องไปนอนโรงพยาบาลแน่ๆ อาหารก็รับไม่ได้ แต่ต่อมาอาการค่อยๆดีขึ้น และได้คุณอาภาไปอยู่เป็นเพื่อน ขณะที่ป่วยอยู่นั้นก็ได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์เพ็ญภัทร์ว่าติดธุระในช่วงเช้าวันอาทิตย์มาสอนไม่ได้ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านอาจารย์ได้มอบเวลาคืนให้กับห้องเรียนปริเฉทที่ ๘ (เพื่อจะได้สอนจบทันปริเฉทที่ ๙ ในช่วงออกพรรษา ซึ่งท่านอาจารย์มีโปรแกรมจะจัดให้นักศึกษาเข้าปฏิบัติที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อย) ฉะนั้นธรรมปฏิสันถารในห้องนั่งเล่นแห่งความรักในวันนี้ก็จะไม่มีแล้ว แต่เมื่ออาจารย์รับเป็นธุระ จึงเรียนถามหลวงพ่อว่าท่านจะมีอะไรฝากมาให้กับพวกลูกๆ บ้าง หลวงพ่อท่านจึงให้อาจารย์มาบอกพวกเราว่า...

โดย วยุรี [30 ส.ค. 2550 , 14:15:48 น.] ( IP = 58.9.149.4 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

คนเราจะสร้างบ้านเรือน ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่มีไม้ก็ต้องหาไม้ มาตัด มาต่อ มาแต่ง มาเสริม ให้ได้แบบที่ต้องการ กว่าจะได้บ้านต้องผ่านหลายขั้นตอน

ไม้จะสวยงามไม่ได้ ถ้าเป็นประเภท “ไม้หนีขวาน” คือ หลบไปซ้าย หลบไปขวา รอเวลาหมดอายุการใช้งาน หรือไม่ก็ผุกร่อนไป

ลูกๆ ก็เหมือนกัน เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มาจากหลายๆ ป่า มาอยู่รวมในที่เดียวกันดังนั้นต้องมาติดตา ต่อกิ่ง ไม้ประเภทหนีขวาน ก็เหมือนผู้ต้องการประโยชน์สุขแท้ ต้องการความเก่ง แต่หนีครูบาอาจารย์ หนีคำสั่งสอน ก็ไม่ได้รับถากถางให้สวยงามได้

บางคน...ต้องปรับ คุณภาพ บางคน...ต้องปรับ ศรัทธา

ด้วยรัก
จาก พ่อเสือ
๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๐

โดย วยุรี [30 ส.ค. 2550 , 14:26:02 น.] ( IP = 58.9.149.4 : : )


  สลักธรรม 2

คำว่าไม้หนีขวาน ท่านอาจารย์อธิบายว่าก็เหมือนพวกเรานี่แหละ บางคนหรืออีกหลายๆคน ที่ไม่จริงจังต่อการเรียน การปฏิบัติ คือไม่ยอมให้ตกแต่งกิ่ง หมายถึงมีข้ออ้างสารพัด เอาภารกิจมาอ้าง ติดธุระบ้าง งานมากบ้าง ไม่อยากเข้าอ้อมน้อยเพราะกลัวถูกสอบอารมณ์ คืออ้างตลอดเวลา

อาจารย์ถามว่า ตอนสมัยที่อาจารย์บุญมีท่านมีชีวิตอยู่ มีใครได้เรียนอย่างเต็มที่บ้าง ไหนใครอยู่ทันอาจารย์บุญมี ยกมือขึ้น ? แล้วตอนนั้นก็ตั้งใจเรียนกับอาจารย์...เอามือลง (ส่วนใหญ่ยังยกมือค้างกันอยู่) ...นี่คือพระครู ๑ ท่าน ซึ่งสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ ท่านตกโลกไปแล้ว ต่อให้เราวิ่งหาไปทั่วโลก ทั่วแผนที่โลก ไปจอดอยู่ที่ไหนก็ไม่มีวันหาพบท่าน ไม่มีอาจารย์บุญมีอีกแล้วในโลกนี้

เมื่อแสงสว่างเก่าดับไป แสงดวงใหม่ก็เกิดขึ้น พระมหาแสวง โชติปาโล ได้ก้าวเข้ามาแทนที่ท่านอาจารย์บุญมี ท่านสอนจากคนน้อยๆแค่ ๒-๓ คน คอยเรียกคนโน้นคนนี้ให้มาเรียน ไหน ? ใครเจอกับพระมหาแสวง โชติปาโล จนกระทั่งท่านได้ฉายาว่า พระครูศรีโชติญาณบ้าง ยกมือขึ้น ? แล้วใครบ้างที่ตั้งใจเรียนพระอภิธรรมปิฏกกับท่านอย่างไม่ท้อแท้ เอามือลง (ผู้ที่ยกมือนั้นก็ยังต้องยกค้างอยู่ ! ) ตอนหลวงพ่อแสวงมานั้น ท่านบอกเลยว่า เวลาไหนลูกว่าง ลูกเลือกมาเลย จะเป็นวันไหนก็ได้ ทุกวันก็ได้ ...จะเป็นวันใดเพียงแค่เราบอก ท่านก็จะมา มาพร้อมข้าวปลาอาหาร ท่านตามใจคนเรียน ขอเพียงให้มาเรียนเท่านั้น ท่านพร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาที่สูงสุดให้กับพวกเรา



แต่ทว่า พวกเราก็เป็นไม้หนีขวาน จนวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๔ ประทีบดวงนี้ก็ดับ จากพวกเราไปอีกเป็นท่านที่สอง...นี่คือตัวอย่างไม้หนีขวาน เป็นอย่างไร ? เราหนีจนขวาน ๒ ด้ามหมดอายุไปแล้ว สองประทีปลาลับดับไปแล้ว ตอนนี้ล่ะ เราเป็นอย่างไร ? เป็นไม้ที่ใกล้ผุพังเต็มที่แล้ว เพราะเหลือแค่รอตาย จะให้มีความจำเช่นเดิมก็เป็นไปไม่ได้ เพราะคุณภาพเสื่อมเหมือนไม้ที่คอยวันหมดอายุลง

โดย วยุรี [30 ส.ค. 2550 , 14:32:38 น.] ( IP = 58.9.149.4 : : )


  สลักธรรม 3

ที่ผ่านมาทั้งสมัยท่านอาจารย์บุญมี และสมัยหลวงพ่อแสวง ตอนนั้นเราก็ยังมีพ่อผู้เป็นประธานที่คอยพร่ำสอนอยู่เสมอ (อาจารย์ให้พวกเรามาทบทวนคำที่พ่อให้เป็นข้อคิดว่ามีอะไรบ้าง ? (อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับหมู่มิตรให้ระวังคำพูด ....ที่กระทบคือวิบาก แต่ที่กำลังกระทำ คือกรรม ...คำพูดฟ้องปัญญา กริยาฟ้องขันติ ...ความวุ่นวายจะไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดที่ตน ...คิดแก้ไข ใจให้มีกุศล มองตนให้มาก เรื่องยุ่งยากจะหมดไป ...กำจัดความฟุ้ง พยุงวิริยะ ทำลายมานะ และรีบละกิเลส ฯลฯ) สารพัดที่พ่อจะนำมาให้ รวมทั้งธรรม ๙ ปริเฉทที่ท่านนำมากล่อมเกลาเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นปริยัติ และปฏิบัติ จนกระทั่งวันนี้ประทีบดวงใหญ่ดวงนี้ แม้ยังส่องสว่างอยู่ แต่ก็ไกลจากเราไปมาก ไกลยิ่งกว่าพระจันทร์ แต่ถึงอย่างไรวันนี้ท่านก็อุตส่าห์ฝากมาว่า

ลูกๆ ก็เหมือนกัน เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มาจากหลายๆ ป่า มาอยู่รวมในที่เดียวกันดังนั้นต้องมาติดตา ต่อกิ่ง เพื่อให้เป็นไม้ประเภทเดียวกันก่อน แล้วจึงจะนำมาตัด มาต่อ มาแต่ง มาเสริม เพื่อให้ได้ตามแบบที่ต้องการ
แล้วท่านอาจารย์ก็อธิบายให้ฟังว่า …



มาตัดอะไร ? ในหลักพระพุทธศาสนาสอนให้เรามาตัดความเห็นผิด เราเปรียบเหมือนต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสาขามากมาย คือมี(ทิฏฐิ)ถึง ๖๒ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมาตัดความเห็นผิดออกไป นอกจากนี้ยังต้องมาต่อ

มาต่ออะไร ? ต่อความเห็นถูก ก็คือปลูกฝังความเห็นถูกด้วยการเรียนรู้หลักความจริง คือ พระอภิธรรมปิฏก นั่นเอง

มาแต่งอะไร ? มาแต่งชีวิต ไม่มีอาภรณ์ใดที่จะตกแต่งชีวิตให้สวยได้ นอกจากผ้าสามผืน ซึ่งเป็นเสมือนผ้าคลุมกายพระอริยสงฆ์ ผ้าคลุมกายในที่นี้ก็คือ ศีล สมาธิ และปัญญา พ่อจึงฝากมาบอกว่า ลูกทุกคนจึงควรแต่งชีวิตด้วย ศีล สมาธิ และปัญญา

มาเสริมอะไร ? เสริมประโยชน์ต่างๆ ที่จะเป็นเครื่องดำรง และนำชีวิตไปในทางที่ถูก นั่นคือเสริมบารมีให้กับตนเอง การที่เรามาเรียนเท่ากับเสริมปัญญาบารมี และโดยเฉพาะทุกวันนี้เราก็กำลังดำเนินชีวิตในช่วงเข้าพรรษาตามที่หลวงพ่อท่านสอนนั้น เท่ากับเรากำลังทำทานบารมี และศีลบารมี(ที่เราอาราธนาศีลกันทุกวัน)กันอยู่นั่นเอง

โดย วยุรี [30 ส.ค. 2550 , 14:42:29 น.] ( IP = 58.9.149.4 : : )


  สลักธรรม 4

สำหรับเรื่องที่หลวงพ่อบอกว่า ลูกพ่อบางคน...ต้องปรับคุณภาพ บางคน...ต้องปรับศรัทธานั้น ท่านอาจารย์ได้เรียกลูกศิษย์เก่าคนหนึ่งออกไปหน้าชั้น และบอกว่าเป็นผู้ที่ตามทันกระแส(ความนิยม)ในปัจจุบัน พร้อมกับตั้งคำถามว่า มีจตุคามฯ กี่รุ่น(คำตอบ...มีเกือบทุกรุ่น) ซึ่งอาจารย์บอกว่าในความเป็นจริงแล้ววัตถุมงคลทุกอย่างดีทั้งสิ้น แม้ท่านเองก็มี (แต่ไม่ตามกระแส) และนี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าหลวงพ่อท่านเป็นพ่อที่คอยติดตามดูแลพวกเราทุกคน และทุกฝีก้าวก็ว่าได้ เพราะหลวงพ่อบอกอาจารย์มาว่า ลูกชายพ่อคนนี้เขาชอบพระ(ห้อยคอ)องค์โตๆ เดี่ยวพรุ่งนี้พ่อจะเอามาวางไว้ให้ที่หน้าหิ้งพระ แล้วลูกช่วยเอาไปให้เขาที แล้วตอนเช้าเมื่ออาจารย์ไหว้พระก็พบพระพุทธรูปเงินเก่าแก่รุ่นโบราณเป็นรูปพระพุทธเจ้า อาจารย์จึงนำมาให้ตามที่หลวงพ่อบอก ..จะว่าไปแล้วลูกศิษย์ท่านนี้เมื่อมีเวลาว่าง(วันหยุดติดต่อกัน)ก็เข้าปฏิบัติที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อย และนี่ก็เพิ่งจะออกมา

อาจารย์จึงเปรียบว่าชีวิตพวกเราบางคนก็เหมือนกับดอกกุหลาบ เพียงแต่ยังมีหนามในส่วนที่ไม่ควรเก็บไว้ ซึ่งหลวงพ่อท่านรู้ท่านเห็น ท่านจึงมาช่วยริดหนามนั้นออกให้

นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์อีกหลายๆคนที่ยังมีความเชื่อนอกไปจากศรัทธา ๔ คือเชื่อเรื่องอื่นๆที่นอกไปจากเรื่อง กรรม วิบากกรรม สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของของตน และเชื่อในคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ...เพราะผู้ที่เชื่อ ๔ อย่างเท่านั้น ก็มีพระโสดาบันขึ้นไป ฉะนั้นอย่างพวกเราก็ยังถือว่าเชื่อนอกศรัทธา ๔ อย่าง เช่นบางคนยังเชื่อว่าหลวงพ่อช่วยเราได้ (ตอนที่อาจารย์พูดนั้นยังไม่ทราบว่าลูกศิษย์บางคนไปเผชิญอะไรมาบ้าง จนกระทั่งกลางวันได้รับฟังว่าลูกศิษย์คนหนึ่งประสบอุบัติเหตุแต่คลาดแคล้วจากรถบรรทุก ๑๐ ล้อ ซึ่งเขามั่นใจว่า หลวงพ่อต้องช่วยเขาอย่างแน่นอน)

และคนบางคนยังเชื่อดวง บางคนจะทำอะไร แม้แต่สระผมก็ยังดูวัน ฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยังต้องปรับศรัทธา (เพียงแต่มันไม่ตลอดเวลา) เพราะเวลามีเรื่องเกิดกับเรา กับคนของเรา ส่วนมากตอนนั้นเราจะมองไม่ถึงธรรมะ แต่เราจะมองไปว่าทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องมาเป็นกับลูกของเรา ทำไมเรามีกรรมขนาดนี้ ทำไมโชคร้ายอย่างนี้ จริงๆแล้วเราจะใช้คำว่า โชคร้ายไม่ได้ แต่เป็นเพราะวิบากไม่ดีต่างหาก

โดย วยุรี [30 ส.ค. 2550 , 14:47:54 น.] ( IP = 58.9.149.4 : : )


  สลักธรรม 5

เพราะฉะนั้นเมื่อความเห็นไม่ตรง ไม่เชื่อเรื่องกรรม วิบาก อาจารย์บอกว่าเอาแค่ศรัทธา ๒ ข้อนี้เท่านั้น หลวงพ่อท่านบอกว่า นิพพานไม่ได้ อย่าหวังนิพพานเลย เพราะ ถ้าเราหากเราไม่เชื่อเรื่องกรรม เราจะทำตนเองให้พ้นไปจากกรรม ไม่ได้เลย

สรุปแล้วเพราะเราไปเชื่ออย่างอื่นนอกไปจากเรื่องกรรม ....ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครช่วยเราได้เลย ทุกอย่างเป็นเพียงปัจจัยอุดหนุนเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจจิตของเทวดาที่ไหน ก็มีแต่อุดหนุนส่งเสริม แต่เราต้องมีเหตุของตนเองเป็นใหญ่ และที่สำคัญกรรมนี้ก็ต้องให้ผลตามหน้าที่ ทำเหตุอย่างไร ผลย่อมเป็นไปตามนั้น เราก็เรียนกันมาแล้ว เช่นว่า ผลของทานมี ๑๑ ประการ อะไรบ้าง ผลของการฆ่าสัตว์มี ๙ ประการ อะไรบ้าง ...เวลาเราคิดอะไรที่นอกจากเหตุและผลนี้ เท่ากับศรัทธาเราไม่ตรงต่อกรรม ความเชื่อของเราไม่ตรงต่อวิบาก ฉะนั้นการที่เราไม่เรียน ความรู้เราก็ไม่แนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน เราจึงคิดไม่ออก ก็เหมือนเราไม่ได้สวดมนต์ทุกวัน พอถึงเวลาก็ตะกุกตะกักสวดไม่ได้

หลวงพ่อจึงบอกว่า ทุกอย่างต้องแก้ไขที่เรา ท่านจึงฝากมาชมเชยว่า การที่เรามาศึกษาเล่าเรียน พยายามเอาใจใส่ ขวนขวายกิจการงานที่ชอบ เป็นการสร้างศรัทธาเข้าไปให้เต็มพร้อมเพื่อย้อมใจ เวลาที่เผชิญ(วิบาก)กรรม ก็จะเห็นได้ชัดว่าอันนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่ใช่มีใครมาดลบันดาล ..นี่เป็นเรื่องของการปรับศรัทธา

ดังนั้นเราจะต้องมีศรัทธา และมีคุณภาพของชีวิต เหมือนกับที่หลายๆคนไปเข้าปฏิบัติวิปัสสนามา หรือปฏิบัติอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นการอบรมตนเพื่อจะได้ไม่มีชีวิตเป็น “ไม้หนีขวาน” อีกต่อไป

กราบแทบเท้าระลึกถึงพระคุณหลวงพ่อ ด้วยความเคารพสักการะยิ่ง
และกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างมากค่ะ



โดย วยุรี [30 ส.ค. 2550 , 14:56:26 น.] ( IP = 58.9.149.4 : : )


  สลักธรรม 6

ก่อนอื่นต้องขอก้มกราบหลวงพ่อด้วยความเคารพและระลึกในพระคุณอย่างสูงครับ ที่กรุณาสั่งสอนขัดเกลาให้ลูกๆทั่วหน้าได้รับประโยชน์อันจะเป็นไปเพื่อความสิ้นสุดทุกข์ ที่หลวงพ่อเมตตาเสมอมานะครับ

ไม้หนีขวานคำนี้ใหม่สำหรับผมมากครับ แต่ก็กินใจมากทีเดียวขอรับ เพราะเห็นถึงลักษณะความดื้อที่บวกด้วยความเกลียดคร้านอย่างมากมายเลยครับ มากเสียจนพลาดโอกาสดีงามของชีวิตไปถึง ๒ ประทีบแห่งผู้ทรงอภิธรรมเลยครับ



ทั้งท่านพระอาจารย์บุญมี และท่านพระครูศรีโชติญาณ ทั้ง ๒ ท่านล้วนเป็นปราชญ์เมธี ผู้ทรงไว้ซึ่งความรู้ที่ลึกซึ้งสุขุมมากจริงๆครับ นึกแล้วก็เสียใจมากเช่นกันครับที่ใช้ชีวิตไปอย่างไม่คุ้มค่าเท่าควรได้มานะครับ

แต่ ณ.วันนี้กระผมจะไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเช่นก่อนอีกแล้วครับ จะเร่งรีบฝึกชีวิตเพื่อพิชิตภัยในวัฏฏ์ให้มากที่สุดเลยครับหลวงพ่อ และจะขออาศัยแสงสว่างที่หลวงพ่อเมตตาส่องให้แก่ลูกๆอยู่เสมอนี้นำทางชีวิตครับ

พร้อมทั้งจะหาความรู้อยู่เสมอครับ โดยจะไม่ทำตัวเองเฉกเช่น ไม้หนีขว้าน อีกต่อไปแล้วครับ



กุศลกรรมใดที่กระผมได้กระทำแล้ว มีทานบารมีเป็นต้น ขอรำลึกนึกถึงในกุศลนั้น น้อมกราบบูชาพระคุณของหลวงพ่อ ด้วยความเคารพสักการะเหนือเกล้าขอรับ.



โดย เทพธรรม [30 ส.ค. 2550 , 15:24:59 น.] ( IP = 58.9.149.4 : : )


  สลักธรรม 7


เข้ามาอ่านตามคำเชิญชวน ..อ่านไปอ่านไปก็ให้สะท้อนใจว่า เป็นผู้หนึ่งที่ได้ทันเห็นขวานหมดอายุไปสองเล่ม แต่สภาพของตนเองก็ยังดูเป็นท่อนซุงอยู่เลย และก็เป็นซุงในโค้งสุดท้ายที่กำลังจะผุพังไปอย่างไร้ประโยชน์

..คงจะต้องกระตือรือร้นเป็นพิเศษเพื่อมิให้ขวานที่ยังมีอยู่ต้องหมดอายุการใช้งานตามกันไปก่อให้เกิดประวัติศาตร์ซ้ำรอยของไม้หนีขวานขึ้นมาอีก

กราบบูชาพระคุณของบูรพาจารย์ผู้สร้างและผู้เสียสละทุกท่านด้วยความเคารพค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนาพี่วยุรีด้วยค่ะ ที่เสียสละสรุปสาระสำคัญที่ได้รับมาถ่ายทอดให้พวกเราได้ทราบ

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2550 , 15:40:05 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 8


"ไม้หนีขวาน" ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนเลย
เมื่อฟังคำอธิบาย ก็เข้าใจได้ และจะกระทำตนให้เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน เพื่อไม่เป็นเฉกเช่น ไม้หนีขวานค่ะ

ขอน้อมก้มกราบบูชาคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 16:08:20 น.] ( IP = 124.121.174.212 : : )


  สลักธรรม 9

กราบบูชาพระคุณของหลวงพ่อที่ได้กรุณาเพียรอบรมสั่งสอนลูกๆ ค่ะ

ชีวิตที่ผ่านมา ก็ได้เป็น “ไม้หนีขวาน” มาแล้ว ปัจจุบันจึงพยายามใช้ชีวิตโดยการนำความรู้ที่ได้รับจากหลวงพ่อและท่านอาจารย์มาปรับปรุงชีวิตให้เป็นคนดีให้มากกว่านี้ค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์และอนุโมทนากับพี่วยุรีด้วยค่ะ ที่ได้นำคำสอนมาถ่ายทอดและฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 16:11:38 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10


เข้ามารายงานตัวสารภาพว่าในอดีตก็เคยเป็น "ไม้หนีขวาน" ด้วยเหมือนกันขอรับ


อ่านธรรมะจากพ่อและคำอธิบายเพิ่มเติมจากอาจารย์แล้วก็ยิ่งรู้สึกอยากจะเอามือเขกหัวตัวเองเสียยิ่งนักว่าทำไมเราช่างปล่อยโอกาสอันมีค่าในการรับขวานด้ามคมๆมาตัดต่อแต่งและเสริมท่อนไม้ทื่อๆให้ดูงดงามและสมควรแก่การนำไปใช้ปลูกบ้านที่คุณภาพต่อไปได้


วันที่ครูบาอาจารย์ท่านอยู่กันพร้อมหน้าก็ไม่เคยตระหนักในคุณค่าของชีวิต วันนี้จะมาคิดเสียดายก็สายไปเสียแล้ว


ในวันนี้ที่ชีวิตแห่งความเป็นมนุษย์ยังคงมีอยู่ แม้ว่าจะไม่มีโอกาสให้เลือกมากเหมือนกับแต่ก่อน แต่ยังใช่ว่าเราจะหมดโอกาสไปแล้ว เณรจิ๋วจะพยายามหมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอให้ใช้เวลาและโอกาสสร้างเสริมศรัทธาและคุณภาพให้กับชีวิตให้มากที่สุด พร้อมทั้งจะเลิกทำตัวเป็น "ไม้หนีขวาน" เสียที


กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาจากหลวงพ่อ ความปรารถนาดีจากใจอันบริสุทธิ์ของท่านอาจารย์ และกราบอนุโมทนากับอ.วยุรีที่ช่วยนำธรรมะมาสรุปและเผยแพร่ให้พวกเราได้อ่านกันด้วยครับ

โดย เณรจิ๋ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ส.ค. 2550 , 17:35:27 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org