มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๔๑)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๔๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. ไม่มีอะไรจะซักแล้วขอรับ ขอเชิญคุณลุงต่อไปเถิด

ก. กุกกุจเจตสิกนั้น ได้แก่ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจในสิ่งที่ชั่วหรือในอกุศลที่ได้ทำไปแล้ว ลุงก็ได้อธิบายไปพอให้หลานเข้าใจ ส่วนอีกอย่างหนึ่งก็ได้แก่ ความคิดฟุ้งซ่านรำคาญใจในความดี หรือในกุศลที่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งลุงจะได้อธิบายต่อไป

ผู้ที่คิดน้อยไปสักหน่อย ก็อาจจะคิดว่า มีด้วยหรือที่ว่า บังเกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจในบุญที่ยังไม่ได้กระทำ

ผู้ที่เกือบจะไม่ค่อยได้คิดอะไรเลยก็อาจจะตั้งคำถามว่า ความฟุ้งซ่านรำคาญใจในเรื่องของบุญกุศล จะเป็นบาปอกุศลไปได้อย่างไรกัน

หลานเคยเห็นหรือไม่ พ่อแม่ที่คิดจะบวชลูกชายให้เป็นพระภิกษุ ก่อนที่จะบวชประมาณสัก ๑๕ วัน หรือเดือนหนึ่งเกิดความวุ่นวายหาความสงบมิได้เลย กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ คิดเรื่องการบวชนาคเสียยกใหญ่ จะเอาเงินจำนวนไหน หรือจะกู้หนี้ยืมสินเขาสักเท่าใด จะยืมของ ๆ ใครบ้าง จะจัดแจงที่ทางกันอย่างไรดี ใครจะนิมนต์พร จะบวชวันไหนจึงจะเหมาะ

ใครจะเป็นหัวหน้าแม่ครัว ใครจะเป็นผู้ช่วย จะไปซื้อของกันที่ไหนราคาจึงจะแพงเกินไป กะจำนวนแขกที่รับเชิญในงานบวชนาคจากการ์ดที่แจกไปจะมากันสักเทาใด เป็นห่วงว่าจัดอาหารคาวหวานเอาไว้มากแขกมาร่วมบวชนาคน้อยของก็จะเหลือ ถ้าจะจัดอาหารหวานคาวเอาไว้น้อยนัก แขกเหรื่อมากของก็จะไม่พอ

แล้วคิดต่อไปอีกว่า จะมีอะไรฉลองบ้าง จะเลี้ยงเหล้าเลี้ยงยากันให้เต็มที่อย่างไร และคิดไปจนถึงลูกชายบวชสำเร็จเรียบร้อย เป็นพระสงฆ์แล้วจะประพฤติปฎิบัติดีปฎิบัติชอบหรือไม่ สึกออกมาแล้วจึงจะขอบุตรสาวใกล้บ้านให้ จะจัดห้องไหนให้อยู่กัน

โดย พี่เณร....นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:23:00 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ความคิดทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นความคิดถึงกุศลที่จะทำหรือที่เนื่องกัน อันมาเป็นเหตุให้เกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจขึ้นจนถึงกับนอนไม่ค่อยหลับ บังเกิดความกระสับกระส่าย ใจก็พองโตบ้างแฟบบ้าง บางคนถึงกับบังคับใจให้สงบไมไหว ต้องกินยานอนหลับช่วยด้วยทุกคืน

มีคนคิดอยู่มากเหมือนกันว่า การคิดดังนี้มันไม่เป็นบาป เพราะเป็นเรื่องบุญกุศลอย่างหนึ่ง กับมีความเห็นว่าไม่ได้ไปทำผิดคิดร้ายเอากับใครด้วย แล้วจะว่าเป็นบาปได้อย่างไร

อกุศลกุกกุจจะ นั้น เป็นตัวการต่อให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน เมื่อจิตใจเศร้าหมองเร่าร้อนแล้ว ก็ย่อมจะแสดงออกมาทางรูปกายให้ใคร ๆ ได้เห็น ในทางธรรมะท่านเรียกว่า จิตชรูป ความไม่สบายใจก็จะก่อให้เกิดความไม่สบายกายไปด้วย และความไม่สบายกายย่อมจะทำให้ความไม่สบายใจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วเมื่อมีความไม่สบายทั้งกายทั้งใจดังนี้แล้ว จะไม่เป็นอกุศลขึ้นมาจะได้อย่างไร

ความครุ่นคิดเป็นกังวลในกุศลที่ตนยังไม่ได้ทำนี้ ถ้าเป็นไปอย่างรุนแรงแล้วก็จะเข้ามาขัดขวางกุศลที่กำลังทำอยู่ให้ได้ผลลดน้อยลงไปมากก็มีเหมือนกัน

ป. สำหรับข้อนี้ผมยังสงสัย กำลังทำกุศลอยู่ ทำไมจึงได้ชื่อว่าเป็นกุกกุจจเจตสิกเข้ามาประกอบเล่าขอรับ เห็นคุณลุงกล่าวว่า กุกกุจจเจตสิกนั้นได้แก่ความฟุ้งซานรำคาญใจในกุศลที่ตนยังไม่ได้ทำต่างหาก

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:23:35 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : )


  สลักธรรม 2



ก. ก็ฟุ้งซ่านรำคาญใจเพราะกุศลที่ยังไม่ได้ทำนั้นแหละ แต่ในขณะนั้นกำลังทำกุศลอีกอย่างหนึ่งอยู่ เลยเป็นเหตุให้กุศลที่กำลังทำอยู่ลดด้อยถอยลงไปด้วย ถ้าหลานยังงงไม่หาย ลุงก็จะเล่าเรื่องจริง ๆ ให้ฟัง

ครั้งหนึ่งลุงได้ไปทำการสอบอารมณ์แก่ท่านสุภาพสตรีผู้หนึ่ง ที่มาเข้าวิปัสสนากรรมมัฎฐาน ลุงได้เห็นว่า ท่านสุภาพสตรีผู้นี้ ผิดกว่าคนอื่น ๆ ที่มาปฎิบัติ เพราะถ้าปฎิบัตินานจนถึง ๒๐ วัน เศษแล้ว ผู้ปฎิบัติก็ควรจะค่อย ๆ ลดความฟุ้งซ่านรำคาญใจลงบ้าง

ทั้งนี้ก็เพราะได้เข้ามาสงบอารมณ์ภายในห้องกรรมมัฎฐานมีสปายะดีพอสมควร ทั้งก็เห็นว่าเป็นคนปฎิบัติจริงจังด้วย และเข้าปฎิบัติมาหลายครั้งแล้ว

เมื่อลุงได้สอบถามดูโดยละเอียดแล้ว ท่านสุภาพสตรีผู้นี้ ท่านจึงได้ตอบว่ามันชอบคิดถึงแต่เรื่องทำบุญบ้าน เพราะปลูกบ้านหลังใหม่เสร็จลงแล้ว ก็พอดีมีจังหวะว่างพอที่จะมาเข้าปฎิบัติได้สัก ๑ เดือน ตลอดเวลาเกือบ ๑ เดือนนี้ คิดถึงแต่เรื่องบ้านและการทำบุญบ้าน คิดออกไปมากมายหลายเรื่อง ทำอย่าไรก็ดอคิดไม่ไหว มาเข้ากรรมมัฎฐานครั้งนี้ได้ผลน้อยเต็มที่

ตามที่ลุงยกตัวอย่างขึ้นมานี้ ก็ย่อมจะเห็นว่า เป็นเรื่องของความฟุ้งซ่านรำคาญใจในกุลศลที่ตั้งใจว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ ดังนั้นท่านจึงได้สอนว่า เมื่อจะเข้าไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมมัฎฐานแล้ว ก็ควรที่จะสะสางเรื่องทั้งหลายให้เรียบร้อยเสียก่อน หาไม่แล้วมันก็จะติดตามตัวไปให้บังเกิดความกังวลใจยังห้องกรรมมัฎฐานด้วย ทำให้ผลที่จะเกิดขึ้นลดน้อยลงไป บัดนี้หลานพอเข้าใจหรือยัง

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:23:57 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : )


  สลักธรรม 3



ป. ผมก็พอจะเข้าใจแล้วขอรับ ว่าจิตใดถ้าเป็นเจตสิกตัวที่เรียกชื่อว่า กุกกุจจะนี้เข้าประกอบกับจิตนั้นแล้ว ก็จะเป็นไปสองประการคือ จิตนั้นมีความวุ่นาย ไม่มั่นคงแจ่มใส เพราะเหตุที่ไปคิดเอาเรื่องเก่า ๆ ที่เป็นอกุศลเข้า ประการหนึ่ง และจิตใจไม่ผ่องใสเพราะไประลึกแต่กุศลที่ตนตั้งใจว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ อีกประการหนึ่ง

คุณลุงขอรับ กุกกุจจเจตสิกนี้เป็นฝ่ายอกุศลโทสะมิใช่หรือ อกุศลโทสะนี้มินำพาสัตว์ทั้งหลายไปสู่การเกิดในอบายภูมิ เฉพาะอย่างยิ่งในนรกหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็น่ากลัวอยู่ เพราะคนเราจะหนีกุกกุจจะให้พ้นไปจริง ๆ นั้นเห็นจะยาก

อย่างไรก็ดี ถ้าจะพิจารณาดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นตัวการนำเกิดในอบายภูมิเลย เพราะว่าผู้ถูกครอบงำไว้ด้วยกุกกุจจเจตสิกนั้นไม่น่จะได้รับโทษทัณฑ์ถึงเช่นนั้นเลย ไม่ได้ด่าว่าไม่ฆได้ฆ่าสัตว์เลยสักนิด

ก. หลานจงอย่าได้ประมาทกับบาปอกุศลเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นอันขาด เพราะอกุศลเล็กน้อยเหล่านี้บางที่มันก็มีความสามารถพาคนไปถึงไหน ๆ ก็ได้

จริงอยู่ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจมิทำให้ผู้ใดต้องเดือดร้อน ไม่ได้ทำให้ใครต้องล้มตายลงไป แต่ถึงกระนั้น มันก็พาคนไปลงนรกมาเสียมากมายแล้ว

ป. ขอคุณลุงได้โปรดอธิบายด้วยว่ามันพาอย่างไร

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:24:22 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : )


  สลักธรรม 4



ก. หลานก็ได้เคยเรียนมาแล้วแต่ในคราวก่อน ๆ ว่า อกุศลนั้นย่อมจะเกิดแก่บุคคลทั้งหลายไม่มีใครเลยที่จะไม่ได้ทำอกุศล

อกุศลที่มีอยู่ในจิตใจของแต่ละคนนั้นก็มีมากบ้างน้อยบ้าง แต่ถึงอย่างไรจะคลาดแคล้วไปจากอกุศลชนิดที่เป็นทุจริตเลยนั้นย่อมจะไม่มี เพราะบางทีเมื่อตอนที่เป็นผู้ใหญ่มิได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่ในตอนที่ยังเป็นเด็กไร้เดียงสาอยู่นั้นเคยได้ทำมา

ก็เมื่อบุคคลใดปลูกเพาะจิตใจของตนให้มีความสันทัดจัดเจนแต่ความเร่าร้อนอยู่มิได้หยุดหย่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องมีกุกกุจจเจตสิกเข้าประกอบ ครั้นเวลาใกล้จะถึงแก่ความตาย อารมณ์ที่ชำนิชำนาญ อารมณ์จิตที่เคยเกิดอยู่เสมอก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายเป็นหนทางของจิตที่เดินสะดวก

เหมือนหลานเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ก็ชอบพูดชอบคุย ชอบคิดในวิชาที่หลานศึกษา ส่วนลุงก็ชอพูด ชอบคุย ชอบคิดในเรื่องของธรรมะ สำหรับผู้ที่เป็นโจรก็ชอบพูดชอบคุย ชอบคิดในเรื่องที่โจรถนัด ปรึกษาหารือกันบ่อย ๆ ในเรื่องโจรกรรม นักล่วงกระเป๋าของผู้อื่นเป็นอาชีพ ก็ชอบเดินทางปะปนไปกับฝูงชนในที่ต่างๆ ส่วนสายตาก็จะคอยมองแต่กระเป๋าของคนที่เผลอเรอ เหล่านี้เป็นไปตามธรรมดา

เมื่อจิตของเราเฝ้าแต่คิดในเรื่องที่เร่าร้อนในอกุศลที่ได้ทำไปแล้ว และเฝ้าแต่ไม่สบายใจอยู่ในกุศลที่ยังไม่ได้ทำจนเป็นเหตุให้เกิดความชำนาญขึ้นแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะเกิดเป็นอกุศลเล็กน้อย แล้วจะเอาหลักอะไรมาประกันว่า เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตายอารมณ์เช่นนี้จะไม่บังเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะได้สร้างทางอันเดินสะดวกเอาไว้แก่จิตใจเสียแล้ว

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:24:46 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : )


  สลักธรรม 5



กุกกุจจเจตสิก ที่เกิดขึ้นมานี้เป็นฝ่ายโทสะ มันก็จะเป็นสาเหตุชักจูงจิตประเภทโทสะให้มาเกิดร่วมกับตนได้ง่าย ๆ เพราะเป็นพวงพ้องของมัน ดังนั้น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตที่ได้เคยกระทำมา แม้จะตั้งแต่ในครั้งไหน ๆ ก็จะถูกดึงดูดให้มาชุมนุมกันอยู่ในที่นี้ได้ เหมือนพวกผู้ร้ายด้วยกัน ก็มักจะคบกันสนิทสนม จะไปไหนหรือทำอะไรก็มักจะไปกันได้ ชอบรวมกันอยู่เป็นหมู่เป็นเหล่า ซึ่งจะแตกต่างกันกับผู้ร้ายที่ไม่ชอบมาวัดมาวาคบหากับพวกถือศีลกินเพล นอกจากจะมาหาลู่ทางก่อการร้าย

ตามที่ลุงอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างนำทางขึ้นมานี้ ก็เพื่อจะให้หลานได้เห็นว่า แม้อารมณ์กุกกุจจะที่เกิดขึ้นนั้น จะไม่ถึงขนาดเป็นทุจริต และไม่มีกำลังเพียงพอที่จะนำไปสู่การปฎิเสธได้ก็ตาม แต่ด้วยอำนาจของความเร้าร้อนขุ่นมัวใจที่เกิดขึ้นมาเป็นฝ่ายโทสะ จึงมีความสามารถที่จะดึงดูดอกุศลโทสะต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้วแต่หนหลงให้กลับมาเป็นอารมณ์ และอารมณ์โทสะดังกล่านี้มีกำลังมากเพียงพอก็จะนำส่งให้ไปปฎิสนธิในนรกได้

ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้ทั้งหลายในเรื่องนี้ จึงได้มีความหวาดกลัวที่จะยอมให้มันเกิดขึ้นมาบ่อย ๆ จนเคยชิน แม้ว่ามันจะเป็นอารมณ์อกุศลที่ไม่มากเท่าใดนักก็ตาม ทั้งนี้ก็เหมือนผู้ร้ายก๊กนี้มีกำลังทำการไม่พอ จึงไปชวนก๊กอื่นมาช่วยจนมีความสามารถทำการร้าย ลุงอธิบายมาดังนี้ หวังว่าหลายคงจะเข้าใจดีแล้ว

ป. ผมก็พอจะเข้าใจแล้วขอรับคุณลุง ขอคุณลุงได้โปรดบรรยายต่อไปเถิด

ก. เรื่องของกุกกุจจะก็คงจะไม่มีอะไรมากแล้ว ลุงจะขอเพิ่มเติมให้อีกสักนิดเดียวว่า กุกกุจจเจตสิกนั้นเป็นอารมณ์ของฝ่ายโทสะ ซึ่งเมื่อแยกโทสะออกทั้งหมดแล้วก็มีอยู่ ๔ เรียกชื่อว่า โทจตุกะ คือ โทสะ 4 ได้แก่ โทสเจตสิก อิสสาเจตสิก มัจฉริยเจตสิก และกุกกุจจเจตสิก

และในจำนวนทั้ง ๔ นี้ มีโทสะเป็นหัวหน้า เจตสิกทั้ง ๔ นี้จะต้องประกอบกับโทสมูลลจิต ๒ เท่านั้น ประกอบกับจิตอื่น ๆ ไม่ได้เลย

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:25:10 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : )


  สลักธรรม 6



ป. ที่ว่าประกอบกับโทสมูลจิต ๒ ดวงนั้น คุณลุงหมายถึงอย่างไรขอรับ

ก. ก็หมายถึงว่า

๑. เมื่อโทสเจตสิกเข้าประกอบกับโทสมูลจิต ๒ ดวงใดดวงหนึ่ง (สสังขาริก หรือ อสังขาริก) เข้าแล้ว ก็จะก่อให้เกิดความโกรธ ความเศร้าหมอง ความเสียใจ ควมกังวลความห่วงใย ความไม่พอใจ ที่ได้อารมณ์ไม่ดี

๒. อิสสาเจตสิกเข้าประกอบกับโทสมูลจิตดวงใด (สสังขาริก หรืออสังขาริก) จิตดวงนั้นก็จะเกิดความริษยา ความไม่ยินดีในลาภในยศของผู้อื่น เห็นผู้อื่นได้ดีแล้วไม่มีความสบายใจ

๓. มัจฉริยเจตสิกเข้าประกอบร่วมกันกับโทสมูลจิตดวงใด (สสังขาริก หรืออสังขาริก) จิตดวงนั้นก็จะเกิดความตระหนี่ ความเหนียวแน่น เป็นผู้ไม่มีความความเสียสละ มีความหวงแหนเป็นเจ้าเรือน

๔. กุกกุจเจตสิกเข้าประกอบกับจิตดวงใด (สสังขาริก หรืออสังขาริก ) ก็จะทำให้เกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจในอกุศลที่ทำไปแล้ว หรือเกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจในกุศลที่ยังไม่ได้ทำ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:25:37 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : )


  สลักธรรม 7




ก่อนที่จะจบเรื่องกุกุจจเจตสิก หลานก็จะต้องทราบถึงลักขณะทิจตุกะ ดังนี้

๑. ปจฺฉานุตาป ลกฺขณํ มีความเดือดร้อนเนือง ๆ ในภายหลัง เป็นลักษณะ
๒. กตากตานุโสจน รสํ มีความเดือนร้อนอยู่เนือง ๆ ถึงบาปที่ได้กระทำไปแล้ว และบุญที่ยังไม่ได้กระทำ เป็นกิจ
๓. วิปฺปฎิสาร ปจฺจุปฎฺฐานํ มีความเดือดร้อนใจ เป็นผล
๔. กตากต ปทฎฐานํ มีอกุศลที่ทำแล้ว และกุศลที่ยังไม่ได้ทำ เป็นเหตุใกล้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 08:26:01 น.] ( IP = 58.9.142.25 : : )


  สลักธรรม 8

ยิ่งอ่านก็ยิ่งเกิดความหวาดกลัวในบาปอกุศลต่างๆ มากขึ้นเพราะเห็นพิษสงของอกุศลเจตสิกแต่ละดวงนั้น แม้ตนเองไม่มีอำนาจมากพอที่จะนำปฏิสนธิในอบายได้ แต่ก็สามารถชักชวนเหล่าหัวหน้ามาช่วยได้

ทำให้ต่อไปต้องระวังสังวรในการคิด การพูด และการกระทำให้มากขึ้นค่ะ เพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดความสันทัดในฝ่ายอกุศลต่างๆ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่นำธรรมะที่ท่านอาจารย์บุญมีท่านเขียนไว้มาให้ศิษย์รุ่นหลังที่มิได้มีโอกาสพบท่าน ได้มีโอกาสอ่านและทำความเข้าใจ ซึ่งเปรียบประดุจได้ศึกษากับท่านอาจารย์โดยตรง

กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 09:35:55 น.] ( IP = 124.121.171.196 : : )


  สลักธรรม 9


เอ..เรียนจิต-เจตสิกอะไรกันมาบ้างแล้วค่ะ?

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 09:38:25 น.] ( IP = 124.121.171.196 : : )


  สลักธรรม 10


ก็เรียน อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ ดวง
และ ขณะนี้อยู่ในเรื่องอกุศลเจตสิก ๑๔ดวง

จบกลุ่มโทจตุกะ ค่ะ โดยมีกุกกุจจะเจตสิกเป็นดวงสุดท้ายในกลุ่มนี้ค่ะ

โดย พี่ดา...นำมาฝาก (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ส.ค. 2550 , 09:42:45 น.] ( IP = 124.121.171.196 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org