มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๔๒)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์(๔๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวก่อน ผมได้ศึกษาเรื่อง กุกกุจจเจตสิก ว่าเมื่อเข้าประกอบกับจิตใดแล้ว ก็จะเกิดความขุ่นหมองใจ เพราะไประลึกถึงกุศลที่ยังไม่ได้ทำเข้า การระลึกถึงกุศลที่ยังไม่ได้ทำ แล้วเกิดความวุ่นวายใจเป็นอกุศล

เรื่องที่ได้ศึกษาไปแล้ว ผมก็คิดว่าพอมีความเข้าใจ ดังนั้น ผมจึงขอความกรุณาขอให้คุณลุงได้ช่วยอธิบายเจตสิกตัวต่อไป

ก.ถีนมิทธะ คืออะไร

เจตสิกตัวต่อไปที่ลุงจะได้อธิบายในวันนี้ มีชื่อว่า ถีนเจตสิก กับมิทธเจตสิก เป็นเจตสิก ๒ ตัว ที่เกิดขึ้นมาทำให้บังเกิดความง่วงเหงาหาวนอน จิตใจจะตั้งอยู่ในอารมณ์อะไรมั่นคงไม่ได้ เพราะเจตสิกที่ชื่อว่า ถีนะกับมิทธะนั้น เป็นตัวการมาบั่นรอนความตั้งมั่นของจิตเสีย แล้วชักพาไปให้ขาดความสำนึกรู้สึกตัว หรือจะพาไปสู่ความเป็นภวังค์ คือ การนอนหลับสนิท เจตสิก ๒ ตัวนี้รวมเรียกว่า ถีทุกะ

ลุงจะขอถามหลานสักหน่อย หลานก็ได้ทราบแล้วว่า สิ่งทั้งหลายในโลกนี้ มันมิได้เกิดขึ้นมาได้เอง หรือเกิดขึ้นมาโดยการดลบันดาลของใคร หากแต่มันจะเกิดมีเกิดเป็นขึ้นมาก็ด้วยการอาศัยเหตุ ในทางธรรมะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงว่า ธรรมชาติทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ก.ย. 2550 , 07:36:52 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ดังนั้น ลุงจึงขอถามให้หลานตอบคำถามง่ายๆ สั้นๆ ทั้งเรื่องที่ถามนี้ก็เกิดอยู่ทุกวี่ทุกวัน ซ้ำเกิดอยู่ต่อหน้าหลานเสียด้วย โดยจะขอให้หลานตอบคำถามที่ว่า ความง่วงเหงาหาวนอนนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หรืออะไรเป็นตัวการทำให้เกิดความง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมา

ป. ผมจะตอบไปตามหลักธรรมะก็เห็นจะไม่สำเร็จ แม้ในทางโลกก็ยังอธิบายไม่ได้ถึงข้อเท็จจริง จริงๆ

ตามที่พูดกันโดยทั่วไปก็ว่า ร่างกายของคนเรานั้นถูกใช้งานไปมากในเวลากลางวันจึงรู้สึกอ่อนเพลียเพราะเสียแรงงานไปมาก เหตุนี้ จึงต้องพักผ่อนหลับนอนเพื่อสะสมพลังงานให้เพิ่มขึ้น เช้าวันต่อไปจะได้ประกอบการงานใหม่ จะได้มีแรงทำงานได้ ธรรมชาติของร่างกายมันเป็นเช่นนี้ บางคนก็มีคำอธิบายอย่างอื่นอีก แต่ก็ไม่หนีกันไปไกลนัก จะพูดอีกทีก็ว่า ในทางโลกอธิบายเรื่องความง่วงเหงาหาวนอนให้เข้าถึงเหตุผลจริงๆ ยังไม่ได้

ก. ที่หลานตอบมาว่า ที่บังเกิดความง่วงเหงาหาวนอนนั้นก็เพราะร่างกายเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน จึงต้องการที่จะพักผ่อนหลับนอน เพื่อสร้างพลังงานให้แก่ร่างกายเอาไว้ต่อสู้กับงานในวันรุ่งขึ้นนั้น เป็นการตอบปัญหาที่ไม่ตรงคำถามเลยแม้แต่เล็กน้อย เพราะลุงได้ถามว่า ความง่วงเหงาหาวนอนนั้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร หรืออะไรเป็นตัวการทำให้เกิดความง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมาได้

หลานก็จะเห็นได้อยู่เสมอในที่ทั่วไปว่า คนที่คิดมาก ทำงานมาก หรือเล่นมาก ไม่ค่อยจะง่วงเหงาหาวนอนเลยก็มีอยู่บ่อยๆ จะว่าร่างกายของเขาไม่อ่อนเพลียได้อย่างไร หลานไม่เชื่อก็ลองไปถามคนเล่นไพ่ดูว่า เขาเล่นทั้งคืนทั้งวันได้หรือไม่ แต่ก็มีมากคนเหมือนกันที่ไม่ค่อยได้คิดไม่ค่อยได้ทำงาน หรือเล่นอะไรเลย ได้แต่นั่งๆ นอนๆ เท่านั้นเอง ร่างกายมิได้อ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย ก็ง่วงเหงาหาวนอนวันยังค่ำ จนถึงกับพูดว่า ไปนั่งที่ไหนก็ง่วงที่นั่น หลับได้หลับดีเกือบทั้งคืนทั้งวัน เหมือนตุ๊กตาล้มลุก

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ก.ย. 2550 , 07:37:27 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : )


  สลักธรรม 2



เรื่องความง่วงนั้น ในทางโลกคงจะอธิบายไม่ได้ แม้เวลาจะล่วงเลยไปอีกนานสักเท่าใดก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะว่า หาใช่วิสัยของปุถุชนผู้หนาไปด้วยกิเลสทั้งหลายจะค้นคว้าเข้าไปให้ถึงได้ จำจะต้องอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ และมีจิตอันหมดจดสะอาดปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง

ลุงจะขอถามหลานสักหน่อย เมื่อหลานกำลังอ่านหนังสือสนุก กำลังดูหนังสนุกหรือกำลังเล่นสนุกอย่างนั้น หลานเคยง่วงนอนบ้างหรือไม่

ป. ถ้าผมกำลังสนุกสนานรื่นเริงอยู่ ผมก็จะไม่ง่วงนอนเลยเป็นแน่

ก. ถ้าหลานกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่หลานจะง่วงได้หรือไม่

ป. ผมคงจะไม่ง่วงเป็นแน่

ก. หลานจะตอบลุงได้หรือยังว่า จิตจะต้องอยู่ในฐานะอย่างไร ความง่วงเหงาหาวนอนจึงจะเกิดขึ้นมาได้

ป. ผมคิดไม่ออกเลยขอรับ

ก. อ้าว ก็หลานเรียนมาแล้วมิใช่หรือ ถึงเรื่องจิตที่เป็นอสังขาริก กับจิตที่เป็นสสังขาริก

ป. ผมพอจะเข้าใจแล้ว จิตที่เป็นอสังขาริกนั้น เป็นจิตที่มีกำลังมาก เกิดขึ้นมาโดยมิได้ถูกผู้ใดจูงใจให้เกิดขึ้น เป็นจิตที่คิดเอาเองทำเอาเองโดยตรง เช่นคิดลักขโมยเอง หรือหัวเราะชอบใจจริงๆ จังๆ เป็นต้น จะเกิดขึ้นในจิตที่เป็นฝ่ายโลภมูล ๔ ประเภท แล้ว โทสมูลอีก ๑ ประเภท ถูกหรือไม่ขอรับ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ก.ย. 2550 , 07:37:59 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : )


  สลักธรรม 3



ก. ถูกของหลานแล้ว โลภอสังขาริก หรือโทสอสังขาริกนั้น เกิดขึ้นมาจากจิตที่มีกำลังมาก ไม่มีการจูงใจให้เกิดขึ้น แต่เป็นการเกิดขึ้นเอง หรือคิดและทำเอาเอง

เมื่อว่าถึงจิตที่เป็นฝ่ายอกุศล หลานก็ตอบมาถูกต้องแล้วว่ามีจิตชนิดที่เป็นอสังขาริกอยู่ ๕ ประเภท อยู่ในโลภมูลจิต ๔ และอยู่ในโทสมูลจิตอีก ๑ แต่ในฝ่ายมหากุศล จิตที่เป็นอสังขาริกไม่มีดอกหรือ

ป. จิตที่เป็นมหากุศลมีอยู่ ๘ ประเภท เป็นอสังขาริก ๔ ประเภท เป็นสสังขาริกอีก ๔ ประเภท รวมที่เป็นฝ่ายอกุศลมีทั้งหมด ๕ เป็นจิตฝ่ายมหากุศลเสีย ๔ ดังนั้น อสังขาริกจิตจึงมีทั้งหมดเป็น ๙ ประเภท ถูกต้องหรือไม่ขอรับ

ก. ลุงขอให้ยกตัวอย่างขึ้นมาอีกสัก ๒ ตัวอย่าง คือขอให้ยกตัวอย่างจิตที่เป็นฝ่ายอกุศลอสังขาริกและสสังขาริก กับจิตที่เป็นฝ่ายกุศลอสังขาริกและสสังขาริก มีตัวอย่างขึ้นมาประกอบ

ป. ผมขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ก.ย. 2550 , 07:38:30 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : )


  สลักธรรม 4



๑. อกุศลอสังขาริกทางฝ่ายโลภะ เช่นเป็นต้นว่า ขโมยที่ขึ้นบ้านของคนอื่นโดยคิดเองทำเอง เพราะมีความเข้าใจว่า บ้านที่ตนได้เตรียมวางแผนเพื่อโจรกรรมนั้น มีข้าวของมีค่ามาก ถ้าขโมยได้สำเร็จแล้ว คงจะขายได้เงินทองมากมาย กินอยู่ใช้จ่ายต่อไปทั้งเดือนก็ไม่หมด จิตใจในขณะนี้เป็นอสังขาริกจิต เพราะไม่ต้องมีใครมาจูงใจ เป็นการคิดเอาเองทำเอาเอง ดังนั้น กำลังของเจตนาจึงมาก จิตในขณะนี้มีความเข้มแข็ง บาปเกิดมาก

ครั้นนั่งคอยนอนคอยอยู่ที่ริมรั้วบ้านต่อมา กำลังแรงของเจตนาก็ค่อยๆ ตกลงไปทีละน้อยๆ ตามเวลาที่ล่วงเลยไป ด้วยเหตุที่เจ้าของบ้านยังไม่เข้านอนสักที ในขณะนี้จิตก็จะกลับกลายเป็นสสังขาริก มีกำลังของเจตนาตกลงไป เมื่อเจตนามีกำลังแรงลดลงไปเช่นนี้ บาปโลภะที่เกิดขึ้นก็ลดน้อยลงไปตามส่วน

๒. มหากุศลก็เช่นเดียวกัน เมื่อเวลาออกไปใส่บาตรก็ตั้งอกตั้งใจดี ครั้นคอยพระอยู่เป็นเวลานานก็ไม่เห็นท่านมาสักองค์หนึ่ง ความตั้งใจแรงที่เป็นกุศลอสังขาริกก็ลดลงไปกลายเป็นสสังขาริก บุญที่ได้มากในตอนแรกก็ค่อยๆ ลดลงๆ ไป

ผมขอยกตัวอย่างขึ้นมาเป็นแนวทางย่อๆ ดังนี้ คุณลุงให้ผมยกตัวอย่างขึ้นมาเพื่อจะอธิบายถีนมิทธะอย่างไร

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ก.ย. 2550 , 07:38:58 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : )


  สลักธรรม 5



ก. ดีแล้วหลาน ลุงก็ตั้งใจจะอธิบายให้หลานเข้าใจว่า ขณะใดจิตใจแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่างๆ เช่น กำลังทำ กำลังพูด กำลังคิดอยู่นั้น ถ้าจิตเป็นอสังขาริกมีกำลังมาก ในขณะนั้นก็จะไม่มีโอกาสง่วงเหงาหาวนอนเลยเป็นอันขาด แต่ถ้าแรงของเจตนาลดกำลังลงเป็นสสังขาริกเมื่อใด ความง่วงเหงาหาวนอนจึงจะย่างกรายเข้ามาสู่จิตใจได้ เช่นขโมยที่คิดว่าจะรวยใหญ่เมื่อขึ้นบ้านนี้ได้สำเร็จ แล้วจะบังเกิดความง่วงนอนก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ดังนี้เป็นต้น

หลานก็ได้ศึกษามาแล้วว่า จิตใจของสัตว์ทั้งหลายนั้นมิใช่ว่าเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วเกิดขึ้นมาแต่ลำพัง หากแต่มีเจตสิกอันเป็นตัวประกอบจิตเกิดขึ้นมาร่วมด้วยเสมอไป

เจตสิกแต่ละตัวที่เกิดขึ้นมาประกอบกับจิตนั้นเล่า ก็หาใช่ว่าจะเกิดขึ้นมาเฉยๆ ก็หาไม่ หากแต่มันมาช่วยทำงานการต่างๆ กันออกไป เช่น โลภเจตสิกเข้ามาประกอบก็ทำหน้าที่อยากได้ โทสเจตสิกเข้ามาประกอบ ก็จะบังเกิดความไม่ชอบใจ แต่ถ้ามานเจตสิกแอบแฝงอยู่แล้ว มันก็ทำให้อยากใหญ่

ด้วยเหตุดังนี้เอง ถ้าจิตใดถูกถีนะกับมิทธเจตสิกเกิดร่วมด้วยแล้ว มันก็จะบังเกิดความง่วงเหงาหาวนอน และถ้ามิได้มีเหตุใดที่มารบเร้า ให้แรงเพียงพอแล้ว มันก็จะง่วงนอนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไป แล้วในที่สุดก็จะหลับสนิท

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ก.ย. 2550 , 07:39:25 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : )


  สลักธรรม 6



ความมืดกับความสว่างนั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน เมื่อแสงสว่างเข้ามาแล้ว ความมืดก็จะหายไป ตำรวจกับผู้ร้ายก็เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ถ้าตำรวจมีจำนวนมาก และมีความสามารถดีแล้ว ผู้ร้ายก็จะสงบ ไม่กล้าโผล่หน้าออกมาทำการร้ายง่ายๆ

จิตที่เป็นอสังขาริก เป็นจิตที่มีกำลังมาก กำลังเพลิดเพลิน หรือกุศลจิตกำลังเกิดมีความปลาบปลื้มยินดีในการทำบุญให้ทาน ในขณะนี้ถีนมิทธเจตสิกต้องการที่ทำให้เกิดความง่วงเหงาหาวนอน ก็จะไม่อาจย่างกรายเข้ามาใกล้ได้

แต่ถ้าหากถอยกำลังของเจตนาลงแล้ว ความง่วงเหงาหาวนอนก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาเพราะจิตกำลังอ่อนในการรับอารมณ์แล้ว จึงเปิดช่องโอกาสให้ถีนมิทธเจตสิกเข้าประกอบได้ แล้วจะประกอบเพิ่มกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ ไป ตราบเท่าที่ไม่มีอะไรมาเร้าให้จิตใจเกิดความกระตือรือร้นหรือความกระเทือนใจที่มีอำนาจมากกว่า

ป. ถ้าเช่นนั้น ผมก็พอจะเข้าใจแล้ว ถีนมิทธเจตสิกจะเข้าประกอบกับจิตที่เป็นสสังขาริกอันเป็นจิตที่มีกำลังน้อยกว่า และอสังขาริกจิตเกิดขึ้นเมื่อใด ถีนมิทธเจตสิกก็เข้าประกอบไม่ได้เลย ดังนั้น เราจึงเกิดความง่วงเหงาหาวนอนไม่ได้ ผมเข้าใจเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ขอรับ

ก. หลานเข้าใจถูกต้องทีเดียว

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ก.ย. 2550 , 07:39:59 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : )


  สลักธรรม 7

เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากเลยครับท่านอาจารย์ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราท่านนั้น เมื่อท่านอาจารย์แยกให้เห็นโดยเจตสิกนี้ ก็สามารถเข้าใจมาก เหมือนภาพหนังที่นำมาถ่ายแบบช้าๆให้เห็นถึงขั้นตอนการทำงานของเจตสิกดังกล่าวนะครับ

ยิ่งเรียนยิ่งทึ่งในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์จริงๆครับ



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง กับความเมตตากรุณาอบรมสั่งสอน อธิบายขยายอรรถให้ชัดเจนขอรับท่านอาจารย์

โดย เทพธรรม [3 ก.ย. 2550 , 07:57:45 น.] ( IP = 58.9.137.218 : : )


  สลักธรรม 8


อ่านแล้วรู้สึกว่าแย่จังเลย เพราะในแต่ละวัน ง่วงเหงาหาวนอนบ่อยมาก แสดงว่าอกุศลจิตเกิดขึ้นบ่อยมาก

กราบขอบพระคุณมากท่านอาจารย์มากค่ะที่ชี้ให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ก.ย. 2550 , 09:08:47 น.] ( IP = 124.121.174.158 : : )


  สลักธรรม 9


แต่เดิมนั้นมีเข้าใจในเรื่องของ ..สสังขาริกจิต..เพียงบางด้าน แต่มาถึงตอนนี้ได้อ่านเรื่องถีทุกะเจตสิกแล้ว ก็เข้าใจได้ชัดเจนและกว้างขวางยิ่งขึ้น

กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์บุญมี

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะที่นำมาลงเผยแพร่ที่ลานธรรมแห่งนี้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาอันเป็นสาธารณะ ...

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ก.ย. 2550 , 10:39:07 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 10

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบาย ทำให้เข้าใจถีนมิทธะมากขึ้นค่ะ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่เณรค่ะ ที่นำความรู้มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ก.ย. 2550 , 13:25:07 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org