มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เปรตปากหมู








เปรตปากหมู
จากวารสารชีวิตของอภิธรรมมูลนิธิ


เมื่อสมเด็จพระบรมศาสดาประทับอยู่ที่พระเวฬุวันอันเคยเป็นสถานที่ให้เหยื่อแก่กระแตแต่เมื่อก่อน อาศัยกรุงราชคฤห์ ได้ทรงปรารภสุกรมุขเปรต คือ เปรตปากหมูหรือสุกรให้เป็นต้นเหตุ จึงตรัสเทศนาว่า

ดังได้สดับมาว่าในครั้งศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ล่วงมาแล้วโน้น มีภิกษุองค์หนึ่งเป็นผู้สำรวมกายแต่ไม่สำรวมวาจา ได้ด่าว่าภิกษุทั้งหลาย เวลาภิกษุนั้นมรณภาพแล้ว ก็ไปเกิดในนรก ไหม้อยู่ในนรกตลอดพุทธันดรหนึ่ง เวลาพ้นจากนรกนั้นมาแล้วก็ได้มาเกิดเป็นเปรตอดอยากอยู่ที่เชิงเขาคิชฌกูฎ ใกล้กรุงราชคฤห์

ด้วยเศษบาปอันนั้น กายของเปรตนั้นมีสีเหมือนทองคำ ปากของเปรตนั้นเหมือนกับปากสุกร คราวนั้นพระนราทเถรเจ้าอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฎ เช้าขึ้นได้ถือเอาบาตรจีวรลงมาจากภูเขาคิชฌกูฎเพื่อจะไปบิณฑบาตรที่กรุงราชคฤห์ ได้เห็นเปรตนั้นในระหว่างทาง เมื่อจะถามถึงกรรมที่เปรตนั้นได้กระทำไว้จึงได้ถามว่า ร่างกายของเธอทั้งสิ้นมีผิวพรรณดังทองคำ ทำให้ส่องสว่างตลอดทิศทั้งปวง แต่ปากของเธอเหมือนกับปากสุกร เธอได้ทำบาปกรรมอะไรไว้ในปางก่อน

เปรตนั้นจึงตอบว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ได้สำรวมกาย แต่ไม่สำรวมวาจา เพราะฉะนั้นแหละกายของข้าพเจ้าจึงมีสีเหมือนทองคำ ปากของข้าพเจ้าจึงเหมือนกับปากสุกร ข้าแต่พระนารทะ ร่างกายของข้าพเจ้าเหมือนกับร่างกายมนุษย์ มีผิวพรรณดังทองคำ แต่ปากของข้าพเจ้าเหมือนกับปากสุกรที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะข้าพเจ้าได้สำรวมกาย ไม่ได้สำรวมวาจา

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ย. 2550 , 09:32:07 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ครั้นเปรตนั้นตอบอย่างนี้แล้วก็ให้โอวาทแก่พระเถรเจ้าว่า

“ข้าแต่ท่านนารทะ เพราะเหตุนี้แหละข้าพเจ้าจึงขอบอกท่าน ร่างกายของข้าพเจ้านี้ท่านได้เห็นด้วยตนเองแล้ว ท่านอย่าได้กระทำบาปด้วยปาก อย่าให้ปากของท่านเป็นเหมือนกับปากสุกรเหมือนกับข้าพเจ้า ถ้าท่านเป็นคนปากกล้ากระทำด้วยปาก ท่านก็จะต้องมีปากดังสุกร เพราะฉะนั้นท่านอย่าได้กระทำบาปด้วยปากเลย ดังนี้”

ลำดับนั้นพระนารทเถรเจ้าก็เลยไปเที่ยวบิณฑบาต ในกรุงราชคฤห์ต่อไป เวลากลับจากบิณฑบาต หลังอาหารแล้วก็ไปกราบทูลเรื่องนี้แด่พระพุทธองค์ซึ่งทรงแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัท ๔

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า นาราทะเปรตนั้น เราได้เห็นก่อนแล้ว ตรัสดังนี้แล้วเมื่อพระองค์ จะทรงแสดงโทษแห่งวจีทุจริตและแสดงคุณแห่งวจีสุจริต จึงได้ทรงแสดงธรรมตามสมควรแก่ต้นเหตุ การทรงแสดงธรรมนั้นก็ให้สำเร็จคุณวิเศษแก่ประชุมชนในคราวนั้น


โดย ศาลาธรรม (ศาลาธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ย. 2550 , 09:32:44 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



เปรตกินอุจจาระ


ดำเนินตามความอรรถกถาแห่งเปรตวัตถุ คัมภีร์ปรมัตถทีปนั้นว่าเมื่อสมเด็จพระบรมศาสดาประทับอยู่ที่เชตวนาราม กรุงสาวัตถี ทรงปรารภเปรตกินคูถตนหนึ่งให้เป็นต้นเหตุ จึงตรัสเทศนาเรื่องนี้ไว้ ดังได้สดับมาว่า มีกุฎุมพีผู้หนึ่งในบ้านน้อยตำบลหนึ่งใกล้กรุงสาวัตถี ได้สร้างวิหารถวายพระประจำตระกูลของตน ได้มีภิกษุทั้งหลายมาจากชนบทต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ในวิหารนั้น คนทั้งหลายได้มีใจเลื่อมใสศรัทธา บำรุงด้วยปัจจัยอันประณีต ภิกษุผู้ประจำตระกูลให้กุฎุมพีนั้นก็ไม่พอใจได้ไปติเตียนภิกษุทั้งหลายให้กุฎุมพีนั้นฟัง กุฏุมพีก็เชื่อพระของตนแล้วด่าว่า

ภิกษุทั้งหลาย เวลาภิกษุนั้นตายแล้วก็ได้ไปเกิดเป็นเปรตอยู่ที่เว็จจกุฎิในวิหารนั้น ส่วนกุฎุมพีเวลาตายไปแล้วก็ได้ไปเกิดเป็นเปรตอยู่บนศีรษะเปรตนั้นอีก

ต่อมาภายหลังพระมหาโมคคัลลานะจึงไปพบ แล้วถามว่า เจ้าขึ้นมาจากหลุมคูถขึ้นมายืนอยู่ในที่นี้ เพราะได้เห็นสิ่งใด หรือว่าเจ้าสิ้นบาปกรรมแล้ว จึงได้โผล่ขึ้นมาจากหลุมคูถเช่นนี้ เปรตนั้นตอบว่า ข้าพเจ้าเป็นเปรตเพราะได้ทำบาปกรรมไว้ เจ้าได้ทำบาปกรรมไว้อย่างไร จึงได้มารับทุกข์อยู่ในหลุมคูถนี้

เมื่อชาติก่อนมีภิกษุเจ้าอาวาสองค์หนึ่งซึ่งเป็นผู้มีความหวงแหนเกียจกันตระกูล ไปฉันประจำอยู่ที่เรือนข้าพเจ้า ได้ด่าว่าภิกษุทั้งหลายให้ข้าพเจ้าได้ยิน ข้าพเจ้าได้ยินแล้วก็พลอยด่าว่าภิกษุทั้งหลายตามภิกษุนั้น เวลาข้าพเจ้าตายแล้ว จึงได้มาเกิดเป็นเปรตอยู่ในที่นี้

พระเถรเจ้าจึงถามว่า ภิกษุประจำตระกูลของเจ้าซึ่งเป็นมิตรเทียมของเจ้า เวลาเขาตายแล้วไปอยู่ที่ไหน เปรตนั้นตอบว่าเขาได้เกิดเป็นเปรตอยู่ในวัจจกุฎินี้ เวลานี้ข้าพเจ้าได้ยืนอยู่บนศีรษะของเขา เขาได้เป็นเหมือนบ่าวของข้าพเจ้า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า คูถที่คนทั้งหลายถ่ายลงมาในเว็จจกุฎินี้ได้เป็นอาหารของข้าพเจ้าและเป็นอาหารของเปรตนั้นทุกวันไป ด้วยว่าข้าพเจ้าได้ด่าว่าภิกษุทั้งหลายไว้ในชาติก่อนว่า การที่ท่านทั้งหลายกินคูถดีกว่ากินอาหาร ส่วนภิกษุที่ประจำตระกูลของข้าพเจ้าก็ด่าภิกษุทั้งหลายอย่างนี้ ข้าพเจ้าทั้ง ๒ จึงได้มาเกิดเป็นเปรตกินคูถอยู่ในที่นี้

เมื่อพระมหาโมคคัลลานะได้ฟังดังนี้แล้ว ก็นำไปกราบทูลพระพุทธองค์ ๆ จึงทรงยกขึ้นเป็นต้นเหตุแล้วทรงแสดงโทษแห่งการด่าว่าผู้อื่นเป็นต้น เป็นอันว่า จบเรื่องเปรตกินคูถเพียงเท่านี้


โดย ศาลาธรรม (ศาลาธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ย. 2550 , 09:33:12 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



เปรตถูกไฟกรดเผา


เรื่องเปรตที่พระมหาโมคคัลลานะได้เห็นตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์อาทิกรรมว่า

เปรตตนหนึ่งเป็นเปรตหญิงถูกถ่านไฟแดงตกลงมาจากอากาศมารดศีรษะตลอดตัว อยู่ในอากาศบนยอดภูเขาคิชฌกูฎ พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า หญิงเปรตตนนั้นเมื่อชาติก่อนได้เป็นอัครมเหสีอยู่ที่แว่นเคว้นกาลิงคะ เป็นผู้มีความริษยาหึงหวงได้ตักถ่านไฟแดงเทรดศีรษะของนางสนมผู้หนึ่ง เวลาตายแล้วจึงได้ไปตกนรกอยู่ตลอดกาลนาน แล้วมาเกิดเป็นเปรตดังที่พระมหาโมคคัลลานะได้เห็น

เปรตอีกตนหนึ่งเป็นเปรตไม่มีศีรษะ มีตาและปากอยู่ที่หน้าอก มีฝูงแร้ง กา นกตะกรุมตามเจาะจิกอยู่เป็นกลุ่ม ๆ เปรตตนนั้นก็ได้แต่ร้องทุรนทุรายอยู่ในอากาศ พระพุทธองค์ได้ทรงประกาศไว้ว่า เปรตตนนั้นได้เป็นโจรฆาตสำหรับฆ่าโจรอยู่ที่กรุงราชคฤห์ เวลาตายแล้วได้ไปตกนรกอยู่ตลอดกาลนาน แล้วมาเกิดเป็นเปรตตัวขาดอยู่ในที่นั้น

เปรตตนหนึ่งเป็นเปรตภิกษุมีสังฆาฎิบาตรจีวร ประคตเอว ลุกเป็นไฟไหม้อยู่ในอากาศพระพุทธองค์ตรัสว่า เปรตตนนั้นเมื่อชาติก่อนได้เป็นภิกษุลามก ในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า คือเมื่อชาติก่อนเป็นภิกษุนั้น ไม่สำรวมกายวาจา ไม่ตั้งอยู่ในศีลเวลาตายแล้วได้ไปตกนรกอยู่ตลอดพุทธันดรจึงได้มาเกิดเป็นเปรตอยู่ในที่นั้น

เปรตอีกตนหนึ่งเป็นเปรตนางภิกษุณี เปรตนางสิกขมานา อีกตนหนึ่งเป็นเปรตสามเณร เปรตสามเณรี ซึ่งล้วนแต่มีสบงจีวรและบาตรลุกเป็นไฟไหม้ อยู่เป็นนิตย์ ด้วยเมื่อครั้งศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าโน้นได้เป็นผู้ไม่มีศีล เวลาตายแล้วได้ไปตกนรกอยู่หนึ่งพุทธธันดร แล้วได้มาเกิดเป็นเปรตดังที่พระมหาโมคคัลลานะเห็น เป็นอันว่าสิ้นเรื่องเปรต เพียงเท่านี้


โดย ศาลาธรรม (ศาลาธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ย. 2550 , 09:33:50 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4


อ่านแล้วเห็นความน่ากลัวของบาปทุจริตทั้งหลาย ที่แสดงออกทางกายและวาจา

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ย. 2550 , 10:03:13 น.] ( IP = 124.121.175.114 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านแล้ว ทำให้เห็นความน่ากลัวของบาปมากขึ้นค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ย. 2550 , 17:28:53 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org