มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รูปและคำบรรยายพระพุทธประวัติ(๘)






โปรดพราหมณ์ ผู้สำคัญตนว่าโชคดี


พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์ผู้สำคัญตนว่าเป็นคนมีโชคดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน พราหมณ์ผู้สำคัญตนว่าโชคดีนี้ เมื่อมาพบพระพุทธเจ้าก็ปรบมือแปะ ๆ บอกว่า แหม ข้าพเจ้านี่มันเป็นคนโชคดี ไม่มีโรคอะไรเสียเลย ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐว่าอย่างนั้นเถอะ

พระพุทธองค์ทรงได้ยินดังนั้นก็ตรัสว่า หยุดก่อนพราหมณ์ บุคคลผู้ไม่มีโรคเลยนั้นหาได้ยาก นอกจากพระอรหันต์เท่านั้นที่จะไม่มีโรคเสียเลยโดยทางจิตใจแหละ หมายความว่า คนเรานี่มันมีสองอย่างด้วยกัน โรคทางกายเจ็บปวดหัวตัวร้อน มีแผล มีฝีมีหนอง ส่วนอีกทางหนึ่งเรียกว่า โรคทางวิญญาณ คือ โรคที่มันมีกิเลสเสียดแทง

เพราะฉะนั้น คนเราถ้ามีความโกรธ มีความอาฆาตมาดร้าย มันก็เสียดแทง มีราคะ มีความกำหนัดอยู่ก็เสียดแทง พระอรหันต์เท่านั้นแหละที่จะไม่ถูกโรคทางวิญญาณเสียดแทง

นี่แหละพระองค์ทรงสอนให้รู้จักโรคอีกอย่างหนึ่งซึ่งเขานั่นเป็นคนไม่มีโรคเลยตั้งแต่เกิดมานี่ไม่ค่อยเจ็บปวดกับเขา จึงภูมิใจตบอกดังแปะ ๆ ว่า แหม ไม่มีโรคเลย แต่แล้วเมื่อพระองค์ทรงชี้ให้เห็นถึงโรคภัยไข้เจ็บอีกชนิดหนึ่ง อย่าสำคัญไปว่ามีลาภอันประเสริฐที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บทางกาย ถ้าไม่มีโรคทางจิตใจ ทางวิญญาณ คือ มีกิเลสทิ่มแทงด้วยนั่นแหละถึงจะเป็นลาภอันประเสริฐของความเป็นมนุษย์



ทรงสอนราหุล


พระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดสอนสามเณรราหุลถึงเรื่องศีล โดยหยิบอุปกรณ์โดยการใช้กะลา และก็เทียบให้ดูกะลาที่มีน้ำกับกะลาที่ไม่มีน้ำ กระลาที่มีน้ำเมื่อคว่ำเทลงไป…มันรดหกหมด ก็เหมือนกับที่เราได้เทศีลเทธรรม ไม่สำรวมระวังในวาจา เมื่อได้กล่าวคำเท็จเสียแล้ว ก็เท่ากับเทศีลของตนออกหมด เหมือนกับเทน้ำออกจากกะลา เพราะฉะนั้นการกล่าววาจาที่ไม่เป็นเท็จเป็นจริง นั่นแหละชื่อว่าเป็นการได้ตักตวงเอาศีลไว้ ตักน้ำไว้ในกะลาได้มากทีเดียว โดยย่อ ๆ ก็ว่าอย่างนั้น

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [5 ก.ย. 2550 , 08:12:59 น.] ( IP = 58.9.142.77 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ทรงเคารพพระธรรม


พระพุทธองค์ทรงเคารพพระธรรมมาก วันหนึ่งพระองค์จะเข้าไปในวิหาร ซึ่งพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังแสดงธรรมกับภิกษุจำนานมาก พระองค์ก็ไม่ยอมเดินเข้าไป รอจนกระทั่งพระรูปนั้นเทศน์จบ เมื่อพระภิกษุรูปนั้นออกมาแล้วก็ถามว่า พระองค์มานานแล้วเหรอพระองค์บอกว่า มานานแล้ว ถามว่าทำไมพระองค์ไม่เดินเข้าไป พระองค์บอกว่า เรานั้นเป็นผู้เคารพธรรม ถ้าใครกำลังแสดงธรรม มีผู้รับธรรมอยู่ เราจะไม่เข้าไปกวนให้เขาเสียสมาธิ เดี๋ยวนี้พุทธบริษัท บางทีกำลังแสดงธรรมอยู่ก็เดินป้วนเปี้ยน ไม่ได้เคารพธรรม

พุทธประวัติตอนนี้เป็นพุทธานุสสติให้เราระลึกนึกถึง พระพุทธเจ้ายังเคารพพระธรรม พวกเราไฉนเล่าจะไม่เคารพธรรมตามพระพุทธองค์



คนสามตา


พระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดภิกษุ โดยอุปมาเรื่องคน 3 ตา ตาที่บอดหมดทั้งสองข้าง กับอดข้างหนึ่ง และดีทั้งสองข้าง

คำว่า คนตาบอดสองข้าง ก็คือคนที่ไม่มีปัญญาที่จะแสวงหาทรัพย์สมบัติ และก็ไม่มีปัญญาที่จะรู้มนุษยสมบัติ หรือทำเครื่องออกจากทุกข์ คือโง่ทั้งการแสวงหาทรัพย์สมบัติ และก็โง่เรื่องการรู้เรื่องธรรมะไว้ดับกิเลส ไม่รู้ศีล สมาธิ ปัญญา ว่าเป็นเหตุให้ถึงความหลุดพ้น เป็นเหตุให้ดับทุกข์ เหล่านี้เป็นต้น

ที่ว่าตาบอดข้างหนึ่ง ดีข้างหนึ่ง ก็หมายความว่า บางคนมีแต่ปัญญาที่จะแสวงหาทรัพย์สมบัติ แต่ไม่มีปัญญารู้ธรรมะไว้เป็นเครื่องดับทุกข์ หรือว่าบางคนมีแต่คุณธรรม แต่ว่าขาดความขยันขันแข็ง มีความรู้ที่จะดำรงอยู่แบบไม่เป็นทุกข์ในด้านจิตใจ แต่ว่าไม่ค่อยจะขวนขวายประกอบอาชีพ หมายความสลับกัน

คราวนี้ที่ว่ามีตาดีทั้งสองข้าง คือมองเห็นช่องทางทำมาหากินที่จะได้ทรัพย์ด้วยสติปัญญา วิชาความรู้ในด้านอาชีพสาขาต่าง ๆ ประกอบกับความสามารถ แล้วก็มีคุณธรรมไม่มัวเมาลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติที่แสวงหามาได้ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีคุณธรรมแห่งการที่จะบำเพ็ญตนให้อยู่เหนือทุกข์ทั้งปวงได้ อย่างนี้เรียกว่า มีสองตา

เพราะฉะนั้น เราก็ควรจะได้ให้ครบสมบูรณ์ทั้งสองตา รู้ทั้งวิชาทางโลกที่จะดำรงชีวิต มีอาชีพ มีฐานะ และก็ไม่เป็นทุกข์กับสิ่งที่เรามี

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [5 ก.ย. 2550 , 08:18:26 น.] ( IP = 58.9.142.77 : : )


  สลักธรรม 2



กาลามสูตร


คราวหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงเดินผ่านมาทางหมู่บ้านที่เรียกว่า กาลามชน หรือหมู่บ้านกาลามะ หมู่บ้านนี้มักจะมีคนเดินผ่านมา ศาสดาต่าง ๆ มาสอนกันจนบ้านมึนหัวไม่รู้จะเชื่อใครถูก จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้มาพูดถึงหลักของความเชื่อ 10 ประการ ที่เรียกกันว่า กาลามสูตร คือ พระองค์ตรัสว่า

..อย่าได้เชื่อถือถ้อยคำที่ได้ยิน ได้ฟัง โดยฟังตาม ๆ กันมา

ข้อที่สอง ข้อที่สาม อย่าได้เชื่อถือโดยตื่นข่าว ได้ยินขึ้นว่าอย่างนั้นอย่างนี้

ข้อที่สี่ อย่าได้เชื่อถือโดยอ้างเอาตำรา เขาอ้างว่ามีอยู่ในตำรา ก็เชื่อไป

ข้อที่ห้า อย่าเชื่อถือโดยเดาเอาเอง คาดคะเนเดาเอา

ข้อที่หก คือคาดคะเนและเดาเอา

ข้อที่เจ็ด อย่าได้เชื่อถือโดยความตรึกตามอาการ ว่าอาการมันอย่างนี้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้

ข้อที่แปด อย่าได้เชื่อถือโดยชอบใจว่ามันตรงกับทิฏฐิของเรา

ข้อที่เก้า อย่าได้เชื่อถือโดยผู้พูดนั้นเป็นผู้ควรที่จะเชื่อได้

ข้อที่สิบ อย่าได้เชื่อถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา

แล้วจะเชื่อถืออย่างไร ก็เรียกว่ามีหลักอยู่ว่า เชื่อถือไปแล้วกุศลธรรมเกิด ทำไปแล้ว เชื่อไปแล้วนี้ไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เรียกว่าไม่ต้องเชื่อทั้งตามตำรา หรือใครที่มาพูด แต่ไม่ใช่ไม่ฟังนะ ไม่เชื่อกับไม่ฟังนี่คนละอย่าง บางคนนี่ แหม มันทั้งไม่เชื่อ ไม่ฟัง นี่ก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน ท่านบอกให้ฟังแต่ว่าอย่าเพิ่งเชื่อโดยอาการอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว คือ เชื่อเพราะเขาพูด ๆ กันมา ได้ยินเขาว่า เดาเอา คาดคะเนเอา ว่าสมณะผู้นี้เป็นครู เป็นอะไรของเรา อย่างนี้เป็นต้น ก็อย่าเพิ่งเชื่อ หมายความว่าฟังไว้ก่อน แล้วถ้าใคร่ครวญดูแล้วกุศลธรรมเกิด ทำดูแล้วกุศลธรรมเกิด ค่อยเชื่อทีหลัง



ความศรัทธาของเด็ก


พระพุทธองค์ทรงนั่งอยู่ในป่าในท่ามกลางภิกษุเป็นจำนวนมาก พระมหากัสสปะนั้นเป็นที่รักของเด็ก ๆ พระพุทธเจ้านี่บางทีไปบิณฑบาต ปรากฏว่าเด็ก ๆ ใส่บาตรพระมหากัสสปะมากกว่าพระพุทธเจ้าด้วยซ้ำไป เพราะว่าเรื่องความเลื่อมใสศรัทธานั้น ที่เป็นศรัทธาโดยรูป โดยการมีเสียง ที่เรียกว่าศรัทธาต่างกัน ศรัทธาในรูป ศรัทธาในเสียง ศรัทธาในธรรม เป็นต้น แต่ปรากฏว่าเด็ก ๆ นั้นเคารพนับถือศรัทธาพระมหากัสสปะมากกว่าพระพุทธเจ้า แต่ว่าถ้าเด็กคนไหนเขาโตขึ้น เขารู้เรื่องว่าผู้ที่ตรัสรู้ธรรม และรู้อริยสัจจ์อย่างแตกฉานแล้ว เขาจะศรัทธาพระพุทธเจ้ามากกว่ามหากัสสปะ

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [5 ก.ย. 2550 , 08:23:41 น.] ( IP = 58.9.142.77 : : )


  สลักธรรม 3



พราหมณ์ผู้ถูกลูกทอดทิ้ง


ทรงแสดงธรรมสอนพราหมณ์ผู้ถูกลูกหญิงชายทอดทิ้งว่าลูกชนิดนี้เกิดมาเหมือนกับยักษ์เหมือนกับมาร ไล่พ่อไล่แม่เหมือนหมาไล่หมูทีเดียว พระองค์ก็ได้ทรงแนะนำให้พราหมณ์ผู้นี้ถือไม้เท้าไปในหมู่บ้านคนมาก ๆ แล้วก็ให้ท่องว่า มีไม้เท้าไว้กันสัตว์ร้าย ไว้หยั่งเวลาน้ำมันจะลึกหรือตื้น พูดง่าย ๆ ว่า มีไม้เท้าของคนเฒ่าดีกว่ามีลูกเต้าอกตัญญู เพราะว่ามีลูกที่ไม่เลี้ยงดู พูดไปอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ คนได้ยินมาก ๆ ก็ถึงกับอยากจะไปรุมประชาทัณฑ์ ลูกของพราหมณ์ที่เสือกไสไล่พ่อแม่ยามแก่ยามเฒ่า ปรากฏว่าลูกรู้ข่าวว่าคนชักไม่พอใจ ก็เลยรับพ่อพราหมณ์ผู้เฒ่านี้ไปเลี้ยงต่อไป ทำให้ผู้แก่ผู้เฒ่าได้มีที่พึ่งที่อาศัย นับว่าพระพุทธเจ้าอุบัติเกิดขึ้นในโลกนี้ สร้างความสงบสุขให้แก่ปวงตนได้เป็นที่พึ่งเป็นอันมาก



ไล่ผลาญพรากตีชีวิตเขา


พระพุทธองค์ทรงเตือนพวกเด็ก ๆ ที่แสวงหาความสนุกสนานในการไล่ผลาญพรากตีชีวิตเขาให้เจ็บปวด พระองค์ก็บอกว่า นี่หนู เธอรักสนุกเกลียดทุกข์กันบ้างไหม เด็ก ๆ ก็บอกว่าทุกคนก็รักสุขเกลียดทุกข์กันทั้งนั้น แล้วหนูทำไปไปยื่นความทุกข์ให้ผู้อื่นเขาล่ะ เขามาทำความทุกข์อะไรให้เรา เด็ก ๆ ก็ได้คิด จริงสินะ ก็เลยทำให้ยั้งมือ

พระองค์ทรงโปรดหมดตั้งแต่แก่ยันเด็ก เมื่อตะกี้โปรดแก่คราวนี้โปรดเด็กอีกแล้ว แหม มีชีวิตที่มีประโยชน์จริง ๆ ถ้าพระองค์เป็นฟ้าชายสิทธัตถะก็คงจะไม่มีประโยชน์อย่างนี้ นี่มาเป็นพระพุทธเจ้าของเรา ที่น่าเคารพนับถือ โปรดตั้งแต่แก่ยันเด็ก หนุ่มสาวไม่ต้องห่วงนับมากไม่ถ้วนเท่าเมล็ดทรายในผืนทะเลทีเดียว



ธรรมะเปรียบเทียบเหมือนแพอาศัยข้ามฟาก


พระองค์ทรงแนะนำภิกษุทั้งหลายให้เข้าใจว่า ธรรมะหรือศาสนานั้นเปรียบเสมือนพ่วงแพที่จะอาศัยข้ามฟาก ข้ามไปแล้ว ขึ้นไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ต้องแบกแพ แบกไม้ไผ่กอนั้นขึ้นไปด้วย เราอาศัยเกาะปะทังไม่ให้เราจมน้ำตาย เราอาศัยศาสนาเพียงเกาะไม่ให้เราจมอยู่ในสังสารวัฎฎ์ เมื่อเราขึ้นพ้นไปแล้ว เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาแบกให้หนักหน่วง บางคน นี่ถือศาสนาจนกลายเป็นสงครามศาสนา บางทีถ่อแพลงไปแล้วก็มัวมาแข่งกันว่า แพฉันดี แพแกผุ เหมือนกับแพพุทธ แพคริสต์ แพอิสลาม มัวแต่เถียงกัน แพแกดี แพฉันดี แพแกผุ เลยชักไม้ในแพออกมาตีกัน ก็จมตายไปหมดทั้งสามแพ อย่างนี้เรียกว่า ไม่ฉลาดในการข้ามน้ำด้วยอาศัยพ่วงแพหรือศาสนา

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [5 ก.ย. 2550 , 08:33:18 น.] ( IP = 58.9.142.77 : : )


  สลักธรรม 4



การเข้าไปอยู่บ้านสามี


อุคคหเศรษฐีได้พาหลานสาวซึ่งแต่งงานจะไปอยู่บ้านตระกูลพ่อผัวแม่ผัวไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ขอให้พระองค์ทรงแนะวิธีการที่จะไปอยู่ในบ้านพ่อผัวแม่ผัวให้มีความผาสุก พระองค์ก็ทรงแสดงธรรมจับโดยใจความย่อ ๆ ว่า ขอให้เป็นผู้ที่ประพฤติตนนอนทีหลังแต่ให้ตื่นก่อน เพื่อปฏิบัติญาติของสามี หรือว่าตัวสามี ไม่เกียจค้านในการงาน พูดจาให้เป็นที่รัก ไม่นำทรัพย์ที่สามีแสวงหามาได้ไปผลาญ ไม่ดูถูกดูหมิ่นสามีผู้มีความเพียรเลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ ไม่ทำให้สามีขุ่นเคืองด้วยความประพฤติหึงหวงสามี และย่อมบูชาผู้ที่เคารพทั้งปวงของสามี นารีใดย่อมประพฤติตามได้อย่างนี้ นารีนั้นยอมเข้าถึงความเป็นเทวดา



โปรดนางวิสาขา


พระพุทธองค์สอนธรรมแก่นางวิสาขาผู้เศร้าโศกจาการสูญเสียหลานรักมาตายจาก โดยถามว่า วิสาขา คนในเมืองนี้มีตายกันมากไหม ทุกวันไหม นางตอบว่ามีมาก และมีทุกวัน ถ้าหากว่าคนทุกคนนี้มีเหมือนหลานของเธอที่เธอรัก ตายไปวันละมาก ๆ ไม่ต้องร้องไห้น้ำตาร่วงเป็นตุ่ม ๆ ไปหรือ? แล้วพระองค์ก็ทรงต่อว่า นี่ถ้าหากว่าจะให้มีหลานอีกเธอจะชอบไหมวิสาขาก็บอกว่าชอบ ถ้าหากต้องตายไปอีกอย่างนี้ แล้วเธอไม่ต้องคร่ำครวญร่ำไห้ไปอีกมากต่อมากหรือ? และสอนต่อไปว่า การสูญสิ้นครั้งนี้ควรจะเป็นข้อคิดเตือนใจว่าอาจจะสูญเสียของรักอื่นๆ ต่อไป จะได้ยั้งใจไว้อยู่ นางวิสาขาก็เริ่มเห็นตามความเป็นจริงที่พระองค์ทรงสอนจนจิตใจเริ่มสงบ



คัดลอกทั้งภาพและคำบรรยายมาให้ชมจากที่นี้ครับ
http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/buddhist1/index/

โดย ไผ่สีทอง..นำมาฝาก [5 ก.ย. 2550 , 08:38:17 น.] ( IP = 58.9.142.77 : : )


  สลักธรรม 5


อ่านด้วยความเพลิดเพลินพร้อมได้คติหลายข้อ

กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.ย. 2550 , 09:50:09 น.] ( IP = 124.121.172.236 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณมากค่ะ..ที่นำมาให้อ่าน
เพราะทั้งภาพและคำบรรยายล้วนน่าชมและมีสาระให้นำไปพิจารณา ..สาธุ สาธุ สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.ย. 2550 , 12:23:05 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7

อ่านแล้วได้ความรู้และข้อคิดหลายอย่างค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ ที่นำประโยชน์มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.ย. 2550 , 13:04:45 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านแล้วได้ข้อคิดดีครับ

โดย jaroon - [21 ธ.ค. 2550 , 19:44:36 น.] ( IP = 58.9.66.92 : : )


  สลักธรรม 9

กราบอนุโมทนาสาธุค่ะ

โดย ผู้เยี่ยมชม [22 พ.ค. 2551 , 09:25:03 น.] ( IP = 122.154.32.14 : : 192.168.71.34 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org