มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เปรตงูเหลือม







เปรตงูเหลือม
จาก วารสารชีวิต อภิธรรมมูลนิธิ


คราวหนึ่งเมื่อพระมหาโมคคัลลานะเถรเจ้าลงจากภูเขาคิชฌกูฎพร้อมกับพระลักขณเถรเจ้า ก็ได้เห็นเปรตงูเหลือมตัวหนึ่งซึ่งมีตัวยาวได้ ๒๕ โยชน์ ด้วยทิพพย์จักษุ มีเปลวไฟพลุ่งขึ้นจากศีรษะของเปรตงูเหลือมนั้นลามไปตลอดหาง พลุ่งขึ้นจากหางลามไปตลอดศีรษะ พลุ่งขึ้นจากข้างทั้ง ๒แล้ว ก็รวมลงในกลางตัว

ครั้นพระเถรเจ้าได้เห็นเปรตงูเหลือมนั้นแล้วก็ได้ยิ้มขึ้น าพระลักขณเถรเจ้าถามถึงเหตุที่ยิ้ม ท่านก็ตอบว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาแก้ปัญหานี้ ขอให้ท่านถามข้าพเจ้าในที่ใกล้พระศาสดา ว่าดังนี้แล้ว ก็พากันไปเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ พอกลับจากบิณฑบาตแล้วไปเฝ้าองค์พระศาสดาพระลักขณเถรเจ้าจึงถามเรื่องนั้นขึ้นต่อพระมหาโมคคัลลานะ

พระมหาโมคคัลลานะจึงตอบว่า ข้าพเจ้าได้เห็นเปรตงูเหลือมตนหนึ่งยาวถึง ๒๕ โยชน์ มีเปลวไฟพลุ่งขึ้นจากศีรษะถึงหาง พลุ่งจากหางจดศีรษะ พลุ่งจากข้างทั้ง ๒ ไปรวมในกลางตัว ครั้นข้าพเจ้าเห็นแล้วจึงยิ้มขึ้นด้วยคิดว่าร่างกายเช่นนี้เราไม่เคยเห็น

เมื่อพระมหาโมคคัลลานะว่าดังนี้แล้วพระพุทธองค์จึงตรัสว่า สาวกทั้งหลายของเราย่อมเป็นผู้มีจักษุ แล้วตรัสยืนยันตามถ้อยคำของพระเถรเจ้าว่า เปรตตนนั้นเราก็ได้เห็นแล้ว ตั้งแต่ในเวลาเราอยู่ที่บริเวณไม้ศรีมหาโพธิ แต่เราไม่ได้พูดเพราะเห็นว่าพวกใดไม่เชื่อถ้อยคำของเรา พวกนั้นก็จักได้รับโทษทุกขภัย ในบัดนี้เราได้โมคคัลลานะเป็นพยานแล้วจึงได้พูด ภิกษุทั้งหลายได้ทูลถามถึงบุพพกรรมของเปรตนั้น จึงได้ทรงแสดงให้ฟังว่า

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2550 , 17:46:25 น.] ( IP = 58.9.92.131 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ในครั้งพระกัสสปพุทธเจ้าโน้น มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่าสุมังคลเศรษฐี ได้ปูพื้นดินด้วยอิฐทองคำ แล้วให้สร้างวิหารด้วยทรัพย์เป็นจำนวนมากในที่กว้างยาวได้ ๒๐ อุสภ แล้วให้ฉลองวิหารด้วยทรัพย์อีกจำนวนมาก

เช้าวันหนึ่งเมื่อสุมังคลเศรษฐีนั้นจะไปเฝ้าพระศาสดา ได้เห็นโจรคนหนึ่งนอนคลุมศีรษะอยู่ในศาลาหลังหนึ่ง มีเท้าเปื้อนโคลนจึงว่า "บุรุษที่เท้าเปื้อนโคลนนี้จักเป็นบุรุษที่เที่ยวกลางคืน แล้วมานอนในกลางวัน"

โจรนั้นเปิดผ้าคลุมหน้าออกก็ได้เห็นเศรษฐี จึงผูกอาฆาตว่า เราจักแก้แค้นให้ได้ แล้วจึงเผานาเศรษฐีถึง ๗ ครั้ง ตัดเท้าฝูงโคในคอก ๗ ครั้ง เผาเรือน ๗ ครั้ง ถึงอย่างนั้นก็ดีโจรนั้นก็ยังไม่อาจทำความโกรธให้ดับได้

จึงไปตีสนิทกับคนใช้เศรษฐีได้ความว่า สิ่งใดเป็นที่รักของเศรษฐียิ่งไปกว่าพระคันธกุฎีไม่มี โจรนั้นจึงคิดว่า เอาละ เราจะเผาคันธกุฎีให้หมดความโกรธของเราให้ได้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2550 , 17:47:20 น.] ( IP = 58.9.92.131 : : )


  สลักธรรม 2



เมื่อพระกัสสปพุทธเจ้ากับเหล่าพระภิกษุสงฆ์เสด็จเข้าไปบิณฑบาต เขาก็ไปทุบต่อยหม้อน้ำเสียสิ้นแล้วเผาพระคันธกุฎี เศรษฐีได้ทราบว่าไฟไหม้พระคันธกุฎีก็รีบมา พอมาเห็นพระคันธกุฎีถูกไฟไหม้ก็ไม่เสียใจแม้เพียงเล็กน้อย มีแต่ดีใจตบมือ

พวกที่ยืนอยู่ใกล้จึงถามว่า ท่านเศรษฐีสละทรัพย์ออก สร้างพระคันกุฎีมากมาย เมื่อพระคันกุฎีถูกไฟไหม้เหตุไรจึงตบมือดีใจ

เศรษฐีตอบว่า เพราะเราจะได้ฝังทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนาอันไม่ทั่วไปแก่อัคคีภัยเป็นต้นไว้เป็นอันมากแล้ว ยังจักได้สละทรัพย์ออกสร้างพระคันธกุฎีอีก เรานึกดีใจอย่างนี้เราจึงได้ตบมือ

เศรษฐีนั้นก็ได้สละทรัพย์เท่าเดิมออกสร้างคันธกุฎีอีก แล้วได้ถวายทานแก่องค์พระศาสดา พร้อมทั้งภิกษุ ๒ หมื่นองค์

โจรได้เห็นดังนั้นจึงคิดว่า ถ้าเราจักไม่ฆ่าเศรษฐีนี้เราก็จักไม่อาจที่จะลดความโกรธได้ เราจะฆ่าเศรษฐีนี้ให้ได้ คิดดังนี้แล้วจึงผูกกริชไว้ในผ้านุ่งเที่ยวไปมาอยู่ในวิหารตลอด ๗ วัน แต่ไม่มีโอกาส

ฝ่ายมหาเศรษฐีถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธองค์เป็นประธานอยู่ตลอด ๗ วัน แล้วจึงกราบทูลขึ้นว่ามีบุรุษคนหนึ่งได้เผานาข้าพเจ้าถึง ๗ ครั้ง ได้ตัดเท้าโคในคอก ถึง ๗ ครั้ง ได้เผาเรือนข้าพระองค์ถึง ๗ ครั้ง ครั้งนี้ผู้ที่เผาพระคันธกุฎีก็เห็นจะเป็นบุรุษนั้น ข้าพระองค์ขอยกส่วนบุญในคราวนี้ให้แก่บุรุษนั้นก่อนผู้อื่น พระเจ้าข้า

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2550 , 17:47:51 น.] ( IP = 58.9.92.131 : : )


  สลักธรรม 3



พอโจรนั้นได้ฟังดังนี้ก็คิดว่า เราได้ทำกรรมอันหนักเสียแล้ว เราทำความผิดถึงเพียงนี้เศรษฐีนี้ยังไม่มีความโกรธแก่เราเลย ยังแบ่งส่วนบุญให้แก่เราก่อนผู้อื่นเราได้ประทุษร้ายเศรษฐีนี้แล้ว เมื่อไม่ให้เศรษฐีนี้ยกโทษให้ ฟ้าจะต้องผ่าศีรษะเราเป็นแน่

คิดดังนี้แล้ว จึงหมอบลงในที่ใกล้เท้าเศรษฐี กล่าวว่า ข้าแต่นายขอนายจงยกโทษให้แก่ข้าพเจ้าเถิด

เมื่อเศรษฐีถามว่า จะให้เรายกโทษเรื่องอะไร

โจรก็เล่าเรื่องให้ฟังดังที่แสดงมาแล้วนั้น ลำดับนั้น เศรษฐีจึงถามได้ทราบเรื่องทั้งปวงตลอดแล้วจึงว่า เราไม่เคยเห็นเธอเลย เพราะเหตุใดเธอจึงโกรธเราถึงกับทำแก่เราอย่างนี้

โจรนั้นก็ให้เศรษฐีระลึกถึงถ้อยคำ ซึ่งเศรษฐีผู้ออกจากเมื่อได้พูดไว้ในวันหนึ่งแล้วบอกว่า ข้าพเจ้าโกรธท่านด้วยเหตุอันนี้

เศรษฐีก็ระลึกได้ถึงถ้อยคำที่ได้พูด จึงขอโทษโจรนั้นว่า เราได้พูดอย่างนั้นจริงเธอจงยกโทษให้เราด้วย และเธอจงลุกขึ้นเถิด เรายกโทษให้เธอแล้ว เธอจงไป

โจรจึงว่า ถ้าท่านยกโทษให้แก่ข้าพเจ้าแล้ว ขอท่านจงนำข้าพเจ้าพร้อมทั้งบุตร ภรรยาให้เป็นทาสอยู่ในเรือนของท่าน

เศรษฐีตอบว่า เพียงแต่เรากล่าวเท่านั้น เธอยังทำความฉิบหายให้เราถึงเพียงนี้ เมื่อเธอไปอยู่ที่บ้านของเราเราไม่อาจจะพูดอะไรกับเธอได้ เราไม่ต้องการที่จะให้เธออยู่ในบ้านของเรา แต่เรายกโทษให้เธอ เธอจงไปเถิด

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2550 , 17:48:30 น.] ( IP = 58.9.92.131 : : )


  สลักธรรม 4



โจรนั้นได้ไปตกอเวจีนรกอยู่ตลอดกาลนาน แล้วมาเกิดเป็นเปรตงูเหลือมอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฎด้วยเศษาบาปกรรมเหล่านั้น

ครั้นพระพุทธองค์ทรงแสดงบุพพกรรมของเปรตงูเหลือมนั้นจบลงอย่างนี้แล้วจึงตรัสว่า ธรรมดาคนพาลเมื่อทำบาปกรรมย่อมไม่รู้สึก ต่อเมื่อถูกบาปกรรมเผาจึงรู้สึกตัวว่า ตัวได้ทำบาปกรรมที่ไม่ดีไว้ บาปกรรมที่ไม่ดีของตัว ย่อมเป็นเหมือนกับเปลวไฟ

ครั้นตรัสดังนี้แล้วจึงได้ตรัสต่อซึ่งมีเนื้อความว่า คนพาลที่กระทำบาปกรรมย่อมไม่รู้สึกตัว คนพาลย่อมเดือดร้อนด้วยกรรมของตนเหมือนกับถูกไฟไหม้ดังนี้

ไม่ใช่แต่คนพาลจะทำบาปด้วยอำนาจความโกรธอย่างเดียวเท่านั้น ถึงเมื่อคนพาลทำบาป ก็ย่อมไม่รู้สึกตัวว่า เราทำบาป คือ ไม่รู้สึกว่า บาปที่เราทำนี้จะมีผลเช่นไร คนพาลคือคนไม่มีปัญญา ต้องเดือดร้อนด้วยกรรมของตน คือ ต้องตกนรกอยู่ตลอดกาลนาน ดังนี้

เมื่อจบเทศนานี้ลงบุคคลเป็นอันมากก็ได้สำเร็จมรรคผลตามวาสนาบารมีของตน


โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2550 , 17:49:17 น.] ( IP = 58.9.92.131 : : )


  สลักธรรม 5

การทำบาปนั้นน่ากลัวมากจริงๆเลยครับ ทั้งที่ได้รับการอภัยจากผู้ที่ตนเองประทุษร้ายแล้วก็ตาม แต่กรรมชั่วที่ตนทำไปก็มิได้ละเว้นให้เลยน่ากลัวมากขอรับ

ขอบพรคุณมากครับ ที่นำเรื่องเกี่ยวกับผลของความชั่วร้าย มาให้อ่านกันบ้างจะได้เกิดความเกรงกลัวต่อบาปธรรมกันนะครับผม

โดย พี่เณร [10 ก.ย. 2550 , 08:27:00 น.] ( IP = 58.9.142.27 : : )


  สลักธรรม 6


ทำร้ายและประสงค์ร้าย ต่อผู้ที่ไม่ประทุษร้ายตอบ ย่อมมีโทษมหันต์

อนุโมทนาและกราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.ย. 2550 , 09:20:34 น.] ( IP = 124.121.174.118 : : )


  สลักธรรม 7

การผูกอาฆาตทำร้ายเป็นกรรมหนัก ให้ผลบาปที่น่ากลัวมากค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.ย. 2550 , 22:45:47 น.] ( IP = 58.8.48.204 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org