| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๔๘)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๔๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
ป. เมื่อครั้งที่แล้ว ผมได้ศึกษาถึงเจตสิก ประเภทที่เป็นโสภณะ เป็นฝ่ายกุศลได้ศึกษาตัวที่ ๑ ไปแล้ว คือสัทธาเจตสิก อันเป็นเจตสิกที่มีความเชื่อมั่นในเหตุผลตามความเป็นจริง และสัทธาเจตสิกนี้ จะต้องเกิดร่วมหรือจะต้องประกอบกับจิตที่เป็นฝ่ายกุศลเสมอเพราะจะประกอบหรือเกิดร่วมกับจิตที่เป็นอกุศลไม่ได้เลย ผมก็พอมีความเข้าใจแล้ว ในวันนี้ ผมจะขอศึกษาเจตสิกฝ่ายโสภณตัวต่อไป
ก. ดีแล้วหลาน วันนี้ลุงก็จะได้ให้หลานได้ศึกษาเจตสิกตัวที่ ๒ ได้แก่ สติ
สติเจตสิก
คำว่า "สติ" คนไทยรู้จักและใช้กันมานานแล้ว มักจะใช้ไปในการเตือนใจให้ไม่เผลอเรอในการดำเนินชีวิตหรือกระทำธุรกิจการงานต่าง ๆ
ผู้ใหญ่มักจะเตือนสติเด็กเล็ก ๆ ว่า เดินไปให้ดี ระวังจะล้มลง
เรามักจะตวาด เตือนสติตัวเองว่า คนขี้เผลอเรอ ข้ามถนนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือเสียก่อน ดีว่าในขณะนี้รถยนต์ยังไม่มา
เรามักจะเตือนกันเองเพื่อให้มีสติว่า อย่าประมาทในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ จะขาดทุนขาดรอนจนล้มละลาย
และเรามักจะพูดกันว่า ผู้ที่ตกอยู่ในความประมาท คือผู้ที่ได้ตายไปแล้ว ทำการใดต้องอาศัยสติเป็นเครื่องคุ้มครองตัว
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 ก.ย. 2550 , 08:40:13 น.] ( IP = 58.9.144.40 : : )
สลักธรรม 1
มีผู้แปลคำ "สติ" ว่าความระลึกได้ แต่ระลึกอะไรได้ หรือระลึกในเรื่องอะไรก็มิได้อธิบายไว้ให้ชัดเจนอย่างใดเลย
ดังนี้ เราจึงใช้กันไปในเรื่องสารพัดทั้งปวง ไม่ว่าบุญหรือบาป แม้เดินออกไปในถนนหลวงแล้วเผลอไผลไม่ทันดูรถที่แล่นไปมา นึกขึ้นมาได้ หรือรู้สึกตัวขึ้นมา เราม็มักจะพูดกันว่า "ขาดสติ" ขึ้นรถเมล์แล้วลืมเอาสตางค์ติดกระเป๋ามา เราก็พูดกันว่า "สติไม่ดีเลย" และคนกินเหล้ากำลังเมาอยู่ เราก็พูดกันว่า "คนไม่มีสติ"
ป. ผมก็เห็นใคร ๆ เขาก็ใช้กันทั้งนั้น มันเป็นการผิดหรือขอรับ
ก. แน่นอนทีเดียว ถ้าว่าถึงสติเจตสิก และเป็นสติตามหลักปรมัตถธรรม สติ มิได้แปลว่าระลึกได้เฉย ๆ โดยมิได้เจาะจงลงไปว่าระลึกอะไรได้ สติ จะใช้ทั่วไปในเรื่องราวสารพัดทั้งปวงไม่ได้
สติเจตสิก หมายถึงระลึกรู้สึกตัวมิให้จิตไหลไปในอกุศล และสติเจตสิกมีขอบเขตการใช้ในฝ่ายกุศลจิตอย่างเดียว จะเอาไปใช้ในฝ่ายอกุศลไม่ได้เลยเป็นอันขาด
ป. แล้วคนที่เดินข้ามถนน ระลึกรู้สึกตัวขึ้นมาเป็นกุศลหรืออกุศลขอรับ
ก. ก็หลานว่าเป็นอะไรเล่า เรียนสภาวธรรมไปนานแล้ว ลองคิดดูทีหรือ
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 ก.ย. 2550 , 08:40:51 น.] ( IP = 58.9.144.40 : : )
สลักธรรม 2
ป. ผมว่าในขณะที่จิตเกิดขึ้นมาจะต้องเป็นอกุศล เพราะเดินข้ามถนนโดยเผลอเรอรู้สึกตัวขึ้นมาก็จะต้องตกใจเป็นธรรมดา เมื่อตกใจแล้วจะเป็นกุศลไปกระไรได้
ก. หลานมีความเข้าใจถูกต้องแล้ว แน่นอนทีเดียวจิตจะต้องเป็นอกุศลตามที่พูดกันว่า "ขาดสติ" ใช้กันไปก็ไม่มีใครว่ากระไร แต่จะเอามาใช้ในเรื่องที่กำลังศึกษา คือปรมัตถธรรมไม่ได้ เพราะสติจะเกิดกับกุศลจิตอย่างเดียวเท่านั้น
ป. คุณลุงขอรับ เมื่อคนคิดจะทำบาป เช่นไปยิ่งนกตกปลา แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า ไม่ควรจะกระทำ เพราะชีวิตของใครใครเขาก็รัก จะไปยื่นโยนความเจ็บปวดให้คนอื่นนั้นไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ความคิดเช่นนี้ย่อมจะเป็นกุศล ความระลึกรู้สึกตัวขึ้นมาดังนี้ ย่อมจะมีสติเจตสิกเข้าประกอบใช่หรือไม่ขอรับ
ก. หลานเข้าใจถูกต้องแล้ว
ป. ถ้าบุคคลที่ทำสำรับกับข้าวใส่บาตรพระอยู่ทุก ๆ เช้า จะมีสติเจตสิกประกอบกับกุศลจิตของเขาทุก ๆ ดวงหรือไม่ขอรับ
ก. ต้องมีสติเจตสิกประกอบกับกุศลจิตของเขาทุก ๆ ดวงซิหลาน หลานถามเช่นนี้ทำไม
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 ก.ย. 2550 , 08:41:16 น.] ( IP = 58.9.144.40 : : )
สลักธรรม 3
ป. ที่ผมต้องถามเช่นนี้ก็เพราะคุณลุงได้ให้หลักการสำหรับสติเจตสิกเอาไว้ว่า ระลึกรู้สึกตัว ไม่ให้จิตไหลไปในอกุศล คนหนึ่งระลึกรู้สึกตัวไม่กล้าทำบาปลงไป ด้วยเห็นว่าไม่สมควรทำ แต่อีกคนหนึ่งมิได้ระลึกรู้สึกตัวอะไรเลยในการกระทำบาป เขาใส่บาตรของเขาทุก ๆ วัน นึกถึงแต่บุญกุศลเท่านั้นเอง ไม่ได้นึกถึงบาปเลยสักนิด
ก. หลานนี่สำคัญ มีแง่มุมมากหลาย มีเรื่องอะไร ๆ ที่จะคอยมาหักล้าง ลุงจะขอถามหลานสักหน่อย หลานจำไม่ได้หรือที่ลุงได้เคยบรรยายไปแล้วว่า คนทั้งหลายมีแต่ความมักได้เห็นแก่ตัว เฝ้าคิดนึกตรึกตรองแต่จะให้ตัวเองสุขสมบูรณ์ทุกอย่าง ให้ได้รับอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ให้ได้อารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ให้ได้สิ่งที่ตัวชอบใจอยู่ตลอดเวลา
มีน้อยเหลือเกินที่จะยอมเสียสละ ที่จะเผื่อแผ่ความสุขความสบายให้แก่คนทั้งหลายเป็นไปได้ยากที่สุดที่จะคิดเผื่อแผ่ความสุขความสบายให้แก่คนทั่วไป ทั้งนี้ก็ด้วยอำนาจแห่งสัญชาตญาณความเห็นแก่ตัวเองของบุคคลทุกคนที่ได้สั่งสมอบรมมาเป็นเวลายาวนานเป็นเครื่องยับยั้งสะกัดกั้นเอาไว้
ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ใส่บาตรอยู่ที่ทุก ๆ วัน คือเสียสละจริง ๆ ไปยังผู้อื่น เขาก็จะต้องหักล้างทำลายความเห็นแก่ตัวเสียได้ในช่วงระยะเวลาเหล่านั้น อำนาจความเห็นแก่ตัวชักพาจิตใจของเขาให้ไหลล่องไปตามความเห็นแก่ตัวไม่ได้เสียสละในช่วงระยะเวลานั้น จึงได้ชื่อว่า ระลึกรู้สึกตัวมิให้จิตไหลไปในอกุศลโดยปริยาย
แต่อย่างไรก็ดี ความรู้สึกตัวดังกล่าวมิได้รู้สึกสำนึกตัวจริงจังหรือชัดเจนออกมาให้เห็น เพราะในขณะนี้สติเจตสิกมิได้เป็นประธาน ขอให้หลานจำเอาไว้ว่า กุศลจิตเกิดขึ้นครั้งใด จะขาดสติเจตสิกเสียมิได้
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 ก.ย. 2550 , 08:41:42 น.] ( IP = 58.9.144.40 : : )
สลักธรรม 4
ป. ผมได้ฟังคุณลุงอธิบายแล้ว ก็พอจะมีความเข้าใจ แต่ก็ไม่วายสงสัยต่อไปอีกเพราะว่า พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ช่างลึกซึ้งและสลับซับซ้อนเสียเหลือเกิน ถ้าจะฟังพอให้รู้พอให้จำได้เท่านั้นแล้ว สำหรับผมไม่เป็นการเพียงพอเลย ผมปรารถนาที่จะทำความเข้าใจให้กว้างขวางให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จะไม่ให้ได้ชื่อว่าเกิดมาพบพระพุทธศาสนาอันเป็นของดีของประเสริฐแล้ว ยังทำตนเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำตนให้ว่างเปล่าจนตายจากโลกนี้ไป
ที่คุณลุงกล่าวว่าสติเจตสิกนั้นเกิดกับกุศลจิต ผมจึงขอให้คุณลุงอธิบายเพิ่มเติมอีกสักหน่อยว่า ประกอบกับกุศลจิตทุกประเภทโดยไม่มีเว้นเลยหรืออย่างไร
ก. สติเจตสิกจะต้องประกอบกับกุศลจิตทุก ๆ ประเภท ไม่ว่ากุศลจิตประเภทไหน เช่น
กามาวจรกุศล มีการทำบุญให้ทาน การแผ่ส่วนกุศลให้ผู้อื่น ตลอดไปจนถึงการทำสมาธิ ทำวิปัสสนา เป็นต้น
รูปาวจรกุศล ทำสมาธิจนกระทั่งได้ปฐมฌาน ไปจนถึงฌานที่สูง ๆ ขึ้นไป
อรูปาวจรกุศล ทำสมาธิที่มิได้เพ่งรูปตั้งแต่อากาสานัญจายตนฌานเป็นต้นไป
โลกุตรกุศล การทำวิปัสสนาจนถึงได้มรรค ผล นิพพาน ตั้งแต่ขั้นต้นไปจนถึงความเป็นพระอรหันต์
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 ก.ย. 2550 , 08:42:08 น.] ( IP = 58.9.144.40 : : )
สลักธรรม 5มาศึกษาต่อครับ และวันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจและดีมากเลยครับผม เพราะเรื่องของเจตสิกที่ท่านอาจารย์อธิบายนี้ผมคิดว่าสำคัญมากๆครับ เพราะจะช่วยให้การงานที่เป็นกุศลอยู่นั้นมีกำลังอำนาจมากขึ้นด้วยใช่ไหมครับผม
และที่สำคัญคือทำให้ระลึกรู้สึกตัวมิให้จิตไหลไปในอกุศล
![]()
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งครับในความเมตตากรุณาอบรมสั่งสอนผมเสมอมาครับ
โดย เทพธรรม [11 ก.ย. 2550 , 08:54:36 น.] ( IP = 58.9.144.40 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในการอธิบายขยายความให้เข้าใจค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณณและอนุโมทนาค่ะ ที่นำความรู้มาฝากโดย เซิ่น (เซิ่น) [11 ก.ย. 2550 , 16:37:24 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |