มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดที่ก้าวไปสู่ที่สูง




เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ พวกเราได้รับการแก้ไขจิตใจ(ที่มีความเห็นผิด) รวมทั้งได้รับกำลังใจโดยกรรมวิธีที่ท่านอาจารย์นำมาสร้างความรู้สึกที่ดีๆให้เกิดขึ้น ซึ่งเริ่มต้นวันนั้นด้วยคำฝากจากหลวงพ่อเสือที่มีมาถึงพวกเราว่า

“ถ้าตั้งจิตในการทำงานไว้ผิดแล้ว อะไรก็ผิดไปหมด นั่งก็ผิด เดินก็ผิด พูดก็ผิด การทำงานก็เลยหนักอึ้งไปหมด ไม่รู้ว่าแบกอะไรไว้หรอก ก็คือ แบกที่จะเอาอะไรๆ นั่นเอง”

อาจารย์อธิบายว่า...ถ้าเรามีความตั้งใจจริง มีความคิดและความปรารถนา ที่เรียกว่ามนสิการเอาไว้ผิด อะไรๆ ก็จะผิดไปหมด เช่นเดียวกับการปฏิบัติ ถ้าเผื่อเรามนสิการก่อนไปเอาไว้ผิด ตอนไปทำก็ผิดไปด้วย แต่ถ้าเรามนสิการว่าจะไปทำลายความเห็นผิด และเราก็บอกกับตนเองว่า บัดนี้เราจะไปทำลายความเห็นผิด แล้วเราก็รู้ว่าความเห็นผิดนั้นคืออะไร

- เห็นผิดว่า ชีวิตเป็นของดี สวยงาม ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตนั้นเป็นของไม่ดี เป็นอสุภะ
- เห็นผิดว่า ชีวิตนั้นเป็นสุข ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตนั้นเป็นทุกข์
- เห็นผิดว่า ชีวิตนั้นเที่ยง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตนั้นไม่เทียง
- เห็นผิดว่า ชีวิตนั้นเป็นตัวเรา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตนั้นไม่ใช่ตัวตน

นั่นคือล้วนเป็นวิปลาสธรรมทั้งสิ้น ได้แก่ ศุภวิปลาส สุขวิปลาส นิจจวิปลาส อัตตวิปลาส ซึ่งเป็นแกนของชีวิตที่มีกันอยู่ในทุกๆ คน คือความวิปลาส ๔ อย่าง ฉะนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึง



ทรงวางบันใดให้เราก้าวไป ก้าวขึ้นไปสู่ที่สูงขึ้นๆ นั่นก็คือก้าวเดินไปสู่ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน และธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐานซึ่งสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้เองจะเป็นตัวการทำลายวิปลาสทั้ง ๔ อย่างออกไป ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าไม่มีสิ่งอื่นใดเลยที่เราจะต้องไปทำลาย เพราะเมื่อเราทำลายความเห็นผิดออกไป ความเห็นถูกก็ต้องมา เหมือนไฟในห้องเมื่อมีความสว่างเข้ามา ความมืดก็จะหมดไป

โดย วยุรี [12 ก.ย. 2550 , 18:03:37 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การเข้าปฏิบัติ หรือจะปฏิบัติอยู่ที่บ้านก็ตาม ก็เหมือนกับเปิดไฟให้กับจิตใจ อย่างเช่นสัปดาห์ที่แล้ว ได้อุปมาให้ฟังว่าเหมือนกับเราแปรงฟัน เราต้องแปรงทุกวัน เพื่อทำลายกลิ่นปาก ความเหม็น ฉะนั้นเราไม่แปรงไม่ได้ เราต้องแปรงทุกวัน เช่นเดียวกันกิเลสของเรามันมีมาก มากยิ่งกว่าความสกปรกที่อยู่ในตัวเราทั้งหมดที่ออกไปตามทวารต่างๆ มารวมกัน แล้วกิเลสนี้มันเหม็นยิ่งกว่าความสกปรกทั้งหมดที่ตัวเรามี มันออกไปไม่หมด สะสมไว้มานานทั้งชีวิต (ในขณะที่สิ่งสกปรกที่เป็นปฏิกูลนั้น ยังมีทางออก ) ฉะนั้นเราจึงควรรังเกียจกิเลส รวมถึงบาปธรรมต่างๆ คือรังเกียจชีวิตที่มีบาปเราต้องพยายามรู้สึก แล้วสร้างความดีให้เกิดขึ้นจนเรารังเกียจบาปให้ได้ เมื่อเรารังเกียจบาปได้ เราก็ตกอยู่ในความงาม และเมื่อเรารังเกียจบาปจิตก็จะฟื้นฟูสมรรถภาพขึ้นมา...ได้มากขึ้น

หลวงพ่อจึงบอกว่า ถ้าตั้งจิตในการทำงานไว้ผิดแล้ว อะไรๆ ก็ผิดไปหมด

เช่นเดียวกัน ที่เรามาเรียนธรรมะ ถ้าเราตั้งจิตไว้ว่า มาเรียนเพื่อฆ่าเวลา ตอนนี้เราตั้งจิตไว้ผิดไหม? ...ผิด แล้วธรรมะจะกลับมาคุ้มครองเราได้ไหม? ...ไม่ได้ แล้วเป็นอย่างนี้กันมาก เรียนเพื่อฆ่าเวลา เรียนไปอย่างนั้นแหละ หรือไม่ไปปฏิบัติเพื่อหาสังคม เพื่อฆ่าเวลา โดยไม่รู้เนื้อหาสาระและประโยชน์ของการศึกษา การปฏิบัติธรรม ว่าให้อะไรกับเราบ้าง นี่คือการตั้งใจไว้ผิด

โดยเฉพาะตั้งใจผิดในการปฏิบัติธรรม ก็จะผิด เพราะอะไร แล้วส่วนมาที่มีมาก็ตั้งใจจะไปเอารูปเอานาม หลวงพ่อท่านจึงบอกว่าพวกเราแบกอะไรไว้ไม่รู้ มันหนักอึ้งไปหมด นั่นคือแบกความรู้สึก ว่าอยากได้อะไร ๆ เมื่อไม่ได้ มันก็รู้สึกหนักอึ้งไปหมด



ฉะนั้นชีวิตคนเรามีอุปสรรคกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอุปสรรคในการเดินทางสู่มรรค ผล นิพพานนั้นมีมาก และมีมากที่ไหน ไม่ใช่สถานที่ แต่อยู่ที่ใจของเรา คือใจของเราไม่ชนะกิเลส ใจของเราไม่รู้ผลของการปฏิบัติ บางคนอาจจะรู้ผล เช่นรู้ว่าการปฏิบัติเป็นไปเพื่อมรรค ผล นิพพาน อาจจะรู้ แต่ไม่สามารถชนะกิเลสได้ บางคนอาจจะไม่ชนะกิเลสด้วยไม่รู้ผลด้วยด้วย ชีวิตจึงต้องวกวนจนหมดไปวันหนึ่งๆ โดยที่ควรจะได้ในสิ่งที่ดีกว่านี้ก็ไม่ได้ ทั้งนี้เพราะตั้งใจในการทำงานไว้ผิดนั่นเอง

โดย วยุรี [12 ก.ย. 2550 , 18:09:20 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )


  สลักธรรม 2

เรื่องของความตั้งใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังคำกล่าว่ามโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา แปลว่า.. ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐสุด สำเร็จด้วยใจ

ฉะนั้นเราเองต้องพยายาม ต้องรู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร วันนี้เราอยู่เพื่ออะไร ....(แล้วอาจารย์ก็ตั้งคำถามพวกเราว่า อยู่เพื่ออะไร เหลืออย่างเดียว (ทุกคนตอบว่า) เพื่อตาย เพราะชีวิตเรามี ๓ อย่างคือเกิด แก่ ตาย และตอนนี้เราเหลืออยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือตาย ...


เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ.......... ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย
นอนในโลงใบแคบๆ โอบแนบกาย..... ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา

ฉะนั้นตอนนี้เราลองทำตัวเองเป็นศพกันซิ....(อาจารย์ให้พวกเราทุกคนนอนลง มีแว่นก็ให้ถอดออก ...) ตอนนี้เราไม่มีสหาย ญาติ หรือทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น แล้วเอามือไว้ข้างขา ไม่มีแม้จะมีใครมามัดตราสังข์ให้ แล้วให้พวกเราพูดกลอนเมื่อสิ้นลม....ตามอาจารย์ทีละท่อน แล้วให้นึกตามว่าสิ่งที่ท่องนั้นเป็นจริงหรือไม่



หลวงพ่อท่านบอกว่า ตอนที่เราอยู่ในโลงนั้น ไม่มีใครหรอกที่จะก้มมองเรา ญาติก็อยู่ภายนอก พระก็ไม่ได้ตามเข้าไป...ลาภ ยศ สรรเสริญก็หมดไป เสียงฝาโลงที่ปิด เสียงตะปูตอกปังๆ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า เขาผู้เป็นญาติของเราจะไม่เหลือเราอีกต่อไปแล้ว เช่นเดียวกับเรา เราก็ไม่มีสิ่งต่างๆ อีกต่อไป

บัดนี้ทุกคนนอนไม่ขยับเขยื้อน แต่ยังได้ยินเสียงอยู่ไหม....(พวกเราตอบว่า)....ได้ยิน ก็แสดงว่า เรายังไม่ตาย เมื่อยังไม่ตาย ไม่วายชีวิวาตก็ยังมีโอกาสวาดหรือหวังชีวิตให้เป็นคนดี มีศีล หยุดเสียเถอะการฆ่าสัตว์ หยุดเสียเถอะการลักทรัพย์ หยุดเสียเถอะการประพฤติผิดในกาม หยุดเสียเถอะการพูดปด หยุดเสียเถอะการเสพสุรายาเมา เพราะศีลย่อมนำสุคติมาให้กับชีวิต และเช่นเดียวกันเราต้องมีธรรมคุ้มครองใจ และขอให้ทุกคนตั้งใจก่อนลุกขึ้นว่า

“ ณ วันนี้เป็นต้นไป เราจะลุกขึ้น และก้าวเดินออกจากิเลสให้มากกว่าเดิมให้ได้ ตั้งใจแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง...” พอทุกคนลุกนั่งแล้ว อาจารย์ให้มองไปทั่วๆ แล้วบอกว่า ไม่มีคนไหนสักคนที่ไม่ตาย เราต้องจากทุกสิ่งทุกอย่างไป จากแม้กระทั่งความรู้ แต่ความสามารถนั้นเราไม่จาก ฉะนั้นเราจงเอาความสามารถกันเถอะ ความสามารถ คือ ความเข้าใจ และการปฏิบัติ ….

เราเรียนทุกๆ อย่างเพื่อมาคลี่คลายชีวิตว่า สภาพชีวิตมันไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นเพียงสภาพของ จิต เจตสิก รูปที่ทำงานร่วมกัน และความร่วมกันนั้นได้เหตุ จึงมีผล ...เพราะมีเหตุมาจึงทำให้เกิดการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น เป็นต้น แม้กระทั่งเราเกิด ณ วันนี้ก็ไม่มีใครดลบันดาลให้เราเกิด แต่เราได้เหตุมา กุศลเหตุทำให้เกิดเป็นมนุษย์ ชีวิตทุกชีวิตล้วนเป็นแบบนี้ พระบรมศาสดาจึงทรงสอนให้เห็น ให้รู้ แล้วรู้อะไร รู้ความจริง คือ ชาติ ปิ ทุกขา – ชรา ปิ ทุกขา – มรณัง ปิ ทุกขัง ชาติ ชรา มรณะ ซึ่งเป็นของคู่อยู่กับชีวิต ณ วันนี้ก็ยังไม่สายที่เราจะกลับตัว กลับใจ และเปลี่ยนแปลงชีวิตจากสภาพชีวิตที่เกียจคร้าน และวางใจไม่ถูก ให้มาทำใจให้ถูก และตั้งมั่นให้ถูก เพื่อทางสายเดียว คือ ทางมรรค ผล นิพพาน

โดย วยุรี [12 ก.ย. 2550 , 18:18:09 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )


  สลักธรรม 3

หลวงพ่อบอกแล้วว่า อุปสรรคทุกคนมี แต่จงเอาอุปสรรคมาเป็นอุปกรณ์แห่งความคิดถูก เช่นบางคนคอยรถเมล์เป็นชั่วโมงๆ จนเกิดความหงุดหงิด แต่พอสักพักรู้สึกตัวก็มากำหนดรูปยืน เช่นนี้ถือว่าเอาอุปสรรคมาเป็นอุปกรณ์แห่งความคิดถูก ที่ว่าคิดถูกก็คือ รูปยืน เมื่อมีความเห็นถูก ความเห็นผิดก็หมดไป จิตที่วุ่นวายหงุดหงิดก็ออกไปด้วย ฉะนั้นเมื่อมีความคิดถูกก็ไล่ความคิดผิดออกไป แล้วสิ่งที่คิดผิดนั้นมันเป็นตะกอน เป็นตะกอนหัวใจ แล้วเรามีอะไร รักโน่นรักนี่ ก็เก็บความรู้สึกนั้นมาเป็นฝุ่น เป็นตะกอนใจ ...ตะกอนชีวิตของเราตลอดเวลา แต่เมื่อเราผันชีวิตเรามาให้มี ศีล สมาธิ ปัญญา ทำบ่อยๆไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ ทำสมาธิ รักษาศีล เจริญภาวนา ศึกษาเล่าเรียน สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นตะกอน



แต่เมื่อทำไปๆ มันก็จะตกผลึกของความดีเป็นเหมือนผลึกของสารส้มที่จะเป็นรูปที่มีเหลี่ยมมีคมที่สวยงามมีสีสัน และมีแสงที่ตัวของมัน แต่ถ้าเป็นตะกอน เป็นฝุ่น แล้วอยู่ในอะไรก็ขุ่น อยู่ในน้ำ น้ำก็ขุ่น น้ำขุ่นคือน้ำสกปรก ใจขุ่นก็คือใจที่มีกิเลส คือความเศร้าหมอง

ก็ขอให้พวกเราตั้งใจ หลวงพ่อเคยบอกว่า อุปสรรค ท้าทายความสามารถ วิบากท้าทายปัญญา แต่วันนี้เราได้รู้ว่า เมื่อมีอุปสรรค จงเอาอุปสรรคนั้นมาเป็นอุปกรณ์แห่งความคิดถูกให้ได้

สุดท้ายท่านอาจารย์ได้อวยพรให้พวกเราทุกคนสามารถมีชีวิตที่ก้าวออกไปจากกิเลส มีชีวิตที่ห่างออกจากความลุ่มหลงได้ง่าย และมีชีวิตก้าวอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ ได้ทั่วหน้าทุกคน

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง...ค่ะ



โดย วยุรี [12 ก.ย. 2550 , 18:28:52 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )


  สลักธรรม 4

ขอขอบพระคุณมากเลยครับคุณวยุรี ที่นำเรื่องดีๆในห้องแห่งความรักความหวังดีมาถ่ายทอดให้อ่านกันทั่วไปอีกครั้งครับ เพราะจะได้ทราบถึงวันเวลาที่มีค่าที่เกิดขึ้นในเช้าวันอาทิตย์ที่อภิธรรมมูลนิธิของเราครับผม...พี่เณรจึงขอนำกลอนของพี่ดอกแก้วมาลงไว้ด้วยนะครับ..เรื่องพิจารณาสติปัฏฐาน.. ที่พี่ดอกแก้วแต่งไว้นะครับผม


ฐานทั้งสี่ที่ตั้ง .....................สติครอง
หมายมุ่งปัญญาตรอง..........จิตกล้า
ระลึกทั่วกายของ............... ผู้เพ่ง
พินิจพิศท่วงถ้า..................หยั่งรู้ทั่วกาย

ใดคือท่านั่งแล้ว.................รู้ตัว
สำรวจสรีระทั่ว...................ท่านั้น
ระลึกรู้สึกตัว......................ทั้งหมด
คือรูปธรรมชั้น...................ใช่เนื้อตัวเรา

จิตรู้อยู่ที่ตั้ง........................อิริยา
มีเมื่อยมีอ่อนล้า..................จึงทราบ
กายนั้นเกิดเวทนา.............อย่างใหม่
ทุกข์บีบคั้นเหน็บนาบ.........เปลี่ยนแก้ท่าทาง

เปลี่ยนท่าแล้วจักรู้.............เปลี่ยนแปร
หาท่าใดสุขแท้....................ไม่ได้
ต้องเปลี่ยนต้องเวียนแก้.....ทุกอย่าง
นอน..นั่ง..ยืน..เดิน..ไซร้....ทุกข์ท้นท่วมทวี

ต้องรู้ว่า..ที่รู้........................คือใด
สติรู้เป็นใคร.......................กันบ้าง
รู้ละตัวตนไป.......................ให้หมด
รู้จริงที่เอ่ยอ้าง.....................ที่แท้รูป-นาม

พิศได้พิศเช่นนี้..................ปัญญา
ประจักไตรลักษณา..............จึ่งได้
ประหารอวิชชา....................ตัดราก
ประสบสุขสิ่งไร้....................ทุกข์พ้นกลกาม


โดย พี่เณร [12 ก.ย. 2550 , 18:37:31 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )


  สลักธรรม 5


รู้สึกว่าการทำความดี หรือกระทำกุศลนั้น เหมือนขึ้นบันได ต้องใช้แรง ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความตั้งใจ แต่ผลที่ได้นั้นดูช่างสวยงาม ซึ่งหลวงพ่อเปรียบเหมือนผลึก ทำให้เห็นชัดว่ากว่าจะได้ผลึกที่สวยงามนั้นต้องใช้เวลานานพอควร

กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาของหลวงพ่อค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่กรุณามาขยายความให้เข้าใจค่ะ

และที่ขาดมิได้ก็คือกราบขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะที่นำมาถ่ายทอดพร้อมภาพประกอบที่สวยงามให้พวกเราได้อ่านและทำความเข้าใจอีกครั้ง

กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.ย. 2550 , 10:17:51 น.] ( IP = 124.121.175.222 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงพ่อที่อบรมสอนลูกๆ ค่ะ

"ถ้าตั้งจิตในการทำงานไว้ผิดแล้ว อะไรก็ผิดไปหมด" เป็นข้อเตือนใจในการใช้ชีวิต ที่จะต้องตั้งเจตนาตั้งเป้าหมายให้ถูกต้องไม่ว่าในการกระทำกิจใดๆ ก็ตาม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่นำธรรมะของหลวงพ่อมาขยายความให้เข้าใจค่ะ

ขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะ ที่นำประโยชน์มาให้อ่าน

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.ย. 2550 , 22:54:07 น.] ( IP = 58.8.47.251 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงยิ่งเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์วิชิตอย่างสูง
ขอบพระคุณอาจารย์วยุรีที่ได้นำคำสอนของหลวงพ่อมาถ่ายทอด ให้ได้สติเตือนใจตนค่ะ
กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย มด [14 ก.ย. 2550 , 10:16:19 น.] ( IP = 75.3.24.252 : : )


  สลักธรรม 8


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาที่นำมาถ่ายทอดอีกครั้งค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [14 ก.ย. 2550 , 11:44:25 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 9

เณรจิ๋วเข้ามาครั้งนี้ได้รับข้อคิดหลายอย่างเลยขอรับ
อย่างหนึ่งก็คือ ได้ย้ำเตือนความเข้าใจในเรื่องของการตั้งเจตนาให้ถูกต้องตรงต่อเป้าหมาย เพราะถ้าตั้งเจตนาไว้ไม่ถูกต้องแล้ว ต่อให้เพียรพยายามไปซักเท่าไร จุดหมายก็คงมาปรากฏไม่ได้


อีกอย่างนึงก็คือเรื่องของการนำเอาอุปสรรคต่างๆในชีวิตมาเป็นอุปกรณ์แห่งความคิดถูกให้ได้ ได้อ่านเรื่องนี้อาจารย์ยกตัวอย่างมาแล้วก็ทำให้นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อที่เคยบอกกับพวกเราว่า "เราทุกคนเลือกรับวิบากไม่ได้ แต่สามารถเลือกกระทำกรรมใหม่ได้" เณรจิ๋วจะเพียรพยายามนำมาใช้ปรับความคิดของตัวเองครับ (จะได้แก้ความหงุดหงิดง่ายของตัวเองเสียด้วย)


และสุดท้าย เณรจิ๋วขอบอกว่าประทับใจกับโคลงสี่สุภาพของพี่ดอกแก้วอย่างมากเลยครับ ทั้งเนื้อหาด้วยและก็ความไพเราะด้วย ไม่ง่ายเลยนะครับที่จะแต่งโคลงกลอนลักษณะแบบนี้ แต่พี่ดอกแก้วก็สามารถนำเอาความซับซ้อนของสติปัฏฐานสี่มาเรียบเรียงลงในกลอนได้อย่างสมบูรณ์แบบ เณรจิ๋วขออนุโมทนาจริงๆครับ


โดย เณรจิ๋ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ย. 2550 , 23:56:51 น.] ( IP = 202.231.40.148 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org