| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บันไดที่ก้าวไปสู่ที่สูง
สลักธรรม 1
การเข้าปฏิบัติ หรือจะปฏิบัติอยู่ที่บ้านก็ตาม ก็เหมือนกับเปิดไฟให้กับจิตใจ อย่างเช่นสัปดาห์ที่แล้ว ได้อุปมาให้ฟังว่าเหมือนกับเราแปรงฟัน เราต้องแปรงทุกวัน เพื่อทำลายกลิ่นปาก ความเหม็น ฉะนั้นเราไม่แปรงไม่ได้ เราต้องแปรงทุกวัน เช่นเดียวกันกิเลสของเรามันมีมาก มากยิ่งกว่าความสกปรกที่อยู่ในตัวเราทั้งหมดที่ออกไปตามทวารต่างๆ มารวมกัน แล้วกิเลสนี้มันเหม็นยิ่งกว่าความสกปรกทั้งหมดที่ตัวเรามี มันออกไปไม่หมด สะสมไว้มานานทั้งชีวิต (ในขณะที่สิ่งสกปรกที่เป็นปฏิกูลนั้น ยังมีทางออก ) ฉะนั้นเราจึงควรรังเกียจกิเลส รวมถึงบาปธรรมต่างๆ คือรังเกียจชีวิตที่มีบาปเราต้องพยายามรู้สึก แล้วสร้างความดีให้เกิดขึ้นจนเรารังเกียจบาปให้ได้ เมื่อเรารังเกียจบาปได้ เราก็ตกอยู่ในความงาม และเมื่อเรารังเกียจบาปจิตก็จะฟื้นฟูสมรรถภาพขึ้นมา...ได้มากขึ้น
หลวงพ่อจึงบอกว่า ถ้าตั้งจิตในการทำงานไว้ผิดแล้ว อะไรๆ ก็ผิดไปหมด
เช่นเดียวกัน ที่เรามาเรียนธรรมะ ถ้าเราตั้งจิตไว้ว่า มาเรียนเพื่อฆ่าเวลา ตอนนี้เราตั้งจิตไว้ผิดไหม? ...ผิด แล้วธรรมะจะกลับมาคุ้มครองเราได้ไหม? ...ไม่ได้ แล้วเป็นอย่างนี้กันมาก เรียนเพื่อฆ่าเวลา เรียนไปอย่างนั้นแหละ หรือไม่ไปปฏิบัติเพื่อหาสังคม เพื่อฆ่าเวลา โดยไม่รู้เนื้อหาสาระและประโยชน์ของการศึกษา การปฏิบัติธรรม ว่าให้อะไรกับเราบ้าง นี่คือการตั้งใจไว้ผิด
โดยเฉพาะตั้งใจผิดในการปฏิบัติธรรม ก็จะผิด เพราะอะไร แล้วส่วนมาที่มีมาก็ตั้งใจจะไปเอารูปเอานาม หลวงพ่อท่านจึงบอกว่าพวกเราแบกอะไรไว้ไม่รู้ มันหนักอึ้งไปหมด นั่นคือแบกความรู้สึก ว่าอยากได้อะไร ๆ เมื่อไม่ได้ มันก็รู้สึกหนักอึ้งไปหมด
![]()
ฉะนั้นชีวิตคนเรามีอุปสรรคกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอุปสรรคในการเดินทางสู่มรรค ผล นิพพานนั้นมีมาก และมีมากที่ไหน ไม่ใช่สถานที่ แต่อยู่ที่ใจของเรา คือใจของเราไม่ชนะกิเลส ใจของเราไม่รู้ผลของการปฏิบัติ บางคนอาจจะรู้ผล เช่นรู้ว่าการปฏิบัติเป็นไปเพื่อมรรค ผล นิพพาน อาจจะรู้ แต่ไม่สามารถชนะกิเลสได้ บางคนอาจจะไม่ชนะกิเลสด้วยไม่รู้ผลด้วยด้วย ชีวิตจึงต้องวกวนจนหมดไปวันหนึ่งๆ โดยที่ควรจะได้ในสิ่งที่ดีกว่านี้ก็ไม่ได้ ทั้งนี้เพราะตั้งใจในการทำงานไว้ผิดนั่นเองโดย วยุรี [12 ก.ย. 2550 , 18:09:20 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )
สลักธรรม 2เรื่องของความตั้งใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังคำกล่าว่ามโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา แปลว่า.. ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐสุด สำเร็จด้วยใจ
ฉะนั้นเราเองต้องพยายาม ต้องรู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร วันนี้เราอยู่เพื่ออะไร ....(แล้วอาจารย์ก็ตั้งคำถามพวกเราว่า อยู่เพื่ออะไร เหลืออย่างเดียว (ทุกคนตอบว่า) เพื่อตาย เพราะชีวิตเรามี ๓ อย่างคือเกิด แก่ ตาย และตอนนี้เราเหลืออยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือตาย ...
เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ.......... ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย
นอนในโลงใบแคบๆ โอบแนบกาย..... ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา
ฉะนั้นตอนนี้เราลองทำตัวเองเป็นศพกันซิ....(อาจารย์ให้พวกเราทุกคนนอนลง มีแว่นก็ให้ถอดออก ...) ตอนนี้เราไม่มีสหาย ญาติ หรือทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น แล้วเอามือไว้ข้างขา ไม่มีแม้จะมีใครมามัดตราสังข์ให้ แล้วให้พวกเราพูดกลอนเมื่อสิ้นลม....ตามอาจารย์ทีละท่อน แล้วให้นึกตามว่าสิ่งที่ท่องนั้นเป็นจริงหรือไม่
![]()
หลวงพ่อท่านบอกว่า ตอนที่เราอยู่ในโลงนั้น ไม่มีใครหรอกที่จะก้มมองเรา ญาติก็อยู่ภายนอก พระก็ไม่ได้ตามเข้าไป...ลาภ ยศ สรรเสริญก็หมดไป เสียงฝาโลงที่ปิด เสียงตะปูตอกปังๆ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า เขาผู้เป็นญาติของเราจะไม่เหลือเราอีกต่อไปแล้ว เช่นเดียวกับเรา เราก็ไม่มีสิ่งต่างๆ อีกต่อไป
บัดนี้ทุกคนนอนไม่ขยับเขยื้อน แต่ยังได้ยินเสียงอยู่ไหม....(พวกเราตอบว่า)....ได้ยิน ก็แสดงว่า เรายังไม่ตาย เมื่อยังไม่ตาย ไม่วายชีวิวาตก็ยังมีโอกาสวาดหรือหวังชีวิตให้เป็นคนดี มีศีล หยุดเสียเถอะการฆ่าสัตว์ หยุดเสียเถอะการลักทรัพย์ หยุดเสียเถอะการประพฤติผิดในกาม หยุดเสียเถอะการพูดปด หยุดเสียเถอะการเสพสุรายาเมา เพราะศีลย่อมนำสุคติมาให้กับชีวิต และเช่นเดียวกันเราต้องมีธรรมคุ้มครองใจ และขอให้ทุกคนตั้งใจก่อนลุกขึ้นว่า
ณ วันนี้เป็นต้นไป เราจะลุกขึ้น และก้าวเดินออกจากิเลสให้มากกว่าเดิมให้ได้ ตั้งใจแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง... พอทุกคนลุกนั่งแล้ว อาจารย์ให้มองไปทั่วๆ แล้วบอกว่า ไม่มีคนไหนสักคนที่ไม่ตาย เราต้องจากทุกสิ่งทุกอย่างไป จากแม้กระทั่งความรู้ แต่ความสามารถนั้นเราไม่จาก ฉะนั้นเราจงเอาความสามารถกันเถอะ ความสามารถ คือ ความเข้าใจ และการปฏิบัติ .
เราเรียนทุกๆ อย่างเพื่อมาคลี่คลายชีวิตว่า สภาพชีวิตมันไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นเพียงสภาพของ จิต เจตสิก รูปที่ทำงานร่วมกัน และความร่วมกันนั้นได้เหตุ จึงมีผล ...เพราะมีเหตุมาจึงทำให้เกิดการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น เป็นต้น แม้กระทั่งเราเกิด ณ วันนี้ก็ไม่มีใครดลบันดาลให้เราเกิด แต่เราได้เหตุมา กุศลเหตุทำให้เกิดเป็นมนุษย์ ชีวิตทุกชีวิตล้วนเป็นแบบนี้ พระบรมศาสดาจึงทรงสอนให้เห็น ให้รู้ แล้วรู้อะไร รู้ความจริง คือ ชาติ ปิ ทุกขา ชรา ปิ ทุกขา มรณัง ปิ ทุกขัง ชาติ ชรา มรณะ ซึ่งเป็นของคู่อยู่กับชีวิต ณ วันนี้ก็ยังไม่สายที่เราจะกลับตัว กลับใจ และเปลี่ยนแปลงชีวิตจากสภาพชีวิตที่เกียจคร้าน และวางใจไม่ถูก ให้มาทำใจให้ถูก และตั้งมั่นให้ถูก เพื่อทางสายเดียว คือ ทางมรรค ผล นิพพาน โดย วยุรี [12 ก.ย. 2550 , 18:18:09 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )
สลักธรรม 3
หลวงพ่อบอกแล้วว่า อุปสรรคทุกคนมี แต่จงเอาอุปสรรคมาเป็นอุปกรณ์แห่งความคิดถูก เช่นบางคนคอยรถเมล์เป็นชั่วโมงๆ จนเกิดความหงุดหงิด แต่พอสักพักรู้สึกตัวก็มากำหนดรูปยืน เช่นนี้ถือว่าเอาอุปสรรคมาเป็นอุปกรณ์แห่งความคิดถูก ที่ว่าคิดถูกก็คือ รูปยืน เมื่อมีความเห็นถูก ความเห็นผิดก็หมดไป จิตที่วุ่นวายหงุดหงิดก็ออกไปด้วย ฉะนั้นเมื่อมีความคิดถูกก็ไล่ความคิดผิดออกไป แล้วสิ่งที่คิดผิดนั้นมันเป็นตะกอน เป็นตะกอนหัวใจ แล้วเรามีอะไร รักโน่นรักนี่ ก็เก็บความรู้สึกนั้นมาเป็นฝุ่น เป็นตะกอนใจ ...ตะกอนชีวิตของเราตลอดเวลา แต่เมื่อเราผันชีวิตเรามาให้มี ศีล สมาธิ ปัญญา ทำบ่อยๆไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ ทำสมาธิ รักษาศีล เจริญภาวนา ศึกษาเล่าเรียน สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นตะกอน
![]()
แต่เมื่อทำไปๆ มันก็จะตกผลึกของความดีเป็นเหมือนผลึกของสารส้มที่จะเป็นรูปที่มีเหลี่ยมมีคมที่สวยงามมีสีสัน และมีแสงที่ตัวของมัน แต่ถ้าเป็นตะกอน เป็นฝุ่น แล้วอยู่ในอะไรก็ขุ่น อยู่ในน้ำ น้ำก็ขุ่น น้ำขุ่นคือน้ำสกปรก ใจขุ่นก็คือใจที่มีกิเลส คือความเศร้าหมอง
ก็ขอให้พวกเราตั้งใจ หลวงพ่อเคยบอกว่า อุปสรรค ท้าทายความสามารถ วิบากท้าทายปัญญา แต่วันนี้เราได้รู้ว่า เมื่อมีอุปสรรค จงเอาอุปสรรคนั้นมาเป็นอุปกรณ์แห่งความคิดถูกให้ได้
สุดท้ายท่านอาจารย์ได้อวยพรให้พวกเราทุกคนสามารถมีชีวิตที่ก้าวออกไปจากกิเลส มีชีวิตที่ห่างออกจากความลุ่มหลงได้ง่าย และมีชีวิตก้าวอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ ได้ทั่วหน้าทุกคน
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง...ค่ะ
![]()
![]()
โดย วยุรี [12 ก.ย. 2550 , 18:28:52 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )
สลักธรรม 4ขอขอบพระคุณมากเลยครับคุณวยุรี ที่นำเรื่องดีๆในห้องแห่งความรักความหวังดีมาถ่ายทอดให้อ่านกันทั่วไปอีกครั้งครับ เพราะจะได้ทราบถึงวันเวลาที่มีค่าที่เกิดขึ้นในเช้าวันอาทิตย์ที่อภิธรรมมูลนิธิของเราครับผม...พี่เณรจึงขอนำกลอนของพี่ดอกแก้วมาลงไว้ด้วยนะครับ..เรื่องพิจารณาสติปัฏฐาน.. ที่พี่ดอกแก้วแต่งไว้นะครับผม
ฐานทั้งสี่ที่ตั้ง .....................สติครอง
หมายมุ่งปัญญาตรอง..........จิตกล้า
ระลึกทั่วกายของ............... ผู้เพ่ง
พินิจพิศท่วงถ้า..................หยั่งรู้ทั่วกาย
ใดคือท่านั่งแล้ว.................รู้ตัว
สำรวจสรีระทั่ว...................ท่านั้น
ระลึกรู้สึกตัว......................ทั้งหมด
คือรูปธรรมชั้น...................ใช่เนื้อตัวเรา
จิตรู้อยู่ที่ตั้ง........................อิริยา
มีเมื่อยมีอ่อนล้า..................จึงทราบ
กายนั้นเกิดเวทนา.............อย่างใหม่
ทุกข์บีบคั้นเหน็บนาบ.........เปลี่ยนแก้ท่าทาง
เปลี่ยนท่าแล้วจักรู้.............เปลี่ยนแปร
หาท่าใดสุขแท้....................ไม่ได้
ต้องเปลี่ยนต้องเวียนแก้.....ทุกอย่าง
นอน..นั่ง..ยืน..เดิน..ไซร้....ทุกข์ท้นท่วมทวี
ต้องรู้ว่า..ที่รู้........................คือใด
สติรู้เป็นใคร.......................กันบ้าง
รู้ละตัวตนไป.......................ให้หมด
รู้จริงที่เอ่ยอ้าง.....................ที่แท้รูป-นาม
พิศได้พิศเช่นนี้..................ปัญญา
ประจักไตรลักษณา..............จึ่งได้
ประหารอวิชชา....................ตัดราก
ประสบสุขสิ่งไร้....................ทุกข์พ้นกลกาม
![]()
โดย พี่เณร [12 ก.ย. 2550 , 18:37:31 น.] ( IP = 58.9.141.59 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงยิ่งเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์วิชิตอย่างสูง
ขอบพระคุณอาจารย์วยุรีที่ได้นำคำสอนของหลวงพ่อมาถ่ายทอด ให้ได้สติเตือนใจตนค่ะ
กราบอนุโมทนาค่ะโดย มด [14 ก.ย. 2550 , 10:16:19 น.] ( IP = 75.3.24.252 : : )
สลักธรรม 8
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาที่นำมาถ่ายทอดอีกครั้งค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [14 ก.ย. 2550 , 11:44:25 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |