| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๑)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
การที่มนุษย์รู้จักผิดชอบชั่วดีดังกล่าวมานี้ ก็เพราะเกิดจากการอบรมบ่มนิสัยมาตั้งแต่ในอดีต ให้รู้จักถอยความมักได้เห็นแก่ตัวแล้วปลูกเพราะความเมตตากรุณาความมีศีลธรรมให้เกิดขึ้น เจตสิกที่ชื่อว่า หิริกับโอตตัปปะ จึงได้มีกำลังทำให้รู้สึกบังเกิดความละอาย บังเกิดความกลัวต่อการกระทำชั่ว แล้วต่างพากันสั่งสอนลูกหลานให้กระทำตามตน
ในบรรดามนุษย์ที่ได้จัดแยกออกมาจนผิดกับสัตว์เดรัจฉานนั้น ก็เพราะสัตว์เดรัจฉานแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ไปตามสัญชาติญาณ คือ รู้จักกิน รู้จักนอน รู้จักเสพเมถุน ไม่รู้จักความดี ไม่รู้จักความชั่ว ไม่รู้จักบุญหรือบาปประการใด แต่มนุษย์นั้นตรงกันข้าม แม้จะมีสัญชาติญาณต่างๆ เหมือนสัตว์เดรัจฉานก็จริง แม้จะรู้จักกิน รู้จักนอน รู้จักเสพเมถุนก็ตาม แต่มนุษย์ก็ยังรู้จักความดี ความชั่ว บุญหรือบาป รู้จักระทำดี มีศีลธรรม รู้จักมีความเมตตากรุณา ถึงอย่างน้อยก็มีอยู่บ้าง
แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังมีมนุษย์อีกบางพวกที่ห่างไกลกับสัตว์เดรัจฉานไปไม่เท่าใดนัก เพราะการแยกภพภูมิเป็นมนุษย์นั้น ก็ด้วยอำนาจของกรรมได้ผลักส่งให้มาเกิดเป็นมนุษย์เฉพาะในขณะปฏิสนธิเท่านั้นเอง หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็ว่าจิตได้ถูกอบรมในฝ่ายที่ดีมาน้อย ด้วยเหตุนี้ แม้เราจะเห็นว่าร่างกาย หน้าตา แขนขาเป็นมนุษย์ แต่จิตใจนั้นแสนจะน่ากลัว แม้ว่าสัตว์เดรัจฉานที่ว่าร้ายๆ ก็ไม่อาจจะเปรียบปานเท่ากับมนุษย์พวกนี้
เขาจะคอยจ้องเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นเสมือนงูที่จ้องจะขบเหยื่อด้วยความเห็นแก่ตัว อันมีกำลังสูง แม้ผู้อื่นจะเดือดร้อนทุกข์ยากประการใดอันเกิดจากการกระทำของเขาก็จะไม่แยแส เขากล้าก้าวเดินไปบนกองเลือดของผู้อื่นได้อย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ถ้าเขาจะได้ประโยชน์สมใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจี้ การปล้น การฆ่าคนตาย หรือแม้ว่าจะคดโกงคนทั้งหลายทั่วประเทศก็กล้ากระทำได้ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:12:04 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
หิริ โอตตัปปเจตสิก ความละอาย ความเกรงกลัวต่อบาปอกุศล อันเป็นตัวการโอบอุ้มเขาไว้ให้ยังคงความเป็นมนุษย์อยู่ ได้อันตรธานไปเสียไกลๆ ไม่ค่อยจะได้เห็นหน้า เพราะทนต่ออำนาจรบเร้าเซ้าซี้ของโลภะไม่ไหว อำนาจของโลภะจึงได้ใจจนเกือบเสมือนหนึ่งว่าจะแทรกแซงลงไปในสายเลือด แม้จะมีกินมีใช้ หรือมีรายได้ให้มากสักเท่าใด เขาก็จะไม่ยอมหยุดยั้งที่จะใช้วิธีการอันสกปรกโสมมต่อคนอื่น เพื่อหวังให้เกิดเป็นผลประโยชน์ที่จะเผื่อแผ่ไปยังลูก ไปยังหลาน แล้วก็เหลน โหลนของเขาเองต่อไป
ความเป็นไปในชีวิตของเขาย่างกรายเข้าไปใกล้สัตว์เดรัจฉานเป็นอันมาก เพราะเขาไม่รู้จักจดจำบุญคุณของใครที่ได้ทำให้แก่เขาเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือครูบาอาจารย์ ทั้งเขามิได้เคยฝึกฝนความเมตตาปรานีให้บังเกิดมีในตน เขาจะสนใจแต่การกิน การนอน การเสพเมถุนเป็นสำคัญ
วิธีการอันชาญฉลาดของเขามีมากมาย แผนการชั่วร้ายของเขาก็มีนับไม่ถ้วนซึ่งแต่ล้วนเอารัดเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นตกเป็นเบี้ยล่างทั้งในทางอำนาจและในทางเศรษฐกิจ ตัวของเขาเองเปรียบเหมือนไฟที่คอยเผาไหม้ผู้ที่เข้ามาใกล้ๆ อยู่เนืองนิจ ทั้งนี้ก็เพราะขาดคุณธรรมคือหิริและโอตตัปปะมิได้ย่างกรายเข้ามาใกล้ประกอบกับจิตใจของเขาเลย
ด้วยเหตุนี้ใครๆ จึงจัดว่า เขาเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด มีความสามารถ และมีปัญญามาก แต่เขาตกอยู่ภายใต้ความโง่เขลาเบาปัญญาในปัญหาชีวิต และเป็นการแน่นอนทีเดียว ในอนาคตที่ไม่ไกลนักเขาก็จะต้องเดินทางไปสู่ขุมนรก หรือความเป็นสัตว์เดรัจฉาน เพราะเขาได้สั่งสม เขาได้อบรม เฝ้าแผ้วถางหนทางความรู้จักกิน รู้จักนอน รู้จักเสพเมถุนแต่เพียงเท่านั้น จนมีความสันทัดจัดเจน จนกลายเป็นทางเดินสะดวกสำหรับที่เขาจะเดินทางไกลในตอนปลายของชีวิต
เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาในปัญหาของชีวิต จึงมิได้คิดว่า อำนาจของความไม่อายและไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม จะเป็นเหตุนำตนไปสู่ความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสในอบายภูมิ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:12:57 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 2
เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาในปัญหาของชีวิต จึงมิได้คิดสร้างกุศลผลบุญ อันจะเกิดขึ้นมาพร้อมกับความอายและความเกรงกลัวต่อบาปกรรม
จึงไม่ทราบว่ากุศลผลบุญหรือดวงจิตที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับหิริกับโอตตัปปะนั้น จะนำตนไปสู่ความสุข ความสบายใจสุคติภูมิ จึงจัดว่าเขาเป็นนักเศรษฐกิจที่แย่มาก เพราะความสุขความสบายที่เขาได้รับในปัจจุบันนั้นมันน้อยนิดเดียวเท่ากับ ๑ แต่ความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสที่เขาจะได้รับในอนาคตนั้นเป็น ๑๐๐ ซึ่งเทียบกันมิได้เลย จึงเรียกว่าขาดทุนอย่างย่อยยับ
ป.คุณลุงขอรับ ผมก็พอจะเข้าใจในเรื่องที่คุณลุงได้อธิบายมา คือหิริกับโอตตัปปะนั้น ได้แก่ความละอาย ความเกรงกลัวต่อการกระทำทุจริต และเหตุอย่างหนึ่งก็ได้แก่อำนาจที่เคยฝึกฝนอบรมมาแต่อดีตเป็นตัวหนุนหลังให้เกิดขึ้น คุณลุงจะอธิบายในข้อนี้ออย่างไรเพิ่มเติมอีก
ก. เหตุสำคัญที่หนุนเนื่องให้ความละอาย คือ หิริเจตสิก เกิดขึ้นนั้น ก็ได้แก่ความเคารพตนเอง
ความเคารพตนเอง ก็ได้แก่ ความละอาย เพราะเห็นว่า เราก็อายุมากแล้ว รู้จักผิดชอบชั่วดีแล้ว ถ้าจะประทำบาปทุจริตก็บังเกิดความละอายขึ้นในใจจึงได้ทำแต่ความดี หรือเห็นว่า ตระกูลของตนก็มิได้เป็นตระกูลต่ำช้าสารเลวอะไร ถ้าจะประพฤติผิดๆ ไปแล้วจะเสียหาย ตนก็จะได้รับความอับอายขายหน้า เป็นต้น
ส่วนโอตตัปปเจตสิก ความสะดุ้งกลัวการกระทำบาปอกุศล จะเกิดขึ้นมาได้นั้นก็ด้วยมีความเคารพผู้อื่นเป็นเหตุใกล้ ตรงกันข้ามกับหิริเจตสิกที่ลุงได้บรรยายไปแล้ว
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:13:34 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 3
อย่างไรก็ดี หิริกับโอตตัปปะนั้น จะเกิดขึ้นมาได้ก็จะต้องอาศัยเหตุภายนอก ๔ ประการ กับเหตุภายใน ๘ ประการ ประการใดประการหนึ่ง
เหตุภายนอก ๔ ประการ ได้แก่
๑. อตฺตานุวาทภยํ กลัวต่อการถูกติเตียนด้วยตนเอง
๒. ปรวาทานุภยํ กลัวต่อการถูกติเตียนจากผู้อื่น
๓. ทณฺฑภยํ กลัวต่อราชทัณฑ์ คือกฎหมายบ้านเมือง
๔. ทุคฺคติภยํ กลัวต่อภัยในอบายภูมิ
เหตุภายใน ๘ ประการ ได้แก่
๑. กุละ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงตระกูลของตน
๒. วยะ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงวัยของตน
๓. พาหุสัจจะ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงการศึกษาของตน
๔. ชาติมหัตตะ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงชาติอันประเสริฐของตน
๕. สัตถุมหัตตะ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงพระพุทธเจ้า บิดามารดา ครูอาจารย์
๖. ทายัชชมหัตตะ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงมรดกของพระพุทธเจ้า ของบิดามารดา ซึ่งตนเองต้องรับมรดกนั้น
๗. สพรหมจารีมหัตตะ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงเพื่อนที่เคยคบกันมา
๘. สุรภาวะ ละอายบาปกลัวบาป โดยคำนึงถึงความสงบเสงี่ยมเจียมตัวของตน
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:14:20 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 4
ข้อที่ ๑. กลัวต่อการถูกติเตียนด้วยตนเอง
คนที่ชอบกระทำความชั่วย่อมไม่กลัวหรือไม่มีความสะดุ้งสะเทือนใจอะไรเลย เพราะมีจิตใจแข็งกร้าวจนมิได้หวั่นไหวในการกระทำความชั่วของตน ทั้งมีความเคยชินมาเพียงพอ ดังนั้น การที่จะกลัวตัวเองหรือจะเตือนตนเองไม่ให้กระทำจึงมิได้เกิดขึ้น
พูดฟังง่ายๆ ก็คือ ตัวเองเห็นว่ากระทำนั้นๆ เป็นผลดีมีประโยชน์ เช่น โกงคนอื่นเขามาได้ก็ดีใจ บางคนยังหาว่าคนอื่นนั้นโง่เง่ากว่าตนเสียอีก
สำหรับคนที่มีความประพฤติดีมีศีลธรรม หรือมีความเมตตากรุณานั้น ตรงกันข้าม เมื่อได้ทำอะไรพลั้งพลาดเป็นอกุศลลงไปแล้ว ก็มีความรู้สึกไม่สบายใจ บางคนนึกเกลียดตัวเอง หรือนึกตำหนิตัวเองว่า เหตุไฉนในครั้งนั้นๆ จึงได้กล้ากระทำลงไปได้ ในครั้งนั้นใจคอเป็นอย่างไร
การตำหนิตนเองเช่นนี้ เป็นการทำความรู้สึกสำนึกในความผิด ความบาปของตนเอง ดังนั้น ในการกระทำทั้งหลายที่แล้วมาก็จะเข้าเตือนใจไม่ให้กระทำต่อไปอีก โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:14:57 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 5
ข้อที่ ๒. กลัวต่อการถูกติเตียนจากผู้อื่น
ในข้อนี้ จะสังเกตให้เห็นได้ง่ายๆ ว่า คนที่ประพฤติตนดีทั้งหลาย นอกจากจะมีอัธยาศัยใจคอดีมาเป็นพื้นฐานของจิตใจแล้ว ยังมีความหวั่นไหวด้วยเกรงว่า ถ้าผู้ใดรู้เห็นการกระทำที่ไม่ดีของตนเข้าแล้ว ตนจะต้องได้รับความอับอายขายหน้า
ด้วยเหตุนี้จึงระวังตัวอยู่เสมอที่จะไม่กระทำการสิ่งใดอันคนทั้งหลายจะติเตียนเอาได้ แต่คนที่ประพฤติตนไม่ดี ไม่มีศีลธรรมประจำใจนั้น มิได้คำนึงถึงผู้ใดว่าจะกล่าวติเตียนตนว่าอย่างไร มุ่งแต่จะให้ตนได้ประโยชน์เป็นสำคัญ
ข้อที่ ๓. กลัวต่อราชทัณฑ์ คือกฎหมายบ้านเมือง
คนเรานั้นแม้จะประพฤติตัวชั่วช้าอย่างไรก็ไม่วายที่จะกลัวกฎหมายบ้านเมือง เพราะจะทำให้ตนเองต้องลำบาก และบางทีก็อาจถึงแสนสาหัสก็ได้ จึงไม่กล้ากระทำผิดกฎหมาย คนที่มีพื้นฐานดีมาแต่อดีต ก็ย่อมจะมีความอดทนไม่กล้ากระทำผิดกฎหมายแม้จะเล็กน้อยสักเพียงใด
แต่อย่างไรก็ดี ถ้าการอบรมบ่มนิสัยมาไม่ถึงขนาดแล้ว เมื่ออำนาจของโลภะเข้ากระตุ้นเตือนใจ หรืออำนาจของความบันดาลโทสะผลักดัน ก็ย่อมกล้าที่จะกระทำการใดๆ ลงไปได้ทุกอย่าง ในเวลาเหล่านั้น เรื่องของกฎหมายบ้านเมืองมิได้เข้ามาอยู่ภายในจิตใจ ด้วยอำนาจของโลภะคือความทะยานอยาก
บุคคลบางคนก็อดทนอยู่ไม่ไหวจึงได้แอบแฝงซ่อนเร้นการกระทำผิดของตน ด้วยหวังว่าจะรอดพ้นจากมือกฎหมาย แต่บางทีเคราะห์หามยามร้ายหลุดรอดจากมือกฎหมายไปไม่ได้ แล้วได้รับทุกข์โทษภัยในชาตินี้ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:15:32 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 6
ข้อที่ ๔. กลัวต่อภัยในอบายภูมิ
อบายภูมิ เป็นภพภูมิที่สัตว์ไปเกิดแล้วได้รับทุกข์ยากลำบาก มี ๔ ภูมิด้วยกัน คือ นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย
ผู้ที่ไม่รู้จักอาย และไม่เกรงกลัวต่อการกระทำบาปนั้น ก็เพราะด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาในปัญหาชีวิตของตนเอง จึงไม่มีความเชื่อถือเลยแม้แต่น้อยว่า สัตว์ทั้งหลายเมื่อได้ตายลงไปแล้ว ก็ย่อมจะต้องเกิดขึ้นมายังภพใหม่ชาติใหม่ได้อีก ถ้าได้กระทำความชั่วร้ายลงไปแล้ว จะหนีจากการไปเกิดยังอบายภูมินั้นแสนยากยิ่ง ถ้าได้กระทำความผิดโดยทุจริตลงไปแล้ว ก็จะต้องเกิดในนรก เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต และอสุรกาย ได้รับความลำบากแสนเข็ญอย่างแน่นอน จะรอดพ้นจากมือของธรรมชาติไปไม่ได้
สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาชีวิตมีความเข้าใจ ก็จะไม่กล้าเฉียดเข้าไปใกล้กับอกุศล เพราะผลกำไรจากการกระทำทุจริตคิดมิชอบนั้น มันไม่คุ้มกันเลยกับผลร้ายที่ตนจะได้รับในอนาคต เขาไม่กล้าที่จะเอารัดเอาเปรียบ หรือหากำไรเอาส่วนเกินจากธรรมชาติ ทั้งนี้ก็เพราะเขาทราบเป็นอย่างจริงแท้แน่นอนว่า จะหลอกใครก็พอจะหลอกได้ แต่จะหลอกธรรมชาตินั้นอย่าพึงหมายเลยว่าจะสมประสงค์
ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงไม่กล้าที่จะกระทำการใดๆ อันใกล้กับหนทางเดินที่แสนจะน่ากลัวเหล่านั้น กุศลจิตจึงได้เกิดขึ้นมาอยู่เสมอๆ และแน่นอนที่หิริเจตสิกโอตตัปปเจตสิกจะต้องเกิดขึ้นบ่อยๆ จนก่อให้เกิดความสันทัดจัดเจน อนาคตจึงมีแต่ความแจ่มใส
ผู้ที่ไม่มีความเชื่อว่า ตายแล้วจะต้องเกิดอีกในชาติหน้าได้ หรือผู้ที่ไม่เชื่อว่าการเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกายนั้นเกิดได้จริงๆ และเมื่อเกิดแล้วก็จะได้รับความทุกข์แสนสาหัสได้ด้วย ความไม่เชื่อดังกล่าวนี้มีมูลฐานมาจากการขาดการศึกษาเล่าเรียน เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฎกทั้งขาดการโยนิโสมนสิการ อันได้แก่การทำใจไม่แยบคาย ไม่ได้พิจารณาอย่างลึกซึ้งจึงปฏิเสธเรื่องดังกล่าวนั้นอย่างแข็งขัน เขาจะเชื่อเฉพาะแต่ที่ตาเห็น คือการเกิดของสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น แต่ก็ไม่เชื่อว่าสัตว์เดรัจฉานเกิดขึ้นมาจากผู้ที่ได้ตายไปแล้ว โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:16:13 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 7
ความรู้ ความสามารถ ความเฉลียวฉลาดในวิทยาการทางโลก ทางวิทยาศาสตร์ ได้มาเป็นตัวมารขวางกั้น มาล๊อกประตูของเขาเสียแล้ว ทำให้เขาต้องตกอยู่ในความมืดมิด ในเรื่องของชีวิตเสียสิ้น ความรู้ ความสามารถ ความเฉลียวฉลาดในวิทยาการทางโลก ทางวิทยาศาสตร์ ได้เป็นสาเหตุให้เขาต้องเดินไปในทางที่ขรุขระทุรกันดารในอนาคต
นอกจากเขาจะหันหลังให้กับวิทยาการอันประเสริฐนี้แล้ว เขายังจะยืดคอขึ้นสูงด้วยความภาคภูมิใจในวิทยาการทางโลกที่เขาได้รับมา เขาจะรู้สึกตนว่าใหญ่เสียเหลือเกินเมื่ออยู่ในท่ามกลางบรรดาผู้คนทั้งหลาย และเขาจะรู้สึกว่าตนเป็นคนโชคดีอย่างเหลือเกินที่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนมาจนมีปัญยาสารพัดอย่าง
แต่อย่างไรก็ดี เขาก็จะตกอยู่ในความน่าสงสารจากผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องชีวิต เพราะบุคคลชนิดนี้เป็นส่วนมากย่อมจะมีหนทางเดินอันไม่ราบรื่นในอนาคต
พระอภิธรรมปิฎกนั้น เป็นวิทยาการที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิต เป็นบทศึกษาว่าด้วยเรื่องของตัวเอง และหนทางพ้นทุกข์ ดังนั้น จึงละเอียดลออลึกซึ้งอย่างเหลือเกิน ถ้าจะได้เอาความมีปัญญาของบุคคลดังกล่าว คือผู้ที่ศึกษาวิชาการทางดลกมามากๆ เข้ามารองรับให้เป็นพื้นฐานเพื่อที่จะก้าวขึ้นไปสู่ความจริงอันยิ่งใหญ่ของชีวิตแล้ว เขาก็จะบังเกิดความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี ก็จะเข้าถึงความเร้นลับพิสดารของตัวเอง แล้วก็จะได้พาตัวเองออกไปเสียจากดินแดนอันร้อนระอุ เข้าถึงความสุขความสงบอันสถาพรตลอดไปในกาลข้างหน้า โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:16:49 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 8
หิริกับโอตตัปปะ ความละอาย ความเกรงกลัวต่อบาปอกุศลนั้น จะเกิดขึ้นมาได้ก็จะต้องอาศัยเหตุภายนอก ๔ กับเหตุภายในอีก ๘ ซึ่งเหตุภายนอก ๔ ลุงก็ได้อธิบายให้หลานฟังมาพอสมควรแล้ว เหตุภายในอีก ๘ ลุงคิดว่าจะไม่อธิบายเลย เพราะความก็ชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้หลานคิดพิจารณาให้กว้างขวางขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์มาก
ลักขณาทิจตุกของหิริเจตสิก คือ
๑. ปาปโตชิคุจฺฉน ลกฺขณา มีความเกลียดต่อบาป เป็นลักษณะ
๒. ปาปานํอกรณ รสา มีการไม่ทำบาป เป็นกิจ
๓. สงฺโกจน ปจฺจุปฏฺฐานา มีความละอายต่อบาป เป็นผล
๔. อตฺตคารว ปทฏฺฐานา มีความเคารพในตน เป็นเหตุใกล้
ลักขณาทิจตุกของโอตตัปปะ คือ
๑. อตฺตาสน ลกฺขณํ มีความสะดุ้งกลัวต่อบาป เป็นลักษณะ
๒. ปาปานํอกรณ รสํ มีการไม่ทำบาป เป็นกิจ
๓. สงฺโกจน ปจฺจุปฏฺฐานํ มีความละอายต่อบาป เป็นผล
๔. ปรคารว ปทฏฺฐานํ มีความเคารพผู้อื่น เป็นเหตุใกล้
ในวันนี้ลุงคิดว่าเรียนเจตสิกกันเพียง ๒ ตัวนี้เท่านั้น ขอให้หลานได้ทบทวนก่อให้เกิดความเข้าใจและความจำให้กว้างขวางขึ้นอีกก็จะดี
ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [14 ก.ย. 2550 , 07:17:33 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
สลักธรรม 9
วันนี้ได้อ่านคำอธิบายของท่านอาจารย์แล้ว รู้สึกชัดเจนมากในการกระทำของคนต่างๆทั่วไปรวมทั้งของตนเองด้วยครับ ว่าเกิดขึ้นมาได้จากอดีตที่มีการอบรมบ่มเพาะนิสัยไว้ และเห็นโทษภัยอันร้ายแรงที่จะมีต่อชีวิตตนเองและผู้คนที่กล้าทำชั่วได้อย่างสนิทใจ เพราะขาดหิริโอตตัปปครับผม
และรู้สึกซึ้งใจที่ท่านอาจารย์กล่าว่า หิริเจตสิกโอตตัปปเจตสิกจะต้องเกิดขึ้นบ่อยๆ จนก่อให้เกิดความสันทัดจัดเจน อนาคตจึงมีแต่ความแจ่มใส ทำให้เพิ่มพลังใจในการก้าวไปในอนาคตครับ
![]()
กราบขอบพระคุณในความเมตตากรุณาของท่านอาจารย์ ที่ชี้แนะอบรมให้เกิดความรู้ความเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งขอรับโดย เทพธรรม [14 ก.ย. 2550 , 07:37:11 น.] ( IP = 58.9.140.225 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |