
ถ้าเราตายไป แล้วต้องเกิดในแม่ที่นุ่งสั้นสายเดี่ยวอายุ ๑๑ ปีล่ะ จะเป็นอย่างไร ? พวกเรานิ่งอึ้งกับคำถามนั้น....ไม่มีใครเคยนึกถึงเรื่องนี้ แม้นจะเรียนรู้มาว่าการเกิดในสุคติภูมินั้น หากชาติหน้าได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์แล้ว อาจจะทำให้พวกเราได้เรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีก ทั้งนี้เพราะทุกวันนี้เราพยายามสร้างเหตุด้วยการศึกษาพระอภิธรรมไว้แล้วด้วย แต่เมื่ออาจารย์มาตั้งคำถาม พร้อมยกเหตุการณ์ของสภาพสังคมในปัจจุบันที่เราพบเห็นกันอยู่ทั่วไปว่า พฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูงตามห้างสรรพสินค้า และตามแหล่งบรรเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนแม้ในยามค่ำคืนก็ยังกล้าที่จะออกนอกบ้าน และลงเอยด้วยสภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ตามข่าวคราวที่ได้รับฟังอยู่เนืองๆ ยิ่งอาจารย์บอกว่าหากเราต้องเกิดเป็นลูกของเด็กผู้หญิงที่กำลังเดินออกจากโรงแรมด้วยแล้ว ..ทำให้รู้สึกว่าน่ากลัวยิ่งนัก
สิ่งเหล่านี้ล้วนตรงกับเรื่องที่ได้รับฟังมาว่า....ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าปเสนทิโกศลแห่งแคว้นโกศลได้ทรงฝันประหลาดถึง ๑๖ เรื่อง และในเรื่องที่ ๒ นั้นทรงสุบินไปว่าพระองค์ได้เห็นต้นไม้ พองอกออกมาสูงแค่คืบ แค่ศอก ก็ออกดอกออกผลทั่วทั้งแผ่นดิน ครั้นนำเรื่องไปทูลถามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระบรมศาสดาก็ทรงทำนายด้วยพระญาณที่หยั่งรู้อนาคตว่า
ในกาลภายหน้า มนุษย์จะไม่ตั้งอยู่ในธรรม ไม่เชื่อฟังคำสอนของพระอริยเจ้า มีจิตหมกมุ่นอยู่แต่ในกาม ทอดทิ้งขนบประเพณีอันดีงาม แม้จะมีอายุเยาว์ มีวัยยังไม่สมบูรณ์ก็จะมีราคะกล้า และสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย และจะมีลูกแต่เด็กๆ เหมือนต้นไม้เล็กๆ ที่งอกได้แค่คืบแค่ศอกแต่ก็ออกดอกมีผลไปทั่วทั้งแผ่นดินดั่งที่พระองค์ทรงสุบินนั่นเอง
จะว่าไปแล้ว ปัจจุบันนี้ ก็คือเวลาที่ล่วงเลยมาจากพุทธกาลถึง ๒๖๓๐ ปีแล้ว นับเป็นกาลภายหน้าที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ เพราะจากข่าวคราวที่เราต่างได้รับรู้จากสื่อมวลชนต่างๆ ก็จะเห็นว่า เด็กหญิงอายุเพียง ๑๑ ปีก็ตั้งท้องมีลูก นอกจากนี้ภาพเด็กนักเรียนที่จับคู่กันทั้งบนรถเมล์ ป้ายรถ และสถานที่ต่างๆ ...ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า เหตุการณ์ที่เป็นพระพุทธทำนายได้บังเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน อาจารย์จึงให้อุทาหรณ์ที่ทำให้พวกเราต้องหดหู่ใจว่า หากเราต้องตายในขณะนี้ แล้วเกิดทันทีในครรภ์ของเด็กหญิงที่กำลังสนุกอยู่ในโรงแรม หรือกำลังเดินออกจากโรงแรม ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร ?