มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๒)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป.เมื่อคราวก่อน คุณลุงได้บรรยายเจตสิก ๒ ตัวไปแล้ว คือ หิริเจตสิก กับ โอตตัปปะเจตสิก ผมก็เข้าใจดีพอสมควร ดังนั้น ในวันนี้ผมมาขอศึกษาต่อไป คุณลุงจะบรรยายถึงเจตสิกตัวไหนอีก ผมก็กำลังคอยรับฟังอยู่แล้ว

ก.วันนี้ลุงจะได้บรรยายถึงเจตสิกที่ต่อจากหิริและโอตตัปปะเจตสิก ก็ได้แก่ อโลภเจตสิก นั้นเอง ในเรื่องนี้ หลานควรจะได้ทบทวนเจตสิกที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับที่ได้เรียนไปแล้วเสียก่อน ก็จะบังเกิดความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น

หลานก็ได้เรียนมาแล้วว่า โลภเจตสิกนั้น ได้แก่เจตสิกที่เมื่อประกอบกับจิตใจแล้ว จิตนั้นก็จะบังเกิดความเร่าร้อนใจเพราะความอยากจะได้ หรือยินดีติดใจในอารมณ์ต่าง ๆ อันเกิดจากทางทวารทั้ง ๖ ทวาร เช่นเมื่อมีรูปที่ดีที่ชอบใจมากระทบกับตา หรือได้ยินเสียงที่ไพเราะมากระทบกับหู และแม้มีเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนชอบมากระทบกับจิตใจ ก็อดอยู่ไม่ได้ ทนต่ออำนาจของอารมณ์ที่ดี ๆ เหล่านั้นที่มันมาเร้าอยู่ไม่ค่อยไหว

จึงอดที่จะบังเกิดความยินดีติดใจเสียมิได้ จิตใจก็บังเกิดความเร่าร้อนกระสับกระส่ายด้วยความต้องการในอารมณ์เหล่านั้น ถ้าชอบใจมากก็ดิ้นรนมาก ถ้าชอบใจน้อยก็ดิ้นรนน้อย และถ้าชอบใจติดใจมากที่สุดจริง ๆ แล้ว ก็จะอดทนต่อไปไม่ไหว ก็จะเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะให้ได้มาต่าง ๆ หรืออาจแสดงออกทางหน้าตาหรือกิริยาอาการ จนจิตบังเกิดความหยาบกระด้างแสดงออกมาภายนอกให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ แม้จะเป็นเรื่องผิด ๆ หรือเป็นเรื่องทุจริตอย่างร้ายแรงก็กล้ากระทำได้

อำนาจของโลภะคือความยินดีติดใจอยากจะได้ อยากจะดีอยากจะเด่นเข้ามามีบทบาทหนุนเนื่องบันดาลใจให้แสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ตามความสันทัดจัดเจนที่เคยได้ทำมา ทั้งในชาตินี้และในชาติอดีต

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:36:05 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



หลานก็คงจะเคยพบเห็นหรืออ่านจากหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ ว่าอำนาจของความอยากได้เงินได้ทองข้าวของต่าง ๆ หรือความปรารถนาในทางเพศที่กระตุ้นเตือนอยู่ภายในใจอย่างรุนแรงนั้น ได้ก่อให้เกิดการกระทำผิดต่าง ๆ อย่างร้ายแรงเท่าใดก็ได้ จนบางท่านคิดว่า ไม่น่าเลยที่จะเป็นการกระทำของมนุษย์ ผู้ซึ่งตั้งตัวเองเป็นคนดีถึงกับพูดกับสอนกันต่อ ๆ มา ว่าเป็นสัตว์ที่ประเสริฐเหนือกว่าสัตว์ทั้งปวง เพราะรู้จักความดี ความชั่ว บุญหรือบาป เพราะสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายไม่มีความเข้าใจเลย

หลานก็จะเห็นได้ในที่ทั่ว ๆ ไปว่า คนทั้งหลายมักจะอดทนอยู่ไม่ไหว ที่ถูกอำนาจของความอยากได้รุกเร้าบันดาลใจ ดังนั้น การแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เป็นไปในเรื่องความเห็นแก่ตัวที่แสดงต่อกันอย่างชัดแจ้ง จึงได้ประสบพบเห็นกันอยู่ทั่วไป ไม่ว่าในที่ลับหรือในที่แจ้ง ในที่รโหฐานหรือตามตรอกซอกมุมต่าง ๆ หลานขึ้นรถเมล์แล้วก็คอยดูจะเป็นบ่อย ๆ หลานขับรถไปตามถนนก็จะได้เห็นอยูเสมอ และเมื่อติดต่อเกี่ยวข้องในธุรกิจการงานกับคนทั่วไปก็ขอให้สังเกต จะต้องประสบอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ความเห็นแก่ตัวก็หาได้เกิดขึ้นกับทุกคน หรือทุกเวลาไม่ เพราะบางทีบางเวลา ก็เกิดจิตที่ตรงกันข้ามได้เหมือนกัน เช่น เห็นคนยากจนอดอยากแล้วก็เกิดความสงสารอยากจะช่วยเหลือให้พ้นความลำบาก เห็นคนเจ็บป่วยทุพพลภาพก็เกิดความเมตตากรุณา อยากจะหาทางให้บรรเทาเบาบางลง หรือบางคราวครุ่นคิดพิจารณาอยากจะทำบุญให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิหรือวิปัสสนาภาวนา

ซึ่งในขณะนี้โลภะอันได้แก่ความยินดีติดใจ หรือคิดแต่ที่จะได้เพราะเห็นแก่ตัว ทนต่ออำนาจของกุศลจิตไม่ไหวต้องพ่ายแพ้ไปชั่วคราวหรือชั่วระยะสั้น ๆ ซึ่งก็ยังดี เพราะเหมือนมีน้ำสีดำอยู่ แล้วก็มีน้ำใส ๆ เติมเข้าไปให้สีดำมันคลายตัวลงไปเสียบ้าง ไม่ดำเข้มขึ้น ๆ เรื่อย ไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:36:40 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 2



ตามที่ลุงได้อธิบายมา หลานก็จะเห็นได้ว่า โลภเจตสิกอันเป็นตัวการก่อให้เกิดความยินดีติดใจ อยากจะได้ในอารมณ์ต่าง ๆ มาเจอะเอาคู่ปรับตัวสำคัญคืออโลภเจตสิก ซึ่งได้แก่ความไม่ยินดี ไม่ติดใจในอารมณ์ต่าง ๆ เข้าแล้ว

เจตสิกทั้งสองตัวนี้เป็นศัตรู่คู่อาฆาตกัน ต่อสู้กันอยู่เสมอเป็นเวลานมนานมาแล้ว ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมานับไม่ถ้วนครั้ง แต่ตัวแรกมันได้เปรียบ มีโอกาสชนะบ่อย ๆ และทั้งสองตัวนี้มันเกิดร่วมกันไม่ได้ เพราะฝ่ายหนึ่งจะเอา แต่อีกฝ่ายหนึ่งจะให้

ป. คุณลุงพูดราวกับว่ามันเป็นคน รู้อะไรสารพัด เจตสิตทั้งสองตัวนี้ฟังดูก็พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าคุณลุงจะยกตัวอย่างขึ้นมาด้วยก็คงจะทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น

ก.ยกตัวอย่างขึ้นมาก็ดี เมื่อสักครู่นี้ได้ยินหลานพูดว่าจะไม่ไปไหน เพราะว่าจะมาเรียนธรรมะกับลุงไม่ใช่หรือ

ป. ขอรับ ผมพูดเช่นนั้นกับเพื่อนที่มาหา คุณลุงถามทำไม

ก.ลุงได้ยินเพื่อนของหลานดูเหมือนเขาชวนหลานให้ไปดูหนังกับเขามิใช่หรือ แล้วทำไมหลานจึงไม่ไป กลับมาเรียนธรรมะเสียเล่า

ป. ผมอยากจะมาเรียนธรรมะมากกว่า ทั้งหนังเรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยชอบผู้แสดง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:37:15 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 3



ก.เมื่อเพื่อน ๆ ของหลานเขามาชวนไปดูหนังนั้น ก็เพื่อให้ไปสนุกสนานเพลิดเพลิน การสนุกสนานเพลิดเพลินนี้ ก็คือความยินดีติดใจในอารมณ์อันได้แก่จิตที่เกิดขึ้นแล้วประกอบด้วย โลภเจตสิก

แต่การที่หลานตอบปฏิเสธไม่ไป เพื่อจะใช้เวลาเหล่านั้นมาเรียนธรรมะอันเป็นเรื่องของกุศล เรื่องของกุศลนี้หลานมีจิตที่เป็นอโลภเจตสิกเข้าประกอบ เพราะการศึกษาพระอภิธรรมไม่มีความโลภ ยินดีติดใจในอารมณ์

ก่อนที่หลานจะตัดสินใจว่า "ไม่ไป" นั้น ก็จะต้องอาศัยการชั่งใจ ในขณะนี้ก็เป็นการต่อสู้ระหว่างธรรม ๒ ฝ่าย คือจิตที่ประกอบด้วยโลภเจตสิกอันเป็นฝ่ายอกุศล กับจิตที่ประกอบด้วยอโลภเจตสิก ไม่มีความโลภซึ่งเป็นฝ่ายกุศล

การต่อสู้ทั้ง ๒ ฝ่ายดังกล่าวมานี้ พูดตามภาษาตลาดก็พูดว่า "จะไปดีหรือไม่ไปดี" การต่อสู้ในทางจิตใจระหว่างกุศล อกุศลนี้ วันหนึ่ง ๆ บางทีก็ต่อสู้กันหลายครั้งหลายหน ฝ่ายใดมีกำลังมากฝ่ายนั้นก็จะชนะ

การที่เพื่อนของหลานมาชวนไปดูหนัง แล้วหลานก็จะมาเรียนธรรมะ กำลังของทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่มากไม่น้อยกว่ากันก็ได้ จึงยังไม่อาจตัดสินเด็ดขาด ครั้นหลานได้ทราบว่าใครแสดงในหนัง แล้วก็ไม่ชอบตัวแสดงขึ้นมา เรื่องนี้เองก็เท่ากับเป็นกองทัพหนุนเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง กำลังที่ว่าพอ ๆ กันก็กลับมากกว่าจนเป็นเหตุให้ชนะ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:37:49 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 4



ลุงยกตัวอย่างขึ้นมาเท่านี้หวังว่าหลานคงจะเข้าใจ แล้วก็ขอให้หลานคิดพิจารณาตัวอย่างอื่น ๆ อีกมาก ๆ ก็จะเห็นว่า ที่หลานพูดว่าเรื่องของจิตใจนั้นมันก็เหมือนคน มันเหมือนคนจริง ๆ ผู้เข้าวิปัสสนากรรมัฏฐานได้อารมณ์ดี ๆ แล้ว ก็จะบังเกิดความมหัศจรรย์ใจที่ได้เห็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่เกิดอยู่ต่อหน้าต่อตานั้น แสดงออกซึ่งความเป็นไปของมันอย่างพิสดาร แล้วก็จะเห็นพระสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเป็นประการใด ตรงกับที่พระองค์ตรัสสอนว่า "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต"

โลภเจตสิกนั้น เป็นเหมือนยางเหนียว ย่อมจะดึงดูดติดอยู่ในอารมณ์ต่าง ๆ แต่อโลภเจตสิกนั้น เหมือนหยาดน้ำบนใบบัว ย่อมไม่ถูกดึงดูดติดอยู่ในอารมณ์ต่าง ๆ ธรรมทั้งสองนี้จึงตรงกันข้ามเหมือนดำกับขาว นั่นก็คือบาปกับบุญนั่นเอง

ป. คุณลุงขอรับ ตามที่คุณลุงบรรยายมาทั้งหมดผมก็พอจะเข้าใจ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ในสภาพธรรมบางอย่าง มันเข้ามาขวางกั้นจนก่อให้เกิดความลังเลใจ ผมก็ไม่ปรารถนาที่จะคัดค้านคุณลุงเลยแม้แต่น้อย แต่ขอให้คุณลุงช่วยขจัดตัวการที่เกิดความลังเลนี้ให้ด้วย คือ

ประการที่ ๑. คุณลุงว่า โลภเจตสิก ได้แก่ตัวการที่ก่อให้เกิดความยินดีติดใจอันเป็นฝ่ายอกุศล และอโลภเจตสิก เป็นตัวการที่ไม่มีความยินดีติดใจอันเป็นกุศล

ผมก็เห็นคนโดยทั่วไปเขาก็มีความยินดีติดใจในอารมณ์คือบุญกุศลที่เขาได้กระทำ ถ้าเช่นนั้นเขาก็คงจะพากันได้อกุศลกันไปหมด หรือยิ่งกว่านั้น ผมฟังพระอภิธรรมจากคุณลุงผมก็ขอรับว่ามีความยินดีติดใจ ผมก็คงจะหนีบาปไปไม่พ้นเป็นแน่

ประการที่ ๒. คนที่ทำสมาธิจนได้ปฐมฌาน คุณลุงก็สอนไปแล้วนั่นเอง ย่อมจะมีความติดใจอารมณ์ เช่น เพ่งดิน จิตก็ติดอยู่กับดิน เพ่งไฟ จิตก็ติดอยู่กับไฟ แล้วก็แน่ละ แต่ละคนที่ทำฌานได้เขาจะต้องมีความยินดีติดใจในอารมณ์มากด้วยกันทั้งนั้น เพราะทำไม่ใช่ได้ว่าย ๆ กว่าจะเกิดผลเป็นปฐมฌานขึ้นมา จะต้องพากเพียรอย่างยิ่งยวด เขาก็คงจะพาดกันได้บาปไปหมดกระมัง ทำบุญแล้วได้บาปเช่นนี้ ต่อไปใคร ๆ ก็คงไม่อยากจะทำบุญเป็นแน่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:38:24 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 5



ก.หลานนี่เป็นคนช่างคิดช่างพิจารณาดีแท้ ๆ แต่ก็ออกจะช่างคิดช่างพิจารณามากไปหน่อย ทั้งการศึกษาบางเรื่องบางราวที่ผ่านมาแล้วก็คคลอนแคลนไม่แน่นหนาจริง ๆ ฉะนั้นลุงจึงทบทวนความที่เรียนไปแล้วดูสักนิด

ถูกละ โลภะหรือตัณหานั้น ได้แก่ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาทางทวารทั้ง ๖ แต่หลานลองตอบมาดูทีหรือว่ายินดีติดใจอย่างไร

ป.ผมจำไม่ได้ดอกขอรับ

ก.ลักขณาทิจตุกะ ของโลภเจตสิก มีดังต่อไปนี้

๑ อารมฺรณคหณ ลกฺขโณ มีการถือมั่นซึ่งอารมณ์ เป็นลักษณะ
๒. อภิสงฺค รโส มีการติดในอารมณ์ เป็นกิจ
๓. อปริจฺจาคปจฺจุปฏฺฐาโน มีการไม่บริจาค เป็นผล
๔. สํโยชน ธมฺเมสุ อสฺสาททสฺสน ปทฏฺฐาโน มีความเห็นผิดด้วยอำนาจความยินดีในสังโยชน์ เป็นเหตุใกล้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:39:02 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 6



ตัณหา ราคะ กามะ ซึ่งแปลว่า ความอยากได้ติดใจ ความกำหนัดและความใคร่ คำดังกล่าวมานี้ องค์ธรรมก็ได้แก่โลภะ ซึ่งก็ได้แก่ความยินดีติดใจนั่นเอง

หลานจะเห็นในข้อ ๓ ของลักขณาทิจตุกะ แล้วว่า มีการไม่บริจาค เป็นผล อันหมายถึง ตัณหา ราคะ กามะ หรือโลภะนั้น มีความยินดีอยากได้มาอย่างเดียว เป็นชนิดคนเห็นแก่ตัวเช่นในเรื่องเห็น ได้ยิน หรือในเรื่องกินอยู่หลับนอน

นอกจากนั้น ในลักขณาทิจตุกะ ข้อ ๔ ยังประกอบไปด้วยความเห็นผิดด้วยอำนาจของความยินดีนี้ได้ก่อให้เกิดความยึดติดเป็นสังโยชน์ร้อยรัดเหมือนยางเหนียวให้บังเกิดมีชาติหน้าขึ้นมาอีก

สรุปง่าย ๆ ก็คือ โลภตัณหานั้นก็ได้แก่ความติดใจในการเห็น ในการได้ยิน ในการกิน ในการอยู่ เป็นต้น

แต่ในการทำบุญ ทำกุศล ผู้กระทำเขาเจตนาบริจาค เช่นการให้ทาน มิได้มีความเห็นแก่ตัว เป็นการลบล้างลักขณาทิจตุกะ ข้อ ๓

แม้จะมีความยินดี ติดใจ ก็มิได้ติดอย่างการกินอยู่หลับนอนเพื่อหวังให้ตัวได้รับอารมณ์ดี ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้น เป็นการเอาเข้ามาและในขณะจิตนี้ มิได้มีความเห็นผิดในสังโยชน์เครื่องร้อยรัดเอาไว้ในภพชาติ แต่ก็แน่ละ ในขณะจิตต่อ ๆ ไป จากการทำกุศลนั้นๆ ผู้กระทำอาจมีโลภตัณหาขึ้นมาก็ได้ เพราะมีความยินดีติดใจด้วยหวังว่าจะได้ไปเกิดชาติหน้าจะได้กินดีอยู่ดีมีความสุข เลยกลายเป็นโลภตัณหาไป แต่ขอให้หลานจำเอาไว้ให้ดีว่ามันเป็นคนละขณะจิต

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:39:32 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 7



อย่างไรก็ตาม ก็ยังหนีการเป็นอกุศลเล็กน้อยอันเกิดขึ้นมาจากกุศลเสียมิได้ แต่เป็นอกุศลที่มิได้ประกอบด้วยทุจริตจึงมีกำลังน้อย สำหรับบุคคลที่คิดไม่ดีเช่นนี้ บุญก็พลอยถดถอยไปด้วยเหมือนกัน เพราะจิตเจือปนด้วยอกุศล หรืออกุศลเข้ามาเป็นบริวาร

หลานจะคิดเอาง่าย ๆ ว่า คนยินดีติดใจแล้วเป็นโลภตัณหาไปเสียทั้งหมดกระไรได้

โลภตัณหาอยากจะได้ให้สิ่งต่าง ๆ เข้ามาในฐานะมีความเห็นแก่ตัว แต่การทำบุญให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา เป็นการเสียสละ เป็นการตัดทอน แม้จะพูดพล่อย ๆ ไปก็ไม่ได้ จะต้องระวังตัวกลัวจะพูดเท็จหรือพูดเพ้อเจ้อไป หรือทำสมาธิ คนธรรมดากว่าจะหัดได้จนมีสมาธิดี เป็นเวลานาน ๆ ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยที่ต้องอาศัยความพยายามทำลายความอยากนอนของตน

สำหรับการปฏิบัติได้จนถึงปฐมฌานนั้นลุงเห็นจะไม่ต้องอธิบายมาก ผู้ทำสมาธิดีจนจิตแนบแน่นในอารมณ์จนถึงอัปปนาสมาธิเช่นนี้แล้ว จะให้อกุศลตัวใดเข้าได้อีกเล่า แม้ว่าผู้ปฏิบัติจะมีความยินดีติดใจในความสงบของตนก็ตาม เพราะยินดีในความสงบจากสมาธินั้น มิได้เอาอะไรเข้ามา หากแต่ประหาณความปรารถนากาม คือความติดใจในอารมณ์ทั้งหลายให้ออกไปจากจิตใจ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 07:40:22 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 8

วันนี้ได้อ่านทำความเข้าใจในเรื่องของอโลภะเจตสิกที่ท่านอาจารย์ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ระหว่างโลภะเจสิก กับ อโละเจตสิก นั้นทำให้เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนขอรับ

และเห็นชัดเจนได้ในเรื่องการทำบุญ การศึกษาเล่าเรียนพระธรรม แม้กระทั่งการปฏิบัติธรรมนั้น มีอโลภะเจตสิกเข้าร่วมอย่างไร และหักล้างในโลภะเจตสิกได้อย่างไร ชัดตรงในลักขณาทิจตุกะ ข้อ ๓ ชัดเจนเลยขอรับ



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงสุดครับ ในความเมตตากรุณาที่มีต่อกระผมและสาธุชนทั้งหลาย ที่พยายามแก้ไขความเห็นผิดให้ตลอดมาขอรับ.

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 08:37:54 น.] ( IP = 58.9.137.230 : : )


  สลักธรรม 9


มาศึกษาต่อค่ะ

ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างโลภะ กับ อโลภะ ได้ชัดเจน โดยเฉพาะพวกที่ได้ฌาน ยินดีติดใจในฌานหรือความสงบจากสมาธิที่ได้นั้น มิได้เอาอะไรเข้ามา หากแต่ประหาณความปรารถนากาม คือความติดใจในอารมณ์ทั้งหลายให้ออกไปจากจิตใจ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ ที่อธิบายให้เห็นชัดถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะที่นำสิ่งประเสริฐมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 09:35:26 น.] ( IP = 124.121.173.23 : : )


  สลักธรรม 10

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ อ่านแล้วทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นระหว่างโลภะกับอโลภะนั้นมีความต่างกันอย่างไร

กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ ที่นำความรู้มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ก.ย. 2550 , 13:50:55 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org