มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๓)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๓)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป.คุณลุงขอรับ ผมก็ไม่ต้องการที่จะขัดคุณลุง แต่ผมก็มีแง่มุมที่เกิดความข้องใจขึ้นมาว่า โลภตัณหานั้นเป็นสังโยชน์เครื่องร้อยรัดให้ชาติหน้าเกิดขึ้น หรือจะพูดว่า ความยินดีติดใจในอารมณ์ที่เรียกว่าโลภตัณหานี้เป็นตัวการให้ต้องไปเกิดในชาติหน้าคุณลุงว่าเป็นสังโยชน์เครื่องร้อยรัด ทำให้สัตว์ต้องไปเกิดอีก

แล้วเหตุไฉนเล่า การทำบุญให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาที่เราได้ทำลงไปแล้ว มันก็เป็นเหตุให้บุคคลผู้ทำต้องไปเกิดอีกเหมือนกัน เช่น ไปเกิดเป็นมนุษย์ เทวดาบ้าง เป็นต้น

เรื่องนี้ คุณลุงก็เป็นผู้สอนอยู่บ่อย ๆ แล้วทำไมเล่าคุณลุงจึงได้กล่าวว่า ทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาไม่เป็นสังโยชน์เครื่องร้อยรัดให้สัตว์ต้องบังเกิดอีกในชาติหน้าเล่า เพราะทำบุญให้ทานก็ไปเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา ทำสมาธิจนได้ฌานก็จะต้องไปเกิดเป็นรูปพรหม

ก. หลานนี่สำคัญจริง ถามซอกแซกละเอียดลออเหลือเกิน ถ้าไม่ใช่เป็นพระอภิธรรมแล้วก็เห็นจะลำบากใจมิใช่น้อย

หลานตั้งคำถามมาดังนี้ก็ดีแล้ว เป็นคำถามที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำกุศลแล้วก็ต้องไปเกิดอีก เหตุไฉนจึงมิได้เป็นสังโยชน์ ในข้อนี้ลุงขอตอบเล็กน้อยเท่านั้นก็เชื่อว่าหลานคงจะเข้าใจดี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.ย. 2550 , 07:25:36 น.] ( IP = 58.9.141.48 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



อำนาจของโลภตัณหาเป็นตัวสังโยชน์เครื่องร้อยรัดให้บังเกิดในชาติหน้ามีกำลังชักพาให้ต้องเกิดอีก

แต่อำนาจของกุศลเป็นตัวกำหนดที่เกิดลง ณ ภูมิใด เช่นเป็นภูมิมนุษย์หรือภูมิเทวดา เป็นต้น

แต่อำนาจของกุศลหาได้เป็นยางเหนียวดึงดูดชาติหน้าไม่ ถ้าโลภตัณหาหมดสิ้นลงเมื่อใด การเกิดอีกก็จะเป็นไปไม่ได้เมื่อนั้น แม้ว่าจะทำกุศลสักเท่าใด ๆ ก็ตาม เพราะกุศลมิใช่เป็นตัวสังโยชน์หาได้เป็นเครื่องร้อยรัดภพชาติให้เกิดขึ้นไม่

อำนาจของโลภเจตสิก มีการไม่บริจาคเป็นผล มีความเห็นผิดด้วยอำนาจของความยินดีเป็นเหตุใกล้ แต่อโลภเจตสิกนั้นมีการไม่ยึดมั่นเป็นผล และมีความเอาใจใส่ มีความแยบคายในใจเป็นเหตุใกล้ หลานก็จะเห็นว่ามันแตกต่างกันไกลจริง ๆ

ลุงได้อธิบายให้หลานฟังเพียงเท่านี้ก็คิดว่าพอจะทำให้บังเกิดความเข้าใจได้แล้ว ฉะนั้น ถ้าหลานยังติดใจสงสัยอะไรอยู่อีกก็ขอให้ถามมาใหม่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.ย. 2550 , 07:26:10 น.] ( IP = 58.9.141.48 : : )


  สลักธรรม 2



ป. ผมพอเข้าใจแล้วขอรับ พระอภิธรรมนั้นมีหลักการณ์ที่เที่ยงแท้และมั่นคงยิ่งนัก ธรรมชาติทั้งหลายเข้ามาอยู่ภายในขอบข่ายทั้งสิ้น มีองค์มีหลักสำหรับตัดสินพร้อมเพรียง แต่มีผู้ศึกษากันน้อยเหลือเกิดน่าเสียดาย มิได้แพร่หลายออกไปให้มากจริง ๆ ให้สมกับความดีที่มีอยู่ ผมขอขอบพระคุณ ๆ ลุงมากที่ช่วยให้รายละเอียดพร้อมทั้งตัวอย่างจนผมมีความเข้าใจ ขอเชิญต่อไปเถิดขอครับ

ก.อโลภเจตสิก เมื่อประกอบกับจิตใดเข้าแล้ว ก็จะเกิดความไม่ติดในอารมณ์เหมือนหยดน้ำที่ไม่ติดบนใบบัว ตามที่ลุงได้กล่าวมาแล้ว ฉะนั้น อโลภเจตสิกเกิดขึ้นจึงไม่ประกอบด้วยความเห็นแก่ตัว ความอยากจะได้ ความข้องในอารมณ์จะเกิดขึ้นมาในขณะนี้ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เอง อโลภะจึงเป็นเจตสิกที่เข้าประกอบกับฝ่ายกุศล แต่ก็เป็นการแสนยากยิ่งที่จะก่อให้มันเกิดขึ้นมาได้ เพราะทนต่ออำนาจการรบเร้าของจิตใจไม่ไหว ด้วยมันใฝ่แต่ที่จะหาให้ได้มา และไม่รู้จักเพียงพอเสียด้วย

ผู้ใดปรารถนาให้กุศลจิตชนิดนี้เกิดขึ้นจึงจำเป็นที่จะต้องทำลายความเห็นแก่ตัวลงให้จงได้ แม้ชั่วขณะ ๆ ก็ยังดี เพราะถ้าไม่หักหาญทำลายมันเสียบ้างแล้ว บางทีอโลภเจตสิกจะไม่เกิดขึ้นมาเลยเกือบตลอดวันก็ได้

ป.เราจะปลูกสร้างจิตที่ปราศจากความโลภนี้ได้อย่างไรขอรับ

ก.เราจะต้องอาศัยการฝึกฝน ค่อย ๆ ทำไปในทุก ๆ ทางที่เป็นฝ่ายกุศลจิต เพราะอโลภเจตสิกนี้ จะเข้าประกอบกับจิตทุกประเภที่เป็นฝ่ายกุศล เราจะต้องทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา อยู่เสมอ ๆ ถ้าศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมจากครูหรือจากหนังสือให้มาก ๆ ก็จะดี เพราะถ้าได้ศึกษามาก ๆ แล้ว ปัญหาชีวิตต่าง ๆ ที่ขบไม่แตกก็จะกระจ่างขึ้น เรื่องเวร เรื่องกรรม และเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดก็จะเห็นว่ามันไม่เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลย แล้วศรัทธา ความปรารถนาที่จะทำกุศลจิตก็จะตามมา ผู้ศึกษาเล่าเรียนแล้วก็จะทำกุศลอยู่เรื่อย ๆ ทั้งกว้างขวางมากด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.ย. 2550 , 07:28:37 น.] ( IP = 58.9.141.48 : : )


  สลักธรรม 3



ตัวอย่างเช่น เขาจะไม่ทำทานก็เฉพาะแต่ที่เห็นคนยากจนอดอยากที่ผ่านไปเจอะเข้าโดยไม่ตั้งใจ แต่เขาจะหาโอกาสเข้าไปดู้ เข้าไปหาผู้ที่สมควรจะรับทานนั้น ๆ ด้วยตนเอง หรือเขาจะไม่ผลัดวัดประกันพรุ่งว่า จะทำสมาธิให้จริง ๆ จัง ๆ สักที แต่เวลาก็ล่วงเลยมาจนแล้วจนรอด

ผู้มีความเข้าใจเขาจะไม่ต้องคอยเวลา แม้ขึ้นรถลงเรือ ๕ นาที ๑๐ นาที หรือแม้ ๑ นาที เขาก็จะไม่ปล่อยโอกาสอันดีเป็นนาทีทองนี้ให้ผ่านไปเสีย เขาจะคอยหาช่วงจังหวะเวลาที่ยาวที่จะทำสมาธิเพิ่มขึ้นอีก เมื่องานต่าง ๆ ได้ผ่านพ้นไป และทั้งจะเฝ้าแสวงหาปัญญาบารมีเพิ่มเติมขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีความประมาทแล้วใช้เวลาอันเหมาะสมเข้าวิปัสสนากรรมัฏฐาน เพื่อทำความมั่นคงให้กับชีวิตของตนทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การปลูกสร้างอโลภเจตสิก คือความไม่โลภให้เกิดแก่จิตของตนนั้น จะต้องหมั่นพิจารณาในปัญหาชีวิตอยู่เสมอ หมั่นสร้องเสพอยู่บ่อย ๆ จนจิตใจบังเกิดความสันทัดจัดเจน ผู้ไม่ติดนิสัยโลภเห็นแก่ตัวมากนัก ใคร ๆ ก็รัก ใคร ๆ ก็ชม มีชีวิตอยู่ก็เป็นสุข ตายแล้วก็เป็นที่หวังว่าจะไปสู่สุคติเป็นแน่

ป.คุณลุงขอรับ ถ้าจิตของบุคคลใดมิค่อยได้มีอโลภเจตสิกประกอบชีวิตของเขาจะเป็นไปประการใดบ้างขอรับ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.ย. 2550 , 07:29:09 น.] ( IP = 58.9.141.48 : : )


  สลักธรรม 4



ก.อโลภเจตสิกนั้นเป็นเจตสิกฝ่ายกุศลเป็นโสภณสาธารณเจตสิก ซึ่งหมายความว่า กุศลจิตเกิดขึ้นมาแล้ว เจตสิกตัวนี้จะต้องประกอบด้วยเสมอไป ตามธรรมดาจิตของบุคคลนั้นย่อมไหลไปในอกุศลเสมอ ด้วยเหตุดังนี้เอง ถ้ามิได้หมั่นทำกุศลจิตก็จะไหลไปในฝ่ายอกุศล มันจะไม่เป็นกลาง ๆ คือไม่เป็นอกุศลและไม่เป็นกุศลด้วยทั้งสองอย่าง

ถ้าผู้ใดประพฤติเป็นไปข้างฝ่ายโลภะ ก็เท่ากับเป็นการปลูกสร้างความไม่ราบรื่นของชีวิตให้แก่ตนเอง เมื่อไม่รู้จักมีความกตัญญูกตเวที ไม่รู้จักให้ ไม่รู้จักเผื่อแผ่ ไม่รู้จักแม้แต่ความเมตตากรุณาต่อใคร ๆ แล้วจะให้ตนมีความสุขความสบายได้อย่างไร

ผู้ใดทำอะไรไว้ก็จะต้องได้อย่างนั้น ก็จะไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ จะไม่มีในสิ่งที่ตนอยากจะได้ บังเกิดความแร้นแค้นฝืดเคือง ขาดผู้เมตตากรุณา จิตใจตกอยู่ในความเศร้าหมองเร่าร้อน และถ้าทำทุจริตเติมลงไปด้วยแล้ว ก็มีหวังจะต้องไปเกิดในเมืองนรก หรือเป็น เปรต อสุรกายได้รับความลำบากแสนสาหัสต่อไปชั่วกาลนาน

หลานเอ๋ย ชีวิตของเรานี้มีน้อยนัก เรากำลังเดินทางไปสู่ความตาย อยู่ทุกเวลานาที มิได้มีหยุดเลย สำหรับตัวของหลานเองลุงมิได้เป็นห่วง เพราะได้ใช้เวลาว่างศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจากลุงอยู่เสมอ แต่บุคคลทั้งหลายที่มิได้เคยแม้แต่จะลิ้มชิมดูสักนิด นั้นมีจำนวนมากมายก่ายกอง ดังนั้น จึงล้มตายลงไปพร้อมกับความไม่มีปัญญาติดตัวไปเลย อนาคตจึงน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ดี ก็มีบางท่านเหมือนกัน ที่มิได้ศึกษาเล่าเรียนเลย แต่ก็พอมีปัญญาเพราะคิดช่างพิจารณาในปัญหาชีวิต จึงได้เชื่อมั่นว่า เวรกรรมนั้นจะต้องมี จึงได้เชื่อว่าคนตายลงแล้วจะต้องเกิดอีกอย่างแน่นอน แม้เท่านี้ก็นับว่ายังดี จัดได้ว่ามีโยนิโสมนสิการ ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ผู้ซึ่งยกตัวว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ยังมีความรู้ในเรื่องของตัวเองบ้าง แม้จะน้อยนิดเท่าใดก็ตาม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.ย. 2550 , 07:29:38 น.] ( IP = 58.9.141.48 : : )


  สลักธรรม 5



สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมจริง ๆ แล้ว ก็ย่อมจะมีจิตใจที่ตั้งมั่นยิ่งขึ้น ก็ย่อมจะมีใจเบิกบานในธรรม เหมือนปลาใหญ่ที่อยู่ในแม่น้ำกว้าง แล้วปัญหาอันเร้นลับของชีวิต ที่คิดพิจารณาได้แสนยากยิ่ง ก็ได้ถูกโยนิโสมนสิการคือการทำใจให้แยบคาย ตีเสียแตกระจาย

ลุงก็คิดว่า อโลภเจตสิกที่ได้บรรยายมาก็คงจะพอทำให้หลานเข้าใจได้แล้ว ก่อนที่จะยุติการบรรยาย ลุงให้ลักขณาทิจตุกะ ดังต่อไปนี้

อลคฺคภาว ลกฺขโร มีความไม่ติดอารมณ์ เป็นลักษณะ
อปริคฺคห รโส มีการไม่หวงหน เป็นกิจ
อนลฺสีนภาว ปจฺจุปฏฺฐาโน มีการไม่ยึดมั่น เป็นผล
โยนิโสมนสิการ ปทฏฺฐาโน มีการเอาใจใส่แยบคายในใจ เป็นเหตุใกล้

ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 ก.ย. 2550 , 07:30:07 น.] ( IP = 58.9.141.48 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาแง่มุมแห่งความคิดถูก ในเรื่องเกี่ยวกับอโลภะเจตสิกต่อขอรับ และเบิกบานใจตามจริงๆครับท่านอาจารย์ ที่ตนเองได้มีโอกาสมาอ่านมาทำความเข้าใจในพระอภิธรรมที่ว่าไว้ถึงเรื่องชีวิตจิตใจอย่างละเอียดพิศดารนี้นะครับ

นับได้ว่าเป็นจุดหักเหความเห็นที่ผิดๆออกไปได้อย่างมากมายจริงๆครับผม



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งครับ ในความเมตตากรุณาที่ท่านอาจารย์มีให้ไว้แก่พวกเราทุกคน และสาธุชนทั้งหลายขอรับ

โดย เทพธรรม [18 ก.ย. 2550 , 09:12:45 น.] ( IP = 58.9.141.48 : : )


  สลักธรรม 7

การได้มีโอกาสมาศึกษาเรื่องความมหัศจรรย์ของชีวิตเป็นประจำทุกวัน ก็เปรียบได้ว่ากำลังหมั่นถึงพิจารณาถึงปัญหาชีวิตเป็นประจำเช่นกัน

ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงที่กรุณาอธิบายให้เห็นความแตกต่างของโลภเจตสิก และอโลภเจตสิก พร้อมวิธีการปลูกสร้างอโลภเจตสิกให้เกิดขึ้นด้วย

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ก.ย. 2550 , 09:53:33 น.] ( IP = 124.121.175.58 : : )


  สลักธรรม 8

ทั้งคำถามและคำตอบ ทำให้เกิดแง่มุมในการพิจารณาเพื่อทำความเข้าใจได้มากขึ้นหลายอย่าง
กราบขอบพระคุณในธรรมทานของท่านอาจารย์บุญมี

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาเผยแพร่

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.ย. 2550 , 10:10:27 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9

มาติดตามอ่านครั้งใด ก็เป็นการเพิ่มความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องของชีวิต

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายค่ะ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่เณรค่ะ ที่นำความรู้มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ก.ย. 2550 , 13:23:54 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org