| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๕)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๕)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
เมื่อวันก่อนหลานได้เรียนไปถึงตัตรมัชฌัตตาเจตสิก ซึ่งได้แก่เจตสิกที่วางใจเป็นกลางในสหชาตธรรม ปราศจากอคติ ไม่ได้รัก เกลียด กลัว หรือเขลาไป ตัตรมัชฌัตตาเจตสิกเป็นตัวการที่กระทำให้จิตเจตสิกเป็นไปในงานนั้น ๆ สม่ำเสมอ หรือไม่ยิ่งหย่อนในกิจของตน
สำหรับในวันนี้ หลานก็จะได้ศึกษาเจตสิกตัวต่อไป คือ กายปัสสัทธิ กับจิตตปัสสัทธิเจตสิก กายลหุตากับจิตตลหุตาเจตสิก กายมุทุตากับจิตตมุทุตาเจตสิก กายกัมมัญญตากับจิตตตกัมมัญญตาเจตสิก กายปาคุญญตากับจิตตปาคุญญตาเจตสิก กายุชุกตากับจิตตุชุกตาเจตสิก
ป.วันนี้จะเรียนเจตสิกกันตั้งมากมายทีเดียวหรือขอรับ ผมฟังดูชื่อแล้วก็เห็นชื่อแปลก ๆ ดี คงจะเรียนกันยากและคงจะจำกันไม่ไหวเป็นแน่
ก. เรียนกันทีละตัวสองตัวมานานแล้ว วันนี้เรียนกันหลายตัวเสียบ้าง รวมกันแล้วเป็นเจตสิกถึง ๑๒ ตัว แต่หลานก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไร ขอให้ตั้งใจเรียน ขอให้คิดพิจารณาตามไปด้วย หลานก็จะเห็นว่าไม่ยากเย็นอะไรเลย ทั้งไม่ยากต่อการจดจำด้วย ลุงจะขอเริ่มด้วยการบรรยายทั่ว ๆ ไปเสียก่อน
หลานเคยได้ทราบมาแล้วตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆ เล็ก ๆ ในคำว่า "กาย" หลานเข้าใจคำ ๆ นี้ว่าอย่างไร โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:13:22 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ป.ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร ตั้งแต่เล็ก ๆ มาจนเติบใหญ่ผมก็ได้ยินคำว่า "กาย" นี้มาจนชินหู มีปัญหาอะไรหรือขอรับ คุณลุงจึงได้ถามคำนี้ขึ้นมา เพราะใคร ๆ ก็ทราบกันทั่วประเทศไทยว่า กายก็คือร่างกายนั่นเอง
ก. นั่นซี ลุงจึงได้ลองตั้งคำถามดูเสียก่อน เพราะประชาชนคนไทยมีความเข้าใจดังที่หลานว่านั่นแหละ คือมีความเข้าใจว่า กายก็ได้แก่ร่างกายซึ่งเป็นรูปเหมือน ๆ กันไปทั้งนั้นทุก ๆ คน แต่แท้จริงตามหลักของปรมัตถธรรม หาได้เอาคำว่ากายมาแปลกเป็นร่างกาย หรือเป็นรูป แต่ประการเดียวไม่ เพราะคำว่ากายนี้ หมายถึงเจตสิกซึ่งเป็นนามก็ได้
คำว่า "กาย" แปลว่า ที่ประชุม และที่ประชุมนี้ก็คือทั้งกายที่เป็นรูป ทั้งกายที่เป็นนาม เรียกรูปกาย นามกาย
กายที่ไม่ใช่ร่างกาย หากแต่เป็นนาม คือเจตสิกก็ได้แก่ กายปัสสัทธิเจตสิก กายลหุตาเจตสิก กายมุทุตาเจตสิก กายกัมมัญญตาเจตสิก กายปาคุญญตาเจตสิก และกายุชุกตาเจตสิก
๑. กายปัสสัทธิเจตสิก ได้แก่สภาพที่ทำให้เจตสิกสงบจากอกุศล ความสงบจากกุศลของเจตสิก
๒. กายลหุตาเจตสิก ได้แก่สภาพที่ทำให้เจตสิกเบาจากอกุศล ความเบาของเจตสิกจากอกุศล
๓. กายมุทุตาเจตสิก ได้แก่สภาพที่ทำให้เจตสิกมีความอ่อนโยน คือความอ่อนโยนของเจตสิก ทำให้เกิดขึ้นและเป็นไปได้ง่าย ในอารมณ์ที่เป็นกุศล
๔. กายกัมมัญญตาเจตสิก ได้แก่เจตสิกที่ควรแก่การงานอันเป็นกุศล คือความควรแก่การงานของเจตสิก
๕. กายปาคุญญตา ได้แก่เจตสิกที่ทำให้เจตสิกคล่องแคล่วต่อกุศล คือความคล่องแคล่วของเจตสิกในกุศล
๖. กายุชุกตาเจตสิก ได้แก่เจตสิกที่ทำให้เจตสิกมุ่งตรงต่อกุศล คือความมุ่งตรงของเจตสิกต่อกุศล
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:14:07 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 2
ถ้าจะแปลในเรื่องนี้ออกมาเป็นคู่ ๆ อีกสำนวนหนึ่ง ก็คือ
กายปัสสัทธิเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความสงบของเจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
จิตตปัสสัทธิเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความสงบของจิต (วิญญาณขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
กายลหุตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความเบาของเจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
จิตตลหุตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความเบาของจิต (วิญญาณขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
กายมุทุตาเจตสิก คือธรรมชาติที่เป็นความอ่อนของเจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
จิตตมุทุตาเจตสิก คือธรรมชาติที่เป็นความอ่อนของจิต (วิญญาณขันธ์) โอนอ่อนรับอารมณ์อันเป็นกุศลได้ง่าย
กายกัมมัญญตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่ควรแก่การงานอันเป็นกุศลของเจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
จิตตกัมมัญญตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่ควรแก่การงานอันเป็นกุศลของจิต (วิญญาณขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
กายปาคุญญตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่ทำให้เจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) คล่องแคล่วในการงานอันเป็นกุศล
จิตตปาคุญญตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่ทำให้จิต (วิญญาณขันธ์) คล่องแคล่วในการงานอันเป็นกุศล
กายุชุกตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่ทำให้เจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) มีความซื่อตรงในการงานอันเป็นกุศล
จิตตุชุกตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่ทำให้จิต (วิญญาณขันธ์) มีความซื่อตรงในการงานอันเป็นกุศล
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:15:04 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 3
ป. ผมฟังคุณลุงมาแล้วทั้งหมด ผมก็ทราบแต่เพียงคำว่า "กาย" นั้นมิใช่ร่างกายซึ่งเป็นรูปแต่อย่างเดียว หากแต่เป็นนาม คือเป็นเจตสิกก็ได้ ผมเข้าใจเพียงเท่านี้เท่านั้นเอง ที่คุณลุงอธิบายมาทั้งหมด เจตสิกมากมายทั้ง ๑๒ ตัว ผมไม่ทราบอะไรเลยจนนิดเดียว
ก.ลุงก็คิดว่าหลานคงจะยังไม่เข้าใจ หลานก็ยังต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมอีกบ้าง แต่อย่างไรก็ดี เจตสิกจำนวนมากตั้ง ๑๒ ตัว ลุงก็อธิบายรวม ๆ กันไป เพราะเจตสิกทั้งหมดเหล่านี้ มีการงานที่น้อมไปในทางเดียวกัน มีการงานที่ช่วยกันคนละนิดคนละหน่อยให้สำเร็จลุล่วงไปได้
เรื่องของเจตสิกนั้นเป็นนาม มองไม่เห็น ทั้งสัมผัสถูกต้องไม่ได้ ดังนั้น การอธิบายโดยยกรูปขึ้นมาตั้ง ก็คงจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ลุงจะได้ยกเรื่องรูปมาอธิบายนำมทางให้หลานฟังเสียก่อน แต่แน่ละ หลานจะต้องตอบคำถามของลุงบ้าง
หลานเห็นพระยานาคที่บนหลังคาโบสถ์หรือศาลาการเปรียญบ้างไหม ว่ามันเป็นอย่างไร
ป.เคยเห็นขอรับ สวยงามดี คุณลุงถามทำไม
ก.หลานลองอธิบายถึงความงามของพระยานาคนี้อย่างย่อ ๆ ได้ไหม
ป. ได้ขอรับ พระยานาคที่ผมเห็นว่าสวยงามนั้น เพราะนายช่างเขาตบแต่งประณีต ทั้งตัวและทั้งหัวหางรู้สึกว่าอ่อน ไม่แข็งกระด้างน่าดูจริง
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:15:41 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 4
ก.ในสมัยก่อนการทำพระยานาคนี้ เขาใช้ไม้สักมาถาก แล้วก็ตบแต่งเอา แต่ในสมัยนี้เขาเอาเหล็กมาดัดทำเป็นโครง แล้วเอาปูนซีเมนต์มาหล่อ
หลานลองพิจารณาดูก็จะเห็นว่า การที่จะเป็นพระยานาคจนเรารู้สึกว่าน่าดูนั้น มันต้องมีของหลายอย่างมารวมกัน และของหลายอย่างดังกล่าวนั้นทุก ๆ อย่างมันก็จะต้องโอนอ่อนไปตาม ๆ กัน จะมีแข็งกระด้างแม้แต่อย่างเดียวไม่ได้เลย เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ ทราย และกระจกที่ประทับทุก ๆ ชิ้น และแน่นอน ของอย่างเดียวเป็นพระยานาคไม่ได้แน่
การที่หลานเห็นพระยานาคอ่อนสลวยอนุโลมไปตามกันเช่นนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า แต่ละชิ้นส่วนที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นหัวพระยานาคนั้น มีความสามัคคี มิได้มีชิ้นใดชิ้นหนึ่งแข็งขืนหรือขัดแย้ง อันจะเป็นเหตุทำให้เสียรูปทรง ทำให้ความสวยงามลดลงไปเสีย
แม้ว่าพระยานาคที่ในสมัยก่อนจะมิได้ทำด้วยการหล่อด้วยปูน ด้วยทราย หากแต่ทำด้วยไม้สักมาถาก และตบแต่งเอาก็จริง มันก็หนีไม่พ้นจากการรวมตัวกันหลายอย่างเช่น ธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม กลิ่น รส โอชะ และทุก ๆ อย่างที่มารวมกันเป็นตัวของพระยานาคซึ่งไม่ใช่อย่างเดียวเท่านั้น มันก็จะต้องอ่อนสลวยไปตามกันทั้งนั้นด้วย ไม่มีอันไหนแสดงความขัดแย้งกันเลย
ป. ผมได้ฟังคุณลุงว่ามาแล้วทั้งหมด ผมก็ไม่มีความสงสัยอะไรในตัวพระยานาคเลย แต่ผมกลับสงสัยว่า คุณลุงพูดถึงพระยานาคทำไม ผมก็ยังมิได้เห็นมันจะเกี่ยวข้องกันกับเจตสิกทั้ง ๑๒ ตัวที่ตรงไหน
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:16:13 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 5
ก.ลุงจะขอถามหลานต่อไปอีกสักตัวอย่างหนึ่ง ขอให้หลานลองคิดพิจารณาแล้วตอบมาให้ดี เพราะลุงยกตัวอย่างขึ้นมาถาม แต่มิได้มีตัวอย่างจริง ๆ อยู่ต่อหน้า
เมื่อหลานเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินถือขันข้าวออกไปใส่บาตรที่ประตูรั้วหน้าถนน แล้วหลานก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟกับใครคนหนึ่ง เดินออกจากบ้านไปนอกประตูรั้วเหมือนกัน
ป. หญิงคนที่ใส่บาตร คงจะเดินไปด้วยความโอนอ่อนเรียบร้อยด้วยอำนาจของกุศล แต่หญิงคนที่สองคงจะเดินออกไปโดยไม่โอนอ่อน ไม่เรียบร้อยเท่า เพราะอำนาจของความโกรธ คงจะเดินดังแล้วก็แข็งกระด้างกว่า
ก. ถูกของหลานแล้ว แต่หลานคิดว่าที่แตกต่างกันเช่นนี้จะเป็นเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้นหรือ เช่นจะเป็นเฉพาะที่เท้า ที่ขา หรือที่แขน
ป. เป็นไปหมดทั้งตัวนั่นแหละขอรับ ไม่ว่าส่วนใดของร่างกายเกือบทั้งนั้น แม้หน้าก็แสดงว่า ยิ้มแย้ม หรือบูดบึ้ง ตาก็แสดงความอ่อนโยนหรือดุดัน แขนขาก็แสดงออกมาไม่เหมือนกัน และคนไปใส่บาตรเดินไปเรียบร้อยโอนอ่อน แต่คนกำลังโกรธเดินไม่เรียบร้อยไม่โอนอ่อน เช่น เดินเท้าหนัก เป็นต้น
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:16:43 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 6
ก.ลุงนำหลานมาสู่เรื่องราวต่าง ๆ หลายเรื่องก็เพื่อจะให้เห็นว่า คนที่จิตใจเป็นกุศลนั้นย่อมแสดงออกมาได้ทางร่างกาย อำนาจของกุศลจิตนั้นย่อมจะทำให้ร่างกายเป็นไป และมิได้เป็นไปตรงส่วนใดส่วนหนึ่ง หากแต่เป็นไปทั้งหมดทั้งร่างกายเลยทีเดียว ในทางธรรมท่านเรียกว่า กุศลจิตตชรูป ได้แก่รูปอันเกิดจากกุศลจิต
ด้วยเหตุนี้เอง บุคคลผู้ซึ่งมีความเมตตากรุณาอยู่เป็นประจำ มีความกตัญญูกตเวที และมีจิตคิดเผื่อแผ่ผู้อื่นมิได้คอยแต่จ้องเอาแต่ประโยชน์ตน หน้าตาจึงผ่องใส ใครเห็นใครก็ทักทายว่า สุขภาพดี ว่าสมบูรณ์ ว่าแจ่มใส หรือว่าจากกันไปเป็นเวลานานมาแล้ว ดูไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเลย
ลุงได้นำหลานเข้ามาสู่เรื่องของกุศลจิตตชรูป ว่าเมื่อจิตใจเป็นกุศลอยู่เสมอ ๆ แล้ว กุศลจิตเหล่านั้นก็ย่อมจะแสดงออกได้ทางร่างกายจนปรากฏเห็นได้ชัดเจน ก็เพื่อหวังจะให้หลานได้ทำความเข้าใจในเรื่องของเจตสิกว่า กุศลจิตที่เกิดขึ้นมาจนมีบทบาทต่อร่างกายดังกล่าวนั้น ก็เพราะอำนาจของเจตสิก และมิใช่อำนาจของเจตสิกตัวเดียวหรือสองตัว เฉพาะที่เป็นตัวการทำให้จิตเกิดความโอนอ่อนไปตาม ๆ กัน มิได้ขัดแย้งกันเลยก็มีถึง ๑๒ ตัว ดังที่ลุงได้กล่าวมาแล้ว
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เจตสิกทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน อันได้แก่เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ บังเกิดความสงบ เพื่อโอนไปในทางฝ่ายกุศลก็เกิดขึ้น เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า กายปัสสัทธิเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้จิต คือ วิญญาณขันธ์ บังเกิดความสงบ เพื่อให้โอนไปในสายทางที่เป็นกุศลก็เกิดขึ้น เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า จิตตปัสสัทธิเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เจตสิกทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน อันได้แก่เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ บังเกิดความเบา (มิใช่น้ำหนัก) เพื่อให้โอนไปในการงานอันเป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า กายลหุตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้จิต คือ วิญญาณขันธ์ บังเกิดความเบา เพื่อโอนไปในสายทางที่เป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า จิตตลหุตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เจตสิกทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน อันได้แก่เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ โอนอ่อนไปตามการงานอันเป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า กายมุทุทตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้จิต คือ วิญญาณขันธ์ บังเกิดความโอนอ่อนไปในอารมณ์ที่เป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า จิตตมุทุตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เจตสิกทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน อันได้แก่แวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ เป็นไปตามสมควรแก่การงานอันเป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า กายกัมมัญญตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้จิต คือ วิญญาณขันธ์ บังเกิดความสมควรแก่การงานอันเป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า จิตกัมมัญญตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เจตสิกทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน อันได้แก่แวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ คล่องแคล่วต่อการงานอันเป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า กายปาคุญญตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้จิต คือ วิญญาณขันธ์ เกิดความคล่องแคล่วในการงานอันเป็นกุศล เจตสิกตัวนี้ชื่อว่า จิตตปาคุญญตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เจตสิกทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน อันได้แก่แวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ตรงไปในสายทางที่เป็นกุศล เจตสิกตัวนั้นชื่อว่า กายุชุกตาเจตสิก
เจตสิกตัวหนึ่งที่ทำให้จิต คือ วิญญาณขันธ์ ตรงไปในสายทางที่เป็นกุศลเจตสิกตัวนี้ชื่อว่า จิตตุชุกตาเจตสิก
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:17:22 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 7
ดังที่ลุงได้อธิบายมาตั้งแต่ตอนต้นนั่นแหละหลาน ส่วนประกอบของพระยานาคแต่ละส่วนก็จะต้องโอนอ่อนไปในทางเดียวกัน จะมีชิ้นส่วนใดเกิดขึ้นมาแล้วขัดแย้งกัน เราก็จะดูสวยงามไม่ได้
เจตสิกก็เหมือนกัน เจตสิกตัวหนึ่งทำงานกับเจตสิกด้วยกันให้บังเกิดความสงบ หรือให้โอนอ่อนไปในสายทางที่เป็นกุศล แต่เจตสิกอีกตัวหนึ่งทำงานกับจิตให้บังเกิดความสงบ หรือให้โอนอ่อนไปในสายทางที่เป็นกุศล หาไม่แล้วกุศลจิตก็เกิดขึ้นมาไม่ได้ ดังนี้เป็นต้น
ถ้าดูเผิน ๆ ก็จะรู้สึกว่ายากลำบากที่จะเข้าใจ แต่ลุงขอให้หลานลองพิจารณาดูซ้ำ ๆ อีก ก็จะเห็นว่าไม่ยุ่งยากเท่าใดนัก ต่อจากนี้ไป ลุงก็จะขอวางหลักคือลักขณาทิจตุกะของเจตสิกทั้ง ๖ คู่นี้ให้หลานได้ทราบเอาไว้ด้วย โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:17:49 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 8
กายปัสสัทธิเจตสิก และจิตตปัสสัทธิเจตสิก
กายปัสสัทธิเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความสงบของเจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) ในการงานเป็นกุศล
จิตตปัสสัทธิเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความสงบของจิต (วิญญาณขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล ปัสสัทธิเจตสิกทั้ง ๒ ดวงนี้ มีอรรถ ๔ ประการโดยเฉพาะคือ
กายจิตฺตานํ ทรถวูปสมลกฺขณา มีการทำให้เจตสิกและจิตสงบจากความเร่าร้อน เป็นลักษณะ
กายจิตฺต ทรถนิมฺมทฺทนรสา มีการกำจัดความเร่าร้อนของเจตสิกและจิต เป็นกิจ
กายจิตฺตานํ อปริปฺผนฺทนสีติภาวปจฺปฏฺฐานา มีความเยือกเย็นไม่ดิ้นรน เป็นผล
กายจิตฺตปทฏฺฐานา มีเจตสิกและจิต เป็นเหตุใกล้
พระพุทธองค์ตรัสว่า เวทนากฺขนฺธสฺส เพราะทรงประสงค์เอาเจตสิกขันธ์ ๓ ว่าเป็นกาย และทรงประสงค์เอาวิญญาณขันธ์ เป็นจิต
ธรรมชาติที่ชื่อ ปัสสัทธิ เพราะเป็นเหตุให้ธรรมเหล่านั้น (นามขันธ์ ๔) สงบปราศจากความกระวนกระวายถึงความปลอดโปร่ง กายปัสสัทธิ และจิตตปัสสัทธิเจตสิกทั้ง ๒ นี้จึงประกอบกับโสภณจิตเท่านั้น และปัสสัทธิเจตสิกนี้แม้จะประกอบกับโสภณจิต ๕๙ หรือ ๙๑ ดวงก็จริง แต่ย่อมยังความสงบในชั้นกามาวจร รูปาวจร อรูปาจร และปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ให้แตกต่างกัน
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:18:19 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 9
กายลหุตาเจตสิก และจิตตลหุตาเจตสิก
กายลหุตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความเบาของเจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
จิตตลหุตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความเบาของจิต (วิญญาณขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
ลหุตาเจตสิกทั้ง ๒ ดวงนี้ มีอรรถ ๔ ประการ โดยเฉพาะ คือ
กายจิตฺตครุภาววูปสมลกฺขณ มีการทำให้เจตสิกและจิตสงบจากความหนัก เป็นลักษณะ
กายจิตฺตครุภาวนิมฺมทฺทนรสา มีการกำจัดความหนักของเจตสิกและจิต เป็นกิจ
กายจิตฺตานํ อทนฺธตาปจฺจุปฏฺฐานา มีความไม่หนักของเจตสิกและจิต เป็นผล
กายจิตฺตปทฏฺฐานา มีเจตสิกและจิต เป็นเหตุใกล้
ธรรมที่มีชื่อ กาย มุ่งหมายถึงเจตสิกขันธ์ ๓ และจิต มุ่งหมายถึงวิญญาณขันธ์ ดังกล่าวแล้วในสภาวะของกายปัสสัทธิและจิตตปัสสัทธิ
ฉะนั้น กายลหุตาและจิตตลหุตาเจตสิกนี้ จึงหมายถึงอาการแห่งภาวะที่เบาชื่อว่าลหุตา และความเบานี้มีความหมายว่า ธรรมเหล่านั้นเปลี่ยนไปโดยเร็ว "ลหุปริณามตา" คือสามารถเป็นไปได้โดยฉับพลัน อทนฺธนตา ปฏิเสธความหนัก คือภาวะที่ไม่เป็นภาระหนัก อวิตฺถนตา คือความไม่กระด้างเพราะไม่มีกิเลสภาระ ได้แก่มิทธะ เป็นต้น โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:18:49 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : )
สลักธรรม 10
กายมุทุตาเจตสิก และจิตตมุทุตาเจตสิก
กายมุทุตาเจตสิก คือธรรมชาติที่เป็นความอ่อนของเจตสิกขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
จิตตมุทุตาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่เป็นความอ่อนของจิต (วิญญาณขันธ์) ในการงานอันเป็นกุศล
มุทุตาเจตสิกทั้ง ๒ ดวงนี้ โอนอ่อนรับอารมณ์อันเป็นกุศลได้ง่าย มีอรรถ ๔ ประการ โดยเฉพาะ คือ
กายจิตฺตถมฺภวูปสมลกฺขณา มีการทำให้เจตสิกและจิตสงบจากความกระด้าง เป็นลักษณะ
กายจิตฺตถทฺธภาวนิมฺมทฺทนรสา มีการกำจัดความกระด้างของเจตสิกและจิต เป็นกิจ
อปฺปฏิฆาตปจฺจุปฏฺฐานา มีความไม่โกรธไม่อาฆาต เป็นผล
กายจิตฺตปทฏฺฐานา มีเจตสิกและจิต เป็นเหตุใกล้
กายมุทุตาและจิตตมุทุตาเจตสิกนี้ เป็นภาวะที่อ่อนของเจตสิกขันธ์ ๓ และวิญญาณขันธ์ ภาวะที่อ่อนชื่อว่า มุทุตา ขยายความว่า ความสนิทเกลี้ยงเกลาชื่อว่า มทฺทวตา ภาวะที่ไม่กักขละชื่อว่า อกกฺขลตา และภาวะที่ไม่กระด้างชื่อว่า อกถินตา
มุทุตาเจตสิกทั้ง ๒ ดวงนี้ เป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลส และเป็นธรรมที่ประกอบกับโสภณจิต ทำให้จิตนั้นอ่อนไหวน้อมรับอารมณ์อันเป็นกุศลได้อย่างสนิทสนม โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ย. 2550 , 07:19:20 น.] ( IP = 58.9.138.17 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |