การเกิดเป็นหญิงเกิดจากกรรมสองชนิดคือกรรมที่เป็นอกุศล กับกรรมที่เป็นกุศล กรรมที่เป็นอกุศลก็คือเป็นผลของการผิดศีลข้อสาม กาเมสุมิจฉาจาร กรรมที่เป็นกุศลก็คือผลของการทำกุศลที่มีกำลังเป็นสสังขารคือมีกำลังอ่อน เช่นอ่อนในเจตนา ศรัทธา ความหนักแน่นคืออธิโมกข์ไม่โลเลในการกระทำกรรม และความปรารถนาที่จะเป็นหญิง เช่นการอธิษฐานเป็นพระพุทธมารดา ความปรารถนาที่จะมีความงดงาม ปรารถนาในกลิ่นหอมของร่างกาย เป็นต้น ส่วนที่เป็นบุรุศนั้นเพศก็เป็นตามอำนาจกุศลกรรมที่มีกำลังแรงเป็นอสังขาร
กรุณาพิจารณาข้อความบางส่วนจาก มหานารทกัสสปชาดกที่ ๘ ที่นำมาแสดงไว้ด้วยแล้ว
[๘๖๓] แม้กระหม่อมฉันก็ระลึกชาติที่ตนได้ท่องเที่ยวมาแล้วได้ ๗ ชาติ และ ระลึกชาติที่ตนจุติจากชาตินี้แล้วจักไปเกิดในอนาคตอีก ๗ ชาติ
ข้าแต่พระจอมประชาชน ชาติที่ ๗ ของกระหม่อมฉันในอดีต กระหม่อมฉันเกิดเป็นบุตรนายช่างทองในแคว้นมคธราชคฤห์มหานคร กระหม่อมฉัน ได้คบหาสหายผู้ลามก ทำบาปกรรมไว้มาก เที่ยวคบชู้ภรรยาของชายอื่น เหมือนจะไม่ตาย กรรมนั้นยังไม่ให้ผล เหมือนไฟอันเถ้าปกปิดไว้ ในกาลต่อมาด้วยกรรมอื่นๆ กระหม่อมฉันนั้น ได้เกิดในวังสรัฐเมือง โกสัมพี เป็นบุตรเดียวในสกุลเศรษฐีผู้สมบูรณ์ มั่งคั่ง มีทรัพย์มากมาย คนทั้งหลายสักการะบูชาอยู่เป็นนิตย์
ในชาตินั้น กระหม่อมฉันได้คบหาสมาคมมิตรสหายผู้ยินดีในกรรมอันงาม ผู้เป็นบัณฑิต เป็นพหูสูต เขา ได้แนะนำให้กระหม่อมฉันรักษาอุโบสถศีลในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ตลอดราตรีเป็นอันมาก กรรมนั้นยังไม่ให้ผล ดังขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ใต้น้ำ ครั้นภายหลังบรรดาบาปกรรมทั้งหลาย ปรทารกกรรมอันใดที่กระหม่อมฉันได้กระทำไว้ในมคธรัฐ ผลแห่งกรรมนั้นมาถึงกระหม่อมฉันแล้ว เหมือนดื่มยาพิษอันร้ายแรง ฉะนั้น
ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากตระกูลเศรษฐีนั้นแล้ว ต้องหมกไหม้อยู่ในโรรุวนรกสิ้นกาลนานเพราะกรรมของตน กระหม่อมฉันระลึกถึงทุกข์ที่ได้เสวยในนรกนั้น ไม่ได้ความสุขเลย กระหม่อมฉันยังทุกข์เป็นอันมากให้สิ้นไปในนรกนั้นนานปี แล้วเกิดเป็นลาถูกเขาตอนอยู่ในภินนาคตมหานคร