มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๘)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป.ผมได้ศึกษาถึงวิรตีเจตสิกไปตัวหนึ่งแล้ว เมื่อคราวก่อน คือ สัมมาวาจาเจตสิก ในวันนี้ผมมาขอศึกษาวิรตีเจตสิกที่ยังเหลืออยู่อีก ๒ ตัวต่อไป

ก. วิรตีเจตสิกอีก ๒ ตัวที่ว่านั้น ก็ได้แก่ สัมมาวาจาเจตสิก กับสัมมาอาชีวเจตสิก ลุงก็จะเริ่มด้วยเจตสิกตัวแรกเลยทีเดียว

๒. สัมมากัมมันตเจตสิก คืออะไร?

สัมมากัมมันตเจตสิก เป็นเจตสิกที่ประกอบกับมหากุศลจิต และโลกุตรจิต เมื่อประกอบจิตแล้ว ก็กระทำให้จิตหันไปกระทำชอบ คือ ประกอบการงาน หรือแสดงออกซึ่งพฤติกรรมทางกายไปในหนทางที่ชอบ

การงานชอบที่จะกระทำ ก็โดยเว้นจากกายทุจริต ๓ ประการ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม

ตามธรรมดาบุคคลทั้งหลายย่อมจะมีอำนาจลึกลับที่แฝงอยู่ภายในจิตอย่างลึกซึ้งที่คอยหนุนหลังอยู่เสมอให้แสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ

ตัวการหนุนหลังดังกล่าวนี้ก็ได้แก่อนุสัยกิเลส ดังที่ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่แรกอนุสัยกิเลสนี้มันหาโอกาสอุดหนุนอยู่ตลอดเวลา และมันจะอุดหนุนให้ไปแต่ในทางที่ต่ำทรามฝ่ายเดียวเท่านั้น

มันจะยุให้ฆ่าสัตว์ จะได้กินเลือดเนื้อของสัตว์ อร่อยดี หรือไปทำร้ายมันเล่นด้วยเห็นเป็นการสนุก เช่น ยิงนก ตกปลา มันจะยุให้หารายได้มีผลประโยชน์อะไร ๆ ไปในทางมิชอบ เช่น เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือคนโกง ปล้น จี้ สารพัด และมันจะยุให้ปรารถนาแต่ในกามอันเป็นไปไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เช่น นอกใจสามี หรือกระทำผิดในกาม คือบุตรและภรรยาของผู้อื่นที่เขาหวงแหน

อำนาจหนุนหลังดังกล่าวนี้ ในบางบุคคลในบางครั้งบางคราว ก็ถูกอำนาจที่ตรงกันข้ามเข้ามายับยั้งทำลายลงเสียบ้างก็มี แต่เป็นไปได้น้อยไม่บ่อยครั้งนัก แต่ก็นับว่ายังดี เพราะว่าตัวการที่เข้ามายับยั้งที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามนั้น เป็นฝ่ายกุศล ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับอกุศล

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:06:31 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



เมื่อคิดถึงจะฆ่าสัตว์ โดยจะฆ่าเล่นหรือจะฆ่าจริงก็ตาม อำนาจของกุศลที่เคยอบรมสั่งสมมาแต่อดีตและในชาตินี้ก็จะเข้ามาห้ามว่า อย่าทำมันเลยบาปกรรมเปล่า ๆ อย่าทำมันเลย มันก็เจ็บก็ปวด มันก็มีหัวใจ มันก็มีความตกใจขวัญเสีย และดิ้นรนอย่างสุดกำลังที่จะให้ตนปลอดภัยเหมือนกับเราเหมือนกัน จึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จิตดวงนี้จึงเป็นมหากุศล และเป็นสัมมากัมมันตะเจตสิกเข้าประกอบ

เมื่อจะลักทรัพย์ หรือจะฉ้อโกงใคร ก็มีกุศลเข้ามาเตือนใจไม่ให้ทำ เมื่ออำนาจของกุศลมีกำลังมาก เข้ามากระทบกระเทือนใจดังนี้ จึงจะเว้นจากการกระทำอกุศลนั้นเสีย การเว้นจาการลักทรัพย์จึงได้เกิดขึ้น จิตดวงนี้จึงเป็นมหากุศล และเป็นสัมมากัมมันตเจตสิกเข้าประกอบ

เมื่อมีโอกาสที่จะกระทำผิดในกาม คือความปรารถนาในทางเพศกับบุตรหรือภรรยาของผู้อื่นที่เขาหวงแหน หรือหญิงที่มีสามีแล้วมาคบชู้สู่ชาย ผู้ที่มีความคิดพิจารณาด้วยความรอบคอบก็มองไม่เห็นว่าจะเป็นการสมควร เห็นความน่าเกลียดน่ากลัวในการที่จะทอดตัวเองลงไปเช่นนี้ หรือเกรงบาปอกุศลร้ายแรงจะติดตามตัวไปข้างหน้า จึงได้ละเว้นเสีย แม้ว่าโอกาสจะมีหรือฝ่ายตรงข้ามจะเปิดช่องว่างให้สักเท่าใดก็ตาม การงดเว้นนี้ จิตเป็นมหากุศล และเป็นสัมมากัมมันตเจตสิกเข้าประกอบ

นอกจากสัมมากัมมันตเจตสิกจะประกอบกับจิตที่เป็นฝ่ายกุศลแล้ว ยังประกอบกับจิตอีกประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่าโลกุตรจิต

เมื่อผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ญาณปัญญาเกิดขึ้นมาตามลำดับแล้ว ถ้าผู้ปฏิบัติมิได้ท้อถอยอุตส่าห์ปฏิบัติต่อ ๆ ไป ผู้ปฏิบัติปฏิสนธิเป็นติเหตุกะบุคคล คือผู้เคยอบรมสั่งสมปัญญามาแต่อดีตชาติด้วย

อำนาจของความพากเพียรมิได้ท้อถอยแล้ว ปฏิบัติถูกต้องจนเกิดญาณปัญญาขึ้นมาเป็นลำดับ และประกอบกับอำนาจของปัญญาบารมีในอดีตหนุนหลังพอเพียง เมื่อผู้ปฏิบัติผ่านญาณต่าง ๆ ของโลกีย์ (ญาณโลกีย์) สิ้นสุดลงแล้ว จิตที่สืบต่อไปก็เป็นวิถีของโลกุตร จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ และจิตในขณะนี้เรียกว่า โลกุตรจิต

ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงได้แสดงมาตั้งแต่ต้นว่า สัมมากัมมันตเจตสิกนั้น ประกอบกับมหากุศลจิตกับโลกุตรจิต

แล้วก็ต้องไม่ลืมว่า ในขณะนั้นมีเจตนาจะงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ และเว้นจากการประพฤติผิดในกามด้วย จะเป็นการตั้งเจตนาจะเว้นโดยตรงหรือจะเว้นโดยปริยายก็ตาม

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:07:07 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 2



ป. การเว้นโดยตรงนั้น เข้าใจง่าย คือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม แต่การเว้นโดยปริยายนั้นเว้นอย่างไรขอรับ

ก.เมื่อมีคนมาชวนให้ไปยิงนกตกปลา เราก็ไม่ไป เพราะเกรงว่าจะเป็นบาป เพราะทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด และถึงแก่ความตาย

ส่วนโลกุตรจิตนั้น จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ มรรคจิตได้เกิดขึ้นมาก็เพื่อว่าจะทำลายกิเลส มรรคจิตเกิดขึ้นขณะหนึ่ง แล้วจึงเกิดผลจิตอีก ๒-๓ ขณะ ผู้ใดปฏิบัติได้ผลดังนี้เป็นครั้งแรกก็เรียกว่าเป็นโสดาบุคคล เมื่อได้ครั้งที่สองก็เรียกสกทาคามีบุคคล ไปจนถึงสุดท้ายเป็นพระอรหันต์

โลกุตรจิตคือจิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ ในขณะที่มิได้มีสัตว์ที่จะถูกฆ่า มิได้มีความตั้งใจที่จะฆ่าแล้วเว้นจากการฆ่านั้นเสีย แต่โลกุตรจิตนี้มีสัมมากัมมันตเจตสิกเข้าประกอบเพื่อทำการประหาณกิเลส แล้วก็ประหาณได้ถึงอนุสัยกิเลส คือกิเลสอย่างละเอียดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจอย่างลึกลับ ผู้ปฏิบัติได้ตั้งแต่โสดาบันบุคคลเป็นต้นไป ก็จะไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม หรือแม้แต่คิดว่าจะกระทำอีกเลยแม้แต่น้อย ดังนี้แหละ ลุงจึงได้ว่า เป็นการเว้นจาการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกามโดยปริยาย

หลานก็ควรจะทราบเอาไว้เสียเลยว่า โลกุตรจิตนั้น จะต้องมีวิรตีเจตสิก คือสัมมาวาจาเจตสิก สัมมากัมมันตเจตสิก และสัมมาอาชีวเจตสิก ทั้ง ๓ ตัวนี้ เข้าประกอบด้วยเสมอไป

ป. คุณลุงอธิบายมาผมก็พอจะเข้าใจ แต่ผมอยากทราบว่า สัมมากัมมันตะนั้น เหมือนกับสัมมาวาจาหรือไม่ เพราะสัมมาวาจานั้นแบ่งออกไปเป็น ๓ ประการ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:07:34 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 3



ก. สัมมากัมมันตะ ก็แบ่งออกเป็น ๓ ประการเหมือนกัน แต่หลานควรจะได้ทราบเสียก่อนว่า

สัมมากัมมันตเจตสิกนั้นมีอรรถ ๔ ประการ คือ

สมุฎฺฐานลกฺขโณ มีการป้องกันกายทุจริต เป็นลักษณะ
วิรมณรโส มีการเว้นจากมิจฉากัมมันตะ เป็นกิจ
มิจฺฉากมฺมนฺต ปหานปจฺจุปฏฺฐาโน มีการประหาณมิจฉากัมมันตะ เป็นผล
สทฺธาหิโรตฺตปฺปาทิคุณปทฏฺฐาโน มีคุณธรรม คือสัทธา หิริโอตตัปปะ เป็นต้น เป็นเหตุใกล้


สัมมากัมมันตะ ๓ ประการ คือ

๑. ยถาพลํ สมฺมากมฺมนฺต การทำการงานที่ชอบ ที่สมควร ไม่ประกอบการงานอันเป็นทุจริต มีการประกอบกุศลกรรม ตามสมควรแก่กำลังของตน เป็นต้น

๒. เจตนาสมฺมากมฺมนฺต ได้แก่ความตั้งใจสมาทานว่า จะละเว้นจากกายทุจริต มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ และกระทำผิดในกาม

๓. วิรตีสมฺมากมฺมนฺต การเว้นจากทุจริตทั้ง ๓ เป็นการเว้นเฉพาะหน้าที่มีโอกาสจะล่วงทางกายทุจริตได้แล้วก็เว้นเสีย

เมื่อหลานได้ศึกษาสัมมากัมมันตเจตสิกไปตัวหนึ่งแล้ว ต่อจากนี้ไป หลานก็จะได้ศึกษาวิรตีเจตสิกตัวที่ ๓ ต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:08:01 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 4



สัมมาอาชีวเจตสิก คืออะไร

สัมมาอาชีวเจตสิก เป็นเจตสิกที่ประกอบด้วยมหากุศลจิตและโลกุตรจิต เมื่อเจตสิกตัวนี้เข้าประกอบกับจิตใจ ก็จะก่อให้เกิดการกระทำ คือ การงานเลี้ยงชีพที่ชอบ ประกอบอาชีพที่สุจริต เว้นจากกายทุจริต ๓ เว้นจากวจีทุจริต ๔ อันเป็นการงานของอาชีพโดยเฉพาะ

สัมมาอาชีวเจตสิกนั้น มีอรรถ ๔ ประการ คือ

โวทานลกฺขโณ มีความผ่องแผ้ว เป็นลักษณะ
กายชีวปฺปวตฺติรโส มีความเป็นไปแห่งกายและวาจาอันบริสุทธิ์ เป็นกิจ
มิจฺฉาอาชีวปหานปจฺจุปฏฺฐาโน มีการประหารมิจฉาชีพ เป็นผล
สทฺธาหิโรตฺตปฺปาทิคุณปทฏฺฐาโน มีคุณธรรม คือ สัทธา หิริโอตตัปปะ เป็นเหตุใกล้

ป. คุณลุงขอรับ สัมมาอาชีวะได้แก่เจตสิกที่ประกอบกับมหากุศลจิต และโลกุตรจิต ฟังแล้วก็เข้าใจยาก เพราะเอาไปรวมกับเรื่องของอาชีวะ คือเรื่องธุระการงานต่าง ๆ ที่เป็นการทำมาหากิน

คนโดยมากเขาเข้าใจกันว่า การไปจับสัตว์น้ำมาขายเป็นอาชีพก็ดี การเลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ เพื่อเอาไปขายในตลาดก็ดี เหล่านี้ เป็นสัมมาอาชีวะ เพราะว่าทำไปโดยสุจริต มิได้ไปลักขโมยหรือฉ้อโกงท่านผู้ใด แล้วคุณลุงจะว่าอย่างไร

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:08:27 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 5



ก.ลุงก็เคยได้ยินคนทั้งหลายพูดกันดังที่หลานว่ามานี่แหละ พูดกันเป็นส่วนมากทีเดียว เขาว่าเขาทำอาชีพเลี้ยงสัตว์ขายเป็นสัมมาอาชีวะ ก็ถูกละ ที่ว่ามิได้คดโกงผู้ใดที่เป็นมนุษย์ แต่หลานลองคิดดูให้ดี ๆ แล้วก็จะเห็นว่าเขากำลังหากินอยู่กับความเจ็บปวดของสัตว์ เพราะสัตว์ผู้น่าสงสารเหล่านั้นจะต้องถูกเชือดคอ เขากำลังอยู่สบายกินสบายอยู่บนความตายของผู้อื่น เพราะผู้อื่นจะต้องถูกฆ่า

ลุงได้เคยกล่าวมาแล้วว่า เจตนาอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น ผู้กระทำอะไรก็จะได้ตามที่ตัวได้กระทำ ดังนี้ กรรมในอนาคตอันเป็นการสนองตอบการกระทำที่โหดร้ายของตนก็คือความป่วยเจ็บด้วยโรคภัยต่าง ๆ หรืออุบัติเหตุจนร่างกายต้องชำรุดทรุดโทรมเสียหาย และอายุก็จะไม่ยืนยาวไปได้เท่าใดนัก

สัตว์ทั้งหลายย่อมรักสุขและพยายามหนีความทุกข์ สัตว์ทั้งหลายต่างก็มีความหวาดเกรงความตายที่พระยามัจจุราชหยิบยื่นให้ ดังนั้น จึงดิ้นรนต่อสู้เพื่อช่วยตัวเองอย่างสุดแรง มนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานก็เหมือนกัน เพราะมันก็มีตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ รู้จักเห็น รู้จักได้ยิน รู้จักคิดนึก รู้จักเจ็บปวดหรือสบายเหมือนกับเราเหมือนกัน

แต่มนุษย์ผู้ขาดความเมตตากรุณา มนุษย์ผู้หนาไปด้วยความเหี้ยมโหดดุร้าย มิได้เห็นใจผู้ใด ไม่เคยได้คำนึงถึงว่าใครเขาจะเจ็บปวดรวดร้าวสักเพียงไหน ด้วยหวังประโยชน์อันไม่จีรังยั่งยืนที่ตัวจะได้รับเท่านั้นก็ทำได้สารพัดอย่าง แม้กับสัตว์ที่ไม่มีทางสู้ เหมือนทำกับเด็กอ่อนผู้ไร้เดียงสาและไร้ปัญญา แล้วก็พร่ำพรรณนาสั่งสอนกันว่าเป็นสัมมาอาชีวะ เป็นอาชีพที่สุจริต แต่อย่างไรก็ดี ในพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นทุจริต เพราะทุจริตต่อสัตว์ทั้งหลาย และหนทางเดินในอนาคตคืออบาย

สัมมาอาชีวะมี ๒ ประการ คือ

๑. วิริยสมฺมาอาชีว ได้แก่ความเพียร เพื่อกระทำการงานเลี้ยงชีพโดยชอบธรรม

๒. วิรตีสมฺมาอาชีว ได้แก่การงดเว้นจากกายทุจริต ๓ วจีทุจริต ๔ ที่เกี่ยวกับอาชีพ และเป็นการงดเว้นเฉพาะหน้า ในขณะที่มีอารมณ์เกี่ยวกับอาชีพอันควรล่วงทุจริตกรรมมาปรากฏ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:10:23 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 6



สำหรับในข้อ ๑ ลุงเห็นจะไม่ต้องอธิบายอะไร หลานก็คงพอจะเข้าใจแล้ว แต่ในข้อ ๒ ลุงขออธิบายเพิ่มเติมดังนี้

สัมมาอาชีวะนั้นก็ได้แก่การกระทำ หรือการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางวาจาก็ตามที่เกี่ยวกับการทำอาชีพต่างๆ ทั้ง ๗ ประการด้วยกันเป็นไปโดยสุจริต คือ กายสุจริต ๓ ได้แก่การงดเว้นไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม และวจีสุจริต ๔ ได้แก่การเว้นไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ

นั่นก็คือ ทำอาชีพสุจริต โดยเว้นจากกายทุจริต ๓ และวจีทุจริต ๔ รวมเว้น ๗ ประการ เฉพาะที่เกี่ยวกับการทำมาหากินจริง ๆ เพราะว่าพูดหรือทำไม่ดี เป็นครั้งเป็นคราวที่มิได้เกี่ยวกับอาชีพ ลุงก็ได้บรรยายมาแล้ว

วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ ที่ได้กล่าวมาแล้ว อันได้แก่สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ นั้น มีอรรถ ๔ ประการโดยเฉพาะร่วมกันอีก คือ

กายทุจฺจริตาทิวตฺถุนํ อวีติกฺกมลกฺขณา มีการไม่ก้าวล่วงกายทุจริต เป็นลักษณะ
กายทุจฺจริตาทิวตฺถุโต สงฺโกจนรสา มีการเบือนหน้าจากวัตถุแห่งกายทุจริตเป็นต้น เป็นกิจ
อกิริยปจฺจุปฏฺฐานา มีการไม่กระทำวัตถุแห่งกายทุจริต เป็นผล
สทฺธาหิโร ตปฺปิจฺฉตา ทิคุณปทฏฺฐานา มีคุณธรรมคือ สัทธา หิริโอตตัปปะและอัปปิจฉตา (ความเป็นผู้ปรารถนาน้อย) เป็นต้น เป็นเหตุใกล้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:10:52 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 7



อีกประการหนึ่งที่ลุงจะขอให้หลานจำเอาไว้ก็คือ วิรตีเจตสิกนี้จะเกิดได้ ย่อมจะต้องอาศัยวัตถุอันพึงเว้นจาการก้าวล่วงสู่ทุจริตกรรม วัตถุอันพึงเว้นนั้นชื่อว่า วิรมิตัพพวัตถุ เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ย่อมมีวัตถุอันพึงเว้น เป็นต้น

ที่ว่าไม่แน่นอนนั้นก็เพราะว่า มีกุศลอื่น ๆ เช่น การทำบุญให้ทาน หรือประกอบการกุศลต่าง ๆ โดยที่มิได้มีวิรตีเจตสิกเลยก็ได้ เช่น กำลังใส่บาตร เราก็มิได้มีเจตนาจะเว้นจากการพูดเท็จ หรือการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์อะไรเลย

นอกจากนั้น วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ นี้ จะเกิดขึ้นมาพร้อมกันทั้ง ๓ ตัว ย่อมจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าจะเกิดก็เกิดได้ทีละตัวเท่านั้น จึงกล่าวได้ว่า วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้ ประกอบในมหากุศลจิตได้ไม่แน่นอนและไม่พร้อมกัน

แต่อย่างไรก็ดี วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ นี้ ในขณะที่ประกอบกับโลกุตรจิต ย่อมประกอบได้แน่นอนและพร้อมกันทั้ง ๓ ดวงเลย เพื่อทำลายกิเลส เรียกว่าเป็นนิยตเอกโต ทำหน้าที่ประหาณ ทุจริต ทุราชีพ เป็นสมุจเฉท

สำหรับในวันนี้ เรียนเจตสิกเพิ่มอีก ๒ ตัวเท่านั้น ขอให้หลานจงได้ทำความเข้าใจให้ดี ดูที่จดเอาไว้ซ้ำ ๆ อีกบ้าง เพราะเรียนใหม่ ๆ บางทีก็คงจะทำให้สับสน

ลุงขอยุติคำบรรยายแต่เพียงเท่านี้ คราวหน้าจะได้ศึกษาอัปปมัญญาเจตสิกต่อไป

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [26 ก.ย. 2550 , 07:11:17 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 8

วันนี้ได้ศึกษา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ แล้วจะเห็นได้ชัดว่า ถ้าชีวิตขาดธรรมทั้ง ๒ ประการนี้ไปแล้ว ความทุกข์ทรมาน ความเดือดร้อนนั้นย่อมมีได้ทุกหย่อมหญ้าเลยนะครับผม

เพราะความไม่เกรงกลัวบาปธรรมนั้นเอง จึงทำให้ชีวิตต้องดำเนินไปบนรอยกรรมแห่งบาปเช่นนั้น ยากที่จะปลีกตนออกมาได้อย่างง่ายๆ ตรงนี้ละครับผมเข้าใจแล้วว่า ทำไม วิรตีเจตสิก จึงเกิดขึ้นได้ยากเย็น และเกิดขึ้นได้ง่ายในกุศลครับ



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งในคำอธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจในธรรมอันลึกซึ้งนี้ขอรับ

โดย เทพธรรม [26 ก.ย. 2550 , 07:23:47 น.] ( IP = 58.9.139.10 : : )


  สลักธรรม 9


มาศึกษาต่อค่ะ

จะเห็นได้ว่าวิรตีเจตสิกนั้น ไม่ว่าจะเป็นสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ หรือ สัมมาอาชีวะ ก็ตาม จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัย สัทธา หิริโอตตัปปะเป็นเหตุใกล้ให้เกิด

ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียนค่ะ เพราะหากมิได้ศึกษาให้เข้าใจแล้ว ก็ยากที่จะปลูกสัทธาให้เกิดขึ้นในจิตใจได้ ซึ่งรวมถึงความละอาย และเกรงกลัวต่อบาปก็เกิดขึ้นได้ยากเช่นกัน

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ชี้แจงอธิบายให้เข้าใจ

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำความมหัศจรรย์ของชีวิตมาให้ได้ศึกษาเล่าเรียน

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ก.ย. 2550 , 09:41:16 น.] ( IP = 124.121.172.202 : : )


  สลักธรรม 10

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายขยายความค่ะ ทำให้รู้ว่าการที่จะเกิดวิรตีบ่อยๆ จะต้องอาศัยเหตุอะไรบ้าง

กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ก.ย. 2550 , 22:26:09 น.] ( IP = 58.8.46.207 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org