| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๙)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๕๙)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน
ป.เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้ศึกษาเรื่องวิรตีเจตสิกไปหมดแล้วทั้ง ๓ ตัว ผมก็พอมีความเข้าใจดี ในวันนี้ผมจะมาขอต่อจากคุณลุงใหม่ คุณลุงจะให้ผมเรียนอะไร
ก. ก่อนที่จะได้ศึกษา จะขอถามให้หลานตอบเสียก่อน
หลานเคยมีความรักมาแล้วมิใช่หรือ หลานลองตอบคำถามง่าย ๆ ที่หลานเคยผ่านมาแล้วให้ลุงฟังดูทีหรือว่า ความรักคืออะไร?
ป. ความรักคืออะไรนั้น แม้จะเป็นคำถามที่เห็นว่าตอบได้ไม่ยากก็จริง แต่ก็มิใช่ตอบได้ง่าย ๆ เลย ตามหนังสือพิมพ์รายวัน รายปักษ์ เคยตั้งคำถามให้ตอบกันอยู่บ่อย ๆ แต่ผู้ตอบก็ตอบกันไปคนละทางสองทาง แล้วแต่จะเป็นทัศนะของใคร แต่ถ้าจะรวบรัดให้ผมตอบให้ฟังง่าย ๆ แล้ว ผมก็เข้าใจว่า ความรักก็หมายถึงความผูกพันกันทางจิตใจ
ก. ก็ถูกละ หลานตอบมาง่าย ๆ และกินความกว้างจนเกินไป แล้วความสำคัญก็เก็บไม่หมด ยังหลงเหลือให้มีผู้แย้งเอาได้มากมาย
ถ้าความรักเป็นความผูกพันกันทางจิตใจแล้ว การรักเงินทองข้าวของ เราก็จะพูดว่า ความรักไม่ได้ เป็นการรักฝ่ายเดียว หรือแม้ความรักในคนหรือในสัตว์ ถ้าว่าผูกพันกันแล้วมันก็จะเกิดผูกพันกันเป็นสองฝ่าย แต่ความจริงเราอาจรักเขาข้างเดียวก็ได้
ในหลักของสภาวธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ตรัสรู้ เพราะฉะนั้นหลักการทุกอย่างจึงได้วางเอาไว้อย่างเหมาะสม ไม่มีข้อให้ขัดหรือแย้งได้เลย โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:54:32 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ขอให้หลานได้แยกความรักออกเป็น ๒ อย่างเสียก่อน คือ อย่างหนึ่งเป็นอกุศลและอีกอย่างหนึ่งเป็นกุศล
อกุศลก็ได้แก่ตัวโลภะ อันได้แก่ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะยินดีในคนในสัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม เช่น เมื่อได้เห็น ได้ยิน ได้คิดนึก ในอารมณ์ที่ชอบใจ เป็นต้น หรือยินดีพอใจที่สามี ภรรยา บุตร ธิดา ของเรานั้นสวย ร่ำรวย หรือศึกษาเล่าเรียนเก่ง
ส่วนความรักที่เป็นฝ่ายกุศลนั้น ก็ได้แก่ ความเมตตา คือมีความสงสารที่ได้เห็นผู้อื่นมีความทุกข์ ความกรุณา คือมีความปรารถนาที่จะช่วยให้ผู้อื่นได้พ้นทุกข์ และมุทิตาได้แก่มีความยินดีที่เห็นผู้อื่นมีความสุข
ความเมตตา กรุณา มุทิตา จะเกิดขึ้นมาก็เพราะเห็นสัตว์มาอยู่ต่อหน้า หรือต่อใจที่คิดนึกไปถึง
การที่ลุงได้นำหลานถึงเรื่องของความรัก ก็เพื่อจะแยกให้เห็นให้เข้าใจง่ายว่าความรักดังกล่าวนั้น เป็นอกุศลก็ได้ และเป็นกุศลก็ได้ แล้วแต่เจตนาในขณะนั้น ทั้งนี้ก็ตั้งใจจะนำหลานมาสู่เจตสิกอีก ๒ ตัว ได้แก่ อัปปมัญญาเจตสิก ๒ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:55:05 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
สลักธรรม 2
อัปปมัญญาเจตสิก คืออะไร
อัปปมัญญา แปลว่า ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ เป็นเจตสิก ๒ ดวง คือ กรุณาเจตสิก กับมุทิตาเจตสิก
กรุณาเจตสิก เป็นตัวการก่อให้จิตเกิดความสงสาร ปรารถนาที่จะช่วยสัตว์ที่กำลังได้รับทุกข์อยู่ หรือจะได้รับทุกข์ในโอกาสต่อไปให้พ้นไปเสียจากความทุกข์
มุทิตาเจตสิก เป็นเจตสิกที่รู้สึกมีความยินดี ที่ได้ทราบว่า ผู้อื่นมีความสุข หรือสัตว์นั้นจะได้รับความสุขต่อไปในอนาคต
ตามธรรมดามนุษย์ทั้งหลาย แตกต่างกับสัตว์เดรัจฉานมากมาย อย่างเปรียบกันไม่ได้เลย ส่วนที่แตกต่างกันมากอย่างหนึ่งนั้น ก็คือ สัตว์เดรัจฉาน (ยกเว้นโพธิสัตว์) ยากนักหนาที่จะเกิดอัปปมัญญาเจตสิกขึ้นในดวงจิต
สัตว์เดรัจฉาน ต่างก็กระทำหน้าที่ของตนเท่านั้น ไม่ค่อยได้คิดถึงผู้อื่น คือ ทำมาหากินเพื่อให้ไม่อดอยาก และตบกัดฟัดเหวี่ยงเบียดเบียนกัน เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดและปลอดภัย ไม่ได้คิดเลยไปว่าผู้อื่นจะมีความทุกข์ความเดือดร้อนสักเพียงไหน ความกรุณาจึงเกิดขึ้นมาได้ยากเต็มที
เมื่อผู้อื่นได้มีความสุขความสบาย ก็ไม่ได้คิดเลยแม้แต่น้อยที่จะแสดงความรู้สึกยินดีด้วย จึงยากที่จะเกิดมุทิตาจิต โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:55:29 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
สลักธรรม 3
ในหมู่มนุษย์ก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน ที่บางคนเพียรพยายามให้ชีวิตของตนเองรอดและปลอดภัยเท่านั้นเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดความเมตตา กรุณา ไม่ได้มีความปรานีโดยคิดที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใคร ๆ ดังนั้น เขาผู้นี้จึงได้เฝ้าพากเพียรที่จะให้จิตใจของเขาเดินเข้าสู่ความเป็นสัตว์เดรัจฉานโดยใกล้ชิดมากขึ้น ๆ
แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบมนุษย์กับสัตว์เดรัจฉานแล้ว ก็นับว่าห่างไกลกันมากเหลือเกิน เพราะเมื่อเป็นมนุษย์แล้ว แม้จะมีความประพฤติเลวทรามต่ำช้าอย่างไร ก็ยังมีความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดี อยู่ในใจบ้างไม่มากก็น้อย ฉะนั้น จึงได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ ส่วนสัตว์เดรัจฉานไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย
แม้แต่จะเป็นมหาโจร ชอบจี้ ปล้น ฆ่าฟันคนมากมาย เมื่อมีผู้ใดอดอยาก หิวโซ ผอมเหลือแต่กระดูก มาล้มลงต่อหน้าแล้วร้องขออาหาร มหาโจรผู้นี้ก็คงจะเกิดใจอ่อนเกิดความสงสารแล้วให้อาหารกิน
จึงเห็นได้ว่า ลงชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ก็มิได้มีแต่โมหะ คือความโง่ความหลง เข้าครอบงำจิตใจเสียจนไม่ลืมหูลืมตาทุก ๆ เวลาไป
ป.คุณลุงขอรับ สัตว์เดรัจฉานจิตใจจะไม่เกิดกุศลบ้างเลยทีเดียวหรือ จิตจะเกิดความเมตตากรุณาบ้างไม่ได้หรือ
ก.ลุงก็มิได้ปฏิเสธว่า สัตว์เดรัจฉานนั้นจิตใจจะเกิดกุศลไม่ได้เลย แต่สัตว์เดรัจฉานก็อาจจะเกิดกุศลจิตได้บ้างเหมือน แต่น้อยมากเหลือเกิน และกุศลจิตที่เกิดนั้นจะต้องเป็นกุศลจิตที่ปราศจากความคิดพิจารณา เป็นกุศลจิตที่จะมีปัญญาประกอบด้วยไม่ได้
เพราะสัตว์เดรัจฉานนั้นตกอยู่ในความมีโมหะ จึงได้โง่เขลาเบาปัญญาไม่สามารถคิดพิจารณาในปัญหาของชีวิต รู้จักแต่การกิน การนอน และการเสพเมถุนเท่านั้นเอง โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:55:56 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
สลักธรรม 4
ลุงจะขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้หลานฟังสักเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ลุงได้ประสบมาด้วยตนเอง
มีสุนัขที่ให้กำเนิดลูกขึ้นมาใหม่ ๒ คลอก สุนัขทั้ง ๒ คลอกนี้เกิดขึ้นมาในเวลาแตกต่างกันไม่กี่วัน จำนวนของลูกที่คลอดออกมาก็ประมาณ ๔-๖ ตัว ก็ตกเป็นลูกกำพร้าขาดพ่อขาดแม่ ไม่มีใครจะเลี้ยงดู ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ลูก ๆ ทั้งหมดของมันซึ่งยังอ่อนอยู่ทั้งนี้ ก็อาจจะอดนมอดน้ำแล้วตายกันหมดเป็นแน่
อันที่จริง ผู้ซึ่งเป็นมนุษย์ ก็ย่อมจะเกิดความกรุณาเมื่อได้ประสบเหตุการณ์ที่ควรจะกรุณา แต่บางคนบางครั้งไม่บังเกิดความกรุณา หรือความกรุณาเกิดขึ้นมาไม่ถึงขนาดหรือขาดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันจริง ๆ ก็เพราะเคยได้รับผลตอบสนองที่ตรงกันข้ามมาแล้วหลายครั้งหลายหน เช่นเคยช่วยเหลือมาแล้ว ตัวเองกลับได้รับผลร้าย ช่วยให้ดี ๆ ผู้ได้รับความช่วยเหลือกลับไม่ระลึกนึกถึงบุญคุณ แล้วยังคิดหักล้างทำลาย ก่อความเสียหายให้แก่ผู้มีบุญคุณอย่างใหญ่โต จนคนทั้งหลายพากันพูดว่า "ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป"
หรือมิฉะนั้นผู้มาขอความช่วยเหลือนั้น ๆ วางแผนมาหลอกต้ม เพื่อหาประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับตนเอง เช่น มาหลอกว่าพ่อแม่ป่วยเจ็บจะเป็นจะตาย มาขอเงินเอาไปเพื่อจะได้รักษา ดังนี้ เป็นต้น จึงเป็นเหตุให้ความกรุณาของแต่ละบุคคลเกิดได้ยากขึ้น
จะเกิดความกรุณาขึ้นครั้งใด เรื่องของการทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป ที่เคยได้รับมาแล้วในอดีต จะคอยมากระตุ้นเตือนใจให้ระลึกอยู่เสมอว่า เรื่องที่เล่ามานั้นจริงหรือเปล่า ช่วยแล้วจะรู้จัดคิดถึงคุณของเราบ้างหรือไม่ หรือช่วยแล้วแต่กลับมาเป็นพิษเป็นภัยดังที่เคยได้ช่วยมาแล้วก่อน ๆ อีกกระมัง
ด้วยการกระตุ้นเตือนใจดังนี้ กุศลที่ควรจะได้ก็จะลดลง ความตั้งใจที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็จะน้อยเข้า หรือมิฉะนั้นก็เลยไม่ช่วยอะไรเสียเลย กลายเป็นคนใจไม้ไส้ระกำไป โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:56:21 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
สลักธรรม 5
อนึ่ง เรื่องของความกรุณานั้น เมื่อตั้งคำถามว่า ความกรุณาคืออะไร ผู้ศึกษาก็จะตอบได้ไม่ยาก แต่ถ้ายกตัวอย่างขึ้นมาถามมาก ๆ แล้ว การตัดสินว่าเป็นความกรุณาหรือไม่ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะตอบได้ง่าย ๆ เลย เช่น ยกตัวอย่างขึ้นมาว่า
มีสุนัขตัวหนึ่งรูปร่างสวยงามขนปุกปุยน่ารัก อ้วนท้วน แข็งแรง ว่องไว ใครเห็นใครก็จะอดรักเสียมิได้ วิ่งขึ้นมาเลียมือเลียเท้าประจบประแจงถึงบนเรือน เด็กหลายคนก็เข้ามาเล่นด้วย บางคนก็ก็เอาอาหารมาให้มันกิน
การที่เอาอาหารมาให้สุนัขกินนั้น หลานว่าจิตที่เกิดขึ้นมานี้เป็นจิตที่บังเกิดความกรุณาหรือเปล่า
ป.ผมว่าจะต้องมีความกรุณาซิขอรับ เรานึกสงสารแล้วก็ให้อาหารมันกิน
ก.ผู้คิดตอบที่ไม่มีองค์ ไม่มีหลัก ก็จะตอบว่า การเอาอาหารให้สุนัขตัวนี้กินเป็นความกรุณาได้ ดังที่หลานเข้าใจนี่แหละ
และถ้ามีตัวอย่างที่ยกขึ้นมาคล้าย ๆ กันนี้มาก ๆ สัก ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ตัวอย่าง ผู้ตอบคำถามก็จะเกิดความหนักใจ ไม่ทราบว่าจะตอบให้ถูกต้องได้อย่างไร หรือว่าที่ตอบไปแล้วนั้นถูกต้องหรือหาไม่ เพราะเกิดความลังเลใจ
ด้วยเหตุนี้เอง ถ้ายกองค์ของความกรุณาขึ้นมาตั้ง แล้วเอาตัวอย่างต่าง ๆ ขึ้นมาปรับ ผู้ตอบปัญหาก็จะไม่มีความหนักใจ หรือเกรงว่าจะตอบผิดไป ไม่ว่าตัวอย่างนั้นจะมีมากมายสักเท่าใดก็ตาม โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:56:46 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
สลักธรรม 6
ความกรุณาจะเกิดได้จะต้องครบองค์ ๓ คือ
๑. จะต้องมีสัตว์มาอยู่เฉพาะหน้า
๒. สัตว์นั้นจะต้องมีทุกข์
๓. อกุศลจิตจะต้องเกิดก่อน
ป. คุณลุงขอรับ ที่ว่าจะต้องมีสัตว์มาอยู่เฉพาะหน้านั้น หมายความว่ากระไร ถ้าคนมิได้มาอยู่เฉพาะหน้าจะเกิดความกรุณาไม่ได้หรือ
ก. หลานเข้าใจคำว่า "สัตว์" เป็นสัตว์เดรัจฉานหรือ?
ป. ขอรับ ผมเข้าใจดังนั้น
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:57:12 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
สลักธรรม 7
ก.หลานยังเข้าใจไม่ถูกต้อง เพราะตามภาษาไทยที่ชาวบ้านใช้พูดกัน คำว่า "สัตว์" นั้นหมายถึงสัตว์เดรัจฉานแน่ แต่ตามหลักธรรมนั้น คำว่า สัตว์หมายถึงผู้ข้อง
เมื่อถามว่าข้องในเรื่องอะไร คำตอบก็ว่า ข้องในอารมณ์ต่าง ๆ นั่นเอง เมื่อเห็นรูปที่ดี ก็ติดใจในรูปนั้น เมื่อได้ยินเสียงที่ไพเราะ ก็อดใส่ใจไม่ได้ และเมื่อได้กินอร่อย จิตก็ติดใจในรสอร่อยนั้นทันที เหล่านี้เป็นต้น
ไม่ว่าเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ หรือเทวดา ก็ล้วนแต่ชื่อว่าเป็นผู้ข้องเกี่ยวอยู่ในอารมณ์อันได้ชื่อว่ามีตัณหาทั้งนั้น ยกเว้นพระอรหันต์ออกเสียองค์หนึ่ง นอกจากนั้นก็เป็นผู้ข้องทั้งหมด เรียกว่าสัตว์ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสสอนโดยกล่าวคำว่า "สัตว์ทั้งหลาย" อยู่เสมอ ๆ
ป. ผมก็พอเข้าใจ แล้วคำว่า "อยู่เฉพาะหน้า" เล่าขอรับ หมายความว่ากระไร
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 ก.ย. 2550 , 09:59:56 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
สลักธรรม 8มาศึกษาต่อขอรับ จะเห็นได้ถึงความพิศดารของจิตมากเลยขอรับ ในการที่กระทำอะไรไปแล้วนั้น ย่อมมีกำลังที่ผลักดันแตกต่างกันออกไป ผมหมายถึงเจตสิกนะขอรับ
ความกรุณาจะเกิดได้จะต้องครบองค์ ๓ ดังที่ท่านอาจารย์บอกไว้นั้น ทำให้เห็นได้ชัดเลยครับว่า จิตกรุณานั้นย่อมต้องอาศัยอะไรเกิดขึ้นมานะขอรับ
![]()
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงในคำอธิบายธรรมนี้ขอรับโดย เทพธรรม [27 ก.ย. 2550 , 10:14:48 น.] ( IP = 58.9.150.242 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |