| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๑)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
ป. เมื่อวันก่อนผมได้เรียนเรื่อง อัปปมัญญาเจตสิก ไปแล้ว ผมก็พอจะมีความเข้าใจ ในวันนี้ผมจะมาขอต่อจากคุณลุงใหม่ คุณลุงจะให้ผมเรียนเจตสิกตัวไหนอีกก็ขอได้โปรดตั้งต้นได้แล้ว
ก.หลานจะได้ศึกษาถึงโสภณเจตสิกตัวสุดท้ายในจำนวนโสภณเจตสิก ๒๕ ประเภท นั่นก็คือ ปัญญาเจตสิก เป็นเจตสิกที่มีความรู้ดี เป็นเจตสิกซึ่งมีความรู้เป็นใหญ่ เป็นประธานปกครองซึ่งสหชาตธรรมทั้งปวง ในบางแห่งก็เรียก ปัญญินทรีย์เจตสิก แปลว่า ปัญญาเจตสิก เป็นใหญ่เป็นประธาน
ป. ผมก็ไม่ทราบว่า ปัญญาเจตสิกนั้น หมายถึงการมีความรู้ในเรื่องอะไร และที่ว่ามาเป็นใหญ่เป็นประธานนั้น มาเป็นใหญ่เป็นประธานอย่างไร
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ต.ค. 2550 , 08:10:59 น.] ( IP = 58.9.140.196 : : )
สลักธรรม 1
ก.บรรดาชาวโลกทั้งหลายพากันมีความเข้าใจว่า วิทยาการต่าง ๆ ทางโลกนั้นเป็นบ่อเกิดของปัญญา เช่น วิชาแพทย์ วิชากฎหมาย วิชาเศรษฐกิจ หรือวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
บรรดาชาวโลกทั้งหลายคิดว่าวิชาที่ว่าด้วยการเมือง การทหาร หรือความสามารถเป็นพิเศษในการรบราฆ่าฟันกันนั้น เป็นปัญญา
บรรดาชาวโลกทั้งหลายพากันเข้าใจว่า ผู้ที่หลีกหนีเอาตัวรอดได้จากภัยพิบัติต่าง ๆ ว่าเป็นผู้มีปัญญา
บรรดาชาวโลกทั้งหลายพากันเข้าใจว่า ผู้ใดทำเล่ห์เพทุบายฉลาดในการหาทรัพย์สินเงินทองมาได้มา แม้ว่าจะคดโกง หลอกลวง ทำทุจริตประการใดก็ตาม ว่าเป็นผู้มีปัญญา
และบรรดาชาวโลกทั้งหลาย เมื่อทำบุญให้ทานแล้ว ถ้าผู้ใดตั้งจิตมุ่งหมายที่จะให้ผลของกุศลเหล่านั้นชักนำตนให้ไปถึงมรรคผล นิพพาน พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ว่าเป็นผู้ที่โง่เขลา เพ้อฝัน ในเรื่องที่มิได้เป็นความจริงอะไร แล้วก็พากันเข้าใจว่า การมุ่งหวังความสุขความสบาย หรือหายจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือมีทรัพย์สินเงินมากนั้นว่าเป็นผู้มีปัญญา โดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ต.ค. 2550 , 08:11:30 น.] ( IP = 58.9.140.196 : : )
สลักธรรม 2
ความรู้ในวิทยาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะสูงถึงชึ้นไหน หรือความเข้าใจในตัวอย่างที่ยกขึ้นมาทั้งหมดหาได้ชื่อว่าเป็น "ปัญญา" ไม่
เพราะปัญญาตามหลักของธรรมะนั้นจะต้องรู้แจ้งในสภาวธรรม มีความเข้าใจดีในเรื่องของชีวิต เชื่อในเรื่องของกรรม เชื่อในผลของกรรม เห็นทุกข์โทษภัยในวัฏฏะ และรู้หนทางที่จะเดินให้ไปสู่มรรคผลนิพพานที่ถูกต้อง
ป. ผมก็จะต้องขอคำอธิบายจากคุณลุงเพิ่มเติม ที่ตามหลักธรรมะแสดงว่าความรู้ในทางโลกทั้งหมด ไม่ได้ชื่อว่าปัญญา และปัญญานั้นได้แก่การเข้าถึงความจริงในเรื่องของชีวิต คำว่าที่คุณลุงว่านี้ดูจะเป็นคำที่กว้างขวางไปสักหน่อย ขอให้คุณลุงได้แยกแยะออกไปให้เข้าใจไง่ายมากกว่านี้ด้วย
ก. ได้ซีหลาน ลุงจะขอแยกปัญญาออกเป็น ๓ ประการ คือ
ปัญญา แยกเป็น ๒ ประการ
๑โลกียปัญญา
๑. ๑. กัมมสกตาปัญญา รู้ว่ากรรมเป็นสมบัติของตน
๑.๒ วิปัสสนาปัญญา ปัญญาที่รู้ขันธ์ ๕ รูปนาม อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ สัจจะ ๔ ปฏิจจสมุปบาท ๑๒ ว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
๒. โลกุตตรปัญญา ปัญญาที่รู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจจะ ๔
หรือแยกออกได้ดังนี้
ปัญญา = มหากุศลญาณสัมปยุต ๔ มหาวิบากญาณสัมปยุต ๔ มหากิริยาญาณสัมปยุต ๔ รวมเป็น ๑๒ มหัคคตกุศล ๙ มหัคคตวิบาก ๙ มหัคคตกิริยา ๙ รวมเป็น ๒๗ และโลกุตตรปัญญา ๘ รวม ๔๗
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ต.ค. 2550 , 08:11:56 น.] ( IP = 58.9.140.196 : : )
สลักธรรม 3
คำว่าโลกนั้น มิได้มีความหมายเหมือนกับที่เราเรียนกันในวิชาภูมิศาสตร์ ซึ่งแปลว่าพื้นแผ่นดิน แผ่นน้ำที่เราอาศัยอยู่นี้ แล้วพรรณนากันว่าโลกนี้สวยงามน่ารักน่าพิสมัย หากแต่หมายถึงความแตกดับหรือความพินาศ เพราะพ้นไปไม่ได้ คือยังไม่พ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดต่อ ๆ ไป แต่ก็มีปัญญารู้ความจริงของเรื่องชีวิต รู้ว่าจะต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อ ๆ ไปจริง ๆ ถ้าหากว่ายังมิได้ตัดต้นเหตุของความเกิดให้หมดสิ้นและรู้หนทางเดินที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง คือพ้นไปเสียจากการเวียนว่ายตายเกิดโดยเด็ดขาดได้ ว่าจะเดินไปทางไหน
ส่วนโลกุตตรปัญญานี้ เป็นปัญญาที่พ้นจากโลก คือพ้นจากความพินาศ ซึ่งได้แก่ผู้ที่เข้าถึงมรรคผลนิพพาน
โลกียปัญญาที่หมายถึงปัญญาที่มีความเข้าใจในเรื่องของชีวิตนั้น แบ่งออกเป็น ๒ คือ
กัมมสกตาปัญญา การรู้เรื่องกรรมและผลของกรรม รู้ว่าชีวิตนี้จะต้องเวียนว่ายตายเกิดข้อหนึ่ง
อีกข้อหนึ่งนั้นก็ได้แก่วิปัสสนาปัญญา ปัญญาที่รู้ความจริงของสรรพสิ่งทั้งหลายว่า มันไม่เที่ยงต้องผันแปรไปอยู่เสมอมิได้หยุดเลย เป็นทุกข์เพราะจะทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และเป็นอนัตตา ไม่ใช่เป็นตัวตน คนหรือสัตว์ สักแต่ว่ามันมารวมประชุมกันของรูปหรือของนาม ทั้งจะบังคับบัญชาให้เป็นไปตามชอบใจของใครไม่ได้เลย
ปัญญาที่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน หรือกัมมสกตาปัญญานั้น คือปัญญาที่มีความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริง เรียกว่า ทสวัตถุสัมมาทิฏฐิ
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ต.ค. 2550 , 08:12:23 น.] ( IP = 58.9.140.196 : : )
สลักธรรม 4
กัมมสกตาปัญญานั้น แบ่งออกเป็น ๑๐ ประการ คือ
๑. อตฺถิทินฺนํ ปัญญาที่รู้เห็นว่า ทานที่บุคคลให้ คือทำบุญให้ทานแล้ว ย่อมจะมีผลดี
๒. อตฺถิยิฏฐํ ปัญญาที่รู้เห็นว่า การบูชาต่าง ๆ ย่อมมีผลดี
๓. อตฺถิหุตํ ปัญญาที่รู้เห็นว่า การเชื้อเชิญ การบวงสรวงย่อมมีผลดี
๔. อตฺถิ กมฺมานํ ผลฺริปาโก ปัญญาที่รู้เห็นว่า ผลวิบากของกรรมดีและชั่วมีอยู่ ย่อมจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม
๕. อตฺถิอยํโลโก ปัญญาที่รู้เห็นว่า โลกนี้มีอยุ่ คือผู้จะมาเกิดนั้นมี
๖. อตฺถิปโรโลโก ปัญญาที่รู้เห็นว่า โลกหน้ามีอยู่ คือผู้จะไปเกิดนั้นมี
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ต.ค. 2550 , 08:12:48 น.] ( IP = 58.9.140.196 : : )
สลักธรรม 5
๗. อตฺถิมาตา ปัญญาที่รู้เห็นว่า มารดามีอยู่ คือการทำดีทำชั่วต่อมารดาย่อมจะได้รับผล
๘. อตฺถิปิตา ปัญญาที่รู้เห็นว่า บิดามีอยู่ การทำดี ทำชั่ว ต่อบิดาย่อมจะได้รับผล
๙. อตฺถิ สตฺตโอปปาติกา ปัญญาที่รู้เห็นว่า สัตว์ที่มีกายละเอียด เกิดขึ้นมาโตทันที คือ โอปปาติกสัตว์นั้นมีอยู่ เช่น สัตว์นรก เปรต อสุรกาย เทวดา พรหม
๑๐. อตฺถิ โลเกสมณ พฺรหฺมณา สมฺมาปฏิปนฺนา ปัญญาที่รู้เห็นว่า สมณพราหมณ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ประกอบด้วย ความรู้ยิ่ง เห็นจริงประจักษ์ซึ่งโลกนี้ โลกหน้าด้วยตนเองแล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้นั้น มีอยู่
ท่านที่มิได้ศึกษาเล่าเรียนสภาวธรรมในขั้นละเอียด หรือท่านที่มิได้พิจารณาชีวิตให้ถึงซึ่งความลึกซึ้งจริง ๆ แล้ว ก็มักจะเข้าไปไม่ถึงเรื่องของกัมมสกตาปัญญาทั้ง ๑๐ ประการ
ฉะนั้นความไม่รู้ไม่เข้าใจความจริงของกัมมสกตาปัญญาทั้ง ๑๐ ประการนี้แม้แต่ประการหนึ่ง จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีปัญญา และความเชื่อกัมมสกตาปัญญานี้แม้แต่ข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ชื่อว่ามีปัญญา คือ
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ต.ค. 2550 , 08:13:12 น.] ( IP = 58.9.140.196 : : )
สลักธรรม 6มาศึกษาต่อถึงเรื่องปัญญาเจตสิกขอรับ และทำความเข้าใจตามที่ท่านอาจารย์อธิบายไปตามขั้นตอนอยู่ขอรับ
กราบขอบพระคุณในความเมตตากรุณาของท่านอาจารย์อย่างสูงสุดขอรับโดย เทพธรรม [1 ต.ค. 2550 , 08:35:29 น.] ( IP = 58.9.140.196 : : )
สลักธรรม 7
มาศึกษาต่อค่ะ
อ่านเรื่องปัญญา ทำให้นึกถึงเพื่อนก๊วนที่เขาทำสมาธิกันค่ะ เขามักจะถามกันเรื่อยมา นี่เธอปฏิบัติมาตั้งนานแล้ว ปัญญาเกิดหรือยัง?
นี่ไงค่ะ ทำให้ยิ่งเห็นประโยชน์ของการศึกษาเล่าเรียนมากๆ เลย เพราะหากมิได้ศึกษาแล้ว ไหนเลยจะทราบได้ว่าปัญญานั้นหมายถึงอะไร
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่นำชีวิตมาตีแผ่ให้เห็นความมหัศจรรย์
และกราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้อ่านและศึกษาเล่าเรียนโดย พี่ดา [1 ต.ค. 2550 , 10:18:08 น.] ( IP = 124.121.171.43 : : )
สลักธรรม 9มาศึกษาต่อในเรื่องของปัญญา ..กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์
กราบขอบพระคุรและอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [2 ต.ค. 2550 , 13:29:26 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |