| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๒)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
๑. อตฺถิทินฺนํ ปัญญาที่รู้เห็นว่า ทานที่บุคคลให้ คือทำบุญให้ทานแล้ว ย่อมจะมีผลดี
ทราบเป็นอย่างดีว่าทานที่ได้กระทำลงไปแล้ว เช่นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ บริจาคหรือช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์นั้น ย่อมจะมีผล ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ผลแห่งเจตนาที่ได้กระทำไปแล้วย่อมจะเก็บประทับเอาไว้ภายในจิตใจ มิได้สูญหายไปไหน เมื่อได้โอกาสมันก็จะแสดงผลของมันขึ้นมาทันที เป็นการสนองตอบเจตนา คือกรรมที่ได้กระทำไปแล้วทั้งในชาตินี้และชาติต่อ ๆ ไป
ผู้ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ปรารถนาโดยตรงหรือโดยปริยายที่จะให้สัตว์เจ็บปวด และถึงแก่ความตาย ก็ย่อมจะเป็นผู้เจ็บป่วยมาก และมีอายุสั้น และจะถึงแก่ความตายเสียก่อนถึงเวลาอันสมควร
ผู้ชอบขโมยหรือชอบคดโกงผู้อื่นอยู่เสมอ ด้วยจิตปรารถนาให้ผู้อื่นสูญเสียทรัพย์สมบัติ ก็จะเป็นผู้ยากจนอดอยาก หรือทรัพย์สินจะพินาศ
ด้วยเหตุนี้เองผู้ชอบบริจาคทานอยู่เสมอ ปรารถนาให้ผู้อื่นมีการกินอยู่ใช้จ่ายมิขาดแคลน ผลที่จะได้รับเป็นการสนองตอบก็คือ จะมีการกินอยู่ใช้จ่ายดี ทรัพย์สินเพิ่มพูน
ผู้มีปํญญาย่อมทราบความจริงว่าทานที่ได้กระทำไปแล้วย่อมจะมีผลสนองตอบได้อย่างแน่นอน (การให้ผลในชาติปัจจุบันนั้นน้อย เพราะมีกำลังอ่อน) โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:19:43 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
๒. อตฺถิยิฏฐํ ปัญญาที่รู้เห็นว่า การบูชาต่าง ๆ ย่อมมีผลดี
ในเรื่องนี้ มีบุคคลเป็นอันมากเหมือนกันที่มีความเห็นผิด คิดว่าการเคารพบูชาสิ่งต่าง ๆ เช่น ปูชนียสถาน หรือรูปปั้นอันสมควรเคารพกราบไหว้ การเคารพบูชานั้นเป็นการกระทำของผู้ที่หลงงมงาย หรือเพ้อฝันไป
บางคนเอารูปปั้นหรือรูปถ่ายของผู้ที่เคารพนับถือ หรือผู้ที่มีพระคุณมาเคารพบูชา เป็นการระลึกคารวะด้วยความจริงใจ แต่บางคนก็เห็นผิดไปว่า การกระทำดังนี้เป็นการหลงใหล เพ้อฝันของคนที่หาปัญญามิได้
แต่ตามหลักของสภาวธรรม การเคารพการบูชาที่ได้กระทำไปแล้วย่อมจะได้รับผลดี ผู้เคารพบูชาย่อมจะเกิดกุศลจิต เมื่อกระทำอยู่เสมอ ๆ จิตก็จะได้โอนอ่อนไปในทางกุศลยิ่ง ๆ ขึ้น โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:20:21 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 2
๓. อตฺถิหุตํ ปัญญาที่รู้เห็นว่า การเชื้อเชิญ การบวงสรวงย่อมมีผลดี
ปัญหาเรื่องการเชื้อเชิญบวงสรวงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือต่อเทพเจ้านั้น ผู้ที่มีการศึกษาในวิชาการทางโลกมาก ๆ บางท่าน เห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ เป็นการกระทำของคนป่าเถื่อนที่ขาดการศึกษา ดังนั้น ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้านั้นมีจริง ๆ หรือไม่ และถ้ามีจิรง ๆ แล้วจะทำให้การเชื้อเชิญบวงสรวงได้รับผลดีขึ้นมาจริง ๆ หรือประการใด
ถ้าว่าตามสภาวธรรมแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้านั้นมีจริง ๆ เป็นผู้ปฏิสนธิที่เรียกว่า โอปปาติกะ ที่เกิดขึ้นมาเป็นตัวใหญ่เต็มตัวเลยทีเดียว เป็นเทวดาที่มีกายอันละเอียด เรียกว่าปรมาณูอันเกิดจากรรมชรูป และมีจิตเจตสิกเกิดขึ้นมาพร้อมกันด้วย
บรรดาท่านเหล่านั้นบางท่านก็มีอำนาจทางจิต มีความสามารถพิเศษ ที่มีโอกาสสนับสนุนให้บังเกิดผลดีได้ตามสมควร
อย่างไรก็ดี เรื่องของกรรมที่ได้กระทำมาแล้ว และที่จะกระทำใหม่นั้นเป็นเรื่องใหญ่ ย่อมจะนำผลดีหรือผลร้ายมาให้ได้อยู่เสมอ ด้วยเหตุดังนี้เอง ผลดีอันเกิดจากการเชื้อเชิญบวงสรวงที่ได้ทำไปแล้ว ก็เกิดขึ้นมาจากอำนาจของกรรมเป็นสำคัญ แต่ผู้ศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้าผู้มีอำนาจทางจิตนั้นก็มีโอกาสสนับสนุนได้บ้างตามสมควร
ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ที่มีความเชื่อว่าเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถดลบันดาบให้เป็นไปได้จริง ๆ ตามความปรารถนาของตนตามที่เชื้อเชิญบวงสรวงแล้ว ก็ได้ชื่อว่าเป็นความเห็นผิดอีกเหมือนกัน เพราะดลบันดาลให้เป็นไปตามใจของใครไม่ได้ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:20:48 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 3
๔. อตฺถิ กมฺมานํ ผลฺริปาโก ปัญญาที่รู้เห็นว่า ผลวิบากของกรรมดีและชั่วมีอยู่ ย่อมจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม
กรรม คือการกระทำ ทั้งดีหรือชั่วก็ตาม อันบุคคลผู้ซึ่งได้ทำแล้ว ย่อมจะประทับเก็บไว้ภายในจิตใจทั้งสิ้น มิได้สูญหายไปไหน และกรรมดังกล่าวนี้ แม้ว่ามันจะไม่มีตัวตน ทั้งสัมผัสถูกต้องไม่ได้ก็จริง แต่มันก็มิได้สูญหายไปไหน ทั้งยังมีกำลังอำนาจที่จะให้ผลสนองตอบจากการกระทำนั้นแก่ผู้กระทำได้ด้วย เช่นในการบันดาลใจให้เกิดอารมณ์ต่าง ๆ เป็นต้น
ผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมามีความรู้ดีพอก็จะมีความเชื่อมั่นในผลของกรรมอย่างมั่นคง เพราะการศึกษาจะนำทางให้เข้าถึงเหตุผลข้อเท็จจริงจนผู้ศึกษาพ้จากข้อสงสัยได้ แต่อย่างไรก็ดี เรื่องของกรรมนั้นเป็นเรื่องลึกซึ้งและมีความสลับซับซ้อนยิ่งนัก จึงจำเป็นจะต้องอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เฉพาะอย่างยิ่งศึกษาจากพระอภิธรรมปิฎก และศึกษาให้มากพอด้วย จึงจะค่อย ๆ คลายความสงสัยลงไปได้เรื่อย ๆ ตามการศึกษาที่มากขึ้น
๕. อตฺถิอยํโลโก ปัญญาที่รู้เห็นว่า โลกนี้มีอยุ่ คือผู้จะมาเกิดนั้นมี
การศึกษาในวิชาการสมัยใหม่ในปัจจุบัน ย่อมจะหันเหทิศทางของความจริงที่ซ่อนเร้นบางประการในเรื่องของชีวิตเสียได้ เช่นพากันเข้าใจว่า พ่อแม่สมสู่อยู่ด้วยกันแล้วจึงได้มีเด็กเกิดขึ้นมา หรือเข้าใจว่าเด็กที่เกิดขึ้นมานั้น เป็นผลอันเกิดจากการรวมตัวกันของเซลล์ของพ่อแม่เท่านั้น เหตุนี้จึงมีแต่รูปอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนจิตใจก็เกิดจากรูปที่มารวมกันเหล่านี้เองมาเป็นสมอง จึงได้มีความเห็นว่า คนตายแล้วก็ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านหรือเป็นอากาศธาตุไป จะเกิดขึ้นมาใหม่อีกไม่ได้อย่างแน่นอน
ผู้มีความเห็นผิดดังนี้ ก็จะกระจายความเห็นผิดนี้ออกไปอย่างกว้างขวาง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็พากันได้ศึกษารับเอาความเห็นผิดนี้ไปโดยทั่วกัน โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:21:14 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 4
๖. อตฺถิปโรโลโก ปัญญาที่รู้เห็นว่า โลกหน้ามีอยู่ คือผู้จะไปเกิดนั้นมี
สำหรับข้อนี้ก็เหมือนกับในข้อ ๕ คือผู้ที่จะมาเกิดนั้นมี หมายถึงผู้ที่ตายลงไปแล้วก็จะมาเกิดอีก หาใช่เป็นเพราะการสมสู่อยู่ด้วยกันของพ่อแม่แต่ประการเดียวไม่ และในข้อ ๖ นี้ ก็หมายความว่ามีภพใหม่ ชาติใหม่ในชาติหน้าอย่างแน่นอน
๗. อตฺถิมาตา เห็นว่าคุณมารดามีอยู่ คือการทำดีทำชั่วต่อมารดานั้นจะต้องได้รับผล
หมายถึงบุญคุณของมารดานั้น เหลือที่จะพรรณนา ผู้ที่อกตัญญูไม่รู้คุณของมารดานั้น ย่อมจะเป็นอกุศล ผู้ที่ทำดีทำชั่วต่อมารดานั้นจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นอย่างแน่นอน
๘. อตฺถิปิตา เห็นว่าคุณของบิดามีอยู่ คือผู้ที่ทำดี ทำชั่ว ต่อบิดาย่อมจะได้รับผลโดยไม่ต้องสงสัย
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:21:44 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 5
๙. อตฺถิ สตฺตโอปปาติกา ปัญญาที่รู้เห็นว่า สัตว์ที่มีกายละเอียด เกิดขึ้นมาโตทันที คือ โอปปาติกสัตว์นั้นมีอยู่ เช่น สัตว์นรก เปรต อสุรกาย เทวดา พรหม
คนที่ศึกษาวิชาสมัยใหม่ แต่ธรรมะไม่กระดิกหู ก็จะดูหมิ่นเอาว่า เป็นคนป่าเถื่อนล้าสมัย เชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะสัตว์ดังกล่าวนั้นมีแต่คำกล่าวอ้างเท่านั้น มิได้มีจริง ๆ เลย
อย่างไรก็ดี แม้ในคนที่ศึกษามาดีในวิชาการทางโลก ก็มีส่วนมากเหมือนกันที่เชื่อว่าสัตว์ที่ไม่เห็นตัวดังกล่าวนั้นมีจริง ๆ ด้วยเหตุนี้ ข้อถกเถียงจึงได้เกิดขึ้น และก็ได้ถกเถียงกันเรื่อย ๆ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และจะต้องถกเถียงกันไปอีกในอนาคต คงจะไม่มีใครแพ้ชนะกันเป็นแน่ ทั้งไม่ใครที่จะมาเป็นผู้ตัดสินให้ด้วย จึงได้กล่าวกันโดยทั่วไปว่า เป็นปัญหาโลกแตก คือจะต้องถกเถียงต่อสู้กันไปจนกว่าจะโลกแตกทำลายหรือตายไปด้วยกัน
ในหลักของพระพุทธศาสนานั้นสอนว่า สัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ที่มีกายอันเรามองไม่เห็น ตลอดจนถึงเทวดาและพรหมนั้น มีจริง ๆ
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอะไรแล้ว พระองค์ก็จะต้องให้เหตุผลตลอดจนข้อเท็จจริงด้วย แม้บทพิสูจน์ต่อคำสอนดังกล่าวก็มิได้ละเลย ดังนั้น ผู้ศึกษาในพระอภิธรรมปิฎกจนมีความเตกฉานพอสมควร ความสงสัยข้องใจในเรื่องที่กล่าวมา จึงได้ค่อย ๆ ละลายหายสูญไปจากจิตใจทีละน้อย ๆ ตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น ๆ
ในพระพุทธศาสนามิได้ร้องขอให้ผู้ใดเชื่อสิ่งใดลงไปเฉย ๆ เท่านั้น หากแต่ให้หลักการเหตุผลบทพิสูจน์พร้อมบริบูรณ์ ด้วยเหตุนี้เอง การศึกษาพระพุทธศาสนาในขั้นละเอียด ผู้ศึกษาก็จะได้เหตุผลเพิ่มมากขึ้นเข้ามาหักล้างทำลายความเห็นอันไม่ถูกต้องนั้นเสียได้ด้วยตนเอง โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:22:16 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 6
๑๐. อตฺถิ โลเกสมณ พฺรหฺมณา สมฺมาปฏิปนฺนา ปัญญาที่รู้เห็นว่า สมณพราหมณ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ประจักษ์แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเองแล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ตามนั้นมีอยู่
ความรู้ต่าง ๆ ของบุคคลทั้งหลาย จะเชื่อว่าเป็นจริงได้ก็เพราะเป็นความรู้ที่ได้ศึกษาค้นคว้ากันมาตามลำดับ แล้วมักจะเป็นไปในสายทางเดียวกัน หรือเห็นว่าไม่เหลือวิสัยที่จะเป็นไปได้
แต่ความรู้บางสิ่งบางอย่างที่นอกเหนือไปจากความรู้เห็น หรือเป็นความรู้ที่สามัญชนทั้งหลายคิดไปไม่ถึง เช่นเป็นเรื่องเร้นลับมหัศจรรย์ต่าง ๆ คนส่วนมากยังมีความเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้
เช่นการรู้ถึงใจของผู้อื่นว่าคิดในเรื่องอะไร รู้ว่าชาติที่แล้วมาว่าเกิดเป็นอะไร อยู่ที่ไหน และรู้ไปถึงอนาคตชาติหน้า หรือบางบุคคลมีความสามรถติดต่อกับบรรดาผู้เกิดเป็นโอปปาติก เช่น พวกเปรต อสุรกาย หรือเทวดาได้ เป็นต้น
อำนาจสมาธิจิตของบุคคลบางคนที่ได้ฝึกฝนจนเกิดกำลังอำนาจจริง ๆ นั้น สามารถประจักษ์แจ้งซึ่งโลกนี้และโลกหน้าได้ แล้วสอนให้ผู้อื่นรู้ตามได้นั้นมีจริง ๆ
อำนาจของจิตโดยพิสดารนั้น จะได้ศึกษาในโอกาสต่อไป โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:22:57 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 7
หลานเอ๋ย บัดนี้ลุงก็ได้แสดงถึงกัมมัสสกตาปัญญา อันเป็นปัญญาที่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตนเอ รวมทั้งหมด ๑๐ ข้อ จบลงแล้วโดยย่อพอให้ให้หลานได้เห็นเป็นแนวทางโดยมิได้เปิดช่องโอกาสให้หลานถามอะไรเลย ทั้งนี้ก็เพราะว่าเป็นเรื่องกว้างใหญ่ไพศาลควรจะได้เอาไปถามกันถึงบทศึกษาในเรื่องนั้น ๆ โดยตรงก็จะดี เช่น ว่าเกิดเป็นเปรต อสุรกาย หรือเป็นเทวดานั้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีความเป็นอยู่หรือความเป็นไปประการใดบ้าง
อย่างไรก็ดี หลานก็จะเห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า บรรดาคนทั้งหลายต่างก็พากันเห็นว่า การเชื่อเรื่องเปรต อสุรกาย หรือเทวดานั้น เป็นเรื่องเหลวไหล เป็นความเห็นอันไม่ถูกต้อง เป็นความเชื่อของคนป่าเถื่อนล้าสมัย
แต่บรรดาผู้ศึกษาเล่าเรียนสภาวธรรม ย่อมจะมองเห็นว่า ผู้ไม่เชื่อเปรต อสุรกาย หรือเทวดาว่ามีจริงนั้น เป็นบุคคลผู้มีความเห็นผิด และความเห็นผิด ดังนี้เกิดขึ้นมาก็เพราะความอวดดี อวดฉลาด เชื่อความรู้ความสามารถของตนจนเกินไป เป็นผู้เชื่อทางโลกอย่างหลงงมงายไม่ยอมศึกษาสภาวธรรมเอาเสียเลย จึงมิได้มีความเข้าใจในเรื่องของชีวิตที่ควรจะรู้ และทิศทางเดินของท่านผู้นี้จะต้องไปสู่หนทางอันขรุขระทุรกันดารต่อไปอีกยาวนานในอนาคต
วันนี้พอกันทีเถิดหลาน เอาไว้คราวหน้าจึงค่อยศึกษาต่อกันใหม่เรื่องปัญญาอีก ๒ ประการ คือ วิปัสสนาปัญญา กับ โลกุตตรปัญญา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ต.ค. 2550 , 07:23:28 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 8วันนี้ได้เรียนและทำความเข้าใจไปทีละข้อในเรื่องของกัมมัสสกตาปัญญาที่เข้าไปรู้ด้วยปัญญาถึง ๑๐ อย่างดั่งเช่นที่ท่านอาจารย์อธิบายมาทั้งหมด ทำให้มีความรู้กว้างขวางขึ้นขอรับ
![]()
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งที่ได้พรรณาให้เห็ฯถึงคุณค่าของปัญญามานี้ครับผมโดย เทพธรรม [2 ต.ค. 2550 , 07:33:17 น.] ( IP = 58.9.137.139 : : )
สลักธรรม 10กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษาค่ะโดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [2 ต.ค. 2550 , 13:47:56 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |