| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๓)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๓)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน
ป. เมื่อคราวที่แล้วผมได้ศึกษาถึงเรื่องเจตสิกที่ชื่อว่า "ปัญญา" จบลงแล้ว ในวันนี้ผมจะมาขอศึกษาต่อจากคุณลุงใหม่ คุณลุงจะให้ผมศึกษาเจตสิกตัวไหนต่อไป
ก.วันนี้หลานจะได้ขึ้นบทเรียนใหม่ ในบทที่ว่า สัมปโยคะนัย เพราะที่หลานได้ศึกษาไปแล้วนั้น เป็นการศึกษาเจตสิกแต่ละตัว ๆ รวมทั้งสิ้นก็หมด ๕๒ ตัวแล้ว เป็นอันหมดเรื่องของเจตสิกทุก ๆ ตัว
ต่อจากนี้ไปหลานจะได้ศึกษาถึงเจตสิกแต่ละตัวเหล่านั้นที่เข้ามาประกอบหรือประชุมกัน เช่นจิตเกิดโทสะขึ้นมาแล้ว มีเจตสิกอะไรร่วมประชุมกันบ้าง ตัวไหนเข้าไปทำหน้าที่การงานอะไร จิตโทสะจึงได้เกิดขึ้นมาได้
ตามธรรมดารถยนต์ก็ย่อมจะมีชิ้นส่วนต่าง ๆ มากมายเข้ามาประกอบกัน เช่นที่เครื่องยนต์ก็มีเหล็กชิ้นเล็กชิ้นใหญ่มากมายหลายชนิด มีรูปแบบคนละอย่างไม่เหมือนกัน เพื่อให้เหมาะสมกับการงานของตน และชิ้นส่วนดังกล่าวทำหน้าที่การงานแต่ละอย่างก็ต่าง ๆ กัน มีหลังคา มีหม้อน้ำ มีบังโคลน มีล้อ มียาง เป็นต้น มีแต่เหล็กอยู่ชิ้นเดียวก็เป็นรถยนต์ไม่ได้
เฉพาะอย่างยิ่งที่ตัวของเครื่องยนต์นั้น ถ้าหลานจะสังเกตดูให้ดีก็จะเห็นว่ามันมีความวิจิตรพิสดารจริง ๆ แต่ละชิ้นส่วนมีรูปร่างแปลก ๆ มีการงานคนละอย่างต่าง ๆ กันทั้งนั้น แต่ละชิ้นส่วนทั้งหลายสัมพันธ์หรือพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยกันทำการงานคนละอย่างสองอย่างจนทำให้รถยนต์วิ่งไปได้เหมือนมันมีชีวิตจิตใจ โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ต.ค. 2550 , 07:42:45 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
สลักธรรม 1
เริ่มด้วยโครงร่างอันใหญ่ที่จะเกี่ยวพันกับชิ้นส่วนทั้งหลาย หรือให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้อาศัยทำงาน เหมือนกับร่างกายส่วนใหญ่ของคน
ภายในโครงร่างอันใหญ่นี้ก็มีเสื้อสูบ อันจะใช้เป็นที่อาศัยก่อให้เกิดแรงงานขับดันให้รถยนต์วิ่งไปได้ และมีฝาเสื้อสูบปิดอย่างมิดชิด
มีลูกสูบซึ่งอาจจะมี ๑ หรือ ๒-๔ หรือ ๖ สูบอยู่ภายในเสื้อสูบนี้ ทำหน้าที่ขึ้นลงโดยได้รับการระเบิดจากข้างบนหัวของลูกสูบพร้อมทั้งมีแหวนสปริงกันรั่วไหลหลายชั้นด้วย
ที่ก้านของลูกสูบติดต่อกับข้อเหวี่ยง ซึ่งจะต่อไปยังเพลาล้อของรถยนต์
มีคาบูเรเตอร์อันเป็นที่พักของน้ำมันที่จะดูดหรือฉีดน้ำมันให้เป็นละอองเข้าไปยังหัวของลูกสูบ
มีไฟที่เกิดจากหม้อทำไฟที่จะผ่านตามสายเข้ามาจุดละอองน้ำมันที่หัวของลูกสูบในทันทีที่ละอองน้ำมันเกิดการอัดแน่นแล้วเกิดการระเบิดขึ้น ณ ที่นี้
มีลิ้นไอดีสำหรับใช้อากาศเข้าไปเพื่อจุดเชื้อระเบิด มีลิ้นไอเสียเพื่อเปิดให้ไอเสียออกไปทางท่อไอเสียเมื่อระเบิดแล้ว
เมื่อการระเบิดเกิดขึ้น ก้านสูบจะไปหมุนข้อเหวี่ยง ทำให้เกิดการหมุนติดต่อไปยังล้อของรถยนต์โดยอาศัยฟันเฟือง
ล้อของรถยนต์หมุนไปด้วยอำนาจการระเบิดจึงเคลื่อนที่ไปได้ เมื่อจังหวะการระเบิดถี่ขึ้นจึงวิ่งไปโดยรวดเร็ว
แต่ถึงจะระเบิดเร็วหรือถี่อย่างไรเราก็พอได้ยินเสียงการระเบิดเป็นจังหวะได้ สำหรับในรถยนต์โดยทั่วไป แต่การระเบิดของเครื่องบินที่ใช้ใบพัด เราได้ยินแต่เสียงดังหรือครางกระหึ่มเฉย ๆ เท่านั้น เพราะมันระเบิดถี่เหลือเกิน แล้วติดต่อกันไปไม่ขาดสายด้วย จนเราจับจังหวะขาดของการระเบิดของมันไม่ได้เลย โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ต.ค. 2550 , 07:43:22 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
สลักธรรม 2
เครื่องยนต์กลไกมันแสดงออกมาได้อย่างน่าพิศวงดังนี้ มันก็เกิดขึ้นมาจากเหตุทั้งนั้น ที่บรรดานายช่างทั้งหลายประดิษฐ์คิดอ่านขึ้นมาได้อย่างประณีต อาศัยหลักของเหตุผลเป็นสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง คนเหตุผลน้อย ๆ หรือไม่ค่อยได้คิดอะไร จึงเป็นช่างเครื่องยนต์ที่ดีไม่ได้
จิตใจของสัตว์ทั้งหลาย ก็เหมือนกับเครื่องยนต์กลไก ประกอบไปด้วยเหตุผลทั้งนั้น ไม่ว่าจะเห็นหรือได้ยินแม้แต่สักครั้งหนึ่ง ก็เป็นการเกิดขึ้นของเหตุที่มาร่วมประชุมกันตั้งมากมาย
เมื่อหลานได้เรียนเจตสิกซึ่งถือเสมือนหนึ่งชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ไปแล้ว รวมจำนวน ๕๒ บัดนี้ หลานก็จะได้เรียนว่า เจตสิกอะไรบ้างที่มาประชุมกันเป็นจิตประเภทต่าง ๆ เหมือนหลานเอาชิ้นส่วนของเครื่องยนต์มาประกอบกันจนเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ในเรือยนต์ ใช้ในรถยนต์ หรือใช้ในเรือบิน
ต่อจากนี้หลานลองพิจารณาดู จิต "เห็น" เกิดขึ้นแล้ว มีอะไรมาประชุมร่วมกันบ้าง
รูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นแสง และจักขุปสาทคือประสาทตายังไม่ต้องนับลงไปด้วย เอาเฉพาะจิตใจล้วน ๆ เท่านั้น หลานก็จะเห็นว่าจะต้องมี
ผัสสะเจตสิก ตัวการรับกระทบอารมณ์ ถ้าเจตสิกตัวนี้ไม่มี การเห็นก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ เพราะเห็นเกิดขึ้นมาทุกครั้งก็จำเป็นจะต้องมีตัวรับกระทบเสมอไป
เวทนาเจตสิก ตัวการเสวยอารมณ์ถ้าไม่มี เราจะรู้สึกสุข, ทุกข์ หรือไม่สุข ไม่ทุกข์ ได้อย่างไร
สัญญาเจตสิก ตัวการกำหนดจดจำอารมณ์ หรือเก็บอารมณ์เอาไว้ ถ้าไม่เกิดขึ้นมาแล้ว เราจะจำอะไร ๆ ได้หรือ
เจตนาเจตสิก ตัวการที่ก่อให้เกิดความตั้งใจไม่ได้เข้ามาร่วมประกอบ แล้วเราจะเกิดอารมณ์ขึ้นมาได้อย่างไร เหมือนเดินไปตามถนน แต่ไม่ได้ตั้งใจดูก็จะไม่เห็น
เอกัคคตาเจตสิก ได้แก่สมาธิ คือตั้งจิตมั่น มิได้เกิดขึ้นเสียแล้ว อารมณ์ทั้งหลายก็จะเลือนลางไปหมด จับอารมณ์อะไรไม่ได้เลย
มนสิการเจตสิก ตัวการที่ทำให้จิตใจตรงต่อารมณ์ต่าง ๆ เช่นเห็นเป็นต้น ถ้าเจตสิกตัวนี้ไม่มี จิตก็จะซัดส่ายไปมาไม่ตรงต่ออารมณ์ ซึ่งจะเห็นก็ไม่ได้เหมือนกัน
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ต.ค. 2550 , 07:44:01 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
สลักธรรม 3
หลานก็พิจารณาได้แล้ว่า การที่จะเกิดการ "เห็น" ขึ้นมาเท่านั้น พูดง่าย ๆ คำเดียวแล้วเราก็ได้รู้สึกว่าเรา "เห็น" อะไรต่ออะไรอยู่เสมอ ๆ ทั้ง "เห็น" มาตั้งแต่เล็ก แต่น้อยจนกระทั่งเติบใหญ่ เราเคยทราบกันบ้างหรือไม่ว่าจะต้องอาศัยเหตุที่มาประชุมกันอย่างไร และมีเหตุอะไรบ้าง ถ้าไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ปุถุชนคนใดเล่าจะค้นคว้าเข้าไปถึงได้
ที่ลุงได้ยกตัวอย่างขึ้นมาให้หลานเข้าใจ เป็นเรื่องของเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มาประชุมกันเท่านั้น เมื่อจิตเกิดบาป หรือเกิดบุญ เจตสิกที่เข้าร่วมประชุมกันทำการงานบางครั้งบางคราวมีเจตสิกเข้าประชุมกันตั้งหลายสิบประเภทก็มี
ดังนั้น จิตที่เกิดขึ้นมาที่มีความปรารถนาต่าง ๆ กัน เจตสิกจึงเข้าประกอบต่าง ๆ กันออกไปมากมาย ผู้ใดต้องการรอบรู้ในปัญหาชีวิตที่ลึกซึ้งจึงทอดทิ้งไม่สนในการร่วมประชุมของเจตสิกเสียเลยไม่ได้
ผู้เป็นช่างเครื่องยนต์ที่ดี ก็ย่อมจะศึกษาชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ทุก ๆ ชิ้น โดยตั้งชื่อมัไว้ต่าง ๆ กัน แล้วศึกษาหน้าที่การงานของมันอย่างละเอียด ว่ามันทำการงานอะไรกันบ้าง หาไม่แล้วก็จะเป็นช่างเครื่องยนต์ที่ดีไม่ได้ แล้วจะยุ่งยากลำบากในการเดินทางไกล
จิตใจของสัตว์ทั้งหลายก็เป็นสรีระยนต์ จึงต้องตั้งชื่อ และศึกษาชิ้นส่วนของมันทั้งหมดว่ามันทำการงานอะไรกันบ้าง ผู้ไม่มีความเข้าใจก็ย่อมจะใช้สรีระยนต์ไปตามบุญตามกรรม ก็ย่อมที่จะพบกับอุปสรรคขวากหนามและพบความทุรกันดารในการเดินทางไกลของชีวิต บางที่ก็ยาวนานต่อ ๆ ไปจนหากำหนดเวลาไม่ได้เลย
ลุงพยายามพูดแวดล้อมไปหลายเรื่อง ก็ด้วยประสงค์จะพาหลานเข้ามาถึงเหตุที่จะทำให้เกิดผลของจิตประเภทต่างๆ จะได้หายสงสัยว่า เห็นหรือได้ยินอย่างไร เห็นหรือได้ยินมีเหตุอะไรประชุมกันบ้างเฉพาะที่เป็นเรื่องของจิตใจโดยตรงแล้ว ต่อไปก็จะได้ศึกษาถึงจิตที่เกิดขึ้นเป็นวิบาก ซึ่งเป็นผลของกรรมเก็บบุญเก็บาปเอาไว้ด้วย ว่ามันเกิดขึ้นและเป็นอย่างไร แน่ละจะต้องยุ่งยากเพิ่มขึ้น แต่ก็ได้ผลคุ้มค่า
ป. ผมฟังคุณลุงบรรยายแวดล้อมมาแล้วทั้งหมดด้วยความตั้งใจ ก็เห็นความจริงประการหนึ่งว่า บรรดาชาวพุทธทั้งหลายพากันพูดว่า พระธรรม คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นประกอบด้วยเหตุผล แต่ผู้ที่มิได้ศึกษาโดยละเอียดจริง ๆ แล้วก็จะเห็นเป็นเหตุผลที่มิได้ลึกซึ้งจริง ๆ เพราะเท่าที่คุณลุงอธิบายมาถึงเรื่องการ "เห็น" เพียงเท่านั้น ก็จะต้องอาศัยเหตุมาประชุมกันอย่างพิสดาร ผู้ใดใครอื่นจะมีความรู้ความเข้าใจดังนี้ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เอง ชาวพุทธทั้งหลายได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธแล้ว แต่ไม่ยอมศึกษาให้บังเกิดความเข้าใจจึงน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ก. ต่อจากนี้ไปหลานก็จะได้ศึกษาถึงหลักวิชาที่ว่าด้วยสัมปโยคะนัยต่อไป
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ต.ค. 2550 , 07:44:30 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
สลักธรรม 4
อารัมภบทแห่งสัมปโยคนัย
คาถาสังคหะ
เตสํ จิตฺตาวิยุตฺตานํ ยถาโยคมิโต ปรํ จิตฺตุปฺปาเทสุ ปจฺเจกํ สมฺปโยโค ปวุจฺจติฯ แปลความว่า ต่อไปนี้จะแสดงการประกอบโดยเฉพาะของเจตสิกธรรม ที่มีสภาพเกิดพร้อมกับจิต ขณะที่จิตเกิดขึ้น ตามที่จะประกอบได้
"จิตฺตาวิยุตฺตานํ" มีอรรถว่า "ไม่แยกกันกับจิต " ซึ่งได้แก่เจตสิก
"จิตฺตุปฺปาท" มีอรรถว่า "ความเกิดขึ้นของจิต พร้อมทั้งธรรมที่สัมปยุตด้วย"
ฉะนั้น สัมปโยคนัยจึงมีความหมายว่า เจตสิกแต่ละประเภทนั้น ประเภทหนึ่ง ๆ ประกอบกับจิตได้เท่าใด ได้แก่จิตอะไรบ้าง ซึ่งเป็นกายแยกเจตสิกเป็นประธานว่าสามารถประกอบกับจิตได้กี่ประเภท
ในข้อนี้ ลุงขออธิบายเพิ่มเติมว่า เราเคยเรียนเรื่องของเครื่องยนต์ในแบบต่าง ๆ เช่น เครื่องยนต์สูลเดียว ๔ หรือ ๖ สูบ หรือเรียนเครื่องยนต์ธรรมดาทั่วไปดังที่ลุงได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น หรือว่าเรียนเครื่องดีเซล อันเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และไม่ต้องมีเครื่องทำไฟ ไม่ต้องมีสายไฟทั้งไม่ต้องมีไฟมาจุดระเบิดที่หัวเทียนด้วย เพราะว่าเครื่องยนต์ชนิดนี้ มีระบบการอัดฉีดน้ำมันเป็นพิเศษ จนละอองน้ำมันจากนมหนูที่พ่นเข้าไปยังหัวลูกสูบราวกับควันบุหรี่ และโดนลูกสูบอัดแน่นในเนื้อที่แคบมาก จึงก่อให้เกิดความร้อนเป็นไฟลุก น้ำมันที่มันอัดแน่นพรึบขึ้น เป็นการระเบิดที่เกิดเองโดอยอาศัยการอัดดัน เครื่องยนต์ชนิดนี้ช่างเครื่องยนต์คนไทยชอบเรียกว่า "เครื่องติดเย็น"
นอกจากเครื่องยนต์ที่ลุงกล่าวมาแล้ว ยังมีเครื่องยนต์แบบต่าง ๆ อีกมาก เขาทำขึ้นมาก็เพื่อจะใช้ให้เหมาะกับงานที่มันทำ เช่นใช้ให้มันขุดดิน หรือใช้กับเรือบิน สูบตั้งสูบนอน เครื่องธรรมดา หรือเครื่องดีเซล เครื่องเผาหัว เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ลงชื่อว่าเป็นเครื่องยนต์แล้ว จะมีรูปแบบประการใด หรือจะใช้ในงานชนิดไหนก็ตาม ก็อยู่ในหลักการเดียวกันทั้งสิ้น เช่นมีลูกสูบ มีการระเบิดด้วยกันทั้งนั้น ผู้ศึกษาเครื่องยนต์อย่างหนึ่งเข้าใจดีแล้ว อย่างอื่นก็จะศึกษาได้ง่ายขึ้นด้วยอาศัยเหตุผลอย่างเดียวกัน ในข้อนี้ก็เหมือนกับการศึกษาเรื่องของจิต ซึ่งจิตก็ได้แก่ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ จิตที่ไม่รู้อารมณ์ไม่มี ไม่ว่าจิตจะเกิดอยู่ที่ไหน เช่น จิตเกิดทางตา เกิดทางหู หรือทางใจ ไม่ว่าจะตาจะเป็นบุญหรือเป็นบาปก็ตาม โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ต.ค. 2550 , 07:45:43 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
สลักธรรม 5
สัมปโยคนัย นั้นหมายถึงเรียนเรื่องชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ ว่าชิ้นใดบ้างที่จะต้องประกอบกับเครื่องยนต์โดยแน่นอน หรือชิ้นใดไม่ต้องประกอบก็ได้ เพราะเหตุใด
เหมือนกับ ผัสสะเจตสิก ตัวการรับกระทบอารมณ์ ไม่ว่าอารมณ์นั้นจะเกิดขึ้นทางทวารไหน จะเป็นอารมณ์ดีหรือเลว จะหลับหรือตื่น ผัสสะเจตสิกก็ต้องเข้าไปทำการรับกระทบทั้งนั้นไม่มีเว้นเลย หาไม่แล้วจิตจะเกิดขึ้นมาไม่ได้
เหมือนกับไฟที่ใช้จุดระเบิดบนหัวของลูกสูบ เครื่องยนต์ชนิดไหน ๆ ก็ต้องมีไฟสำหรับจุดระเบิด ไฟจะมาจากแมคเน๊ดโต ไดนาโม แบตเตอรี่ หรือจากการอัดแน่นของลูกสูบโดยทันทีก็ตาม
แต่เจตสิกบางประเภทไม่ได้เกิดกับจิตได้ทั้งหมด เช่น โลภเจตสิก จะเกิดกับจิตที่และเป็นโลภะเท่านั้น จิตอื่น ๆ เช่น จิตโทสะ หรือจิตเป็นบุญกุศล เจตสิกโลภะก็เข้าประกอบไม่ได้ เพราะไม่ถูกเรื่องกัน หรือเป็นคนละเรื่องจึงไม่ต้องใช้ ดังนี้เป็นต้น
สัมปโยคนัย จึงหมายถึงการศึกษาเรื่องของเจตสิกโดยตรงว่า เจตสิกตัวไหนประกอบกับจิตประเภทใดได้บ้าง ประกอบจิตได้กี่ประเภท และได้หรือไม่ได้เพราะเหตุใด โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ต.ค. 2550 , 07:46:16 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
สลักธรรม 6หลักเกณฑ์แห่งสัมปโยคนัย
คาถาสังคหะ
สตฺต สพฺพตฺถ ยุชฺชนฺติ ยถาโยคํ ปกิณฺณกา จุทฺทสากุสเลเสฺวว โสภเณเสฺวว โสภณาฯ แปลความว่า "สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ ประกอบได้ในจิตทั้งหมด ปกิณณก ๖ ประกอบได้ในจิต เฉพาะเท่าที่ประกอบได้ อกุศลเจตสิก ๑๔ ประกอบได้ในอกุศลจิต ๑๒ เท่านั้น โสภณเจตสิก ๒๕ ประกอบได้ในโสภณจิต ๕๙ หรือ ๙๑ เท่านั้น
ป. คุณลุงขอรับ การศึกษาเรื่องสัมปโยคนัย อันได้แก่การยกเจตสิกขึ้นมาเป็นประธาน เพื่อแสดงว่าประกอบกับจิตได้เป็นจำนวนเท่าใด ผมฟังแล้ว คงจะยุ่งยากมากเหลือเกิน ตัวเลขก็เข้ามา ต้องบวกลบคูณหารราวกับเรียนวิชาเลขคณิต แล้วจะจดจำกันไหวหรือขอรับ เราจะลัด ๆ หรือตัด ๆ ออกไปเสียบ้างไม่ได้หรือ เรียนเรื่องบุญเรื่องบาป เรื่องผลของกรรม ให้กระจ่างชัดก็คงจะพอกระมัง
ก. การศึกษาพระอภิธรรมนั้น ลุงก็ได้กล่าวมาแล้วว่า เป็นการศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจ ซึ่งลุงก็ได้กล่าวแล้วว่าลึกซึ้งเหลือเกิน ผู้ใดศึกษาได้ถึงความลึกซึ้งนี้แล้ว ความสงสัยในเรื่องของชีวิตจิตใจก็จะค่อย ๆ ลดลงไป แล้วจะได้เห็นซึ้งถึงพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่ามากล้นเพียงใด ไม่มีใครหรือศาสนาไหนที่จะเข้าใจเรื่องเจตสิก และการเกิดขึ้นของเจตสิกที่ประกอบในจิตประเภทต่าง ๆ
ก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน ที่ผู้ศึกษาท้อถอยเพราะบังเกิดความยุ่งยากขึ้นจากการศึกษาสัมปโยคนัย จึงศึกษาไปเพียงเพื่อจะทราบพอเป็นหนทางเท่านั้น เหมือนเรียนรู้เครื่องยนต์พอทราบว่าไฟมันอยู่ที่ไหน ทำงานอย่างไร สายไฟจากหม้อทำไฟมายังหวัดเทียนอยู่ตรงจุดระเบิดหรือไม่ ที่พักน้ำมันที่จะถูกฉีดเข้าไปจุดระเบิดเป็นอย่างไร เวลาเครื่องยนต์เสียก็ไปจับ ๆ ยก ๆ ดูว่าไฟมาหรือเปล่า น้ำมันมาหรือไม่ เท่าที่ลุงเห็น คนที่ไม่เข้าใจเครื่องยนต์ดึงหัวเทียนที่ไฟมาจุดระเบิดมาล้างให้สะอาด โยกที่ที่อัดฉีดน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซลไปมา แล้วก็หยิบโน่นดึงนี่ แล้วก็ถามในใจว่า เครื่องยนต์มันตายเพราะอะไร
สำหรับหลานผู้ซึ่งเป็นนักศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นผู้ที่ประกอบไปด้วยความคิดพิจารณาในปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นเหตุเป็นผล ลุงจะต้องขอให้ศึกษาโดยละเอียด จะต้องเป็นนายช่างแก้เครื่องยนต์ที่ดี พอเครื่องยนต์ดับก็สังเกตทราบได้โดยทันทีว่า มันบกพร่องตรงไหน แล้วจะแก้ไขอย่างไร
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [3 ต.ค. 2550 , 07:46:52 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
สลักธรรม 7ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียนท่านอาจารย์ว่า..ชื่นชมในความรุความสามารถของท่านอาจารย์อย่างยิ่งครับ และเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์ใจจริงๆครับ กับการอธิบายของท่านอาจารย์นี้นะครับ
เพราะท่านอาจารย์สามารถหยิบเรื่องเครื่องกลไกของรถยนต์มาเทียบกับการทำงานของจิต ในที่นี้มีสัพพสาธารณะเจตสิก ทั้ง ๗ ที่มีความสำคัญนี้มาให้เห็นเด่นชัดเลยขอรับ
![]()
กราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่งที่เมตตากรุณาต่อชีวิตคนทั้งหลาย เพียรขยายอธิบายความได้อย่างมหัศจรรย์จริงๆขอรับโดย เทพธรรม [3 ต.ค. 2550 , 08:02:09 น.] ( IP = 58.9.142.141 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |