มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๔)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

สัมปโยคนัยแห่งอัญญสมานาเจตสิก

อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ ดวง มีสัมปโยคะ ๗ นัย คือ

๑. สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ ได้แก่ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ และมนสิการเจตสิก เจตสิกทั้ง ๗ ดวงนี้ ประกอบได้ทั่วไปในจิตทั้งหมด คืออย่างย่อ ๘๙ หรือ อย่างพิสดาร ๑๒๑ นับเป็น ๑ นัย

๒. ๗. ปกิณณกเจตสิก ๖ ดวง ได้แก่ วิตก วิจาร อธิโมกข์ วิริยะ ปีติ และฉันทเจตสิก เจตสิกทั้ง ๖ ดวงนี้ ประกอบในจิตเท่าที่ควรประกอบได้เท่านั้น ในปกิณณกทั้ง ๖ นี้ มีสัมปโยค ๖ นัย

อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ ประเภทนั้น หมายถึงสัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ และปกิณณกเจตสิก ๖ เหล่านี้เหมือนกับสภาพอื่นได้ คือประกอบกับจิตได้โดยทั่วไป

ที่ว่าเหมือนกับสภาพอื่นได้นั้น ก็หมายความว่า เจตสิกเหล่านี้เป็นกลาง จึงเข้ากันได้ทุกฝ่าย จะประกอบกับจิตที่เป็นบุญหรือเป็นบาป ที่เป็นวิบากหรือที่เป็นกิริยา ก็ได้ทั้งนั้น ซึ่งไม่เหมือนกับเจตสิกบางประเภทที่เข้าประกอบกับจิตได้โดยเฉพาะเท่านั้น เช่น โลภเจตสิก หรือ โทสเจตสิก เป็นต้น จะเข้าประกอบกับจิตที่เป็นกุศลมิได้เลย เพราะบาปกับบุญนั้นเป็นปฏิปักษ์ซึ่งกันและกันจึงในกันไม่ได้ นอกจากนั้น ตัวของมันเอง คือ โลภเจตสิก กับโทสเจตสิก มันก็เกิดในจิตดวงเดียวกันไม่ได้ คือจิตเกิดขึ้นมาเป็นโลภะด้วย เป็นโทสะด้วย จะเป็นไปได้อย่างไร

ป. ผมฟังดูแล้วก็ยังรู้สึกว่าสับสน ขอคุณลุงได้โปรดอธิบาย แล้วยกตัวอย่างจริง ๆ ขึ้นมาแสดง ก็คงจะทำให้หายข้องใจได้

โดย พี่เณร....นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 07:32:59 น.] ( IP = 58.9.142.226 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ก.ความจริงเรื่องของจิตและเจตสิกประเภทต่าง ๆนั้น ก็เหมือนกับเครื่องยนต์ที่ลุงได้กล่าวมาแล้วนั่นเอง

เครื่องเรือยนต์ เครื่องรถยนต์ เครื่องเรือบิน ต่างก็มีชิ้นส่วนประกอบกันมากมาย แต่ละชิ้นส่วนมากมายเหล่านั้นก็มีที่เหมือนกันบ้าง ซ้ำกันบ้าง และไม่เหมือนกันบ้าง เช่น ไม่ว่าเครื่องเรือยนต์ เครื่องรถยนต์ และเครื่องเรือบิน ก็จำเป็นจะต้องมีเสื้อสูบ มีลูกสูบ มีสปริงลูกสูบ มีที่พักน้ำมัน มีนมหนูที่จะฉีดน้ำมันเข้าไปจุดระเบิด มีที่ทำไฟ มีสายไฟที่ไฟจะได้เข้าไปทำให้เกิดการระเบิด มีลิ้นไอดีให้อากาศเข้าไปจุดไฟระเบิด มีลิ้นไอเสียสำหรับคายที่ระเบิดแล้วออกไป

เครื่องยนต์ในอนาคตอาจจะใช้กำลังไฟฟ้า หรือใช้ลานบังคับให้เครื่องทำงาน ซึ่งเวลานี้กำลังทดลองกันอยู่แล้ว ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง

เครื่องยนต์ทุกชนิด หนีหลักการนี้ไปไม่ได้ จึงจำเป็นจะต้องมีที่จำเป็นจะต้องใช้ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปบ้างก็นิด ๆ หน่อย ๆ เช่นเครื่องเรือยนต์เราอาจใช้ เครื่องยนต์ธรรมดา ๆ หรือเป็นเครื่องดีเซลอัดฉีดน้ำมันเป็นพิเศษ และเกิดความร้อนขึ้นได้เองด้วยการอัดดัน หรืออาจจะเป็นเครื่องยนต์เผาหัว ต้องเผาหัวให้ร้อนเสียก่อน เพราะใช้น้ำมันขี้โล้ซึ่งเป็นน้ำมันชั้นเลว เป็นต้น

เครื่องยนต์ทุก ๆ อย่างมีชิ้นส่วนเหมือน ๆ กันดังได้กล่าวแล้ว แต่ชิ้นส่วนอีกมากมายนักที่ไม่เหมือนกัน แปลกกันออกไปมาก ชิ้นส่วนเหล่านั้นใช้เฉพาะเรือยนต์ ใช้เฉพาะรถยนต์ หรือใช้เฉพาะเครื่องบินเท่านั้นเอง เอามาใช้ปนกันไม่ได้เลย

ในเรื่องของจิตใจก็เหมือนกัน มีเจตสิกอยู่ ๗ ประเภทที่เรียกว่า สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ซึ่งหมายถึงว่าเจตสิก ๗ ดวงนี้ประกอบได้สาธารณะ คือทั่วไปในจิตทั้งหมด เกิดกับจิตทุก ๆ ชนิด ไม่ว่าจิตเห็น ได้ยิน หรือคิดนึก ไม่ว่าจิตนั้นจะเป็นบาปหรือเป็นบุญ หรือจะไม่บาปไม่บุญเลยก็ตาม แม้จิตที่เกิดขึ้นมาในเวลาหลับสนิท อย่างน้อยก็ขาดเจตสิกทั้ง ๗ ดวงนี้เข้าประกอบไปไม่ได้

เพราะว่าจิตใจลงเกิดขึ้นมาแล้วจะต้องมี ผัสสเจตสิก เวทนาเจตสิก สัญญาเจตสิก เจตนาเจตสิก เอกัคคตาเจตสิก ชีวิตินทรียเจตสิก มนสิการเจตสิก

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 07:33:50 น.] ( IP = 58.9.142.226 : : )


  สลักธรรม 2



๑. ผัสสเจตสิก เป็นตัวการรับกระทบ เมื่อรูปคือรูปารมณ์อันได้แก่คลื่นของแสงมากระทบกับจิตที่ประสาทตา ก็จะรู้สึก "เห็น" เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ มากระทบใจจึงคิดนึกขึ้นมาได้ ตัวการรับกระทบก็คือ ผัสสเจตสิก ถ้าผัสสเจตสิกไม่มี จิตเห็นหรือจิตคิดนึกก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย ฉะนั้น ผัสสเจตสิกจึงประกอบกับจิตทุก ๆ ประเภท

๒. เวทนาเจตสิก ตัวการเสวยอารมณ์ มีสุข มีทุกข์ หรือไม่สุข ไม่ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่ง จิตเกิดขึ้นมาแล้วจะขาดเวทนาไม่ได้เลย แต่เวทนานั้นในจิตบางประเภทไม่ปรากฏเวทนาขึ้นมาให้เห็นหรือรู้สึกเลย เช่น ในขณะที่รู้สึก "เห็น" แต่ยังไม่ทราบว่าเห็นอะไร หรือจิตที่เกิดขึ้นมาเมื่อเวลาหลับสนิท เป็นต้น

๓. สัญญาเจตสิก เป็นตัวการเห็นอารมณ์ต่าง ๆ เอาไว้ในจิตใจ ถ้าสัญญาไม่มีเสียแล้ว เราก็ไม่อาจที่จะระลึกรู้เรื่องอะไรต่าง ๆ ได้ ถ้าจิตมิได้เก็บรักษาสิ่งที่มากระทบตา กระทบหูเสียแล้ว เราก็ไม่อาจเห็นสีแดง สีเขียว เราก็ไม่อาจได้ยินเสียงด่า เสียงชม ได้เลย สัญญาเจตสิกจึงเกิดร่วมกับจิตทุกประเภท

๔. เจตนาเจตสิก ได้แก่ความตั้งใจ จงใจในอารมณ์ต่าง ๆ ถ้าขาดความตั้งใจเสียแล้ว จิตก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ ดังเช่นข้าวของต่าง ๆ ที่ร้านขายของ คลื่นแสงก็ย่อมจะสลับซับซ้อนสะท้อนเข้ามากระทบตาเป็นอันมาก แต่เพราะเรามิได้สนใจทุก ๆ อย่าง จึงเห็นได้ในบางอย่างเท่านั้น หรือเสียงก็เหมือนกัน ถ้านั่งใจลอยคิดอะไรเพลินไป แม้แสียงจะดังและเข้ามากระทบหูก็ไม่ได้ยิน ดังนั้น ก็จะเห็นได้ว่าขาดเจตนาเสียตัวเดียวแล้วอารมณ์ก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ หรือจิตใจจะมีไม่ได้เลย

๕. เอกัคคตาเจตสิก ได้แก่ตัวการที่ทำให้จิตตั้งมั่นในอารมณ์ แม้จะเป็นเพียงขณะหนึ่งก็ตาม เมื่อรูปมากระทบตา จิตก็จับรูปเอาไว้ได้ เสียงมากระทบหูในขณะนั้นจิตใจก็จับอยู่ที่เสียง การที่จิตจับอยู่ในอารมณ์ใดได้ไม่หลุดไปยังอารมณ์อื่นนั้น ก็เพราะอำนาจของเอกัคคตาเจตสิก ซึ่งก็ได้แก่ตัวการที่เรียกว่าสมาธินั่นเอง แต่สมาธิเป็นขณะ ๆ ไป ในบางคราวที่เราฝึกหัดจิตจึงจะจับอารมณ์อันเดียวอยู่ได้นาน ๆ และตั้งอยู่ได้ในอารมณ์นั้นได้เพียงอารมณ์เดียว ด้วยเหตุนี้แม้จิตใจเกิดขึ้นมาเป็นขณะ ๆ หรือทีละอารมณ์ จึงขาดเอกัคคตาเจตสิกเสียมิได้

๖. ชีวิตินทรียเจตสิก ได้แก่เจตสิกที่รวบรวมนามธรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับตน เป็นตัวการควบคุมบรรดาเจตสิกทั้งหลายให้ร่วมประชุมกันทำงานรับอารมณ์ต่าง ๆ มิให้กระจัดกระจายหลุดออกไปจากกันแต่ละขณะจิต ๆ ไป เปรียบเหมือนตัวน๊อตที่ควบคุมขึ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์เอาไว้ได้ ถ้าชีวิตินทรียเจตสิกตัวนี้ไม่มี เจตสิกทั้งหลายก็มาร่วมประชุมกันไม่ได้ จิตใจก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

๗. มนสิการเจตสิก เป็นผู้ดึงเหนี่ยวสัมปยุตธรรมเข้ามาสู่อารมณ์ หรือจะพูดง่าย ๆ ก็ว่า เจตสิกตัวนี้เป็นตัวทำให้จิตตรงต่ออารมณ์ที่มากระทบ ไม่หลุดไปยังอารมณ์ต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ เมื่อจิตเกิดขึ้นมาทุกครั้งจึงขาดเจตสิกตัวนี้เสียมิได้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 07:34:19 น.] ( IP = 58.9.142.226 : : )


  สลักธรรม 3



ตามที่ลุงได้อธิบายมาทั้งหมดนี้ หลานก็เห็นได้ว่า สัพพจิตตสาธารณเจตสิกทั้ง ๗ ดวงนี้ ล้วนแต่มีความจำเป็นทั้งนั้นที่จะต้องเกิดร่วมกันเสมอไม่มีเว้นเลย เพราะมีหน้าที่การงานบังคับ ถ้าขาดไปแม้แต่ดวงใดดวงหนึ่ง จิตก็จะเกิดขึ้นมาหาได้ไม่

อีกประการหนึ่ง ผัสสะ สัญญา และมนสิการเจตสิก ทั้ง ๓ ดวงนี้ มีอารมณ์ทื่มากระทบเป็นเหตุใกล้ให้เกิดขึ้น ถ้าไม่มีอารมณ์เข้ามากระทบแล้ว เจตสิกทั้ง ๓ นี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

สำหรับสุขเวทนาและทุกขเวทนา สุขและทุกข์ที่เกิดทางกาย ก็มีกายินทรียเป็นเหตุใกล้ให้เกิดขึ้น โสมนัสเวทนา มีความสงบกายสงบใจเป็นเหตุใก้ โทมนัสเวทนา มีหทยวัตถุเป็นเหตุใกล้ให้เกิดขึ้น อุเบกขาเวทนา มีจิตที่ปราศจากปีติเป็นเหตุใกล้ เจตนาและชีวิตินทรีย์เจตสิก มีนามขันธ์ ๓ ที่เหลือ คือ เวทนา สัญญา และวิญญาณ เป็นเหตุใกล้ ส่วนเอกัคคตาเจตสิก มีความสุขเป็นเหตุใกล้

จิตและเจตสิกจะเกิดขึ้นทุก ๆ ครั้ง ก็ล้วนแต่มีปัจจัยสนับสนุนให้เกิดขึ้นมาทั้งสิ้น และถึงแม้เหตุใกล้ของเจตสิกแต่ละดวงจะมีเหตุใกล้ต่างกัน แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็เข้ามาทำการงานร่วมกัน และจิตใจเป็นประธานในการเกิดขึ้นทุก ๆ ครั้งในจิตทุก ๆ ประเภท

อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ ลุงก็ได้อธิบายให้หลานฟังไปแล้ว ๗ คือ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก หวังว่าหลานคงจะพอเข้าใจ ส่วนที่เหลืออีก ๖ คือ ปกิณณกเจตสิกนั้น ลุงก็จะได้บรรยายต่อไปในคราวหน้า สำหรับวันนี้ก็พอสมควรแก่เวลาแล้ว ลุงขอยุติเพียงเท่านี้ก่อน

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 07:35:04 น.] ( IP = 58.9.142.226 : : )


  สลักธรรม 4


มาศึกษาต่อค่ะ

การเปรียบเทียบว่าจิตกับเจตสิกเหมือนเครื่องยนต์ ก็มองให้เห็นชัดแล้วว่ากลไกการทำงานนั้นสลับซับซ้อนยิ่งนัก แต่ต่างก็ทำหน้าที่ของตนไป

มาคราวนี้ท่านอาจารย์ชี้ชัดลงไปอีกว่า เครื่องยนต์ทุกชนิด ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ต่างก็จะมีชิ้นส่วนที่เป็นหลัก หรือพื้นฐานเหมือนกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสัพพจิตตสาธารณเจตสิก ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นประกอบกับจิตเสมอ ไม่ว่าจิตจะเกิดขึ้นรู้อารมณ์อะไรก็ตาม ทำให้เข้าใจสภาพการทำงานของจิตและเจตสิกได้ดีขึ้นค่ะ เมื่อจิตใดพิเศษออกไปก็จะมีเจตสิกอื่นเข้าประกอบ ดังเช่นเครื่องบินซึ่งต้องมีกลไกบางอย่างที่พิเศษกว่ารถยนต์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ ที่อธิบายให้เข้าใจด้วยการยกตัวอย่างใกล้ตัวง่ายๆมาเปรียบเทียบให้ดู

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้มาให้ได้ศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 08:59:45 น.] ( IP = 124.121.175.144 : : )


  สลักธรรม 5


มาศึกษาการทำงานเป็นทีมของเจตสิกต่อค่ะ ...นัยแรกของสัมปโยคะ ที่เข้าใจไม่ยากเลย กราบขอบพระคุณคำอธิบายของท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาที่นำมาให้ศึกษาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 10:34:00 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่อธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 17:40:09 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org