มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เปรตหกหมื่นฆ้อน






เปรตหกหมื่นฆ้อน
จาก อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ มหาวรรคที่ ๔


วันหนึ่ง พระมหาโมคคัลลานเถระลงจากเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นเปรตตนหนึ่งมีศีรษะประมาณเท่ายอดภูเขาใหญ่ ถูกฆ้อนเหล็กประมาณหกหมื่นอันกระหน่ำบนกระหม่อมทั้งเวลาเช้า เวลาเที่ยงและเวลาเย็นจนศีรษะฉีกขาดได้รับเวทนาแสนสาหัสล้มลงที่บนพื้น แต่เมื่อฆ้อนเหล็กหายไปก็มีศีรษะตั้งอยู่ตามปกติ แล้วก็ถูกฆ้อนเหล็กตีหระหน่ำอีก

พระมหาโมคคัลลานะจึงสอบถามเปรตว่า ทำไมหนอ ท่านจึงวิ่งพล่านไปเหมือนคนบ้า เหมือนเนื้อผู้ระแวงภัย ท่านมาร้องอื้ออึงไปทำไม ท่านคงทำบาปกรรมไว้เป็นแน่

เปรตนั้นตอบว่า ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นเปรตเสวยทุกข์ เกิดในยมโลก เพราะกระทำบาปกรรมไว้ จึงจากมนุษยโลกนี้ไปสู่เปตโลก มีฆ้อนเหล็กหกหมื่นคอยกระหน่ำบนศีรษะและต่อยศีรษะข้าพเจ้า

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 14:39:04 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ในอดีตกาล ในกรุงพาราณสี ยังมีบุรุษเปลี้ยคนหนึ่งเป็นผู้ฉลาดชำนาญในการดีดกรวด ได้นั่งอยู่ที่โคนต้นไทรใกล้ประตูพระนคร ได้แสดงการดีดกรวดใส่ใบต้นไทรเป็นรูปช้าง ม้า มนุษย์ รถ เรือนยอด ธง และหม้อน้ำเต็ม เป็นต้น

วันหนึ่ง พระเจ้าพาราณสีเสด็จออกจากพระนครเข้าไปยังโคนต้นไทรนั้น เห็นการจำแนกรูปต่างๆ ที่ใบต้นไทร จึงตรัสถามหาคนที่ทำรูปเหล่านี้ เมื่อทรงทราบว่าเป็นบุรุษเปลี้ยแล้ว ก็ตรัสชักชวนไปช่วยทำงานคือ ไปมูลแพะใส่ท้องปุโรหิตที่พูดมากคนหนึ่ง บุรุษเปลี้ยก็รับปากที่จะทำงานให้พระราชา เมื่อทำงานสำเร็จแล้วพระราชาก็ตอบแทนด้วยการพระราชทานบ้านส่วย ๑๔ ตำบล

ในสมัยนั้นข้าพเจ้าได้เดินทางมาขอเรียนวิชาดีดกรวดจากบุรุษเปลี้ยผู้นี้ เมื่อเรียนสำเร็จแล้ว ก็ต้องการจะทดลองฝีมือ จึงหยิบก้อนกรวดมาดีดใส่ศีรษะของพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าสุเนตตะ ผู้นั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา และพระปัจเจกพุทธเจ้าได้ปรินิพพานที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้น

เมื่อพวกชาวบ้านรู้เรื่องเข้าจึงเอาก้อนดิน เอาไม้มาตีข้าพเจ้าจนตายไป เมื่อตายแล้วก็บังเกิดในอเวจีมหานรก หมกไหม้อยู่ในนรกหลายพันปี และด้วยเศษแห่งวิบากกรรมนั้นในพุทธุปบาทกาลนี้ จึงบังเกิดเป็นเปรตไม่ไกลแต่กรุงราชคฤห์ มีฆ้อนเหล็กประมาณหกหมื่นที่กำลังแห่งกรรมกระหน่ำบนกระหม่อมทั้งเวลาเช้า เวลาเที่ยงและเวลาเย็น

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 14:39:42 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 2

พระโมคคัลลานะได้ฟังแล้วจึงกล่าวว่า แน่ะบุรุษชั่ว ฆ้อนเหล็กหกหมื่น ครบบริบูรณ์โดยประการทั้งปวง กระหน่ำบนศีรษะและต่อยศีรษะของท่าน เพราะเหตุอันสมควรแก่ท่านแล้ว บัดนี้ เธอได้รับผลนี้แห่งกรรมเก่าอันสมควรแก่กรรมที่ตนกระทำนั่นเอง

ผลนี้สมควรแท้แก่บาปกรรมที่ท่านผู้ทำผิดในพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น กระทำแล้ว น้อมนำเข้าไปหาท่าน เพราะฉะนั้น ผลแห่งบาปกรรมนั่นแหละอันใครๆ จะเป็นเทวดา มาร พรหม หรือแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตาม จะพึงป้องกันมิได้เลย

เมื่อพระเถระกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงเที่ยวไปบิณฑบาตในพระนคร กระทำภัตตกิจเสร็จแล้ว ในเวลาเย็นจึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดา กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุ เมื่อจะทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้ว จึงทรงประกาศคุณานุภาพแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้า และความไม่ดูหมิ่นกรรม มหาชนเกิดความสังเวชละบาปกรรมแล้ว ได้เป็นผู้ยินดีในบุญมีทานเป็นต้นฉะนี้แล


โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 14:40:23 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 3





โภคสังหรณเปรต
จากอรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ มหาวรรคที่ ๔


เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหาวิหาร ในสมัยนั้นมีหญิง ๔ คนในกรุงราชคฤห์ ค้าขายเนยใส น้ำผึ้ง น้ำมัน และข้าวเปลือกด้วยตาชั่งหรือเครื่องนับที่โกง เป็นผู้หาเลี้ยงชีพและสะสมทรัพย์โดยไม่แยบคาย เมื่อหญิงทั้งสี่ตายลงแล้วจึงไปบังเกิดเป็นนางเปรต อยู่ที่หลังคูนอกเมือง

ในเวลากลางคืน นางเปรตเหล่านั้นถูกความทุกข์เข้าครอบงำ ร้องบ่นเพ้อด้วยเสียงขรมน่าสะพึงกลัวว่า " พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้โดยชอบธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้นอย่างเป็นสุข แต่พวกเรากลับได้รับแต่ส่วนที่เป็นทุกข์" ชาวบ้านในละแวกนั้นฟังเสียงของนางเปรตแล้วก็กลัวเกิดความสะดุ้งตกใจกลัว

พอรุ่งเช้าจึงพากันตระเตรียมมหาทานไปถวายภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน นิมนต์พระศาสดาและภิกษุสงฆ์ อังคาสด้วยขาทนียะและโภชนียะอันประณีต เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เสวยพระกระยาหารเสร็จนำพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว จึงกราบทูลให้ทรงทราบถึงเรื่องเสียงร้องของนางเปรต

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อุบาสกและอุบาสิกาทั้งหลาย เสียงนั้นไม่มีอันตรายอะไรๆ แก่ท่านทั้งหลาย ส่วนเปรตทั้ง ๔ ตนนั้นถูกความทุกข์ครอบงำ จึงกล่าวถึงกรรมที่ตนทำชั่ว ร้องไห้เสียงร่ำไร โหยหวนว่า " พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้โดยชอบธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้นอย่างเป็นสุข แต่พวกเรากลับได้รับแต่ส่วนที่เป็นทุกข์"


โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 14:41:28 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบพระคุณค่ะ ที่นำเรื่องที่เป็นประโยชน์มาฝาก

อ่านแล้วเห็ผลของบาปที่ให้ผลที่น่ากลัวมากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2550 , 17:47:05 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org