มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๘)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๖๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก.สวัสดี หลาน

เมื่อคราวก่อนหลานได้ศึกษาเรื่องสัมปโยคนัยแห่งอกุศลเจตสิก ๑๔ ดวง คือ การประกอบของอกุศลเจตสิกกับอกุศลจิต จบลงไปแล้ว คิดว่าหลานคงจะได้พิจารณาตามที่ได้บันทึกเอาไว้ด้วยดี จะได้มีความเข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้น

สำหรับในวันนี้ ลุงจะได้บรรยายสัมปโยคนัยแห่งโสภณเจตสิก ๒๕ ดวง ที่ประกอบกับจิตที่เป็นโสภณ คือจิตที่ดีงาม จิตที่เป็นกุศล ซึ่งมีทั้งหมดด้วยกัน ๕๙ ดวง หรือย่างพิสดารมีอยู่ ๙๑ ดวง โดยการจำแนกการที่เจตสิกเข้าประกอบกับจิตนี้มี ๔ นัยด้วยกัน ซึ่งเป็นคาถาสังคหะที่ ๙ และสังคหะที่ ๑๐ คือ

๙. เอกูนวีสติ ธมฺมา ชายนฺเตกูนสฏฺฐิสุ ตโย โสฬสจิตฺเตสุ อฏฺฐวีสติยํ ทฺวยํฯ
๑๐. ปญฺญา ปกาสิตา สตฺต- จตฺตาฬีสวิเธสุปี สมฺปยุตฺตา จตุเธวํ โสภเณเสฺวว โสภณา ฯ

แปลความว่า "โสภณเจตสิก ๒๕ ย่อมประกอบกับโสภณจิต ๕๙ หรือ ๙๑ ดวง เท่านั้น โดยการจำแนกการประกอบได้เป็น ๔ นัย คือ
เจตสิก ๑๙ ดวง ย่อมประกอบกับจิต ๕๙ หรือ ๙๑ ดวง
เจตสิก ๓ ดวง ย่อมประกอบกับจิต ๑๖ หรือ ๔๘ ดวง
เจตสิก ๒ ดวง ย่อมประกอบกับจิต ๒๘
ปัญญาเจตสิก ๑ ดวง ย่อมประกอบกับจิต ๔๗ หรือ ๗๙ ดวง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ต.ค. 2550 , 08:15:21 น.] ( IP = 58.9.144.103 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



นัยที่ ๑ เจตสิก ๑๙ ดวง ย่อมประกอบกับจิตที่เป็นโสภณจิต ๕๙ หรือ ๙๑ ดวงเท่านั้น จะประกอบกับจิตอื่น เช่น อโสภณจิต ซึ่งก็ได้แก่ อกุศลจิตและอเหตุกจิตไม่ได้ ในเรื่องนี้เราก็จำเป็นจะต้องเรียนเจตสิกทั้ง ๑๙ ดวงนี้เสียก่อนว่า คืออะไรบ้าง แล้วจึงค่อยเรียนกันต่อไปว่า เจตสิกทั้ง ๑๙ ดวงนี้ เหตุใดจึงประกอบกับอกุศลจิตหรืออเหตุกจิตไม่ได้

เจตสิก ๑๙ ดวงนั้น ชื่อว่า "โสภณสาธารณเจตสิก" ได้แก่เจตสิกเหล่านี้ คือ ศรัทธาเจตสิก สติเจตสิก หิริเจตสิก โอตตัปปเจตสิก อโลภเจตสิก อโทสเจตสิก ตัตตรมัชฌัตตตาเจตสิก กายปัสสัทธิ - จิตตปัสสัทธิเจตสิก กายลหุตา - จิตตลหุตาเจตสิก กายมุทุตา - จิตตมุทุตาเจตสิก กายกัมมัญญตา - จิตตกัมมัญญตาเจตสิก กายปาคุญญตา - จิตตปาคุญญตาเจตสิก กายุชุกตา - จิตตุชุกตาเจตสิก

คำว่าโสภณสาธารณเจตสิกนี้ ขอให้หลานตอบมาก่อนดูทีหรือว่า คืออะไร

ป.โสภณเจตสิก แปลว่า เป็นเจตสิกที่ดีงาม เป็นเจตสิกฝ่ายกุศลนั่นเอง ส่วนคำว่า สาธารณะนั้น ได้แก่ ทั่วไป รวมกันเข้าแล้ว จึงหมายถึงว่า เจตสิก ๑๙ ดวงที่ชื่อว่า โสภณสาธารณเจตสิกทั้ง ๑๙ ดวงนี้ ประกอบได้ทั่วไปในจิตที่เป็นฝ่ายกุศลทั้งหมด

ก. ถูกของหลานแล้ว ลุงขออธิบายเพิ่มเติมว่า จิตที่เป็นบุญเป็นกุศลเกิดขึ้นแล้ว เจตสิกทั้ง ๑๙ ดวงนี้ จะต้องเข้ามาประกอบพร้อมกันทั้งหมดเลย แต่จิตบุญกุศลที่เรียกว่าโสภณนั้น มีอยู่รวม ๕๙ ดวง และอย่างพิสดารมีอยู่ ๙๑ ดวง หลานจะต้องแยกมาให้เห็นก่อนว่ามีอะไรบ้าง

ป.ที่จริงผมได้เรียนมาแล้วทั้งนั้น แต่ก็อาจลืมไปเสียบ้าง จิตที่เรียกว่าโสภณะนั้น ผมเข้าใจว่าดังนี้ คือ

กามาวจรโสภณจิต = มหากุศลจิต ๘ มหาวิบาก ๘ มหากิริยา ๘ รวม ๒๔
รูปาวจรจิต = รูปาวจรกกุศลจิต ๕ รูปาวจรวิปากจิต ๕ รูปาวจรกิริยาจิต ๕ รวม ๑๕
อรูปาวจรจิต = อรูปาวจรกุศลจิต ๔ อรูปาวจรวิปากจิต ๔ อรูปาวจรกิริยาจิต ๔ รวม ๑๒
โลกุตรจิต = มรรคจิต ๔ หรือ ๒๐ ผลจิต ๔ หรือ ๒๐ รวม ๘ หรือ ๔๐
รวมทั้งสิ้น ๕๙ หรือ ๙๑

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ต.ค. 2550 , 08:16:06 น.] ( IP = 58.9.144.103 : : )


  สลักธรรม 2



ก. ที่เป็นพิเศษ ๙๑ ดวงนั้น คือได้ฌานด้วยแล้วก็ได้มรรคผลด้วย จำนวนจึงได้มากขึ้น หวังว่าหลานคงจะมีความเข้าใจ เพราะได้เรียนมาแล้วตั้งแต่ต้น และการที่โสภณจิตทั้ง ๕๙ ดวง เมื่อเกิดขึ้นมา ดวงใดดวงหนึ่งก็ตาม จะต้องมีโสภณสาธารณเจตสิก ๑๙ ดวง เข้าประกอบด้วยเสมอไป

ป. โสภณสาธารณเจตสิก ๑๙ ดวง ที่เข้าประกอบกับจิตที่เป็นโสภณ ๕๙ หรือ ๙๑ นั้น ผมก็พอเข้าใจ เพราะว่าเป็นโสภณะ เป็นจิตที่ดีงาม เป็นจิตฝ่ายกุศล จะไปประกอบกับจิตที่เป็นอโสภณะ หรือจิตที่เป็นอเหตุกได้อย่างไร

แต่ผมก็ต้องขอคำอธิบายจากคุณลุงว่า โสภณจิตทั้ง ๕๑ ดวงนั้น โสภณสาธารณะจะเข้าประกอบพร้อมกันทั้ง ๑๙ ดวงทีเดียวหรือ หรือว่าจะเว้นตัวใดตัวหนึ่งเสียบ้าง

ก. หลานถามมาดังนี้ ก็เป็นคำถามที่ดีมีประโยชน์ ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ ลุงจะขอย้อนถามหลานเสียสักเล็กน้อยก่อน แล้วหลานก็จะเข้าใจดี

ถ้าหลานทำบุญ เช่นใส่บาตรในวันหนึ่ง ทำบุญใส่บาตรพระ จิตอะไรเกิดขึ้น

ป.จิตมหากุศลขอรับ เป็นกามาวจรโสภณจิตดวงหนึ่ง

ก. เมื่อจิตมหากุศลเกิดขึ้นแล้ว ขอให้หลานดูไปที่กลุ่มของโสภณสาธารณเจตสิกว่า ศรัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ เจตสิกจะเกิดหรือไม่

ป. เมื่อมหากุศลจิตเกิดขึ้นแล้ว จะขาด ศรัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ ไม่ได้เลยขอรับ เพราะถ้าไม่มีศรัทธา ก็คงจะไม่ทำบุญ ไม่มีสติ กุศลก็จะไม่เกิด ไม่กลัว และไม่อายต่อการกระทำบาป แล้วจะทำบุญได้อย่างไร มีหมดทุกตัวเลยขอรับ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ต.ค. 2550 , 08:16:49 น.] ( IP = 58.9.144.103 : : )


  สลักธรรม 3



ก. ถ้ามีโลภะ มีโทสเจตสิก คือมีความโลภ มีความโกรธ แล้วจะทำบุญได้หรือ

ป. แน่นอนละขอรับ ถ้ามีความโลภหรือความโกรธ ก็ย่อมจะทำบุญไม่ได้ จิตดวงนี้จะต้องเป็นจิตที่มีอโลภะ อโทสะ เจตสิกเข้าประกอบแน่นอน หาไม่แล้วก็จะไม่นับว่า จิตนั้นเป็นมหากุศล

ก. นอกจากที่ได้ถามหลานแล้ว ตัวอื่น ๆ อีกก็เหมือนกัน คือตัตตรมัชฌัตตา การวางใจลงเป็นกลางในสัมปยุตธรรมนั้น ไปจนถึงกายปัสสัทธิ จิตปัสสัทธิ ความสงบของเจตสิก และความสงบของจิตก็จะต้องเกิดขึ้น รวมทั้งตัวอื่นๆ ก็จะต้องเกิดหมดทั้ง ๑๙ ตัว เกิดพร้อมกันโดยไม่มีเว้นเลย

บัดนี้หลานเห็นหรือไม่ว่า จิตที่เป็นกุศลเกิดขึ้นแล้ว จะต้องมีโสภณสาธารณะเกิดขึ้นทั้ง ๑๙ ดวง ถ้าไม่เกิดเจตสิกเหล่านี้ จิตที่เป็นโสภณะก็จะเกิดไม่ได้

จิตอื่น ๆ เช่น รูปาวจรจิต หรือโลกุตตรจิตก็เหมือนกัน ลุงอธิบายเพียงเท่านี้พอจะเข้าใจหรือยัง

ป.พอเข้าใจแล้วขอรับ ด้วยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้โดยชอบแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีใครเลยที่จะมีความรู้ความเข้าใจได้ละเอียดลออถึงเพียงนี้

ก. สำหรับสัมปโยคโสภณะ นัยที่ ๑ ถ้าหลานพอเข้าใจแล้ว ลุงก็จะขอผ่านไปนัยที่ ๒ ต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ต.ค. 2550 , 08:17:22 น.] ( IP = 58.9.144.103 : : )


  สลักธรรม 4



นัยที่ ๒ เจตสิก ๓ ดวง ชื่อว่า "วิรตีเจตสิก" ซึ่งได้แก่เจตสิกต่อไปนี้ คือ สัมมาวาจาเจตสิก สัมมากัมมันตเจตสิก สัมมาอาชีวเจตสิก

วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้ จะประกอบกับจิต ๑๖ หรืออย่างพิสดาร ๔๘ ดวง จิต ๑๖ หรือ ๔๘ ดวงนี้ก็คือ มหากุศลจิต ๘ โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐

วิรตีเจตสิกนั้น หลานก็ได้ศึกษามาแล้วตั้งแต่ตอนต้น ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่จะได้ศึกษาต่อไปว่า วิรตีประกอบกับจิต ๑๖ หรือ ๔๐ ดวงอย่างไร ลุงต้องขอให้หลานได้ซ้อมความเข้าใจวิรตีเจตสิกทั้ง ๓ นี้เสียก่อน ขอให้อธิบายมาย่อ ๆ พอได้ความก็ยังดี ว่าวิรตีเจตสิกนั้นคืออะไร มีการงานอะไรบ้าง

ป. วิรตีเจตสิก เป็นตัวการประกอบกับจิต แล้วก่อให้เกิดการงดเว้นกระทำบาป หรือกระทำทุจริตต่าง ๆ คือ เว้นจากกายทุจริต และวจีทุจริต จึงจัดเป็นศีล แบ่งการเว้นจากทุจริตออกเป็น ๓ คือ

๑. สัมมาวาจาเจตสิก เป็นเจตสิกที่เมื่อเข้าประกอบจิตแล้ว ก็จะงดเว้นจากการพูดไม่ชอบ ได้แก่ เว้นจากวจีทุจริต ๔ คือ พูดปด พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ แต่มิได้เกี่ยวกับอาชีพ

๒. สัมมากัมมันตเจตสิก ได้แก่เจตสิกที่เมื่อเข้าประกอบกับจิตแล้ว ก็จะงดเว้นจากกายทุจริต ๓ คือ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม ซึ่งไม่เกี่ยวกับอาชีพ

๓. สัมมาอาชีวเจตสิก ได้แก่ เจตสิกที่เมื่อเข้าประกอบกับจิตแล้ว ก็จะงดเว้นจากการประกอบอาชีพที่เป็นกายทุจริต ๓ และวจีทุจริต ๔ จากข้อ ๑ และข้อ ๒ นั่นเอง แต่ทว่าเกี่ยวกับการอาชีพ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ต.ค. 2550 , 08:18:37 น.] ( IP = 58.9.144.103 : : )


  สลักธรรม 5



ก. นับว่าหลานมีความจำที่ดี ลุงจะขอเติมอีกบ้างสักเล็กน้อย ไม่ให้ขาดตกบกพร่องไป คือ วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ นี้ ย่อมจะต้องอาศัยวัตถุอันถึงเว้นจากการก้าวล่วงสู่ทุจริตกรรม เช่น มีสัตว์ที่จะฆ่าแล้ว ก็ไม่ฆ่า ในขณะนั้น ต้องมีเจตนาที่จะเว้นไม่ฆ่าสัตว์นั้นด้วย เป็นต้น

วีรตีเจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้ จะประกอบกับมหากุศลจิตทั้ง ๘ แต่ไม่ใช่มหากุศลจิตทุก ๆ ดวง และไม่เสมอไป ด้วยเหตุว่าจะเกิดได้แต่เฉพาะบางดวงที่จะเว้นจากทุจริตเท่านั้น เช่น เว้นไม่พูดเท็จเป็นต้น แล้วก็จะต้องเป็นโลกียอารมณ์ด้วย

ป.จะประกอบกับมหากุศลจิต ๘ ดวงเท่านั้นหรือขอรับ จิตที่เป็นอกุศล เป็นวิบาก และเป็นกิริยา วิรตีเข้าประกอบไม่ได้หรือ

ก. จะประกอบได้อย่างไรเล่ากับจิตที่เป็นอกุศล เพราะวิรตีเว้นจากการทำทุจริต จิตก็เป็นกุศล จิตที่เป็นวิบากก็ประกอบไม่ได้ เพราะวิรตีมีเจตนาที่จะเว้นจากการกระทำทุจริต แต่วิบากเป็นผลของกรรมเท่านั้นเอง และจิตที่เป็นกิริยา วิรตีก็เกิดด้วยไม่ได้ เพราะกิริยาจิตของพระอรหันต์นั้น พฤติกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นการสักแต่ว่ากระทำ พระอรหันต์ไม่มีอนุสัยกิเลสเหลืออยู่ในจิตใจแล้ว จึงไม่มีเจตนาจะเว้น

ป.แล้วเหตุใดวิรตีจึงไม่ประกอบกรรมมหัคคตจิตเล่าขอรับ

ก. หลานจะให้มหัคคตจิตมีวิรตีเข้าประกอบได้อย่างไรเล่า เพราะ

๑. มหัคคตจิตนั้น จับอารมณ์กรรมฐาน ๓๐ เป็นอารมณ์ จิตจับอารมณ์แน่วแน่เป็นสมาธิ ได้ฌานในขั้นต่าง ๆ วิรตีจึงเข้าประกอบไม่ได้

๒. มหัคคตจิตทั้ง ๒๗ ดวงนั้น จับอารมณ์แน่วแน่ จึงไม่มีเจตนาจะเว้นจากการทุจริต แต่วิรตีนั้นจะต้องประกอบกับจิตที่มีเจตนาจะเว้นจากทุจริต จึงประกอบกันไม่ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ต.ค. 2550 , 08:24:23 น.] ( IP = 58.9.144.103 : : )


  สลักธรรม 6



ป. คุณลุงขอรับ แต่วิรตีเจตสิกเข้าประกอบกับโลกุตตรจิตได้อย่างไร ผมขอทราบเหตุผล

ก. การถามของหลานดังนี้ นับว่าเป็นคำถามที่ดี

การที่วิรตีเจตสิก ๓ ดวง ประกอบกับโลกุตตรจิตนั้น เรียกว่า โลกุตรวิรตี ถ้าวิรตีทั้ง ๓ นี้ไม่มีแล้ว โลกุตรจิตก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ ขอให้หลานลองพิจารณามรรคจิตทั้ง ๘ ดูทีหรือว่ามีอะไรบ้าง

๑. สัมมาทิฏฐิ ... ความเห็นชอบ
๒. สัมมาสังกัปปะ.... ความดำริชอบ
๓. สัมมาวายามะ...ความเพียรชอบ
๔. สัมมาวาจา....เจรจาชอบ
๕. สัมมากัมมันตะ...การกระทำชอบ
๖. สัมมาอาชีวะ...อาชีพชอบ
๗. สัมมาสติ...ความระลึกมั่นชอบ
๘. สัมมาสมาธิ...ความตั้งใจมั่นชอบ

หลานลองพิจารณามรรคซึ่งมีองค์ทั้ง ๘ ดู ก็จะเห็นได้ว่า เมื่อโลกุตรจิตเกิดขึ้นมรรคทั้ง ๘ นี้ จะต้องเข้าประกอบพร้อมกันทั้งหมด วิรตีทั้ง ๓ จึงต้องเข้าประกอบร่วมด้วยทั้งหมด เพื่อประหาณกิเลส จะเว้นเสียหาได้ไม่

แต่อย่างไรก็ดี มหากุศลจิต ๘ ถ้าไม่มีเจตนาจะเว้นจากทุจริตทั้ง ๓ ก็เป็นจิตมหากุศลโดยไม่มีวิรตีเข้าประกอบ แต่ถ้าวิรตีเข้าประกอบแล้ว ก็จะเกิดขึ้นได้ครั้งละ ๑ เท่านั้นเอง ในมหากุศลจิตจะเกิดขึ้นพร้อมกัน ๒ หรือ ๓ ไม่มีเลย เช่น เมื่อมีสัมมาวาจาเข้าประกอบกับจิตแล้ว ในจิตดวงนี้เองจะมีสัมมากัมมันตะและสัมมาอาชีวะเข้าประกอบด้วยไม่ได้เลยเป็นอันขาด เหมือนหลานมีเจตนาจะเว้นจากการพูดเท็จแล้ว ในขณะจิตนั้นเองก็จะเว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วย หรือเว้นจากการทำอาชีพที่ทุจริตด้วยก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งไม่เหมือนกับโลกุตรจิต ๘ จะต้องมีวิรตีเข้าประกอบพร้อมกันทั้ง ๓ ดวง เพื่อร่วมมือกันทำการประหาณกิเลส

ในวันนี้ลุงก็ได้อธิบายสัมปโยคนัยแห่งโสภณเจตสิกไป ๒ นัยแล้ว ยังเหลืออีก ๓ นัย ลุงก็จะขอเอาไว้ต่อในคราวหน้า จึงขอยุติเพียงเท่านี้

ป.สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ต.ค. 2550 , 08:25:03 น.] ( IP = 58.9.144.103 : : )


  สลักธรรม 7



ไปทำการบ้านทบทวนสัมปโยคนัยที่เรียนมาแล้ว เลยเอามาฝากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2550 , 09:59:08 น.] ( IP = 124.121.173.73 : : )


  สลักธรรม 8


มาศึกษาสัมปโยคนัยต่อค่ะ

โสภณจิตมีตั้ง ๕๙ หรือ ๙๑ ดวง แต่มีสัมปโยคเพียง ๔ นัย เท่านั้น

และจะเห็นได้ว่า ในการกระทำกุศล แต่ละครั้งต้องมีการประชุมกันของเจตสิกมากมาย โดยเฉพาะต้องมีโสภณสาธารณเจตสิก ตั้ง ๑๙ ดวง ประชุมทำงานกันโดยพร้อมเพรียง ..การทำกุศลหากจิตใจไม่แน่วแน่ ไม่สัทธาแล้ว กุศลก็เกิดได้ยากนะคะ

ในเรื่องของวิรตีเจตสิก ท่านอาจารย์ก็อธิบายให้เห็นได้ชัดเจน ว่าจะประกอบกับจิตที่มีเจตนาจะเว้นจากทุจริต เท่านั้น ทำให้เข้าใจค่ะว่าเหตุใดจึงไม่ประกอบในจิตที่เป็นวิบาก หรือกิริยา

ยิ่งในเรื่องของพวกที่ทำฌานจนเกิดมหัคคตกุศล ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่ากำลังจับอยู่กับอารมณ์กรรมฐาน วิรตีจึงเข้าประกอบไม่ได้

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่อธิบายให้เห็นความมหัศจรรย์ของการทำงานของจิตและเจตสิกจริงๆ

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่นำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2550 , 10:22:36 น.] ( IP = 124.121.173.73 : : )


  สลักธรรม 9


การศึกษาด้วยการอ่าน ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจง่ายด้วยตนเองตามลำพัง โดยเฉพาะพระอภิธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ แต่เป็นเพราะมีคำอธิบายถ่ายทอดที่เข้าใจง่ายเช่นนี้ จึงทำให้สามารถอ่านทำความเข้าใจได้โดยไม่ลำบาก ...กราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์ที่เรียบเรียงเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาลงกระทู้ให้ศึกษาอย่างต่อเนื่อง

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ต.ค. 2550 , 11:27:59 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org