มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๗๐)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๗๐)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวก่อนคุณลุงได้บรรยายถึงสัมปโยคนัยแห่งโสภณเจตสิก ได้อธิบายนัยที่ ๓ เป็นเจตสิก ๒ ตัว ชื่อว่าอัปปมัญญาเจตสิก กับนัยที่ ๔ ชื่อว่า ปัญญาเจตสิก สำหรับในวันนี้ผมมาขอศึกษาต่อไป ผมพร้อมแล้วขอรับ

ก. ลุงจะขอสรุป และให้ข้อสังเกตบางประการในสัมปโยคนัยที่ ๓ อีกสักเล็กน้อย ได้แก่อัปปมัญญาเจตสิก คือ กรุณาเจตสิก กับมุทิตาเจตสิก ในข้อที่ว่า อัปปมัญญาเจตสิกทั้งสองนี้ ไม่ประกอบกับมหาวิบากจิต ๘ รูปาวจรปัญจมฌานจิต ๓ อรูปาวจรจิต ๑๒ โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐

อัปปมัญญาเจตสิก ๒ ดวง ไม่ประกอบในมหาวิบากจิต ๘ หรือประกอบกับมหาวิบากจิต ๘ ไม่ได้ ก็เพราะว่า มหาวิบากจิตทั้ง ๘ ดวงนั้นจะเกิดขึ้นมาได้ก็จำจะต้องอาศัยปรมัตถกามารมณ์ คืออารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์เท่านั้น แต่ส่วนอัปปมัญญาเจตสิกทั้ง ๒ นั้น จะเกิดขึ้นมาจะต้องอาศัยสัตวบัญญัติเป็นอารมณ์ มีสัตว์หรือบุคคลมาอยู่เฉพาะหน้า มันขัดขวางกันดังนี้ อัปปมัญญาเจตสิกจึงประกอบไม่ได้ในมหาวิบากจิต ๘

สำหรับอัปปมัญญาไม่ประกอบในรูปาวจรปัญจมฌานจิต ๓ ดวง เพราะรูปาวจรปัญจมฌานจิตมีมัชฌัตตสัตวบัญญัติเป็นอารมณ์บ้าง บัญญัติอารมณ์อื่นบ้าง ซึ่งมิใช่ทุกขิตสัตว์หรือสุขิตสัตว์บัญญัติเป็นอารมณ์ คือไม่มีสัตว์ที่มีทุกข์หรือมีสุขมาอยู่เฉพาะหน้า เพราะรูปาวจรปัญจมฌานจิตทั้ง ๓ นั้น จิตเป็นอุเบกขา ฉะนั้น อัปปมัญญาเจตสิกจึงไม่ประกอบในรูปาวจรปัญจมฌานจิตทั้ง ๓ ดวงดังได้กล่าวมา

สำหรับอัปปมัญญาเจตสิก ไม่ประกอบในอรูปาวจรจิต ๑๒ ดวง ก็เพราะว่าอรูปาวจรปัญจมฌานจิตทั้ง ๑๒ ดวง เป็นจิตที่รับมหัคคตอารมณ์ และบัญญัติอารมณ์อื่น ๆ อันเป็นอารมณ์ที่ละเอียดมาก ไม่สามารถที่จะมีสัตว์ที่มีทุกข์หรือที่มีสุขมาเป็นอารมณ์ได้ ทั้งอารมณ์ที่เสวยก็เป็นอุเบกขาเวทนาด้วย ดังนี้ ทุกขเวทนาหรือสุขเวทนาจึงเอามาเป็นอารมณ์ของอรูปาวจรจิตไม่ได้ อัปปมัญญาเจตสิกจึงไม่ประกอบในอรูปาวจรทั้ง ๑๒ ดวง

สำหรับอัปปมัญญาเจตสิก ๒ ดวง ที่ไม่ประกอบกับโลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐ นั้น ก็เพราะว่าโลกกุตรจิตนั้นมีนิพพานเป็นอารมณ์ ไม่ใช่สัตวบัญญัติ คือสัตว์ที่มีทุกข์หรือมีสุขเป็นอารมณ์ ฉะนั้น อัปปมัญญาเจตสิกจึงไม่ประกอบกับโลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐

ลุงขอสรุปสุดท้ายของสัมปโยคนัยแห่งโสภณเจตสิกให้หลานฟังโดยย่อเพียงเท่านี้ ถ้าหลานมิได้สงสัยหรือไม่ซักถามอะไรแล้ว ลุงก็จะให้บทเรียนแก่หลานต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 07:45:45 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ป.ผมก็พอจะเข้าใจแล้วขอรับ ขอเชิญคุณลุงบรรยายในบทเรียนต่อไปได้แล้ว

ก. ในบรรดาเจตสิกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศลก็ตาม หลานก็ได้เรียนมาแล้วว่าเป็นตัวเข้าประกอบกับจิต แล้วจิตจึงได้เป็นไปต่าง ๆ เหมือนเจตสิกเป็น "สี" ทั้งเป็นสีที่อ่อนที่แก่สารพัดสี เมื่อเอาสีอะไรใส่ลงไปในน้ำแล้ว น้ำก็จะกลายเป็นสีที่ใส่ลงไปนั้นทันที

อย่างไรก็ดี ถ้าเป็นสีบางสีแล้ว เราอาจจะเอาสีอื่นใส่แถมลงไปก็ได้ ทำให้มันเป็นสีอีกสีหนึ่งไป เช่นน้ำใส ๆ ใส่สีเหลืองลงไปแล้ว น้ำนั้นก็จะกลายเป็นสีเหลืองไป แต่ถ้าเราเติมสีเขียวลงไปสักนิดหน่อยให้เหมาะสมแล้ว น้ำนั้นมันก็จะกลายเป็นสีตองอ่อนซึ่งเป็นอีกสีหนึ่งไปได้

ถ้าเอาสีแดงเติมลงไปในน้ำใส มันก็จะกลายเป็นสีแดง แต่ถ้าเอาสีเหลืองเติมลงไปให้ได้ส่วนแล้ว น้ำนั้นก็จะกลายเป็นสีตองอ่อนซึ่งเป็นอีกสีหนึ่งไปได้

ถ้าเอาสีแดงเติมลงไปในน้ำใส มันก็จะกลายเป็นสีแดง แต่ถ้าเราเอาสีเหลืองเติมลงไปให้ได้ส่วนแล้ว มันก็จะกลายเป็นสีส้ม แต่ถ้าไม่เติมสีเหลือง กลับเอาสีขาวเติมลงไป มันก็จะกลายเป็นสีชมพู

สีบางสี เติมลงไปในน้ำใสแล้ว เติมสีอะไรลงไปไม่ได้ หรือเปลี่ยนแปลงไปได้ยาก เช่น เติมสีดำลงไปให้มาก หรือเติมสีแก่ ๆ ลงไปให้มาก เช่น สีน้ำเงิน, สีเขียวลงไปแล้ว มันก็จะกลายเป็นสีดำไป แม้สีขาวหรือสีเหลืองที่เติมลงไปนั้นจะไปแก้ได้บ้าง ถ้าไม่มากจริง ๆ แล้ว ก็ไม่มีหนทาง

เจตสิกที่ประกอบกับจิตก็เหมือนกัน เจตสิกบางตัวประกอบกับจิตบางประเภท บางคราวก็ประกอบได้ บางคราวก็ประกอบไม่ได้ เจตสิกบางตัวก็ประกอบกับจิตบางประเภทได้ไม่แน่นอน แต่จิตบางประเภทประกอบได้แน่นอน เรียกกันในภาษาบาลีว่า อนิยตโยคีและนิยตโยคีเจตสิก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 07:46:40 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 2



อนิยตโยคี และนิยตโยคีเจตสิก


อนิยตโยคเจตสิก คือ เจตสิกที่ประกอบกับจิตได้เป็นบางครั้งบางคราวไม่แน่นอน
นิยตโยคีเจตสิก คือ เจตสิกที่ประกอบกับจิตได้แน่นอน

๑๑. อิสฺสามจฺเฉรกุกฺกุจฺจ- วิรติกรุณาทโย
นานา กทาจิ มโน จ ถีนมิทฺธํ ตถา สหฯ

แปลความว่า อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจะ วิรตีเจตสิก ๓ กับกรุณา มุทิตา รวมเจตสิก ๘ ดวงนี้ ประกอบกับจิตได้เป็นบางครั้งบางคราว และไม่ประกอบพร้อมกันเรียกเจตสิกทั้ง ๘ นี้ว่า "นานากทาจิเจตสิก"
มานะเจตสิก ก็ประกอบกับจิตเป็นครั้งคราวไม่แน่นอน จึงชื่อว่า "กทาจิเจตสิก"
ถีนะ มิทธะ เจตสิก ๒ ดวงนี้ ประกอบกับจิตได้เป็นบางครั้งบางคราว จึงชื่อว่า "สหกทาจิ"

๑๒. ยถาวุตฺตานุสาเรน เสสา นิยตโยคิโน
สงฺคหญฺจ ปวกฺขามิ เตสน์ทานิ ยถารหํ

แปลความว่า เจตสิก ๔๑ ดวงที่เหลือจาก ๑๑ ดวงดังกล่าวแล้วนี้ ประกอบกับจิตได้แน่นอน จึงชื่อว่า นิยตโยคเจตสิก

ลุงขออธิบายดังต่อไปนี้ แต่ก่อนอื่นหลานจะต้องทราบถึงตัวเจตสิกที่เป็นอนิยตโยคีเจตสิกกับนิยตโยคีเจตสิกให้แน่นอนเสียก่อน ทั้งหลานจะต้องมีความเข้าใจในเจตสิกแต่ละตัวเหล่านั้นเป็นอย่างดีด้วย ถ้ายังไม่เข้าใจก็ต้องเปิดดูตามที่ได้จดได้เรียนไปแล้วว่า เจตสิกตัวไหนแปลว่ากระไร และมีความเข้าใจถึงเจตสิกเหล่านั้นด้วย

เจตสิกปรมัตถ์ มีจำนวน ๕๒ ดวงนั้น เมื่อกล่าวโดยการประกอบกับจิตแล้ว จำแนกออกได้เป็น ๒ ประการด้วยกัน คือ อนิตยโยคีเจตสิก ๑๑ ดวง นิยตโยคีเจตสิก ๔๑ ดวง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 07:47:14 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 3



ลุงจะขออธิบายอนิยตโยคีเจตสิกเสียก่อน

อนิยตโยคีเจตสิก แปลว่า เป็นเจตสิกที่ประกอบกับจิตได้ในบางครั้งบางคราวเท่านั้น ไม่มีความแน่นอน เพราะในบางคราวไม่เข้าประกอบเลย เพราะเข้าประกอบไม่ได้ มีจำนวน ๑๑ ดวงด้วยกัน คือ มานะ อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจะ ถีนะ มิทธะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ กรุณา มุทิตา

ในบรรดาเจตสิกทั้ง ๑๑ ดวงนี้ จะประกอบกับจิตได้เป็นบางครั้งหรือเป็นบางคราวเท่านั้น ไม่มีความแน่นอนอะไร เช่นในบางครั้งอกุศลจิตเกิดขึ้นมา มีมานะอันได้แก่ความยกตัวถือตัวอวดเก่ง แต่ในบางคราวจิตเกิดโลภะคือความโลภยินดีติดใจเฉย ๆ เท่านั้น มานะเข้าประกอบไม่ได้ หรือบางทีมีมานะเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ถีนมิทธเจตสิกตัวการทำให้ง่วงเหงาหาวนอน มิได้เกิดร่วมด้วยเลย หรือในบางคราวก็อาจเกิดร่วมด้วยก็ได้ แม้ในฝ่ายกุศลก็เช่นเดียวกัน จิตเกิดขึ้นมาเป็นสัมมาวาจา คือการกล่าววาจาชอบ แต่มิได้มีสัมมากัมมันตะการงานชอบร่วมประกอบด้วยเลย

ดังนั้น จึงได้กล่าวว่า ประกอบกับจิตได้เป็นบางครั้งบางคราวไม่แน่นอน

อย่างไรก็ดี อนิยตโยคีเจตสิกทั้ง ๑๑ ดวงนี้ ยังจำแนกออกโดยพิสดารต่อไปอีก แบ่งออกเป็น ๓ จำพวกตามลักษณะการประกอบกับจิต คือ

นานากทาจิเจตสิก มี ๘ ดวง ได้แก่
กลุ่มของโทสะ = อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจะ
โลกียวิรตี ๓ = สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ
อัปปมัญญา ๒ = กรุณา มุทิตา

เจตสิกทั้ง ๘ ดวงนี้ จะประกอบกับจิตได้เป็นครั้งคราว ไม่แน่นอน และไม่พร้อมกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 07:47:51 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 4



ลุงจะขอให้หลานลองอธิบายดูทีหรือว่า เจตสิกกลุ่มแรกอันมี อิสสา มัจฉริยะ และกุกกุจจะนั้น เหตุใดเจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้ จะต้องประกอบได้เป็นครั้งคราวไม่แน่นอน มิหนำซ้ำเข้าประกอบพร้อมกันไม่ได้ด้วย

ป. อิสสา มัจฉริยะ และกุกกุจจะ เจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้ จะต้องประกอบกับโทสมูลจิต ๒ ดวงเท่านั้น เพราะเป็นพวกเดียวกัน เพราะว่า

อิสสา ได้แก่ ความอิจฉา คือความไม่พอใจในทรัพย์สมบัติ หรือคุณความดีของผู้อื่น
มัจฉริยะ ได้แก่ความตระหนี่ทรัพย์สมบัติ หรือคุณงามความดีของตน
กุกกุจจะ ได้แก่ความเร่าร้อนใจในทุจริตที่ได้ทำไปแล้ว และในสุจริตที่ยังไม่ได้ทำ

เจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้จะเกิดขึ้นมาพร้อมกันในจิตดวงเดียวกันได้อย่างไร เช่น อิจฉา ริษยา แล้วก็มีตระหนี่ หรือกลุ้มใจอันเป็นกุกกุจจะ รวมอยู่ด้วย เพราะเจตสิกแต่ละดวงย่อมขัดแย้งกันเอง จึงประกอบพร้อมกันไม่ได้ หรือประกอบไม่พร้อมกัน จะต้องเกิดขึ้นทีละดวง และอาจจะเกิดอกุศลโทสะเฉย ๆ โดยมิได้มีเจตสิกทั้ง ๓ ตัวนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเลยก็ได้

อย่างไรก็ดี ถ้าโทสจิตเกิดขึ้นโดยมีความอิสสาในคุณความดีของผู้อื่นแล้ว เวลานั้นก็ย่อมจะมีอิสสาเจตสิกเข้าประกอบด้วย แต่มัจฉริยะ คือความตระหน่ และกุกกุจจะคือความไม่สบายใจในอกุศล และกุศลดังได้กล่าวแล้ว จะเข้าประกอบด้วยย่อมจะไม่ได้ ผมขออธิบายย่อ ๆ เพราะว่าชัดเจนอยู่แล้ว

ส่วนวิรตี ๓ คือ สัมมาวาจาเจตสิก ได้แก่การเจรจาชอบ สัมมากัมมันตะ ได้แก่การกระทำชอบ สัมมาอาชีวะ ได้แก่การเลี้ยงชีพชอบ

วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ นี้ เป็นเจตสิกที่ประกอบกับจิต ๑๖ ดวง หรือ ๔๘ ดวงนั้น ในที่นี้มุ่งหมายเอาโลกียวิรตีเจตสิกประกอบกับมหากุศลจิต ๘ ดวง (เพราะถ้าเป็นโลกุตตรวิรตีก็จะต้องเข้าประกอบพร้อมกันทั้งหมดเพื่อประหาณกิเลส) พิจารณาดูแล้วก็จะเห็นว่า โลกียวิรตีนั้นจะประกอบกับอกุศลจิตไม่แน่นอน เพราะบางทีก็เป็นกุศลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับวิรตีเจตสิก เช่นการทำบุญให้ทาน เป็นต้น และแม้วิรตีเจตสิกตัวใดเข้าประกอบได้ ก็จะเข้าประกอบพร้อมกันไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะเจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้ ขัดแย้งกันเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 07:48:32 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 5


สำหรับอัปปมัญญาเจตสิก ๒ ดวง คือ กรุณา ได้แก่ ความสงสารต่อสัตว์ผู้มีความทุกข์ มุทิตา ได้แก่ความยินดีที่สัตว์นั้น ๆ มีความสุข

เจตสิกทั้งสองดวงนี้ ก็จะประกอบได้ไม่แน่นอน เพราะกุศลจิตบางครั้งเกิดขึ้นมาโดยไม่มีสัตว์ที่มีทุกข์หรือสุขก็ได้ จิตดวงนี้ก็จะมีอัปปมัญญาประกอบไม่ได้ และถ้ามีสัตว์ที่มีทุกข์หรือสัตว์ที่มีสุขมาอยู่เฉพาะหน้า กระทำให้เกิดจิตดวงนี้ขึ้นมาแล้ว ก็จะเกิดจิตทีละดวงเท่านั้น จะเกิดพร้อมกันทั้งสองดวงก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เพราะจิตเกิดขึ้นมาขณะหนึ่งก็จะจับอารมณ์ได้อย่างเดียวเท่านั้นเอง

ผมขออธิบายให้คุณลุงฟังโดยย่อเท่านี้แหละขอรับ

ก. ถูกต้องทุกอย่าง นับว่าหลานมีความเข้าใจได้เป็นอย่างดี ลุงจะขอเพิ่มเติมบทเรียนให้อีกสักหน่อย

กทาจิเจตสิก มี ๑ ดวง ได้แก่มานะเจตสิก ที่เป็นตัวการยกตัวถือตัว หรืออวดดีว่าเด่นกว่า เก่งกว่าคนอื่น

มานะเจตสิกนี้ หลานก็ทราบแล้วว่าเป็นเจตสิกในกลุ่มของโลภะ เป็นเจตสิกดวงเดียวในกลุ่มของโลติกเจตสิก มี ๓ คือ โลภะ ทิฏฐิ มานะ ซึ่งเป็นอนิยตโยคีเจตสิก คือ เจตสิกที่ประกอบกับจิตได้เป็นบางครั้งบางคราวไม่แน่นอน การประกอบกับจิตไม่แน่นอนของเจตสิกดวงนี้ ชื่อว่า กทาจิเจตสิก
และเกิดพร้อมกัน เรียกว่า สหกทาจิเจตสิก มีอยู่ ๒ ดวง คือ ถีนะ กับ มิทธเจตสิก

ถีนเจตสิก ได้แก่ เจตสิกที่เป็นตัวการทำให้จิตหดห่อท้อถอยในอารมณ์
มิทธเจตสิก ได้แก่ เจตสิกที่ทำให้เซื่องซึมท้อถอยจากอารมณ์

เจตสิกทั้ง ๒ ตัวนี้เป็นตัวการทำให้จิตบังเกิดความง่วงเหงาหาวนอน อยากจะหลับ

เจตสิกทั้งสองดวงนี้จะเข้าประกอบกับจิตเฉพาะเจาะจงแต่จิตที่มีกำลังน้อย หรือรู้สึกถดถอยจากอารมณ์นั้น ๆ เช่น ดูหนังแล้วไม่สนุก เป็นต้น เจตสิกทั้ง ๒ ดวงนี้ก็จะเข้าประกอบ ถ้าเป็นจิตที่มีกำลัง เช่น ดูหนังกำลังมีสนุกสนาน เจตสิกทั้งสองนี้ก็จะเข้าประกอบไม่ได้ แต่อย่างไรก็จะต้องประกอบพร้อมกันทั้งสองดวง ดังนี้ จึงชื่อว่าสหกทาจิเจตสิก

ลุงก็คิดว่าในวันนี้หลานก็ได้ศึกษาไปพอสมควรแก่เวลาแล้ว จึงขอยุติแต่เพียงเท่านี้ ในคราวหน้าจึงค่อยมาศึกษาในหัวข้อที่ ๒ คือ นิยตโยคีเจตสิก ต่อไป

ป. ขอบพระคุณคุณลุง สวัสดีขอรับ

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 07:49:07 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 6

ตามมาศึกษาถึงตอนที่ ๗๐ นี้แล้ว ทำให้ความเข้าใจที่เคยมีอยู่บ้างมีความละเอียดละออขึ้นครับ ด้วยการยกตัวอย่างประกอบที่ท่านอาจารย์เมตตาสอนมานี้ขอรับ



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ที่พร่ำสอนชี้แนะและยกตัวอย่างประกอบในการอธิบายเสมอมาขอรับ

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 08:00:09 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 7


มาศึกษาต่อค่ะ

ยิ่งอ่านก็ยิ่งประจักษ์ในความมหัศจรรย์ของการทำงานของจิตและเจตสิกค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ ที่กรุณาอธิบายพร้อมตัวอย่างเปรียบเทียบสีที่เติมลงไปในน้ำ ให้เห็นภาพชัดเลยว่าสีบางสีเติมลงไปก็ผสมกลมเกลียวกันได้ดี ออกมาเป็นสีใหม่ ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง

แต่สีบางสีที่เข้มเกินไป โดยเฉพาะสีดำแล้ว สีอื่นๆที่เติมลงไปมีผลกระทบน้อยมาก

ทำให้เห็นสภาพการปรุงแต่งของเจตสิก ที่มีทั้งที่เข้ากันได้ และเข้ากันไม่ได้ได้อย่างชัดเจนค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ..ที่นำความมหัศจรรย์เหล่านี้มาให้ได้อ่านศึกษาเล่าเรียนกันอย่างสม่ำเสมอ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 09:56:22 น.] ( IP = 124.121.174.247 : : )


  สลักธรรม 8


สีสันของจิตใจ ลวดลายของกรรม ล้วนมาจากการงานของเจตสิกที่แบ่งงานกันทำได้อย่างน่าอัศจรรย์...กราบขอบพระคุณคำอธิบายที่ทำให้เข้าใจง่ายจากท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้ศึกษาทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 10:36:37 น.] ( IP = 58.9.92.144 : : )


  สลักธรรม 9

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ขยายความให้เกิดความรู้ความเข้าใจค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 21:02:53 น.] ( IP = 58.8.53.152 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org