มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เทศนาสั่งลา..ของหลวงพ่อปัญญา




เทศนาสั่งลา
ของ...หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ


"ความตายคือที่สุดของความเพียร ความเพียรไปจบตรงไหน ก็ตายกันที่ตรงนั้น คนเราเกิดมาตายเป็นธรรมดา เวลาตายเอาอะไรไปไม่ได้"

ลูกศิษย์คนใดเลยจะรู้ว่าปาฐกถาธรรมของพระพรหมมังคลาจารย์หรือที่ชาวพุทธรู้จักกันดีในนาม "หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ" อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่แสดงไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2550 เรื่อง "เรื่องอะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์" ณ วัดชลประทานฯ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่ผ่านมานั้น จะเป็นปาฐกถาธรรมครั้งสุดท้าย

แม้ว่าการปาฐกถาธรรมครั้งนี้มีเนื้อหาเหมือนกับปาฐกถาธรรมครั้งอื่นๆแต่ถ้าฟังดูดีๆ เป็นนัยเหมือนว่า หลวงพ่อท่านเทศนาสั่งลาฝากมรดกธรรมไว้ให้ลูกศิษย์ทุกคน

โดย ทับตะวัน...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 08:23:06 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 23 ถือเป็นการเทศน์ประจำมาตลอด 40 กว่าปีแล้ว ญาติโยมมาฟังกันไม่ขาดสาย บางคนฟังจนตายไปก็มี บางคนอายุมากแล้วก็ตายเป็นธรรมดา คนเกิดมาแล้วก็ต้องเป็นอย่างงั้น เพราะฉะนั้นการมาวัด ก็เพื่อฟังธรรมะ เป็นเรื่องที่ประเสริฐ ไปด้วยความสุข ความเจริญ เพื่อความก้าวหน้าของเรา ครอบครัวและประเทศชาติ เพราะมาวัดเพื่อการศึกษาธรรมะ ไม่รู้ว่าชีวิตเราเป็นอย่างไร มีอะไรบกพร่อง มีอะไรควรแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้น

ไม่มีธรรมะเราก็ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงอะไรได้แต่ถ้าเรารู้ธรรมะ เรารู้การอยู่ของเรา เรารู้ว่าการเป็นอยู่ของเราผิดไปจากธรรมะ มีความทุกข์ ความเดือดร้อน ถ้าประพฤติถูกทาง ก็จะได้รับความสุขความเจริญ ทุกคนเกิดมาต้องการความสุข ความเจริญ แก่ชีวิต ดังนั้น ไม่มีใครต้องการความทุกข์ความเดือดร้อน แต่ความทุกข์ก็ยังเกิดขึ้นกับเรา เราไม่รู้ว่าคืออะไร อะไรเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ ทุกข์แก่เราอย่างไร เพราะไม่เข้าใจเพราะไม่มาศึกษา

มาวัดแต่ก็ไม่ได้ศึกษามาวัดก็ไม่ได้สอนให้คนเข้าใจเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ตถาคตสอนเรื่องเดียว ที่สำคัญคือว่าความทุกข์ และการดับทุกข์ได้ เป็นคำสอนที่พระพุทธเจ้านำมาสอนแก่ชาวโลกทั่วไปด้วย แต่ชาวโลกก็ไม่ค่อยได้สนใจในหลักธรรมอันนี้ คล้ายว่ามีความทุกข์ มีความเดือดร้อนใจ ทำไม่ถูกด้วยการไปติดสินบนบ้าง สะเดาะเคราะห์ สะเดาะโศกบ้าง ทำการวิงวอนขอร้องอะไรต่างๆ นั้นไม่ใช่การแก้ทุกข์ที่ถูกต้อง

พระองค์ได้ตรัสไว้แล้วว่าทุกข์เกิดที่ไหน ที่นั่น เหมือนไฟเกิดเราก็ดับไฟ ดับต้นเหตุของไฟ ไฟก็ไม่ลุกลามไป เรารู้ว่าผิดอย่างไร เราแก้ที่ตัวเรา อย่างไปแก้ที่สิ่งอื่น เพราะสิ่งอื่นไม่สามารถแก้ความทุกข์ของเราได้ คนส่วนมากก็เป็นทุกข์ หันไปพึ่งต้นไม้ พึ่งพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ หวังว่าจะให้ช่วยก็ช่วยไม่ได้ถ้าเราไม่เข้าใจธรรม ใฝ่ศึกษาธรรมให้เข้าใจ ให้รู้ว่าเกิดที่ไหน ทุกข์เกิดเพราะอะไร เป็นทุกข์เพราะอะไร ชีวิตก็นำมา แต่ถ้าเรารู้และเข้าใจ เราก็จะรู้ว่าจะแก้อย่างไร แก้โดยวิธีไหน เราก็จะพ้นจากปัญหา ปัญหาคือความทุกข์ ไม่เกิดขึ้นมารบกวน ให้เราต้องลำบาก

โดย ทับตะวัน...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 08:27:32 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 2

ในการศึกษาค้นคว้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องทำ การมาวัดทุกวันอาทิตย์ หรือมาในวันพระ จุดหมายที่มาศึกษาให้เข้าใจ ถามว่าศึกษาเรื่องอะไร ก็ศึกษาเรื่องตัวเอง ให้รู้จักตัวเองถูกต้อง ให้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในตัว ว่าจะต้องแก้ไขสิ่งนั้นอย่างไร แก้ให้ถูกทาง ทุกข์นั้นก็ดับไป จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์บ่อยๆ เพราะว่าเรารู้เหตุของความทุกข์ เพราะเราตัดเหตุได้ ทุกข์ก็ไม่เกิดแก่เรา ถ้าเราคิดอะไรพูดอะไร ไปพบทางสว่างของใคร นั้นจะเป็นเหตุเดือดร้อน เราก็หยุดอย่างนั้น แต่คิดในทางระงับ ดับทุกข์ในตัวเราเองให้หายไป

ความทุกข์ในตัวเราจะไปแก้ที่อื่นไม่ได้ต้องแก้ที่ตัวเรา แก้ของเราว่า แก้ทุกข์ถูกทาง ก็หายไป เพราะว่าเรารู้ธรรมนำชีวิต ไม่รู้ธรรมก็ทำชีวิตไม่ถูกต้อง ผิดพลาดเสียหาย จะรู้ธรรมเราต้องทำถูกต้อง ว่าควรจะแก้อย่างไร ก็แก้อย่างนั้น ไม่เชื่องมงาย แก้นอกลู่นอกทาง เช่นไปวัดไปสั่นกระบอกอยู่ต๊อกแต๊ก แล้วก็หล่นลงมาอันหนึ่ง ได้แล้วค่อยซื้อมาอ่าน พอได้สตางค์ลงวัด เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้คนโง่เง่า ไม่เข้าใจเรื่องความจริงของชีวิต เราจึงควรไปสั่นกระบอกติวอย่างนั้น

แต่ควรไปนั่งสงบใจพิจารณาตัวเองตักเตือนตัวเอง แก้ไขตัวเอง ทำตัวเองให้ถูกต้อง มันก็จะหายไป ก็จะเข้าใจเรื่องความทุกข์ เรื่องเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ทุกข์จะแก้ได้ด้วยโดยวิธีใด เรารู้เราทำ ตามวิธีที่พระพุทธเจ้าได้กระทำ การเป็นอยู่ควรจะถูกต้องเรียบร้อย แต่ถ้าไม่ศึกษา ก็แก้สุ่มสี่สุ่มห้า ถูกเขาหลอก เขาโกหก เราก็ทำตามเขา โดยไม่รู้ว่า ทางนั้นเป็นทางแก้ทุกข์ที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่รู้ไม่เข้าใจ แก้ไปก็อย่างนั้น แต่ว่าเรารู้เราเข้าใจ การแก้ก็จะถูกทาง

เพราะฉะนั้นที่สำคัญฟังธรรมบ่อยๆ ผ่านแล้วซื้อธรรมบ่อยๆ เราต้องมีหนังสือไว้อ่าน ในบ้านของเราต้องมีหนังสือไว้อ่าน เวลาใดต้องการก็ควรอ่าน ให้มีความรู้มีความเข้าใจ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในตัวเรา ก็จะรู้ว่ามันเกิดจากอะไร ควรแก้ไขอย่างไร ทุกข์จึงจะดับไปได้ พระพุทธเจ้าสอนไว้มากมาย หลายตอน ให้คนเราได้ใช้ธรรม เป็นหลักในการปฏิบัติ ในชีวิตประจำวัน สอนให้พิจารณาตนเอง

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [12 ต.ค. 2550 , 08:29:23 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 3

ให้พิจารณาว่าชีวิตนี้ต้องแก่เป็นธรรมดา หนีความแก่ไปไม่พ้น ต้องมีความเจ็บไข้ได้ป่วยบ้างเป็นธรรมดา หนีความเจ็บไข้ได้ป่วยไปไม่ได้ เราจะต้องตายเป็นธรรมดา หนีความตายไปไม่พ้น ก็จะต้องพลัดพรากจากที่เรารัก เราชอบใจ ไม่สามารถไปเก็บสิ่งนั้นมาได้ ต้องทิ้งไว้ในโลกนี้ทั้งนั้น แล้วรู้ว่าเราทำอย่างไร ผลถึงจะเป็นอย่างนั้น ทำดีความดีก็ตามไปคุ้มครอง รักษา ถ้าเราทำชั่ว ความชั่วก็ไปเบียดเบียนเรา ทำให้นอนเป็นทุกข์ เจ็บไข้ได้ป่วย เพิ่มโรคมากในร่างกาย เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่รู้ว่ามันปวดที่ไหน และทุกข์จะดับได้ด้วยวิธีไหน ให้เข้าใจตามหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ ให้เราเข้าใจ เราก็เป็นทุกข์เรื่อยไป

เรื่องที่เราจะต้องคิดตักเตือนตัวเองบ่อยๆ เขาเรียกว่า ชีวิตของคนเราเกิดมาแล้ว มันก็เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงวงจรชีวิต ถ้ามันหยุดเปลี่ยน เราก็ตายกัน ความตายคืออะไร ความตายคือที่สุดของความเพียร ความเพียรไปจบตรงไหน ก็ตายกันที่ตรงนั้น คนเราเกิดมาตายเป็นธรรมดา เวลาตายเอาอะไรไปไม่ได้ เราไปงานศพ ไปรดน้ำศพ

ได้สอนคนที่มารดน้ำว่าทุกคนต้องไปแบบกา ไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้เลย ถ้าศพพูดได้ก็คงจะพูดกับเราว่า ดูฉันบ้างเถอะฉันไปมือเปล่าไม่ได้เอาอะไรไปเลย สายสร้อยแหวน เครื่องประดับอันหรูหรา ก็ประดับไว้ก่อนตาย ลูกหลานจ้องตาเขม็งนึกในใจว่า สิ้นลมปุ๊บ แย่งกันถอดแหวน แย่งกันถอดสร้อยคอปล่อยให้คนตายไปมือเปล่าไม่เอาอะไรไปเลย...



คัดลอกมาจากhttp://www.komchadluek.net/2007/10/scoop/p001_161569.php?news_id=161569

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [12 ต.ค. 2550 , 08:32:11 น.] ( IP = 58.9.143.87 : : )


  สลักธรรม 4


ทุกอย่างเกิดที่ตัวเรา ต้องแก้ที่ตัวเรา ไม่แก้ที่อื่นไม่ได้

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะ ที่นำปาฐกถาธรรมครั้งสุดท้ายของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุมาให้ได้อ่านค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 10:02:19 น.] ( IP = 124.121.174.247 : : )


  สลักธรรม 5

ขอน้อมกราบระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงพ่อปัญญาที่มอบมรดกธรรมะมาให้ตลอด
ความงดงามแห่งศีล ย่อมตราตรึงแก่ผุ้ที่อยู่เบื้องหลัง


ธรรมะของท่านได้หลักในการใช้เตือนชีวิตได้เป็นอย่างดี

กราบขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างสูงค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2550 , 17:47:14 น.] ( IP = 125.26.156.21 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org