มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อย่ารักพระพุทธศาสนาด้วยการสรรหาแต่ศัตรู






อย่ารักพระพุทธศาสนาด้วยการสรรหาแต่ศัตรู
ธรรมะปฏิสันถาร โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ


ภาพวาด “ภิกษุสันดานกา กับ หมา-นุษย์” เป็นวิวาทะที่เกิดขึ้นระหว่าง ศิลปินแห่งชาติผู้วาด และพระสงฆ์ ประชาชนผู้ใช้นามว่าองค์กรพุทธ ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่ารักพระพุทธศาสนาด้วยกันทั้งนั้น แต่รักกันคนละรูปแบบ การแสดงออกซึ่งความรักที่แตกต่างรูปแบบแต่ไม่เข้าใจกัน นำมาซึ่งวิวาทะในสื่อต่าง ๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ แล้วก็กลายเป็นประเด็นที่มีผู้แสดงทรรศนะอันหลากหลาย ข้างใครก็ข้างมัน

ความต่างมุมมองกับความรักในพระพุทธศาสนาครั้งนี้ จึงนำมาซึ่งความแตกแยกในพระสงฆ์ด้วยกันหรือพระสงฆ์กับชาวพุทธ และแน่นอน...ย่อมเป็นเหยื่ออันโอชะของสื่อที่ชอบหยิบประเด็นความขัดแย้งมาขยาย มิใช่ขยายเพื่อยุติปัญหา แต่ขยายปัญหาให้กว้างไกลใหญ่โต แล้วก็ใหญ่โตขึ้นจริง ๆ คือ ความสามัคคีสลาย ขยายเป็นความขัดแย้ง

เห็นภาพนี้ตั้งแต่มีการตัดสินประกวดในหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว ถ้าภาพนี้ตั้งแสดงที่มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม จะมีสักกี่ร้อยกี่พันคนที่เข้าไปดู ถึงแม้จะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ ก็จะมีสักกี่หมื่นคนที่ได้เข้าไปดู

แต่เมื่อพระสงฆ์และองค์กรพุทธได้ชูโปสเตอร์ที่มีชื่อว่าภิกษุสันดานกาขนาดใหญ่ปรากฏหราบนถนน สังคมจึงหันมาสนใจ ยิ่งมีการเผาชื่อศิลปินทั้งแห่งชาติและผู้เขียน สังคมก็ยิ่งหันมาดู “สันดานองค์กรพุทธ” ว่ามันอะไรกันนักหนาที่จะต้องเผาชื่อเผารูป ซึ่งคนเขาถือเหมือนกันว่า รูปกับชื่อนั้นถ้าเผาเพราะมันติดอยู่กับหนังสือพิมพ์หรือเอกสารเขาไม่ถือกัน แต่ที่องค์กรพุทธเผาชื่อเขานั้นมันเป็นการสาปแช่งสาปส่ง ใจเขาแป้วเหมือนกัน ยิ่งมีพระเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วย ความรู้สึกศรัทธาในพระสงฆ์ก็จะเสื่อมน้อยถอยลงไป จนกลายเป็นศัตรูกับพระ

ภาพภิกษุสันดานกา กับภาพหมา-นุษย์ ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมากนัก กลับถูกกระตุ้นให้คนอยากรู้อยากเห็น ต่อมาเมื่อนิมนต์พระและผู้เกี่ยวข้องไปออกสัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ภาพทั้ง ๒ นี้ ก็ถูกนำขึ้นจอโทรทัศน์แบบละเอียดยิบ ขยายทั้งภาพและขยายทั้งความขัดแย้ง คนที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็นกันทั่วประเทศทั่วโลก รวมทั้งในอินเตอร์เน็ต

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [13 ต.ค. 2550 , 10:09:47 น.] ( IP = 58.9.234.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถามว่า...
ใครกันแน่เป็นผู้นำไปเผยแพร่โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
และใครกันแน่ที่...เตะหมูเข้าปากหมา...

ศิลปินผู้วาดภาพก็เลยดังสนั่นแบบ “อัจฉริยะข้ามคืน” ค่าตัวของศิลปินผู้นี้ต่อไปจะมีค่าตัวไม่น้อยกว่า ถวัลย์ ดัชนี หรือ เฉลิมชัย (อลังการ-อหังการ) โฆษิตพิพัฒน์ “ภายใต้น้ำตาและความวิตกอกสั่นของศิลปินที่เป็นกรรมการและผู้วาดซึ่งมีมาแต่เดิม กลายเป็นคำขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่พระสงฆ์และองค์กรพุทธทำให้พวกเขาดังสนั่นลั่นโลก” แล้วพระสงฆ์รวมทั้งคณะสงฆ์ได้อะไร

การประท้วงหลายเรื่องที่เป็นการเปลืองสมองและเวลามีให้เห็นบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การยื่นคำขาด” ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไร “เด็ดขาด” ดูน่าจะเป็นเรื่องบีบคั้นศักยภาพขององค์กรเอง

เช่น การนอนในโลงศพแบบขอตายถวายชีวิตแล้วก็ไม่สามารถนอนจมกองอุจจาระ ปัสสาวะได้ ต้องออกจากโลงศพ ก็เป็นเรื่องที่ชวนขบขันของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ การปักหลักหน้ารัฐสภาโดยสมมติว่าเป็นรัฐสภาวนาราม ก็เป็นเรื่องที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก นี่ถ้าไม่มีกระแสพระราชดำรัสอันเปี่ยมด้วยพระปัญญาธิคุณ ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ อันนำมาซึ่งการถอยอย่างมีลีลาและศักดิ์ศรีของทั้งสองฝ่าย อะไรจะเกิดขึ้นแก่คณะสงฆ์และความสามัคคีของบ้านเมือง

ครั้งนี้ก็เช่นกัน การยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้จัดการให้เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะ... เป็นคำขาดที่ปราศจากพลัง สมมติว่าเขาไม่ทำอย่างที่ขอและขู่ล่ะ องค์การพุทธจะทำอะไรต่อไป เราเป็นพระไทยไม่ใช่พระพม่า เราเคยพูดว่าจะมีพระออกมาเป็นหมื่นเป็นแสน เอาเข้าจริงมันไม่ถึง

ขอพูดตามตรงนะหลวงพี่หลวงน้องอย่าเคืองกัน พระไทยน่ะใจไม่ถึงหรอก ถ้ารวมกันได้จริง ใจถึงจริง ๆ มันสำเร็จมาแล้วตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๐ แต่พอวันที่จะแสดงพลังเข้าจริงเหลือกี่ร้อยรูป เห็นมีแต่พระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เท่านั้นที่จริงใจถวายตัว

หันมาดูศิลปินผู้วาดภาพกันบ้าง การที่เขาวาดภาพเหล่านี้ออกมานั้นเขาเจตนาอะไร และในใจเขานั้นมีพระพุทธศาสนาอยู่บ้างหรือเปล่า ก็ต้องไปดูวิธีการอบรมสั่งสอนของมหาวิทยาลัยศิลปากรและครูอาจารย์ที่สอนเขา ลองสืบค้นภาพแต่เดิม ๆ ที่เขาวาดว่า

งานชิ้นเก่า ๆ นั้น เขาวาดพุทธศิลป์ได้งามขนาดไหนนั่นแสดงถึงศรัทธาตามบัตรประชาชนว่าเป็นชาวพุทธ
แต่ถ้าเขาเอาแต่วาดแนวที่ได้รับรางวัลมาตลอด ก็แสดงว่าเขามีความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อองค์กรสงฆ์อย่างแน่นอน

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [13 ต.ค. 2550 , 10:11:09 น.] ( IP = 58.9.234.9 : : )


  สลักธรรม 2



บางทีนะ เรามัวแต่ดูกันในมุมหวาดกลัวหวาดระแวงลองดูภาพการ์ตูนเล่าเรื่องพุทธประวัติที่พิมพ์เผยแพร่ที่พูดกันว่า “การ์ตูนเพื่อเยาวชน” ซึ่งวาดโดยนักวาดภาพที่เป็นผู้ใหญ่ แล้ววาดพระพุทธเจ้าให้เศียรโต พระพักตร์ตลก หูไม่เท่ากัน มือเท้า จีวร มิได้สื่อความหมายอันงดงามของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย

น่าจะวิเคราะห์ว่าการ์ตูนเหล่านี้น่าจะเป็นการทำลายภาพของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากกว่าภาพภิกษุสันดานกาเสียอีก

เพราะเป็นการปลูกฝังที่ไม่มีความงามอยู่เลย ทั้ง ๆ จิตรกรรมฝาผนังนั้นงดงามอย่างยิ่ง ถ้าเด็กเขียนไม่ว่ากัน แต่นี่จิตรกรเขียนให้เด็กดู เด็กก็จะจำภาพเหล่านั้นไว้ ความไม่งามก็จะถูกฝังลงในจิต เด็กก็จะไม่รักศรัทธาพระพุทธเจ้า

สิ่งที่จะพึงระวังต่อไปที่ใคร่ขอเตือนก็คือ ตอนนี้เขากำลังจับตาดู “ภาพยนตร์พระไตรปิฎก” เชื่อผมเถอะ สร้างออกมาเมื่อไหร่โดนยำเละ เล่นงานศิลปินแห่งชาติแบบยกวงอย่างนี้มีหรือจะรอดจากการถูกวิจารณ์กลับอย่างรุนแรง

ถ้ารักพระศาสนาแบบขยันหาศัตรูนะอยู่เฉย ๆ ดีกว่า หรือไปสาธยายพระไตรปิฎกที่สนามหลวง ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ กันเถอะ

จากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันศุกร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๐


โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [13 ต.ค. 2550 , 10:11:40 น.] ( IP = 58.9.234.9 : : )


  สลักธรรม 3

กราบนมัสการท่านเจ้าคุณขอรับ มาอ่านบทความที่กินใจครับ แต่ไม่ทราบว่าจะออกความเห็นอย่างไรครับ เพราะต่างจิตต่างใจ เลยไปเห็นกลอนที่เขาเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ครับเลยนำมาแปะไว้ที่นี้ด้วยครับผม.



ภิกษุสันดานกา

งานศาสตร์ศิลป์ต้องรับใช้สังคมได้
คนส่วนใหญ่ต้องชื่นชมภิรมย์รื่น
หากศิลป์ทำให้สังคมไม่กลมกลืน
เสียงสะอื้นจึงร้องร่ำระส่ำเมือง

งานของศิลป์ควรขีดกั้นคั่นเพียงพวก
งามหรือลวกศาสตร์ศิลป์ปองมองฟุ้งเฟื่อง
จิตรกรรมวิจิตรพิศรองเรือง
คงเป็นเรื่องภายในใช่สาธารณชน

หากให้คิดเช่นศิลปินว่า
หมอรักษาฆ่าภรรยาวาดสักหน
เอาไปติดหน้าห้องยารักษาคน
ติดไปจนทุกห้องหอของหมอไทย

อีกตำรวจซ้อมผู้ต้องหาในหน้าที่
มากวิธีวิสามัญอันยิ่งใหญ่
ห้องสอบสวนห้องร้องเรียนเขียนโยงใย
โดยติดไว้ทุกโรงพักและห้องนักเรียน

ด้วยพระไตรปิฎกที่ยกกล่าว
เป็นเรื่องราวคำสอนที่จารเขียน
เรื่องดีๆมากมายไยไม่เพียร
จึงมาเขียนเรื่องเดียวเสี้ยวธุลี

งานศาสตร์ศิลป์ต้องรับใช้สังคมได้
คนส่วนใหญ่ต้องชื่นชมภิรมย์ศรี
หากทำให้สังคมคลั่งดั่งอเวจี
งานศิลป์นี้สมควรเรียกเพรียกเช่นไร


คัดลอกมาจากหน้านี้ครับhttp://www.thaipoem.com/forever/ipage/poem108277.html

โดย ทับตะวัน [13 ต.ค. 2550 , 20:46:26 น.] ( IP = 58.9.155.50 : : )


  สลักธรรม 4


กราบนมัสการเจ้าค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ต.ค. 2550 , 09:50:58 น.] ( IP = 124.121.172.70 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org