มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๗๒)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๗๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

เมื่อคราวที่แล้วมาหลานได้ศึกษาเรื่องเจตสิก เกี่ยวกับสัมปโยคแห่งอัญญสมานาเจตสิก สัมปโยคแห่งอกุศลเจตสิก และสัมปโยคแห่งโสภณเจตสิก ก็เป็นอันจบลงแล้ว

สัมปโยคนัยนั้น เป็นการศึกษาว่า เจตสิกแต่ละดวงนั้น ดวงหนึ่ง ๆ ประกอบกับจิตได้เท่าใด ได้แก่จิตอะไรบ้าง เป็นการยกเอาเจตสิกขึ้นมาเป็นประธานว่าสามารถประกอบกับจิตได้กี่ดวง

สำหรับในวันนี้ ลุงจะขอแสดงถึงเรื่อง "สังคหนัย" ต่อไป ถ้าหลานพร้อมแล้ว ลุงก็จะได้เริ่มเลยทีเดียว

ป. ผมพร้อมแล้วขอรับ

ก. ดีละ เราจะเริ่มต้นด้วยคำว่า "สังคหะ" คือ อะไรเสียก่อน

คำว่า สังคหะ ตามบาลีไวยากรณ์ เป็นนามกิริยา แปลว่า การสงเคราะห์ หรือ การรวบรวม

หมายถึงว่า เป็นการแสดงจิตแต่ละดวงรวบรวมเจตสิกเข้ามาประกอบได้เท่าใด ได้แก่เจตสิกชื่อว่าอะไรบ้าง หรือว่ามีเจตสิกจำนวนเท่าใด และอะไรบ้างที่นำมาสงเคราะห์ลงในจิตได้แต่ละดวง เช่น เป็นต้นว่า โลกุตตรจิตมีเจตสิกประกอบได้เท่าใด หรืออกุศลจิตมีเจตสิกประกอบได้เท่าใด และมีเจตสิกอะไรชื่ออะไรบ้าง เป็นต้น

โดย พี่เณร....นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:00:20 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



สังคหนัยที่กำลังจะศึกษาต่อไปนี้ ก็เหมือน ๆ กับสัมปโยคนัย ในข้อที่ว่าหลานจะอ่าน ๆ เอาเฉย ๆ โดยมิได้คิดพิจารณาให้แยบคายเสียเลยนั้นไม่ได้ เพราะมันเป็นหลักเกณฑ์ และมีตัวเลขเข้าควบคุมอยู่ทั้งนั้น จำเป็นที่หลานจะต้องค้นคว้าพิจารณาเอาด้วยตนเองบ้าง ด้วยเหตุนี้ เมื่อลุงได้วางหลักการให้แล้ว หลานสงสัยในเหตุผลข้อไหนประการใดก็ขอให้ถามได้

คาถาสังคหะ

๑๓. ฉตฺตึสานุตฺตเร ธมฺมา ปญฺจตฺตึส มหคฺเต
อฏฺฐตฺตึสาปิ ลพฺตนฺติ กามาวจรโสภเณฯ

๑๔. สตฺตวีสตฺยปญฺญมฺหิ ทฺวาทสาเหตุเกติ จ
ยถาสมฺภวโยเคน ปญฺจธา ตตฺถ สงฺคโห ฯ

แปลความว่า โลกุตตรจิต มีเจตสิกประกอบได้ ๓๖ ดวง
มหัคคตจิต มีเจตสิกประกอบได้ ๓๕ ดวง
กามาวจรโสภณจิต มีเจตสิกประกอบได้ ๓๘ ดวง
อกุศลจิต มีเจตสิกประกอบได้ ๒๗ ดวง
อเหตุกจิต มีเจตสิกประกอบได้ ๑๒ ดวง

นี่คือการนับจำนวนเจตสิกที่สงเคราะห์ลงในจิตโดยสังคหะได้ ๕ นัย ที่ลุงจะได้บรรยายต่อไป แต่อย่างไรก็ดี ก็ขอให้หลานทราบเอาไว้ด้วยว่า จำนวนเจตสิกที่ลุงได้วางเอาไว้นั้น เป็นยอดของจำนวนเต็มของจิตประเภทต่างๆ ที่เจตสิกเข้าประกอบ เมื่อประกอบจริง ๆ อาจจะเต็มหรือไม่เต็มตามที่ได้วางเอาไว้ก็ได้

เช่นบุคคลผู้ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ ในขณะที่มรรคจิตกำลังเกิดขึ้นเรียกว่าโสดาปัตติมรรคนั้น ผู้ปฏิบัติได้ปฐมฌานด้วย เจตสิกก็ย่อมประกอบพร้อมกัน ๓๖ ดวง แต่ถ้าได้ทุติยฌาน ก็ต้องเอาองค์ฌานออกเสียหนึ่งคือวิตกเจตสิก ดังนั้น จึงเหลือเจตสิกเพียง ๓๕ เท่านั้นเอง เป็นต้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:00:56 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 2



จำนวนเจตสิกที่สงเคราะห์ลงในจิตโดยสังคหะได้ ๕ นัย คือ

๑. ฉตฺสึส ปญจตึสา ถ จตุตฺตึส ยถากฺกมํ
เตตฺตึส ทฺวยมิจฺเจวํ ปญฺจธานุตฺตเร ฐิตาฯ

แปลความว่า โลกุตตรจิต ๔๐ ดวงนั้น มีสังคหะ ๕ นัย คือ
นัยที่ ๑ เจตสิก ๓๖ ดวง ประกอบในโลกุตตรปฐมฌานจิต ๘
นัยที่ ๒ เจตสิก ๓๕ ดวง ประกอบในโลกุตตรทุติยฌานจิต ๘
นัยที่ ๓ เจตสิก ๓๔ ดวง ประกอบในโลกุตตรตติยฌานจิต ๘
นัยที่ ๔ เจตสิก ๓๓ ดวง ประกอบในโลกุตตรจตุตถฌานจิต ๘
นัยที่ ๕ เจตสิก ๓๓ ดวง ประกอบในโลกุตตรปัญจมฌานจิต ๘

หลานก็ได้ศึกษามาแล้วว่า โลกกุตรจิตนั้นมี ๒ ชาติ คือ โลกุตตรกุศลจิต หรือมรรคจิต มีจำนวน ๔ ดวง กับอีกชาติหนึ่งได้แก่ โลกุตตรวิบากจิต หรือผลจิต มีจำนวน ๔ ดวงเหมือนกัน รวมกันเข้าก็เป็นโลกุตตรจิต ๘ ดวง แล้วเราพูดกันว่ามรรคคือกุศล และผลคือวิบาก หรือมรรคจิตเป็นชาติกุศล และผลจิตเป็นชาติวิบากก็ได้ แล้วแยกออกได้ดังนี้

โสดาปัตติมรรคจิต ๑ โสดาปัตติผลจิต ๑
สกทาคามิมรรคจิต ๑ สกทาคามิผลจิต ๑
อนาคามิมรรคจิต ๑ อนาคามิผลจิต ๑
อรหัตมรรคจิต ๑ อรหัตผลจิต ๑

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:01:23 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 3



การที่บุคคลผู้มีกิเลสปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้ผลดีขึ้นไปเป็นลำดับ ปัญญาก็เกิดขึ้นมาทำให้กิเลสเบาบางอ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดได้มรรคผลโดยมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ กิเลสทั้งหลายที่ติดตามชีวิตมามิได้ขาดสายก็ถูกทำลายลงโดยเด็ดขาดเป็นสมุจเฉทประหาณเป็นบางส่วน เริ่มตั้งแต่โสดาปัตติมรรคเป็นต้นไป จนถึงมรรคองค์สุดท้ายคือรหัตมรรค กิเลสก็หมดสิ้นไม่มีเหลือเลยแม้แต่น้อย จึงเป็นบุคคลผู้มีกิเลสเบาบาง จนถึงเป็นบุคคลผู้ไม่มีกิเลสเหลืออยู่เลย

พระอริยบุคคลดังกล่าวนี้สำเร็จลงได้ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนาล้วน ๆ ก็มี คือมิได้ปฏิบัติสมถกรรมมัฏฐานหรือไม่ได้ทำฌานเลย เราเรียกพระอริยบุคคลผู้มีปัญญาเหล่านี้ว่า "ปัญญาวิมุติ"

แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังมีพระอริยบุคคลอีกประเภทหนึ่ง ผู้ซึ่งทำสมถภาวนาจนได้ถึงฌาน เช่น ปฐมฌาน เป็นต้น พระอริยบุคคลผู้สำเร็จด้วยอาศัยการทำฌานให้ได้เสียก่อน แล้วจึงเอาองค์ฌานออกมาพิจารณาให้เป็นวิปัสสนาอีกทีหนึ่ง จนบรรลุมรรคผล เราเรียกอริยบุคคลผู้สำเร็จมรรคผลเหล่านี้ว่า "เจโตวิมุติ"

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:01:51 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 4



โลกุตตรจิตที่นับโดยย่อมี ๘ ได้แก่ มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ รวมกันเป็น ๘

ส่วนโลกุตตรจิตที่นับโดยพิสดารนั้นหมายถึงโลกุตตรจิตโดยย่อ ๘ ดวง แต่เมื่อประกอบกับอารัมมณูปนิชฌานซึ่งมีอยู่ ๕ คือ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน และปัญจมฌาน จึงรวมกันเป็น ๔๐ ดวง

หมายถึงว่า จิตของพระอริยบุคคลผู้ซึ่งได้ณานด้วยนั้น เมื่อโลกุตตรจิตเกิดขึ้น จิตแต่ละดวงนั้นย่อมประกอบด้วยฌานแต่ละชั้น จึงได้แตกต่างกันออกไปแต่ละประเภท คือ โลกุตตรจิต ๘ ดวง ประกอบด้วย ฌาน ๕ ชั้น จึงเป็น ๘ X ๕ = ๔๐ ดวง

โลกุตตรจิตโดยพิสดารที่มีจำนวน ๔๐ ดวงนั้น จำแนกเป็นมรรคจิต ๒๐ ดวง และเป็นผลจิตอีก ๒๐ ดวง

ด้วยเหตุดังนี้เอง โลกุตตรจิตเมื่อนับจำนวนโดยย่อแล้วได้ ๘ ดวง คือได้แก่มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ โลกุตตรจิตทั้ง ๘ ดวงนี้มีเจตสิกประกอบ ๓๖ ดวงเท่า ๆ กันหมดทุกดวง

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:02:18 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 5



แต่โลกุตตรจิตโดยพิสดาร ๔๐ ดวงแล้วมีสังคหะ ๕ นัย ทั้งนี้ก็ด้วยอำนาจขององค์ฌานจึงทำให้ผิดกันไป ขอให้หลานพิจารณาดังต่อไปนี้

นัยที่ ๑ ปฐมฌาน มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ (โลกุตตรปฐมฌานจิต ๘) มีเจตสิกประกอบ ๓๖ ดวงได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ โสภณเจตสิก ๒๓ (เว้นอัปปมัญญาเจตสิก ๒)

นัยที่ ๒ ทุติยฌาน มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ (โลกุตตรปฐมฌานจิต ๘) มีเจตสิกประกอบ ๓๕ ดวงได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๒ (เว้นวิตกเจตสิก) โสภณเจตสิก ๒๓ (เว้นอัปปมัญญาเจตสิก ๒)

นัยที่ ๓ ตติยฌาน มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ (โลกุตตรปฐมฌานจิต ๘) มีเจตสิกประกอบ ๓๔ ดวงได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๑ (เว้นวิตก, วิจารเจตสิก) โสภณเจตสิก ๒๓ (เว้นอัปปมัญญาเจตสิก ๒)

นัยที่ ๔ จตุตถฌาน มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ (โลกุตตรปฐมฌานจิต ๘) มีเจตสิกประกอบ ๓๓ ดวงได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๐ (เว้นวิตก, วิจาร, ปีติเจตสิก) โสภณเจตสิก ๒๓ (เว้นอัปปมัญญาเจตสิก ๒)

นัยที่ ๕ ปัญจมฌาน มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ (โลกุตตรปฐมฌานจิต ๘) มีเจตสิกประกอบ ๓๓ ดวงได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๐ (เว้นวิตก, วิจาร, ปีติเจตสิก) โสภณเจตสิก ๒๓ (เว้นอัปปมัญญาเจตสิก ๒)

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:02:46 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 6



ลุงก็ได้อธิบายไปคิดว่าพอสมควรแล้ว ว่าผู้ที่ได้มรรคจิตผลจิต แล้วก็ได้ฌานในขั้นต่าง ๆ ด้วย เจตสิกก็ย่อมประกอบไม่เท่ากัน การที่เจตสิกประกอบไม่เท่ากันเช่นนี้ หลานมีความเข้าใจดีแล้วหรือ

ป. ผมคิดว่าเข้าใจดี เพราะว่าผู้ที่ได้มรรคผลแล้วได้ปฐมฌานด้วย เจตสิกก็ย่อมจะเข้าประกอบเต็มอัตราคือ ๓๖ ดวง แต่เมื่อผู้ปฏิบัติได้มรรคผลด้วย ได้ทุติยฌานด้วย ก็ต้องเอาวิตกเจตสิกซึ่งเป็นองค์ฌานออกเสีย จึงเหลือเพียง ๓๕ ถ้าได้ตติยฌานก็ต้องเอาทั้งวิตกและวิจารออกอีก จึงเหลือเพียง ๓๔ เท่านั้น แล้วก็ลดเป็นลำดับไป จนถึงเจตสิกเข้าประกอบเพียง ๓๓ ดวง

ก. นับว่าหลานมีความเข้าใจดีแล้ว แต่ลุงอยากจะถามอีกสักคำถามหนึ่ง คือ ตั้งแต่นัยที่ ๑ ถึงนัยที่ ๕ เหตุใดจึงต้องเว้นอัปปมัญญาเจตสิกทุก ๆ ครั้งไป

ป. เพราะว่าอัปปมัญญาเจตสิกทั้งสองดวง คือกรุณาและมุทิตา ได้แก่ เจตสิกที่เข้าประกอบจิตแล้วจะต้องมีสัตว์ที่มีทุกข์และมีสุขมาอยู่เฉพาะหน้า แต่มรรคผลนิพพานนั้นหาได้มีสัตว์ที่มีทุกข์หรือมีสุขมาปรากฏอยู่เฉพาะหน้าไม่ ดังนั้น อัปปมัญญาเจตสิกจึงเข้าประกอบไม่ได้เลย

ก. หลานเข้าใจถูกต้องแล้ว ลุงก็มีความยินดีที่หลานเอาใจใส่ ถ้าเช่นนั้นลุงก็จะขอแสดงถึงมหัคคตสังคหนัยต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:03:20 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 7



๒. มหัคคตสังคหนัย

คาถาสังคหะ

๑๖. ปญฺจตฺตึส จตุตฺตึส เตตฺตึสาถ ยถากฺกมํ
ทฺวตฺตึส เจวฺ ตึสาติ ปญฺจธาว มหคฺคเตฯ

แปลความว่า มหัคคตจิต ๒๗ ดวง มีสังคหะ ๕ นัย คือ
นัยที่ ๑ - เจตสิก ๓๕ ประกอบในโลกียปฐมฌานจิต ๓
นัยที่ ๒ - เจตสิก ๓๔ ประกอบในโลกียทุตยฌานจิต ๓
นัยที่ ๓ - เจตสิก ๓๓ ประกอบในโลกียตติยฌานจิต ๓
นัยที่ ๔ - เจตสิก ๓๒ ประกอบในโลกียจตุตถฌานจิต ๓
นัยที่ ๕ - เจตสิก ๓๐ ประกอบในโลกียปัญจมฌานจิต ๑๕

ก่อนอื่น ลุงขอให้หลานแสดงมาก่อนว่า มหัคคตจิต ๒๗ นั้น มีอะไรบ้าง

ป.มหัคคตจิต ๒๗ ดวงนั้น ได้แก่ รูปปาวจรจิต ๑๕ อรูปาวจรจิต ๑๒ รวมเป็น ๒๗ ผมตอบดังนี้ ถูกต้องหรือไม่ขอรับ

ก. ถูกต้องแล้วหลาน

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:03:50 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 8



ในมหัคคตจิตทั้ง ๒๗ ดวงนี้ เพราะด้วยอำนาจแห่งฌานที่ได้ต่างกัน ทำให้เจตสิกประกอบไม่เท่ากัน จึงได้มีสังคหะไว้ถึง ๕ นัย คือ

นัยที่ ๑ รูปาวจรปฐมฌานจิต ๓ (กุศล, วิบาก, กิริยา) มีเจตสิกประกอบ ๓๕ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๓ โสภณเจตสิก๒๒ (เว้นวิรตีเจตสิก ๓)

นัยที่ ๒ รูปาวจรทุติยฌานจิต ๓ (กุศล, วิบาก, กิริยา) มีเจตสิกประกอบ ๓๔ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๒ (เว้นวิตก) โสภณเจตสิก๒๒ (เว้นวิรตีเจตสิก ๓)

นัยที่ ๓ รูปาวจรตติยฌานจิต ๓ (กุศล, วิบาก, กิริยา) มีเจตสิกประกอบ ๓๓ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๑ (เว้นวิตก, วิจารเจตสิก) โสภณเจตสิก๒๒ (เว้นวิรตีเจตสิก ๓)

นัยที่ ๔ รูปาวจรจตุตถฌานจิต ๓ (กุศล, วิบาก, กิริยา) มีเจตสิกประกอบ ๓๒ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๐ (เว้นวิตก, วิจาร, ปีติเจตสิก) โสภณเจตสิก๒๒ (เว้นวิรตีเจตสิก ๓)

นัยที่ ๕ รูปาวจรปัญจมฌานจิต ๓ (กุศล, วิบาก, กิริยา) มีเจตสิกประกอบ ๓๐ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๐ (เว้นวิตก, วิจาร, ปีติเจตสิก) โสภณเจตสิก๒๐ (เว้นวิรตีเจตสิก ๓,อัปปมัญญาเจตสิก ๒)

ป. คุณลุงขอรับ ตามที่คุณลุงกล่าวมาแล้ว ผมก็พอมีความเข้าใจ ตั้งแต่นัยที่ ๑, ๒, ๓, ๔ เว้นวิรตี มาเป็นลำดับ เพราะเป็นการทำฌานในขั้นต่าง ๆ จึงต้องเว้นวิรตีเจตสิก แต่พอมาถึงนัยที่ ๕ รูปาวจรปัญมฌานจิต ต้องมาเว้นเพิ่มขึ้นอีก คือ อัปปมัญญาเจตสิก ๒

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:04:24 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 9



ก.ในข้อนี้ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน หลานถามมาก็ดีแล้ว

ผู้ปฏิบัติสมถกรรมมัฏฐานจนได้ฌานที่ ๑, ๒, ๓, ๔ นั้น อาจจะกำหนดพิจารณาอะไรก็ได้หลายอย่าง แม้แต่การพิจารณาสัตว์ที่มีทุกข์ หรือสัตว์ที่มีสุข คืออัปปมัญญาเอามาเป็นอารมณ์ก็ได้ แต่ในฌานที่ ๕ คือ ปัญจมฌานจิตนั้นไม่มีวิตก, วิจาร, ปีติ, สุข มีองค์ฌาน ๒ เท่านั้น ได้แก่ อุเบกขา กับ เอกัคคตา

ด้วยหตุนี้ จึงต้องเว้นอัปปมัญญา ๒ เสีย เพราะถ้าเอามาเป็นอารมณ์แล้วจะสงสารสัตว์ที่มีทุกข์ แล้วยินดีในสัตว์ที่มีสุข อุเบกขากับเอกัคคตาจะเป็นองค์ของฌานได้หรือ ปัญจมฌานก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

ป. ผมขอถามอีกสักข้อเถิดขอรับ คือเรื่องของรูปาวจรปัญจมฌานจิต ๓ นั้น ทำไมคุณลุงถึงได้เอา อรูปาวจรจิต ๑๒ เข้ามาร่วมด้วยเล่าขอรับ

ก.ข้อนี้ง่ายนิดเดียว ถ้าลุงจะบอกให้หลานทราบว่า ปัญจมฌานจิตนั้นมีองค์ ๒ คือ อุเบกขากับเอกัคคตาเท่านั้น อรูปาวจรจิตทั้ง ๑๒ ก็มีองค์ ๒ เหมือนกัน คืออุเบกขากับเอกัคคตา ด้วยเหตุนี้ จึงได้นับรวมเป็นนัยเดียวกันโดยอนุโลม

ป. ผมพอเข้าใจแล้วขอรับ

ก.วันนี้ลุงคิดว่าพอสมควรแก่เวลาแล้ว เรื่องที่เรียนในวันนี้หลานก็จดแล้ว ควรจะได้พิจารณาดูเพิ่มเติมอีกบ้างจะได้มีความเข้าใจดียิ่งขึ้น จึงขอยุติการบรรยาย คราวหน้าจะได้ศึกษาเรื่องกามาวจรโสภณสังคหนนัยต่อไป

ป.สวัสดีขอรับ....คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 07:05:57 น.] ( IP = 58.9.140.137 : : )


  สลักธรรม 10


มาศึกษาต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่กรุณาเสียสละเวลานำเรื่องมหัศจรรย์ต่างๆเหล่านี้มาให้ได้อ่านและศึกษาเป็นประจำ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 09:11:09 น.] ( IP = 124.121.175.243 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org