มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๑







เช้าวันนี้ท่านอาจารย์ได้กล่าวอบรมใจก่อนที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้าว่า ...

เช้าวันนี้เป็นเช้าที่เราตั้งใจมารวมกันเพื่อจะสร้างสรรค์คุณงามความดีด้วยความรักและความมั่นคงในการงานของชีวิตที่เป็นไปเพื่อความเจริญก้าวหน้า ความผาสุก และเป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพานด้วยการฟังธรรม ปฏิบัติธรรมต่างๆ ให้มีขึ้นในจิตใจ โอกาสนี้จึงถึงพร้อมแล้วที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้าด้วยความเคารพบูชาพระรัตนตรัยโดยพร้อมเพรียงกันต่อไป

และเมื่อจบจากการสวดมนต์ทำวัตรเช้าแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวชักชวนให้ผู้ที่นั่งอยู่ในที่นั้นรวบรวมกระแสจิตย้อนรำลึกไปนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๘ ที่ประชาชนชาวไทยสวมใส่เสื้อเหลืองกันเนืองแน่นไปหมด เพื่อรอรับการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวที่ทรงเสด็จสีหบัญชรออกมหาสมาคม

ขอให้มีภาพนั้นเกิดขึ้นในจิตใจอย่างมั่นคง ภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นในใจของเราขณะนี้ คือ ภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นที่รักที่สุดของเราปวงชนชาวไทยกำลังโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนของพระองค์ ณ ที่กลางใจของเราในขณะนี้มีแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและความจงรักภักดีเท่านั้น

ย่อมเป็นที่แน่นอนที่สุดว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ในวันนี้ พระองค์ท่านได้ทรงพระประชวร เราผู้หนึ่งที่ได้รับทราบข่าวแล้วรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก ไม่มีสิ่งใดที่เราจะทำได้ดีไปกว่าการทำความดีให้เกิดขึ้นในจิตใจของตนแล้วนำพลังมาร่วมกันสวดมนต์บทโพชฌังคปริตร แล้วรวบรวมกุศลจิตนั้นน้อมเกล้าถวายเป็นเสมือนการเยียวยารักษาพระองค์ด้วยความจงรักและภักดี

โดย น้องกิ๊ฟ..นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 10:59:06 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1




หลังจากที่ทุกคนพร้อมกันด้วยความสงบแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวนำขึ้นว่า ...

"ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ได้ทราบข่าวการประชวรขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนี้ทรงเข้ารับการรักษาพระองค์อยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราช

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ได้สวดมนต์ทำวัตรเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอน้อมนำเอากุศลจิตนั้น รวมมาสวดพระคาถาโพชฌังคปริตร ถวายแด่พระองค์

ด้วยความมั่นใจในพระพุทธฤทธิ์บทนี้ ที่จะช่วยส่งผลอันประเสริฐมาสู่พระองค์ได้จากธรรมวิธีอันเกิดขึ้นจากความจงรักภักดีของพวกเราทุกคนผู้เป็นคนไทย

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตา พะหุลีกะตา สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ เต จะ ตัง อะภินันทิตวา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา "

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:00:04 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 2




เมื่อสวดบทโพชฌังคปริตรจบลงแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวน้อมนำใจขึ้นว่า ...

"ขอให้นึกถึงภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯขึ้นในใจ แล้วก็น้อมหัวใจอันเป็นเสมือนมือทั้งสองข้างกราบถวายพระพรไปที่พระบาททั้งสองด้วยความเคารพและตั้งมั่น ศีรษะที่จรดปลายมือของเราวางแนบต่อพระบาทของพระองค์ท่าน

ขอให้ทุกคนถ่ายเทความจงรักภักดี ผ่านหัวใจ ไปสู่มือ แล้วไปสู่พระบาท ขอให้ทุกคนถ่ายเทกุศลผลบุญจากหัวใจผ่านมือของเราไปสู่พระบาท เพื่อให้พระองค์รับทราบกระแสแห่งความจงรักภักดีซึมซับตั้งแต่พระบาทเรื่อยขึ้นไปจนทั่วพระวรกาย

ด้วยมั่นใจในคาถาดับอาพาธ
ด้วยหวังวาดจิตใจในกุศล
พระบารมีขององค์พระทศพล
โปรดบันดลทุกข์ภัย..ไกลพระองค์เทอญ

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยั่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ"


และก่อนที่จะเปลี่ยนไปสู่หัวข้อธรรมของห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ท่านอาจารย์ได้กล่าวอนุโมทนากุศลกับทุกคนที่ได้ร่วมกันทำในเช้าวันนี้ และได้เน้นย้ำฝากความรู้สึกไว้อีกครั้งหนึ่งว่า...

"แม้บัดนี้ เวลาจะได้ล่วงเลยมาจนถึงเก้าโมงครึ่งแล้ว ถ้าหากถามว่าเราใช้เวลาไปคุ้มหรือเปล่า? ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าคุ้มอย่างยิ่ง แม้นเราจะต้องใช้เวลาไปทั้งวันเพื่อถวายความจงรักภักดีก็สมควรอย่างยิ่ง เพราะเราทุกคนได้นั่งอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี

นอกจากเช้าวันนี้แล้วที่ชวนท่านมาร่วมกันมาถวายความจงรักภักดีด้วยการมาสวดบทโพชฌังคปริตร เมื่อท่านเรียนธรรมะในแต่ละห้องจบในวันนี้ นอกจากการแผ่เมตตาแล้วก็ขอให้ครูทุกท่านนำลูกศิษย์น้อมใจนำกุศลจากการศึกษาและเผยแผ่พระธรรมน้อมถวายไปยังโรงพยาบาลศิริราช นำกุศลผ่านกระแสใจตั้งใจผ่านมือของเรากราบไปที่พระบาทของพระองค์ท่าน ...อนุโมทนาล่วงหน้ากับทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย"

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:01:51 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 3





ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๒๑


วัฒนธรรมเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ของคนที่มีการศึกษา
คุณธรรมเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ของคนดี

ดังนั้น จงตั้งชีวิตอยู่บนวัฒนธรรมและคุณธรรมให้มากๆ เพราะเท่ากับเป็นการพัฒนาชีวิตของตนเองให้สูงค่า มากด้วยคุณประโยชน์ และลดโทษของชีวิตได้เป็นอย่างดี

หัดจับถูก หยุดจับผิด ชีวิตจะสบาย

วิธีที่จะทำให้เกิดขึ้นได้นั้น ก็ต้องมองภาพรวมของชีวิตเขาเราไม่เจาะจงเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เพราะถ้ามองอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว คนเรามักมองแบบจับผิด ด้วยอคติในใจ ทำให้เกิดปัญหามากมายโดยเฉพาะใจของตนเอง

เห็นเขาดี ดีตาม จะงามจิต
เห็นเขาผิด ละที่ตน พ้นวิสัย
เห็นเขาดี ชื่นชม ทำตามไป
เห็นเขาชั่ว ชั่งใจ ไม่ใฝ่ตาม

นั่นคือ การดูดีเก็บมาใช้ ดูชั่วเก็บมาละ แล้วลูกของพ่อจะหยุดชั่วที่ตัวได้!

ด้วยรัก
จาก พ่อเสือ


โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:04:49 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 4




"วัฒนธรรมเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ของคนที่มีการศึกษา
คุณธรรมเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ของคนดี
ดังนั้น จงตั้งชีวิตอยู่บนวัฒนธรรมและคุณธรรมให้มากๆ
เพราะเท่ากับเป็นการพัฒนาชีวิตของตนเองให้สูงค่า
มากด้วยคุณประโยชน์
และลดโทษของชีวิตได้เป็นอย่างดี"


หลวงพ่อท่านบอกว่า วัฒนธรรมคือความเจริญอันเป็นเครื่องบ่งบอกของผู้ที่มีการศึกษา และผู้ที่มีการศึกษานั้นจะทำอะไรอย่างมีประสิทธิภาพ มีความยั้งคิด มีความยับยั้งชั่งใจ แต่บัดนี้วัฒนธรรมเสื่อมโทรมลงไปมาก สังคมที่เสื่อมทรามก็เพราะขาดวัฒนธรรม

คุณธรรมอย่างง่ายๆ ก็คือการมีเบญจศีล เบญจธรรม เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงคนดี

ต้องมีชีวิตอยู่บนวัฒนธรรมและคุณธรรมให้มากๆ โดยจะต้องมีความสุภาพอ่อนโยน เรียบร้อย รู้จักคิด รู้จักยับยั้งชั่งใจ

และใช้คุณธรรมให้มากๆ เพราะเป็นการพัฒนาชีวิตของตนเอง ซึ่งเป็นการลดการก่อโทษให้กับชีวิตของตนเองไปโดยปริยาย โดยเฉพาะการหัดจับถูกและหยุดจับผิดชีวิตของผู้อื่นด้วย

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:12:21 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 5




"หัดจับถูก หยุดจับผิด ชีวิตจะสบาย"


นอกจากมีวัฒนธรรมและคุณธรรมแล้ว เราจะต้องหยุดจับผิด และก็มาจับถูกโดยการมองภาพรวมให้เป็น เพราะเราเป็นคนชอบจับผิดกัน

การจับผิดอะไรก็แล้วแต่มักทำให้เกิดความขุ่นเคืองใจ ทั้งเราก็ไม่สงบ ผู้ที่ถูกจับผิดก็ไม่สงบ ซึ่งวิธีการที่จะทำให้เกิดความสงบได้ก็เช่น การมองคนที่เข้ามาในมูลนิธิ

เราต้องมองให้ออกว่า แต่ละคนที่เข้ามานั้นค่อนข้างมีความดีอยู่ในเกณฑ์ที่สูงคือมีเปอร์เซนต์ความเป็นมนุษย์ดีมาก

เราต้องมองให้ออกว่า แต่ละคนที่เข้ามานั้น เขามาแบบเสียสละ มาแบบอยากได้ดี ไม่มีใครเดินเข้ามาอยากได้ชั่ว เพราะที่เป็นที่บรรยายพระอภิธรรม เป็นที่สอนที่อบรมการขัดเกลากิเลส

จึงเป็นที่รู้อยู่แล้วว่า เมื่อเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ก็คือเข้ามาละกิเลส หลีก ..ละ ..ลด ..เลิก คือ หลีกจากการยุ่งไม่เข้าเรื่อง ละจากการตนเองพันธนาการไว้กับผู้อื่น ลดทุกอย่างจากทำเพื่อแก้อยากมาทำเพื่อแก้ทุกข์ ..แล้วถึงจะเลิกได้

ฉะนั้น คนที่ปรารถนาเดินเข้ามาในที่นี้ย่อมแสดงว่า จิตใจของเขามีเหตุอดีตดีเป็นพื้นฐานมาแล้ว และก็มาทำปัจจุบันให้ดีด้วยการทำอัตตสัมมาปณิธิ

เราจึงต้องมองให้ออกว่า ผู้ที่เขามาในมูลนิธินั้น เขามีกุศลส่งมา ถ้าหากกุศลไม่ส่งมาแล้วเขาก็ต้องไปที่อื่น เช่น ไปตกปลา หรือไปเล่นการพนัน เป็นต้น

เราจึงต้องมองให้ออกว่า ภาพรวมของทุกคนนั้นเป็นภาพที่ดี และบางคนก็ดีแบบเสียสละซึ่งก็ดีมากขึ้นไปอีก เช่น บางคนมาช่วยสอนพระอภิธรรม บางคนมาพักค้างตั้งแต่วันศุกร์เพื่อมาช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ มาช่วยทำอาหาร หรือมาช่วยทำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อยสำหรับการใช้งานในวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นต้น อย่างนี้นอกจากจิตดีแล้วยังมาทำดีมากขึ้นไปอีก

เราจึงต้องมองภาพรวมของชีวิตเขา ชีวิตเรา อย่าไปมองแบบเจาะจง เพราะเมื่อใดที่มองเจาะจงแล้วความฉงนสนเท่ห์ หรือความไม่พอใจก็จะเกิดขึ้นเมื่อพบเห็นสิ่งที่ไม่ถูกใจหรือไม่ได้ดั่งใจ "ทำไมเขาทำอย่างนั้น?" "ทำไมจึงทำอย่างนี้?" ..นั่นคือการมองแบบจับผิดด้วยอคติที่มีอยู่ในใจ

เราจึงมองผิด เมื่อมองผิดแล้ว ก็พยายามจับผิด พอจับผิดได้แล้วก็มองซ้ำซากทำให้เกิดปัญหามากมายโดยเฉพาะปัญหาในใจของตนเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:13:03 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 6




"วิธีที่จะทำให้เกิดขึ้นได้นั้น ก็ต้องมองภาพรวมของชีวิตเขาเรา
ไม่เจาะจงเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เพราะถ้ามองอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว คนเรามักมองแบบจับผิด ด้วยอคติในใจ
ทำให้เกิดปัญหามากมายโดยเฉพาะใจของตนเอง"


คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ไม่เคยทำอะไรผิด เพราะขนาดพูดคุยกันก็ยังพูดผิด เขียนก็ยังมีเขียนผิด แม้กระทั่งท่านอาจารย์บุญมีเองท่านบรรยายพระอภิธรรมท่านก็เคยพูดผิดไปบ้างทั้งที่ไม่ได้ต้องการสอนที่จะสอนผิด แต่มันหลุดปากออกมาเพราะภาระของขันธ์ท่านมีมากมาย ท่านต้องแบกภาระไว้หลายอย่างเรื่องที่อยู่ในใจจึงมีมาก บางทีท่านก็พูดตัวเลขจิตเจตสิกผิดไปก็ได้ซึ่งก็มีบันทึกไว้ในเทปคำบรรยาย

เมื่อใครไปฟังแล้วก็อาจพบคำพูดที่ผิดนั้นได้ ถ้าคนที่มีนิสัยชอบจับผิดได้ฟังเทปไปหนึ่งม้วนแล้วพบคำผิดหนึ่งคำ ก็จะนำที่พูดผิดนั้นมาพูด แต่ที่ท่านพูดถูกนั้นไม่ได้นำมาพูด สมมุติว่าฟังเทป ๖๐ นาทีแล้วพบที่ผิดเพียงนาทีเดียว ก็นำหนึ่งนาทีนั้นมาพูดเสียจนเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งที่มีที่ถูกอยู่ตั้ง ๕๙ นาทีแต่ไม่เคยนำมาพูดเลย

และในการเขียนก็เช่นเดียวกัน บางครั้งครูบางคนเขียนหนังสือเร็วๆ เพราะใจเร็วมีข้อมูลมากอยากจะถ่ายทอด เมื่อรีบเขียนจึงมีทั้งเขียนผิดและเขียนถูกเพราะมือมันพาไป แต่ใจนั้นพร้อมที่จะตั้งใจให้ ฉะนั้น ผู้ที่เรียนจะมาจับแค่เพียงว่า ตรงนี้เขียนผิดสระอุต้องเป็นสระอู ตัวการรันต์ต้องขยับที่ไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ..การท้วงเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ก็เสียเวลา แม้จะดีตรงที่ถูกต้องตามระเบียบบัญญัติก็จริง แต่ธรรมะจะไม่เดินหน้า

เพราะเราไม่มองภาพรวมว่า กำลังถ่านทอดธรรมะ แต่มองเพื่อหาตัวเขียนที่ผิด เมื่อมองจับผิดแล้วผู้มองก็มีปัญหาคือ ทุรนทุรายใจแล้วท้วงว่าเขียนไม่ถูกนะ ผู้ที่เขียนอยู่ก็ทุรนทุรายว่าเขียนผิดไปหรือแล้วก็หาทางแก้ ..การสอนก็ไม่เจริญ

หลวงพ่อท่านจึงเตือนมาว่า ให้เราเริ่มต้นใหม่เมื่อจะมองใครก็แล้วแต่ให้นึกเสมอว่า ..บาปบุญเป็นเรื่องส่วนตัว ดีชั่วเป็นเรื่องส่วนรวม .. ใครทำอะไรก็จะได้อย่างนั้น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อย่างแน่นอน

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:13:43 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 7




"เห็นเขาดี ดีตาม จะงามจิต
เห็นเขาผิด ละที่ตน พ้นวิสัย
เห็นเขาดี ชื่นชม ทำตามไป
เห็นเขาชั่ว ชั่งใจ ไม่ใฝ่ตาม

นั่นคือ การดูดีเก็บมาใช้ ดูชั่วเก็บมาละ แล้วลูกของพ่อจะหยุดชั่วที่ตัวได้!"


สิ่งที่หลวงพ่อฝากมาอีกอย่างหนึ่งก็คือคำกลอนบทนี้ ซึ่งแต่ละวรรคอ่านแล้วก็ไม่ต้องแปลเลยเพราะความหมายตรงตัว

เพราะโลกเราทุกวันนี้มีความร้อนมาก ภัยธรรมชาติก็มีมาก คนที่มีกิเลสก็มีล้นหลาม บางคนก็แสดงความมีกิเลสออกมาอย่างชัดเจนตามที่เป็นข่าวกันอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือข่าวสารในอินเตอร์เน็ตที่น่าสลดหดหู่

หลวงพ่อท่านบอกว่า การที่เราได้พบกับใคร ได้เป็นเพื่อนกันนั่นก็คือมีความเป็นมิตรต่อกัน คำว่า "เพื่อน" หรือ "มิตร " นั้นมีความหมายเดียวกับคำว่า "ไมตรี" ความมีมิตรภาพต่อกัน หรือคำว่า "เมตตา" ความปรารถาดีต่อกัน

เมื่อคำว่า "เพื่อน" แปลว่า ไมตรี หรือเมตตาแล้ว ก็ทำให้ต้องนึกถึงคำว่า พรหมวิหารธรรม ที่เราจะต้องมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ต่อกันสัตวโลกก็จะมีความร่มเย็น

ความทุกข์และความเดือดร้อนที่มีอยู่ในโลกนี้สามารถผ่อนคลายได้ด้วยน้ำใจและไมตรีที่มีพรหมวิหารรักษาอยู่ในจิตใจ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:14:20 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 8




หลวงพ่อท่านบอกว่า ถ้อยคำกับความคิด ..เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่ถ้อยคำกับเมตตา ..เกิดขึ้นได้แสนยาก

เพราะส่วนมากแล้วพอคิดปุ๊บก็พูดออกมาเลย ที่โบราณบอกว่า พูดพล่อยๆ เช่น พอเดินไปด้วยกันเห็นของสิ่งหนึ่งแล้วถามว่า "สวยไหม" บางคนก็จะตอบทันทีเลยว่า "ไม่สวย" ที่จริงของสิ่งนั้นสวยสำหรับเจ้าของ แต่อาจไม่สวยสำหรับเรา ฉะนั้น จะบอกว่าไม่สวยเลยก็ไม่ได้

จะเห็นได้ว่า ความคิดเราเกิดขึ้นเร็วมาก และที่เราเรียนกันแล้วก็จะเห็นว่าจิตนั้นไว ถ้าหากเราฝึกคิดดี คำพูดที่ออกมาก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเราไม่ฝึกคิดดี โอกาสที่จะพูดดีจึงเป็นไปได้ยาก

ถ้อยคำกับความคิด..เกิดขึ้นได้ง่าย แต่แก้ไขได้ยากโดยจะต้องอาศัยเวลา และในเมื่อเรายังจะต้องคิดอยู่เรื่อยๆ และอาจคิดไม่ดีอยู่ ท่านจึงบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกลูก "คิดน่ะคิดได้ แต่คิดในใจดีกว่า"

และที่จะดียิ่งขึ้นก็คือ หัดคิดในใจและต้องคิดแต่เรื่องที่ดีด้วย เช่นคิดเมตตากรุณาผู้อื่น และคิดจนถึงเรื่องที่ดีที่สุด คือ วิปัสสนา เพราะเป็นเรื่องของใจทั้งสิ้นเลย ว่าเป็นรูปเป็นนาม ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์

เมื่อถ้อยคำในใจดี แววตา ท่าทาง ความเคลื่อนไหวของร่างกาย แม้วาจาที่เปล่งออกมาก็เป็นผลที่มีความสุขต่อตนเองและผู้อื่นด้วย

ถ้อยคำกับเมตตา ..เกิดขึ้นได้แสนยาก แล้วจะทำอย่างไรให้พวกเราทำได้ล่ะ ? หลวงพ่อท่านบอกว่า สิ่งที่ยากนั้นมีองค์ประกอบที่จะทำให้ง่าย และองค์ประกอบที่จะะทำให้เราเป็นผู้ที่คิดดีใฝ่ดีได้สำเร็จมี ๕ ประการด้วยกัน คือ มั่นใจ ไม่ถอย รู้ตัว แน่วแน่ และรู้รอบ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:14:46 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 9





มั่นใจ .. จะทำอะไรก็ตามต้องเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ เช่นวันนี้เราอยากจะเปลี่ยนนิสัยว่าไม่เอาละเรื่องจับผิด ต่อไปนี้เราจะเป็นคนจับถูกแล้ว เห็นใครดีก็เดินไปดู เห็นใครไม่ดีก็มองผ่านเลยไป และตรงไหนที่เราเข้าไปแล้วเราไม่สบายใจก็อย่าเข้าไป หรือรู้ว่าถ้าไปคุยกับใครแล้วจะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เรื่องโทสะ ก็หยุดเข้าไป เพราะเรื่องวุ่นวายจะไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดที่ตน

ฉะนั้นเราต้องมั่นใจว่า "เรื่องวุ่นวายจะไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดที่ตน" และมั่นใจว่า "ทำดีได้ดี" ทุกอย่างจึงต้องเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ เมื่อคิดจะเลิกทำชั่วก็ต้องมั่นใจว่า เราต้องเลิกได้

ไม่ถอย .. เพราะชีวิตของแต่ละคนนั้นมีวิบากไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ถ้าคิดจะทำสิ่งใดแม้จะมีอุปสรรคหรือมีเรื่องให้น้อยใจก็ไม่ท้อถอย แก้ไขอุปสรรคให้ลุล่วงไปให้ได้ อย่างบางคนมาเรียนพระอภิธรรมแล้วรู้สึกว่าเข้าใจยากแต่ก็ไม่ท้อถอย ส่วนบางคนเรียนแล้วก็ยิ่งรู้ว่าชีวิตมีแต่ทุกข์ก็เกิดความท้อถอยไม่คิดจะมาเรียนต่อแล้วคิดว่าอยู่บ้านเฉยๆ ดีกว่า ในเมื่ออยู่ตรงไหนก็ทุกข์ เพราะยิ่งเรียนก็ยิ่งได้พบอะไรมากมาย

ซึ่งเขาลืมคิดไปว่า ก็เพราะมาเรียนนี่แหละจึงได้รู้ว่า ชีวิตเป็นทุกข์ มาศึกษาพระอภิธรรมยิ่งเรียนก็ยิ่งเจอ คือเจอตัวเอง เจอวิบาก และรู้จักวิบาก ร่างกายของเราก็เป็นวิบาก

มีอะไรเข้ามาเป็นอุปสรรคเป็นหนามชีวิตก็คือวิบากที่เราต้องไม่ท้อถอยต้องสู้ ต้องแก้ไข แม้เรื่องไม่ดีที่ถูกเตือนไปแล้วก็ต้องไม่ท้อถอยเพราะคำเตือนต่างๆ เป็น "มาสเตอร์คีย์" เป็นกุญแจที่ไขให้เราออกจากความผิดพลาดไปได้ ไม่ใช่ "โอ้โห ห้องนั่งเล่นดุจัง ห้องนั่งเล่นดุอีกแล้ว โดนอีกแล้ว" แต่เราต้องกล้าเผชิญกับความเป็นจริง

รู้ตัว .. เผชิญชีวิตและการงานด้วยสติปัญญา เช่น ขณะนี้เวลาสิบนาฬิกา ยังเป็นเวลาเช้าที่เราตื่นอยู่ เมื่อตื่นแล้วก็ต้องตื่นให้เต็มที่อย่าหลับๆ ตื่นๆ คือ พยายามทำความรู้สึกตัวอยู่เสมออย่าให้ถีนะมิทธะเข้าครอบงำ เมื่อเรามาเรียนธรรมะเราก็ต้องตื่น ถ้าจะสัปหงกบ้างก็ไม่เป็นไรพอศีรษะสัปหงกครั้งแรกปุ๊บก็ต้องรู้สึกตัวมีสติเงยหน้าทันที ไม่ใช่สัปหงกสะท้อนไปสามครั้งซ้อนหรือจนหน้าแนบไปกับพื้นโต๊ะ

แน่วแน่ .. จะทำสิ่งใดให้ดีนั้นต้องฝักใฝ่อย่างแน่วแน่ เช่นการเรียนพระอภิธรรมก็จะต้องท่องชื่อจิตให้ได้ และที่เราจำได้ก็เพราะเรามีความแน่วแน่ในการท่องและใช้เวลานาน ก็คือความมุ่งมั่นนั่นเอง แม้จะเป็นเรื่องของการถูกตำหนิเราก็ต้องแน่วแร่แก้ไขในสิ่งผิดนั้นให้ดีขึ้นให้ได้

รู้รอบ .. เมื่อเราจะต้องไปเกี่ยวข้องกับสิ่งใดหรือจะทำอะไร จะต้องตรวจสอบใจตนเองก่อนเสมอโดยจะต้องคิด พิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญ แล้วค่อยตัดสินด้วยหลัก ๕ ประการว่า ทำไปเพื่ออะไร? มีตัวการอะไรในการกระทำนั้น? ตัวการนั้นดีหรือชั่ว? ทำแล้วให้ผลอย่างไร? ใครเป็นผู้ได้รับ? เราจึงต้องรู้รอบ รู้ว่าเหตุนี้ให้ผลอย่างไร หรือผลนี้มาจากเหตุอะไรนั่นเอง โดยนำความรู้ที่เรียนมาใช้ให้ได้ทันทีคือ "ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำนั้นคือกรรม"

"มั่นใจ ไม่ถอย รู้ตัว แน่วแน่ และรู้รอบ ..เป็นวิธีเฝ้าดูใจตนเอง
เมื่อเราเฝ้าดูใจตนเองอยู่อย่างนี้ การจับผิดผู้อื่นก็หมดไป ..เพราะเรามาจับใจของเราเอง"

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:15:11 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )


  สลักธรรม 10




นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อฝากท่านอาจารย์ให้มาอธิบายในห้องนั่งเล่นแห่งความรักในวันนี้ และก่อนที่บรรยากาศแห่งความรักจะคลายตัว ท่านอาจารย์ได้ถามขึ้นว่า " ใครอยากไปสูงกว่ามนุษย์บ้าง..ยกมือขึ้น"

ท่านอาจารย์บอกว่า คนที่อยากไปสูงกว่ามนุษย์ต้องอาศัยเทวธรรม ดังมีคาถาว่า "หิริโอตตัปปะสัมปันนา สุกกะธัมมะสะมาหิตา สันโต สัปปุริสา โลเก เทวะธัมมาติ วุจจะเร" เราต้องไม่ท้อถอยในการท่องให้ได้

เพราะเมื่อเรามีคาถาเทวธรรมคอยเตือนใจก็จะมั่นใจว่า "หิริ โอตตัปปะ" เป็นธรรมสู่ความเป็นเทวดา

และก็ไม่ท้อถอยที่จะพูดตามว่า "หิริโอตตัปปะสัมปันนา"

และรู้ตัวไหมว่าตนเอง เรารู้ตัวว่าเรากำลังพูดหิริโอตตัปปะ

และก็แน่วแน่ต่อไปพูดซ้ำว่า "หิริโอตตัปปะสัมปันนา สุกกะธัมมะสะมาหิตา สันโต สัปปุริสา โลเก เทวะธัมมาติ วุจจะเร"

และก็ต้องทำบ่อยๆ เพื่อที่จะได้จำได้ และเข้าใจว่าเป็นการท่องเพื่อเตือนใจให้อยู่กับความดี และเมื่อเราหัดจับถูกตนเองบ่อยๆ คือมีหลักอย่างรู้รอบ ว่าสิ่งที่เราไม่ทำบ่อยคือจับผิดก็จะหมดไปเอง เพราะเรื่องวุ่นวายจะไม่มีที่สิ้นสุดถ้าไม่หยุดที่ตนเอง

และนี่ก็คือสิ่งที่ท่านอาจารย์ ...ลงท้ายไว้ในห้องนั่งเล่นแห่งความรัก



โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ต.ค. 2550 , 11:15:54 น.] ( IP = 125.26.43.72 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org