| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๗๕)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๗๕)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดี หลาน
ป. เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้เรียนเรื่องอกุศลสังคหนัยมาแล้ว ว่าเจตสิกจำนวนเท่าใด อะไรบ้าง ที่มาประกอบกับจิตแต่ละประเภท นับว่ามีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ได้เห็นความจริงว่า เป็นสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้อื่นใดที่ไหนจะมีความเข้าใจเช่นนี้ไม่ได้เลยเป็นอันขาด วันนี้ผมมาขอศึกษาต่อไป
ก. ดีแล้วหลาน วันนี้หลานจะได้ศึกษา อเหตุกสังคหนัย ต่อไป
หลานก็เคยได้ศึกษามาแล้วว่า อเหตุกจิตนั้น ได้แก่จิตที่ไม่ประกอบด้วยเหตุ มีจำนวน ๑๘ประเภท ในจิตทั้ง ๑๘ ประเภทนั้น เมื่อเกิดขึ้นมาก็ย่อมจะต้องมีเจตสิกเข้าประกอบเป็นธรรมดา หลานก็จะได้ศึกษาว่า อเหตุกจิตประเภทไหนที่เกิดขึ้นมามีเจตสิกเข้าประกอบเท่าใด และอะไรบ้าง
อเหตุกสังคหนัย คาถาสังคหะ ๒๓. ทฺวาทเสกาทส ทส สตฺต จาติ จตุพฺพิโธ อฏฺฐารสาเหตุเกสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ สงฺคโห ฯ
แปลความว่า อเหตุกจิต ๑๘ มีสังคหะ ๔ นัย คือ มีเจตสิกประกอบ ๑๒, ๑๑, ๑๐ และ ๗ ตามลำดับ
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 ต.ค. 2550 , 08:29:08 น.] ( IP = 58.9.147.9 : : )
สลักธรรม 1
อธิบาย ในอเหตุกจิต ๑๘ มีสังคหะ ๔ นัย คือ
นัยที่ ๑ เจตสิก ๑๒ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๒ (เว้น ฉันทะ) ที่ประกอบใน หสิตุปปาทจิต๑
นัยที่ ๒ ก. เจตสิก ๑๑ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๑ (เว้นปีติ, ฉันทะ) ที่ประกอบใน มโนทวาราวัชชนจิต ๑
นัยที่ ๒ ข. เจตสิก ๑๑ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก (เว้น วิริยะ, ฉันทะ) ที่ประกอบใน โสมนัสสันตีรณจิต ๑
นัยที่ ๓ เจตสิก ๑๐ ดวง ได้แก่ อัญญสมานาเจตสิก ๑๐ (เว้น วิริยะ, ปีติ และฉันทะ) ที่ประกอบในมโนธาตุ ๓ คือ ปัญจทวาราวัชชนจิต ๑ สัมปฏิจฉนจิต ๒ และที่ประกอบในอุเบกขาสันตีรณจิต ๒
นัยที่ ๔ เจตสิก ๗ ดวง ได้แก่ สัพพจิตสาธารณเจตสิก ๗ ที่ประกอบใน ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐
ข้อสังเกต
อเหตุกจิต ๑๘ ดวงนั้น มีอัญญสมานาเจตสิกประเภทเดียวที่เข้าประกอบได้ แต่ประกอบได้อย่างมากที่สุดเพียง ๑๒ ดวงเท่านั้น
เจตสิกอีกดวงหนึ่งคือ ฉันทเจตสิก เข้าประกอบกับอเหตุกจิตทั้ง ๑๘ ดวงไม่ได้เลย เพราะฉันทเจตสิกมีลักษณะที่เป็นความพอใจในอารมณ์ หรือมีความปรารถนาจะกระทำต่ออารมณ์
ส่วนอเหตุกจิตนั้น เกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจเหตุปัจจัยประชุมพร้อมกัน ไม่ได้อาศัยความปรารถนาจะกระทำต่ออารมณ์เหมือนจิตดวงอื่น ๆ เช่น โลภมูลจิต หรือมหากุสลจิต เป็นต้น เมื่อมีเหตุปัจจัยประชุมกันแล้ว อเหตุกจิตต้องเกิดทันที เช่น เมื่อมีรูปารมณ์, มีประสาทตาดี, มีแสงสว่าง และมีความตั้งใจมาประชุมกัน จักขุวิญญาณซึ่งเป็นอเหตุกจิตก็เกิดขึ้น ฉะนั้นสภาวะของฉันทเจตสิกจึงไม่จำเป็นต้องเกิดร่วมกับอเหตุกจิตเลย
คาถาสังคหะ ๒๔.อเหตุเกสุ สพฺพตฺถ สตฺต เสสา ยถารหํ อิติ วิตฺถารโต วุตฺตา เตตฺตึสวิธสงฺคหาฯ
แปลความว่า อเหตุกจิต ๑๘ ดวงนี้ มีสัพพจิตตสาธารณเจตสิกประกอบได้ทั้ง ๗ ดวงเสมอ ส่วนปกิณณกเจตสิก ๖ ดวงย่อมประกอบได้ตามสมควร และเมื่อกล่าวโดยพิสดารแล้วย่อมนับสังคหะได้ ๓๓ นัย
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 ต.ค. 2550 , 08:29:50 น.] ( IP = 58.9.147.9 : : )
สลักธรรม 2
คาถาสังคหะ ๒๕. อิตถํ จิตตาวิยตตานํ สมฺปโยคญฺจ สงฺคหํ ญตฺวา เภทํ ยถาโยคํ จิตฺเตน สมมุทฺทิเสติ ฯ
แปลความว่า เมื่อได้เข้าใจสัมปโยคนัยและสังคหนัยของเจตสิกที่ประกอบกับจิตเป็นนิตย์โดยนัยที่กล่าวแล้ว ย่อมแสดงถึงจำนวนเจตสิกเท่ากับจิตตามสมควรที่ประกอบได้
อธิบาย
คาถานี้แสดงถึงการนับเจตสิกอย่างพิสดารตามสัมปโยคและสังคหนัย ซึ่งมีความหมายว่า เจตสิกดวงใดประกอบกับจิตได้กี่ดวง ก็นับเจตสิกดวงนั้นว่ามีจำนวนเท่ากับจิตที่เจตสิกนั้นประกอบได้ คือ
สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ ดวง แต่ละดวงประกอบกับจิตได้ทั้งหมด ๑๒๑ ดวง สัพพจิตตสาธารณเจตสิกมีอยู่ ๗ ดวง จึงนับจำนวนพิสดารของสัพพจิตตสาธารณเจตสิกทั้งสิ้น ๘๔๗
ปกิณณกเจตสิก ๖ คือ วิตกเจตสิกประกอบกับจิตได้ ๕๕ ดวง, วิจารได้ ๖๖ ดวง, อธิโมกข์ได้ ๑๑๐ ดวง, วิริยะได้ ๑๐๕ ดวง, ปีติได้ ๕๑ ดวง และฉันทะได้ ๑๐๑ ดวง ปกิณณกเจตสิกเมื่อนับจำนวนพิสดารจึงมี ๔๘๘
อกุสลเจตสิก ๑๔ นับจำนวนโดยพิสดารได้ ๘๓ คือ โมจตุกเจตสิก ๔๘ โลติกเจตสิก ๑๖ โทจตุกเจตสิก ๘ ถีทุกเจตสิก ๑๐ วิจิกิจฉาเจตสิก ๑ รวมนับอกุสลเจตสิก ๑๔ โดยพิสดารแล้วได้ ๗๓
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 ต.ค. 2550 , 08:30:20 น.] ( IP = 58.9.147.9 : : )
สลักธรรม 3
โสภณเจตสิก ๒๕ นับจำนวนโสภณเจตสิกโดยพิสดารได้ ๒๐๐๘ คือ
โสภณสาธารณเจตสิก ๑๙ ดวงแต่ละดวงประกอบโสภณจิตทั้งหมด ๙๑ จึงนับจำนวนโสภณสาธารณเจตสิกได้ ๑๗๒๙
วิรตีเจตสิก ๓ แต่ละดวงประกอบจิตได้ ๔๘ จึงนับจำนวนวิรตีเจตสิก โดยพิสดารได้ ๑๔๔
อัปปมัญญาเจตสิก ๒ แต่ละดวงประกอบกับจิตได้ ๒๘ จึงนับจำนวนอัปปมัญญาเจตสิกโดยพิสดารได้ ๕๖
ปัญญาเจตสิก ๑ ประกอบจิตโดยพิสดารได้ ๗๙
ฉะนั้น โสภณเจตสิกเมื่อนับโดยพิสดารจึงมีจำนวนทั้งสิ้น ๒๐๐๘ ดวง
และเจตสิกทั้ง ๕๒ ดวง เมื่อนับจำนวนอย่างพิสดารตามสัมปโยคนัย และสังคหนัยแล้ว มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๔๒๖ ดวง
สรุปความในพระอภิธรรมมัตถสังคหะปริจเฉทที่ ๒ นี้ พระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงสภาวะของเจตสิกปรมัตถ์ทั้ง ๕๒ ดวง พร้อมทั้งการที่เจตสิกธรรมเหล่านั้นเข้าประกอบกับจิตโดยสัมปโยคนัยและสังคหนัย
สัมปโยคนัย หมายถึงเจตสิกแต่ละดวงเข้าประกอบกับจิตใดบ้าง ซึ่งได้แสดงสัมปโยคไว้มี ๑๖ นัย คือ
สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ มีสัมปโยค ๑ นัย
ปกิณณกเจตสิก ๖ มีสัมปโยค ๖ นัย
อกุศลเจตสิก ๑๔ มีสัมปโยค ๕ นัย
โสภณเจตสิก ๒๕ มีสัมปโยค ๔ นัยรวมเจตสิก ๕๒ มีสัมปโยค ๑๖ นัย
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 ต.ค. 2550 , 08:30:51 น.] ( IP = 58.9.147.9 : : )
สลักธรรม 4
สังคหนัย หมายถึงจิตแต่ละดวงมีเจตสิกใดเข้าประกอบได้บ้าง ซึ่งแสดงสังคหะไว้ ๓๓ นัย คือ
โลกุตตรจิต ๔๐ มีสังคหะ ๕ นัย
มหัคคตจิต ๒๗ มีสังคหะ ๕ นัย
กามาวจรโสภณจิต ๒๔ มีสังคหะ ๑๒ นัย
อกุสลจิต ๑๒ มีสังคหะ ๗ นัย
อเหตุกจิต ๑๘ มีสังคหะ ๔ นัยรวมจิต ๑๒๑ มีสังคหะ ๓๓ นัย
อวสานคาถา
อิจฺจานิรุทฺธรจิเต อภิธมฺมตฺถสงฺคเห
ทุติโย ปริจฺเฉโทยํ สมาเสเนว นิฏฺฐิโต ฯ
ปริจเฉทที่ ๒ ชื่อว่า เจตสิกสังคหวิภาค ในปรกรณ์อภิธรรมมัตถสังคหะ ซึ่งพระอนุรุทธาจารย์ได้รจนาไว้ จบลงประการฉะนี้ฯ
หวังว่าหลานคงจะไม่บ่นว่ายุ่งยากมากนัก เพราได้เคยศึกษามาแล้วในหลักการ คราวนี้เพียงแต่หลานค้นคว้าเพิ่มเติมโดยพิจารณาจากที่ได้ศึกษามาแล้วเท่านั้นถ้าไม่เข้าใจ สงสัยตรงไหน ในการศึกษาคราวหน้าจึงค่อยถามมาใหม่ ลุงเห็นว่าเวลาพอสมควรแล้ว จึงขอยุติแต่เพียงเท่านี้ ในคราวหน้าหลานจะได้ศึกษาอภิธรรมมัตถสังคหะปริเฉทที่ ๓ ต่อไป
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก.สวัสดีหลาน
จบเรื่อง เจตสิกปรมัตถ์ ![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [19 ต.ค. 2550 , 08:32:43 น.] ( IP = 58.9.147.9 : : )
สลักธรรม 5ในที่สุดก็ติดตามมาศึกษาถึงตอนจบของเรื่อง เจตสิกปรมัตถ์ ในวันนี้แล้ว นับว่าได้ประโยชน์อย่างยิ่งที่จะเข้าใจสภาพธรรมที่เกิดร่วมกับจิตอย่างละเอียดขึ้นครับ และได้รับรสพระธรรมที่ลึกซึ้งอย่างดีขึ้นมาก จากการอธิบายความพร้อมทั้งบกตัวอย่างประกอบจากท่านอาจารย์ขอรับ
นับเป็นบุญวาสนาที่ได้เข้ามาศึกษาเรื่องราวความเป็นไปของชีวิตอย่างถูกต้องตามเหตุผลที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้ไว้นี้ขอรับ
และก็นับว่าเป็นบุญตนอย่างยิ่ง ที่ได้เข้ามาเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ผู้มากล้นไปด้วยวิธีการอธิบายในเรื่องราวที่สลับซับซ้อนนี้ขอรับ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงสุด ที่เมตตากรุณาอบรมสั่งสอน และชี้นำทางสว่างให้แก่สาธุชนทั้งหลายมาตลอดแม้กระทั่งผมเอง แม้ในวันนี้ ท่านอาจารย์จะไม่ได้อยู่อธิบายได้อีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่ผลงานที่ถูกถ่ายทอดมาไว้นั้น ยังนำความสว่างชัดให้แก่ผู้ที่ได้อ่านได้ศึกษา มองเห็นหนทางอันประเสริฐนี่ได้ตลอดมาขอรับ
![]()
ขอก้มกราบบูชาพระคุณไว้เหนือเกล้า และจะขอเดินตามทางที่ท่านอาจารย์วางไว้ด้วยความตั้งใจและเคารพยิ่งขอรับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม [19 ต.ค. 2550 , 08:50:48 น.] ( IP = 58.9.147.9 : : )
สลักธรรม 6ปราดเปรื่องชนบนพื้นแห่งธรรมะ
อิจฉริยะเหนือใครใฝ่เทียบได้
ปวงความรู้ถ้วนพร้อมน้อมนำใจ
เมตตาธรรมล้ำหทัยตลอดมา
ใกล้จะถึงวันสำคัญของคณะศิษยานุศิษย์อีกแล้วนะครับ คือวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ของทุกปี ที่พวกเราจะกลับมาพร้อมกันบำเบ็ญกุศลในงาน ประทีปแห่งธรรม...ความทรงจำรำลึก ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๑๖ และแห่งการจากไปของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ประทีปธรรมแห่งอภิธรรมมูลนิธิ จึงขอเรียนไว้ ณ.ตรงนี้ก่อนครับว่า อย่าลืมหวลมาบูชาพระคุณพระครูผู้สร้างกันนะครับ ส่วนกำหนดการจัดงานนั้น จะเรียนให้ทราบในภายหลังขอรับ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย ผู้ดูแลบอร์ด [19 ต.ค. 2550 , 09:04:58 น.] ( IP = 58.9.147.9 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |